เมฆาสืบล่าผี (ฉบับไร้เวท) - ภาคพิเศษ - ปริศนาเงาแฝด

    2เสียงจากบันทึกเก่า



            ตอนที่ 2 — เสียงจากบันทึกเก่า 


            เสียงฝนสาดกระจกจนแทบมองไม่เห็นทาง รถตู้ของทีมสืบสวนเคลื่อนไปช้า ๆ บนถนนลูกรังที่กลายเป็๲ลำธาร เมฆานั่งนิ่งหลังพวงมาลัย มือจับแน่นแต่ใบหน้านิ่งสงบเหมือนคนที่กำลังนั่งฟังเพลงเบา ๆ ไม่ใช่กำลังขับเข้าหมู่บ้านที่มีข่าวว่าผีเด็กออกอาละวาด

            “แน่ใจนะว่ามันมาทางนี้?” วรุฒถามพลางเพ่งมอง GPS ที่หมุนติ้ว ๆ จนเหมือนมันกำลังแพนิกแทนเขา

            “แน่ใจสิ” เมฆาตอบเรียบ ๆ “ถ้าไม่แน่ใจ ก็ถามพวกที่ยืนตรงเนินนั่นดูสิ เขาคงอยู่แถวนี้มานาน”

            “พะ...พวกที่ไหน?”

            “นั่นไง เงานั่น”

            วรุฒชะงัก ก่อนกลืนน้ำลายเฮือก “พี่เมฆา ผมขอร้อง อย่าเริ่มบอกว่ามีคนยืนอยู่ตรงที่ผมไม่เห็นเลยได้มั้ยครับ ผมยังไม่อยากขับกลับคนเดียวตอนเช้า”

            “งั้นอย่ามองกระจกหลัง” เมฆาว่าต่อเฉย ๆ

            “เฮ้ยพี่!”

            จิตราที่นั่งเบาะหลังกลั้นหัวเราะ “เลิกแกล้งเขาเถอะ ก่อนจะขับรถตกคลอง”

            แต่ก่อนใครจะพูดอะไรต่อ เครื่องบันทึกเสียงในกระเป๋าหลังรถก็ดังขึ้นเอง เสียงเด็กหญิงร้องเบา ๆ ชัดเจนท่ามกลางเสียงฝน

            จับคู่... จับคู่... เธอเล่นกับฉันไหม...

            วรุฒสะดุ้ง “เปิดไว้เหรอ?”

            เมฆาเหลือบมองกระจกหลัง “ไม่ได้เปิด และไม่มีใครกดด้วย”

            “อาจจะเป็๞สัญญาณวิทยุแทรกมั้ง”

            “เครื่องนี้ไม่ได้มีสัญญาณวิทยุ”

            ความเงียบปกคลุมครู่หนึ่ง ก่อนวรุฒพึมพำ “งั้นผมลงตรงนี้เลยได้มั้ยครับ”

            “ไม่ได้สิ นายเป็๲คนถือกล้อง” เมฆาตอบเรียบ ๆ แล้วขับต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            โรงเรียนร้างริมตลิ่งเงียบสนิท มีแต่เสียงฝนตกกระทบกระเบื้องเก่า ๆ กับเสียงเหล็กดัดสั่นจากแรงลม โต๊ะเรียนพังระเนระนาด กลิ่นไม้เปื่อยคลุ้งไปทั่ว

            เมฆาส่องไฟฉายกวาดไปทั่วห้อง ก่อนหยุดที่กระดาษแผ่นหนึ่งติดบนบอร์ดไม้

            วันนี้น้องไม่มาที่โรงเรียน ครูบอกว่าป่วย... แต่ฉันเห็นเธอเล่นอยู่ใต้สะพาน

            “น่าจะเป็๲ข้อความของเด็กในห้องเดียวกัน” จิตราเอ่ยขึ้นเสียงเบา “เหมือนเขารู้ว่าเพื่อนยังอยู่ แต่ไม่มีใครเชื่อ”

            “หรือไม่ก็เป็๞การนัดเจอ” เมฆาพูดขึ้น “ใต้สะพานมักเป็๞ที่ซ่อนของความลับมากกว่าความทรงจำ”

            ทันใดนั้นเสียง ตุบ ดังขึ้นจากอีกฟากของห้อง ลูกบอลยางเก่าลูกหนึ่งกลิ้งออกมาจากมุมมืด มาหยุดตรงหน้าเท้าวรุฒพอดี

            วรุฒผงะ “เอ่อ... ใครขว้างมา?”

            “ถ้ามีใครขว้างจากในนั้น ฉันอยากเจอเขา” เมฆาพูดเรียบ ๆ พร้อมเดินเข้าไปดู

            จิตราก้มลงแตะลูกบอลเบา ๆ ริมฝีปากขยับราวกับพูดกับใครบางคน “เธอบอกว่า... คนที่ตกสะพานไม่ใช่เธอ”

            “งั้นใครกันที่อยู่ข้างล่าง?” วรุฒถาม เสียงเขาเริ่มสั่น

            เมฆามองไปที่หน้าต่างซึ่งฝนยังสาดแรง “บางที... สิ่งที่อยู่ข้างล่างอาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองตายแล้ว”

            จู่ ๆ เครื่องบันทึกเสียงในกระเป๋าก็ดังขึ้นอีก เสียงร้องไห้ของผู้หญิงสลับกับเสียงน้ำไหล

            ช่วยลูกฉันด้วย... เขายังอยู่ใต้สะพาน...

            ทุกคนหันมามองหน้ากัน วรุฒยกมือขึ้นเบา ๆ “ผมขอแจ้งไว้ก่อนนะครับ ถ้าขากลับมีใครขึ้นรถเพิ่ม ผมจะไม่หันหลังไปมอง”

            “ไม่ต้องกลัว” เมฆาพูดเรียบ “แต่ถ้าเขาขอที่นั่ง ก็อย่าปฏิเสธล่ะ บางคนแค่๻้๪๫๷า๹ที่พักระหว่างทาง”

            วรุฒเบิกตากว้าง “พี่พูดแบบนี้ใครมันจะไม่กลัว!”

            จิตราหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งที่มือยังสั่น “อย่าห่วงเลยวรุฒ ถ้ามีผีจริง ๆ พี่เมฆาคงชวนมันคุยเ๹ื่๪๫แรงโน้มถ่วงก่อนจะสวดมนต์แน่ ๆ”

            เมฆาเพียงยิ้มบาง ๆ — ไม่ใช่เพราะตลก แต่เพราะรู้ว่า “แรงโน้มถ่วง” นั่นแหละ คือสิ่งเดียวที่ยังยึด๥ิญญา๸บางดวงไว้กับโลกนี้...


            จบตอน...


            *ตอนต่อไป — “รอยเท้าบนตลิ่ง”

            เมื่อฝนหยุดตก พวกเขาพบรอยเท้าคู่เล็ก ๆ เดินวนอยู่รอบสะพาน... เหมือนใครบางคนยังคงเล่นอยู่ตรงนั้น...?!