ั้แ่ผ่านดงฝูงคามิลเลี่ยน นอสกับควานก็ออกเดินทางกันมาได้สองวันแล้ว
“นี่คุณควานเราเดินทางมาได้สองวันแล้วนะครับพวกเราใกล้ถึงกันแล้วรึยัง?”
นอสตัดสินใจถามควานออกไปเพราะั้แ่ควานบอกคราวนั้นว่าพวกเขาใกล้ถึงครึ่งทางแล้ว แต่นี่ก็เป็เวลากว่าสองวันแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของเมืองเลยด้วยซ้ำ
ควานที่ได้ยินคำถามก็เริ่มเหงื่อตกยางออกและบอกกับนอสไป
“ก็คิดว่าน่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะมั้งครับ ฮ่าๆ”
“คุณตอบแบบไม่มั่นใจเลยนะครับ แน่ใจนะว่าเราไม่ได้มีอะไรผิดพลาดกันน่ะ”
นอสถามแหย่ๆควานไปเล็กน้อย
เมื่อได้ยินแบบนั้นควานก็หยุดวิ่งลง เมื่อนอสเห็นว่าควานหยุดก็หยุดตามพร้อมกับหันไปหาด้วยความสงสัย ควานที่ดูจะลังเลอะไรบางอย่างก็ตัดสินใจพูดออกมา
“คือแบบว่า~ มัน….”
การเว้นประโยคของควานทำให้นอสสงสัยมากกว่าเดิม
“มัน….”
“คือจริงๆแล้วั้แ่เราหนีออกมาจากฝูงคามมิลเลี่ยนแล้ววิ่งมาถึงเมื่อวันก่อนได้แล้ว นั่นเป็สิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้ว่าต้องไปทางไหนในแผนที่น่ะครับ เพราะงั้นตอนนี้เราก็อาจจะหลงทางกันอยู่ก็ได้”
ควานพูดเสียงแ่ลงเรื่อยๆเพราะรู้สึกผิดกับตัวเอง
นอสที่ฟังอยู่ก็รู้สึกในิดหน่อย
“ห๊า!! ตอนนี้เรากำลังหลงทางกันอยู่หรอครับงั้น”
“ก็ไม่ใช่ว่าหลงซะทีเดียวหรอกครับ ขอแค่เราตรงไปทางนี้เรื่อยๆมันก็น่าจะเจอกับเมืองแน่ๆจากที่ผมคิด เพียงแต่ว่าถ้าเราไปกันตรงเรื่อยๆเราก็น่าจะเข้าไปในอาณาเขตของมอนเสตอร์บางตัวเข้ามันก็เลยจะเกิดอันตรายมากกว่าครับ”
ควานอธิบาย
“แสดงว่าถ้าเรามีแผนที่มันก็จะพาเราเลี่ยงอาณาเขตของมอนสเตอร์พวกนี้ได้สินะครับ”
นอสถามย้ำไป
“ใช่ครับ”
ควานตอบกลับ
เมื่อได้ยินแบบนั้นนอสก็เริ่มจมดิ่งไปในความคิดตัวเอง นอสคิดกับตัวเองอยู่สักพักใหญ่ๆก่อนจะเริ่มพูดกับควาน
“เราตรงไปเลยเถอะครับงั้น”
ควานที่ได้ยินก็ใกับความคิดของนอส
“แต่คุณนอสครับทางข้างหน้านี้มันอันตรายมากเลยนะครับ เราไม่รู้เลยว่ามอนสเตอร์พวกนั้นมีตัวอะไรบ้าง”
“ผมว่าก็ยังดีกว่าเราออกนอกเส้นทางแล้วหลงกันนะครับผมว่า”
นอสตอบกลับไปเพราะนี่เป็ทางเดียวแล้ว ณ ตอนนี้ที่พวกเขาจะสามารถไปถึงเมืองได้
“ก็จริงของคุณครับ….เข้าใจแล้วครับ”
ควานไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะควานรู้ว่านี่มันคือทางเลือกสุดท้ายแล้วจริงๆที่เขาจะนึกออก
“งั้นเราพักเอาแรงกันก่อนเถอะครับเราไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจออะไรบ้าง”
นอสพูดจบพร้อมกับหาที่นั่งแถวๆนั้นและเอนตัวพิงกับต้นไม้
ควานที่เห็นแบบนั้นก็ทำตามที่นอสบอก และหาที่นั่งลงข้างๆกับนอส อาจเพราะการเดินทางตลอดสองวันแบบไม่หยุดพักเลย ทำให้ทั้งสองคนหลับกันเป็ตายเลยทีเดียว
เมื่อตื่นขึ้นมาทั้งสองคนก็พบว่ามันมืดแล้วก็เลยรีบตั้งแคมป์กันทันที หลังก่อกองไฟกันเสร็จแล้วทั้งสองคนก็มานั่งจิบน้ำกินมื้อเย็นกัน นอสที่เห็นว่าบรรยากาศกำลังเงียบๆก็ตัดสินใจถามควานออกไป
“นี่คุณควานครับ คุณบอกว่าตัวเองมาจากตระกูลพ่อค้าแล้วปกติคุณจะต้องมีคนคุ้มกันสิครับไหงคุณถึงได้ออกเดินทางมาแค่กลุ่มที่คุณสร้างขึ้นล่ะ?”
ควานที่ได้ยินคำถามก็เริ่มทำหน้าซึมและนิ่งไปสักพักก่อนจะตอบคำถามนอส
“ก็มันคือเื่ภายในตระกูลน่ะครับ จริงๆแล้วผมเป็ลูกคนรองของตระกูลริชาจ และในตระกูลผมเขาจะให้ความสำคัญกับบุตรคนโตเสมอและพวกเขาจะไม่ค่อยสนใจบุตรคนอื่นเท่าไหร่เลยทำให้ผมไม่ได้รับอำนาจหรือทรัพย์สินมามากเท่าพี่คนโตเท่าไหร่”
ควานจับแก้วในมือแน่น
“แล้วยิ่งพี่คนโตของผมเขารับ่ต่อกิจการต่อจากพ่อและทำมันออกมาได้ดีมากๆมันก็ยิ่งทำให้คนในตระกูลชอบใจกันใหญ่และนั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองนั้นไร้ประโยชน์มากขึ้น เพราะความน้อยเนื้อต่ำใจที่ตัวผมไม่ได้อะไรเลยจากการเป็ลูกคนรองของตระกูลทำให้ผมตัดสินใจว่าจะเข้ามาที่ยูโทเปียโดยที่จะไม่พึ่งอะไรเลยจากตระกูลและผมก็จะพิสูจน์ให้ดูว่าผมเองก็เป็พ่อค้าที่เก่งเหมือนกับพี่คนโตของตัวเองได้เหมือนกัน”
นอสที่นั่งฟังก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกอันหนักแน่นของควานได้
“เป็คนที่เข้มแข็งดีนะครับ ผมเชื่อว่าคุณควานต้องทำได้แน่นอนครับ”
นอสพูดออกไป
“ขอบคุณครับคุณนอส แต่ถึงผมจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวก็ตามแต่ผมก็จะจ่ายเงินคุณครบทุกบาททุกสตางค์แน่นอนครับไม่ต้องกลัวนะครับ”
ควานพูด
“ฮ่าๆ ได้ครับผมเชื่อว่าคุณคงไม่เบี้ยวเงินผมแน่นอน”
นอสพูดออกไปพร้อมกับหัวเราะกับควาน ทั้งสองคนพูดคุยกันต่อเกี่ยวกับเื่ครอบครัวของควาน เมื่อได้ฟังเื่ที่ควานเล่านอสก็รู้สึกว่าควานเขาก็แค่อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้กับครอบครัวและคนอื่นๆได้เห็นถึงศักยภาพของเขาเท่านั้นเอง แต่นอสก็นับถือควานมากจริงๆในเื่นี้ที่กล้าจะเผชิญหน้าและเริ่มต้นใหม่คนเดียวในยูโทเปียแห่งนี้
“รอบนี้คุณนอสพักผ่อนเถอะครับ ผมจะอยู่เวรให้เอง”
ควานเสนอตัวว่าครั้งนี้เขาจะอยู่เวรให้เอง
“จะดีหรอครับ…..งั้นปลุกผมด้วยนะครับ”
นอสยิ้มออกไปพร้อมกับเข้าไปนอนในเต้นท์
…………….
เช้ามาทั้งสองคนก็เก็บของทุกอย่างแล้วออกเดินทางต่อ
“หลับสบายไหมครับคุณนอส”
ควานถามออกมาขณะออกเดินทาง
“ก็พอได้ครับจะดีกว่านี้ถ้ามีเตียงนุ่มๆ ฮ่าๆ”
นอสตอบกลับไป
ั้แ่เื่เมื่อคืนนอสรู้สึกว่าเขากับควานจะสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย อาจเป็เพราะได้พูดคุยกันในเื่ที่ลึกซึ้งขึ้นล่ะมั้ง
แต่คิดไปก็เท่านั้น ตอนนี้นอสต้องตั้งสติได้แล้วเพราะตามที่ควานบอกไว้ เพราะพวกนอสใช้เส้นทางตรงดิ่งไปที่เมืองเลยทำให้ต้องผ่านอาณาเขตของมอนสเตอร์ต่างๆ เลยทำให้ต้องระวังอันตรายที่อาจจะมาจู่โจมพวกเขาได้รอบด้านมากกว่าที่ผ่านมาอีก
และั้แ่ที่นอสออกมาจากเขตป่าลิตเติ้ลไนท์ได้ นอสรู้สึกว่าตัวเขาเริ่มจะได้พบเจอกับมอนสเตอร์ที่ระดับสูงมากขึ้น นอสคิดว่าเหตุที่เป็แบบนี้เพราะเขาเริ่มจะออกห่างจากตัวอาณาเขตของเมืองเดลต้าแล้ว
นอสและควานเดินทางออกเดินทางกันมาได้สักระยะป่าก็เริ่มหายไปและถูกแทนที่ด้วยทุ่งโล่งกว่าขนาดใหญ่
“เหมือนว่าเราต้องลงไปเดินกันที่โล่งแล้วล่ะครับคุณนอส ข้างหน้าไม่เหลือต้นไม้ให้วิ่งเลยสักกะต้นเดียวเลย ฮ่าๆ”
ควานพูดออกไป
ในขณะที่ควานกำลังจะวิ่งออกไปนอสก็ได้หยุดเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนครับคุณควาน”
ควานชะงักไปเพราะเสียงเตือน แต่ควานก็ไม่สงสัยอะไรที่นอสห้ามเพราะั้แ่ครั้งก่อนที่นอสห้ามเขาก็เพราะนอสเจอกับอะไรที่อันตรายบางอย่างแน่ๆ
นอสตอนนี้กำลังจ้องมองไปที่ทุ่งโล่งนั้นพร้อมกับใช้เนตรมนตราตรวจดู เหงื่อนอสเริ่มผุดขึ้นมา เหตุเพราะตอนนี้ที่นอสใช้เนตรมนตราดู นอสก็เจอกับกลุ่มก้อนพลังเวทย์ที่ดูจะมากกว่ามอนสเตอร์ปกติ
“ระดับสีส้ม…..ไม่เ้านี้มันระดับสีแดงหรอ!!”
นอสพยายามมองหาทางที่เขาจะไม่อยากปะทะกับสิ่งมีชีวิตระดับสีแดงตอนนี้ แต่มันก็ไร้ประโยชน์เพราะบริเวณโดยรอบนั้นไม่มีต้นไม้เลย
“นี่คุณควานเหมือนเราจะเจองานช้างเข้าซะแล้วล่ะ”
ควานที่เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของนอสก็เลยถามกลับ
“เราเจอเข้ากับอะไรหรอครับ”
“ผมไม่แน่ใจว่าตัวอะไรแต่ผมััได้ว่าไม่ว่ามันเป็ตัวอะไรแต่มันต้องอยู่ในระดับสีแดงแน่นอนครับ”
นอสบอกกับควาน
“อะไรนะระดับสีแดง!!”
ควานใเสียงดัง
ไม่แปลกที่จะใ นอสเองก็ใที่ได้เห็นเหมือนกัน เพราะทั้งนอสและควานนั้นต่างก็มาจากเมืองเดลต้าการจะได้เจอกับระดับสีส้มก็ว่ายากแล้วแต่นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาเจอเข้ากับระดับสีแดง นั่นทำให้ตอนนี้ทั้งนอสและควานเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดกันทั้งคู่
“แล้วเราจะเอายังไงกันต่อดีครับ”
ควานถามนอส
“เราไม่มีทางเลือกครับเพราะเราเลือกเส้นทางนี้ เราต้องซุ่มวิ่งไปแบบเงียบๆมห้มากที่สุดไม่ให้มันรู้ตัว นี่น่าจะปลอดภัยที่สุดเพราะผมดูแล้วมันไม่มีทางอื่นให้เราไปนอกจากทุ่งโล่งกว้างนี้เลยครับ”
นอสอธิบายให้ควานฟัง
ควานนิ่งไปหลังจากที่นอสบอกจากนั้นควานก็เริ่มสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอดแล้วก็ตอบนอส
“โอเคครับผมพร้อมแล้ว”
นอสที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าตอบกลับไปและเดินทางกันต่อทันที ทั้งสองะโลงจากต้นไม้และเริ่มวิ่งลุยเข้าไปที่ทุ่งโล่งที่มีหญ้าสูงท่วมหัวพวกเขาทั้งคู่กันแบบเงียบๆ
…………………………….