เซร่าเดินเคียงคู่กับคิมหันต์อย่างนิ่งเงียบโดยไม่พูดคุยกันเลยแม้แต่น้อย
เธอเหลือบมองชายหนุ่มเป็ระยะ เธอดีใจที่เขาเชื่อเธอ แต่เธอก็รู้สึกว่าเขามีอะไรบางอย่างปิดบังเธออยู่
คิมหันต์เดินไปตามทางเรื่อยๆ อย่างครุ่นคิดและลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใคร่ครวญ
เื่การทำร้ายเมื่อวาน ยัยนี่ไม่ได้ทำแน่...
แต่เื่เมื่อเช้านี้ ??ยัยนี่ทำรึเปล่านะ ??
“โดดเรียนกันเถอะ”
“หา?” เซร่างุนงงที่อยู่ๆ ชายหนุ่มก็พูดขึ้นมา
“ตามมา” คิมหันต์จูงมือเซร่าให้ตามเขาไปตรงสวนดอกไม้ของโรงเรียนทันที
สวนดอกไม้ตอนนี้ยังไม่มีคน เนื่องจากเป็เวลาเรียนอยู่ แต่อีกเพียง 2 ชม. ก็จะถึงเวลาพักกลางวัน เมื่อนั้นคงมีนักเรียนมากมายลงมานั่งเล่นภายในสวนแห่งนี้อย่างแน่นอน
คิมหันต์เลือกที่นั่งที่ดูสงบร่มรื่น และห่างไกลผู้คนที่จะมารบกวนได้ เซร่านั่งลงตรงข้ามกับคิมหันต์
ทั้งคู่ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดคุยอะไรกัน
“.........”
“เอาล่ะ เธอจะบอกฉันได้รึยังว่า เมื่อเช้าเธอไปทำอะไรมา”
คิมหันต์ถามทำลายความเงียบขึ้นมา
“นายพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?”
“ตอบคำถามของฉันก็พอ ไม่ต้องมาย้อนถามจะได้มั้ย?”
คิมหันต์ขมวดคิ้ว เพราะทุกครั้งที่ถามอะไร เซร่ามักจะย้อนถามเขาเสมอ ถ้าเป็เวลาอื่นเขาอาจจะเฉยๆ แต่เวลาที่เร่งรีบแบบนี้เขาไม่้าจะเสียเวลา
“ถ้านายไม่เชื่อว่าฉันไม่ได้ทำ แล้วนายไปยืนยันกับผู้อำนวยการทำไม!”
“เฮ้อ..เธอนี่ จะฟังที่ฉันพูดซักครั้งได้มัย ห๊า!”
คิมหันต์ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับความดื้อของหญิงสาว เซร่าเม้มปากแน่นสนิทสายตาไม่พอใจ
“ฉันเป็คนแรกที่ไปเจอเด็กคนนั้น แล้วฉันได้สิ่งของอย่างหนึ่งมาจากมือของหล่อน ที่ฉันเชื่อว่าเธอไม่ได้ทำ ก็เพราะว่าถ้าเธอทำจริง ทำไมเธอต้องเสียเวลาไปยัดผ้าเช็ดหน้าใส่มือของหล่อนอีก ในเมื่อมีแค่ไอ้นี่ก็เพียงพอแล้ว” คิมหันต์อธิบายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับควักพวกกุญแจรูปดอกเดซี่ออกมาให้เซร่าดูตรงหน้า
“เฮ้ย! พวงกุญแจฉันนี่” เซร่าทำตาโตและร้องออกมาอย่างดีใจที่เห็นพวงกุญแจ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบมา
“ทีนี้เข้าใจรึยังว่าทำไมฉันถึงถามว่า เมื่อเช้าเธอไปทำอะไรมา” คิมหันต์ถามหญิงสาวอีกครั้ง เซร่าขมวดคิ้วมองคิมหันต์อย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดอยู่ดี
“เฮ้อ...แม่คุณเอ๊ย! ในเมื่อเธอบอกว่าพวงกุญแจนี่มันห้อยอยู่ที่กระเป๋าของเธอใช่มั้ย? ดังนั้นหมายความว่า เธอไม่ได้อยู่ที่ห้องเรียนตอนเช้า แล้วใครบางคนอาจจะเข้าไปขโมยพวงกุญแจนี่ออกมาจากห้องเรียน ดังนั้นฉันจึงอยากรู้ว่าเธอออกจากห้องเรียนตอนเช้าไปทำอะไร ที่ไหน กับใคร บอกฉันมาให้หมด” คิมหันต์ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจก่อนจะอธิบายออกมา
เซร่านิ่งอึ้งไปหลังจากได้ฟังสิ่งที่คิมหันต์พูด เธอรู้สึกทึ่งที่เขาสามารถคาดเดาได้ขนาดนี้
แต่เธอจะบอกเื่เมื่อเช้ากับคิมหันต์ได้อย่างไร ในเมื่อคนที่อยู่กับเธอเมื่อเช้าคือ.......
“ถ้าฉันบอกนาย..แล้วนายห้ามโกรธฉันนะ”
“บอกมาเถอะน่า ฉันจะไปโกรธเธอได้ยังไง นี่มันเื่ของเธอแท้ๆ เลยนะ” คิมหันต์ทำเสียงรำคาญกับท่าทีของเซร่าที่ดูเหมือนปิดบังอะไรอยู่
“คือ...เมื่อเช้านี้.....คนที่มาเรียกฉันออกจากห้องเรียน.........”
เซร่าตัดสินใจเล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าให้คิมหันต์ฟังทั้งหมด รวมทั้งคำพูดที่ได้พูดคุย
ยกเว้นเื่ที่เธอสัญญาเท่านั้นที่ไม่ได้เล่าให้เขาฟัง
ตลอดเวลาที่คิมหันต์ฟังหญิงสาวเล่านั้น เขามีสีหน้าเคร่งขรึมและไม่เชื่อในสิ่งที่เซร่าพูด
หลังจากที่หญิงสาวเล่าให้ฟังจบ คิมหันต์มีสีหน้าครุ่นคิดและเงียบขรึมจนเซร่ายากจะเดาอารมณ์ของคิมหันต์ออก
“ฉันไม่เชื่อ”
“ฉันไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเป็ออยเฟ่ย์” คิมหันต์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“แต่..ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นฉันให้ออยเฟ่ย์ไปเองเมื่อเช้า”
“ก็บอกว่า ฉันไม่เชื่อไง!!!” คิมหันต์ตวาดเสียงดังลั่น เซร่าชะงักและหน้าเสีย เม้มปากแน่นมองเขาอย่างน้อยใจ
“ขอฉันคิดอะไรคนเดียวซักพักได้มั้ย” คิมหันต์พูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“ตามใจสิ”
เซร่าเม้มริมฝีปากแน่น และลุกขึ้นจากม้านั่งมองคิมหันต์ที่กำลังครุ่นคิดอยู่โดยไม่ได้สนใจเธอเลย ก่อนที่จะหันหลังเดินจากไป เพื่อกลับขึ้นตึกเรียนเพียงลำพัง
คิมหันต์มองตามเซร่าที่เดินกลับตึกเรียนไป ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ
เขาเอนหลังพิงต้นไม้ด้านหลัง หลับตาลงอย่างอ่อนล้า
สิ่งที่เขาต้องคิด สิ่งที่ต้องทำมีมากมายเหลือเกิน
ในเมื่อเขาเป็คนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเซร่า ก็ต้องทำให้ตลอด
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเื่ที่เกิดขึ้น ออยเฟ่ย์จะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
เซร่าเดินกลับห้องเรียนด้วยอาการขุ่นมัว ความรู้สึกดีใจที่คิมหันต์เชื่อเธอเลือนหายไปจากใจเกือบหมด เมื่อพบว่าแท้จริงแล้วคิมหันต์กลับเป็ห่วงออยเฟ่ย์มากกว่าตัวเธอ
ชิ...อีตาบ้องตื้น พูดมาได้ว่าเชื่อเรา...
พอเล่าเื่ให้ฟังทั้งหมด ก็เข้าข้างออยเฟ่ย์ทันที
แล้วทำไมเราต้องมาโมโหกับเื่อีตานั่นกับออยเฟ่ย์ด้วยนะ
โอ๊ย….ไม่เอาแล้ว ไร้สาระจริงๆ คิดเื่อื่นดีกว่า….
จริงสิ ! ฮิเดกิกับคุณเหมก็อยู่ในห้องผู้อำนวยการนี่นา…..
ฮิเดกิ….เราคงไปคุยได้
แต่…คุณเหมเราคงไม่สามารถพูดคุยกับเขาได้อีกแล้ว….
ก็เราสัญญาไปแล้วนี่นา…….
เซร่ารู้สึกว้าวุ่นสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง เธอรู้สึกว่าการที่เธอไปสัญญากับออยเฟ่ย์ช่างเป็การกระทำที่โง่เขลาเสียจริง “เซร่า!”
เสียงเรียกของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นขณะที่เซร่ากำลังเดินอยู่ระหว่างทางเดินชั้นล่าง เพื่อกลับไปยังห้องเรียน
“ฮิเดกิ?”
“ไปไหนมา? เมื่อกี้ฉันไปตามหาเธอที่ห้องก็ไม่เจอ” ฮิเดกิเดินตรงรี่มาหาเซร่าสีหน้าและน้ำเสียงบ่งบอกถึงความไม่พอใจ
“เอ้อ.. เอ่อ…ไป…..ไป…ห้องน้ำมาน่ะ”
เซร่าตอบฮิเดกิอย่างตะกุกตะกัก เธอรู้ดีว่าฮิเดกิกำลังไม่พอใจอย่างมาก ลำพังแค่เื่ที่เธอปิดบังเขาเมื่อวานก็คงโกรธมากอยู่แล้ว หากบอกว่าเธอไปคุยกับคิมหันต์อยู่ เขาคงโกรธมากกว่าเดิมแน่ๆ
“แน่ใจเหรอ? ไม่ใช่ว่าไปกับคิมหันต์หรอกนะ?”
“เปล่าซักหน่อย…” เซร่าหลบตาอย่างมีพิรุธ
“แล้วมีอะไรเหรอ?” เซร่ารีบเปลี่ยนเื่ทันที
“ยังจะมาถามอีกนะ ทำไมเธอไม่บอกฉันเื่เมื่อวานว่าไปไหนมา? เธอไปเที่ยวกับนายคิมหันต์ แต่เธอบอกฉันแค่ว่าไปพูดคุยกัน หมายความว่ายังไง?”
ฮิเดกิถามเซร่าเสียงขุ่นมัว สีหน้าไม่พอใจ เขากำลังหึงหวงเซร่าและความอดทนของเขากำลังจะสิ้นสุดลง
“เอ้อ…ก็…ก็…ฉัน….ฉันไม่อยากให้เธอเป็ห่วงและคิดมากนี่นา” เซร่าตอบฮิเดกิเสียงอ่อยๆ สีหน้าจ๋อยเพราะเซร่ารู้ว่าเขากำลังโกรธเธออย่างมาก
“ไม่ต้องห่วงเธอ? ไม่ต้องคิดมาก?”
“เธอพูดอะไรออกมารู้ตัวรึเปล่า ห๊า!!”
ฮิเดกิตะคอกใส่เซร่าเสียงดัง เขาหมดความอดทนกับเซร่าเสียแล้ว เพราะความรู้สึกของเขามันล้นปรี่จนไม่สามารถจะเก็บเอาไว้ได้อีกแล้ว
“ที่ฉันเฝ้าตามเธอ เฝ้าดูแลเธอ เป็ห่วงเธอ ไม่ให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอ เธอไม่รู้รึไงว่ามันหมายความว่ายังไง!!!”
ฮิเดกิจับแขนของเซร่าเขย่าอย่างแรงดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ และหึงหวง
“โอ๊ย! ฮิเดกิ ฉันเจ็บนะ”
“เธอไม่รู้รึไง ว่าฉันชอบเธอแค่ไหน ฉันชอบเธอมาตั้งนานแล้ว พยายามเก็บความรู้สึกเอาไว้ รอจนกว่าเธอจะพร้อม แต่เธอกลับ….”
ฮิเดกิบอกความรู้สึกของตัวเองให้เซร่าฟังจนหมด โดยไม่สนใจสีหน้าที่ตกตะลึงของเธอเมื่อรับรู้ถึงความในใจของเขา
“ฉันจะไม่รออีกต่อไปแล้ว!!”
ฮิเดกิพูดจบพลางคว้าเอวบอบบางของเซร่าและดึงร่างของเธอมาปะทะกับตัวของเขา จ้องมองเซร่าด้วยความรักอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป และค่อยยื่นหน้าเข้าหาเซร่าขณะที่เธอกำลังตะลึงอยู่
“ไม่นะ!!!!!!!!”
เพียะ!!
เซร่าร้องห้ามออกมาอย่างตื่นตระหนก หลังจากที่เธอเห็นใบหน้าของฮิเดกิเคลื่อนเข้ามาใกล้กับใบหน้าของเธอ พร้อมกับฟาดฝ่ามือเรียวบางไปที่ใบหน้าของฮิเดกิอย่างแรง ส่งผลให้เขาหน้าหัน และหยุดชะงักการกระทำที่เขาตั้งใจจะทำทันที
“ฉันไม่คิดเลยนะว่าเธอจะทำแบบนี้” เซร่าบอกฮิเดกิเสียงเครือ สายตาที่จ้องมองเต็มไปด้วยความผิดหวังในตัวของเขา
“เซร่า…ฉัน…ฉัน….” ฮิเดกิมีสีหน้าสำนึกผิดและละอายใจที่เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์หึงหวงเอาไว้ได้
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” เซร่าเอ่ยขัดเสียงแข็ง พร้อมกับหมุนตัวและวิ่งหนีจากฮิเดกิไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ฮิเดกิมองตามด้วยสายตาสำนึกผิด