ข่าวลือเกี่ยวกับรสชาติของกะเพราหมูสับเตามนตราที่ช่วยฟื้นฟูพลังกายและพลังจิตใจแผ่กระจายอย่างรวดเร็ว
ในผืนป่าดึกดำบรรพ์ฝั่งเอลฟ์ เื่ราวของร้านอาหารวิเศษนี้ถูกส่งต่อปากต่อปากผ่านกลุ่มนักล่าสัตว์อสูร
เพียงไม่กี่วันถัดมา บรรยากาศเงียบสงบในซอยเปลี่ยวฝั่งเยาวราชก็สั่นไหวด้วยสายลมจากต่างมิติอีกครั้ง
*กริ๊ง... กริ๊ง...*
เสียงกระดิ่งลมหน้าประตูไม้หลังร้านสั่นระรัวไม่ยอมหยุดั้แ่่สายของวัน
นนท์ที่เพิ่งตั้งกระทะและจุดไฟในเตาอั้งโล่มนตราหันไปมองบานประตูด้วยความแปลกใจ
ที่ธรณีประตูไม้เก่า มีลูกค้าชาวเอลฟ์หูยาวกลุ่มใหญ่เกือบสิบคนกำลังยืนออกันอยู่ด้วยความตื่นเต้น
พวกเขาสวมชุดคลุมหนังและผ้าฝ้ายหลากสีสัน บางคนมีคันธนูไม้สลักลายเวทพาดบ่า
"ที่นี่ใช่ไหม... ร้านหลบมุมที่เล่าลือกันว่ามีอาหารมนตราฟื้นพลังชีวิตน่ะ?"
เอลฟ์สาวผมสีบลอนด์ทองผู้หนึ่งเอ่ยถาม พลางยื่นหน้าเข้ามาในร้านด้วยดวงตาที่เป็ประกาย
นนท์ขยับแว่นทรงกลมบนจมูกของเขา พลางส่งยิ้มนุ่มนวลและเปิดประตูต้อนรับอย่างสุภาพ
"ยินดีต้อนรับครับ... ใช่ครับ ร้านหลบมุมคาเฟ่ครับ เชิญด้านในก่อนเลยครับทุกท่าน"
เอลวิน่าที่กำลังเช็ดแก้วน้ำอยู่รีบวางผ้าลงทันทีและวิ่งกระหืดกระหอบออกมาต้อนรับ
"เชิญทางนี้เลยค่ะ! โต๊ะใหญ่ด้านในยังว่างอยู่นะคะพี่ๆ ทุกคน!"
จอมเวทเอลฟ์สาวกวักมือเรียกเสียงใส พลางจัดแจงลากโต๊ะไม้สองตัวมาต่อกันอย่างกระตือรือร้น
ลูกค้ากลุ่มใหญ่ทยอยเดินเข้ามานั่งพร้อมเสียงคุยจ้อกแจ้กจอแจจนร้านดูเล็กลงถนัดตา
พวกเขาสูดดมกลิ่นหอมของสมุนไพรและเครื่องเทศไทยที่ลอยอบอวลอยู่ในร้านด้วยความประหลาดใจ
"กลิ่นนี้ช่างเร้าใจและทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ายิ่งนัก"
เอลฟ์หนุ่มร่างสูงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น พลางลูบหน้าอกตัวเองที่รู้สึกอุ่นซ่านขึ้นมาทันที
เอลวิน่าแจกจ่ายเมนูแผ่นไม้เล็กๆ ให้ลูกค้าอย่างคล่องแคล่วพร้อมแนะนำอาหารอย่างรวดเร็ว
"วันนี้มีผัดกะเพราหมูสับเตามนตราร้อนๆ และข้าวผัดไข่รสเลิศฟื้นฟูกำลังค่ะ!"
"ข้าขอผัดกะเพราเตามนตราหกจาน! และข้าวผัดไข่อีกสามจานนะแม่นางน้อย!"
เอลฟ์สาวผู้นำกลุ่มสั่งอาหารเสียงดังฟังชัด พลางหยิบถุงเงินขึ้นมาเตรียมไว้
"รับทราบค่ะ! รอรับความอร่อยสักครู่นะคะ!"
เอลวิน่ารับคำสั่งเสร็จก็รีบวิ่งกลับมาที่ห้องครัวหลังเคาน์เตอร์บาร์ทันที
"พี่นนท์คะ! กะเพราหก ข้าวผัดไข่สามค่ะ! ลูกค้าเยอะมากเลยค่ะ!"
เธอบอกพลางทำตาโตปนตื่นเต้น แต่น้ำเสียงไม่มีความเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย
นนท์พยักหน้ารับอย่างสงบนิ่งพลางล้างมือและจับตะหลิวเตรียมพร้อม
"รับทราบครับ... เอลวิน่าคอยเตรียมจานและน้ำดื่มไว้เลยนะครับ พี่จะรีบปรุงให้เดี๋ยวนี้"
ชายหนุ่มเริ่มขยับมืออย่างคล่องแคล่วเป็ระเบียบตามวิถีพ่อครัวที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี
เขาตักถ่านไม้โกงกางใส่เพิ่มในเตาอั้งโล่มนตราแล้วตั้งใจควบคุมอุณหภูมิความร้อน
*ฟู่!*
เปลวไฟเวทมนตร์สีม่วงครามพวยพุ่งขึ้นมาโอบล้อมก้นกระทะเหล็กอย่างสมบูรณ์แบบ
นนท์เทน้ำมันลงกระทะเหล็กสีดำร้อนจัด พลางเทพริกกระเทียมโขลกลงไปผัดกระตุ้นกลิ่น
*ฉ่า!*
เสียงผัดร้อนแรงดังผสานกับควันขาวที่ม้วนตัวขึ้นสู่เครื่องดูดควัน้าอย่างมีจังหวะจะโคน
กลิ่นหอมฉุนจัดจ้านของพริกขี้หนูสวนและใบกะเพราป่าถูกเตามนตราดึงประสิทธิภาพสูงสุดออกมา
กลิ่นอายมนตราสีม่วงอ่อนลอยละล่องออกมาจากอาหาร ผสมผสานไปทั่วอากาศในร้าน
ทำให้ลูกค้าเอลฟ์ที่นั่งรออยู่ข้างนอกพากันสูดปากและมองเข้ามาในครัวตาละห้อย
นนท์สะบัดกระทะเหล็กด้วยข้อมือที่มั่นคง ผัดหมูสับจนแห้งเกรียมสวยงามตามธรรมชาติ
*แก๊ง! แก๊ง!*
เสียงตะหลิวเหล็กเคาะขอบกระทะดังประสานสอดรับเป็ท่วงทำนองเพลงแห่งห้องครัว
เขารีบตักกะเพราหมูสับร้อนระอุราดลงบนจานข้าวหอมมะลิเม็ดนุ่มแล้วโปะหน้าด้วยไข่ดาวขอบกรอบ
เมื่อปรุงกะเพราครบหกจาน นนท์ก็รีบทำความสะอาดกระทะและเริ่มผัดข้าวผัดไข่ระดับเริ่มต้นต่อทันที
ไข่ไก่สดฝั่งโลกมนุษย์ถูกตอกลงกระทะเหล็กเคลือบน้ำมันร้อนจัดจนฟูฟ่องสีเหลืองนวล
เขาเทข้าวสวยเย็นลงไปผัดคลุกเค้าบดขยี้ด้วยความเร็วเพื่อให้ไข่เคลือบเม็ดข้าวทุกเม็ด
*ฟู่...*
ข้าวผัดไข่สีเหลืองทองหอมกรุ่นกลิ่นไหม้จางๆ ของกระทะเหล็กคั่วไฟแรงเสร็จสิ้นในพริบตา
"เอลวิน่าครับ... อาหารพร้อมเสิร์ฟแล้วครับ"
นนท์วางจานอาหารร้อนๆ ทั้งหมดลงบนโต๊ะพักริมบาร์เสิร์ฟ
"รับหน้าที่เสิร์ฟเดี๋ยวนี้ค่ะพี่นนท์!"
เอลวิน่าตอบรับพลางยกถาดไม้ขนาดใหญ่ขึ้นมาประคองจานอาหาร
ทว่าเนื่องจากจำนวนจานที่มากถึงเก้าจาน ทำให้ถาดเสิร์ฟดูจะหนักเกินตัวของเธอไปบ้าง
เอลวิน่าสูดหายใจลึกพลางสะบัดมือขวาเบาๆ กลางอากาศขณะประคองถาด
*ฟู่...*
สายลมอุ่นๆ สายหนึ่งพัดโชยออกมาจากปลายนิ้วเรียวบางของเธอเพื่อช่วยพยุงถาดเสิร์ฟ
ถาดไม้ลอยตัวอยู่เหนือฝ่ามือของเธอเล็กลงเล็กลอยไปตามแรงควบคุมอย่างง่ายดาย
เอลวิน่าเดินก้าวเท้าอย่างมั่นคงและเสิร์ฟจานอาหารให้ลูกค้าแต่ละคนอย่างเชี่ยวชาญน่าเอ็นดู
"กะเพราหมูสับเตามนตราร้อนๆ ได้แล้วค่ะ... และข้าวผัดไข่สีทองสำหรับทุกท่านค่ะ!"
จอมเวทเอลฟ์สาวแจกจ่ายจานอาหารด้วยรอยยิ้มสดใสสะกดใจลูกค้าทุกคน
"ขอบใจมากนะแม่นางน้อย... ฝีมือควบคุมลมของเ้าช่างประณีตยิ่งนัก"
เอลฟ์สาวผู้นำกลุ่มกล่าวชมพลางหยิบช้อนตักกะเพราหมูสับเข้าปากเคี้ยว
*อึก...*
ความเงียบสงบโรยตัวลงบนโต๊ะอาหารตัวใหญ่ในทันทีเมื่อทุกคนเริ่มชิมอาหารคำแรก
ใบหน้าของลูกค้าเอลฟ์ทุกคนแปรเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อด้วยพลังงานอุ่นซ่านที่ปะทุขึ้นในอก
"์... รสเผ็ดนี้มันช่างกระตุ้นจิติญญาให้ตื่นตัวยิ่งนัก!"
"ข้าวหอมมะลินี่ก็นุ่มนวลราวกับละลายในปาก!"
"ข้าเหนื่อยล้าจากการล่าสัตว์อสูรมาทั้งคืน ตอนนี้พลังกายกลับมาเต็มร้อยแล้ว!"
ลูกค้าทุกคนก้มหน้าก้มตาทานอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็วปานพายุพัด
เสียงจานชามและเสียงหัวเราะแสดงความพอใจดังประสานอยู่ภายในร้านตลอด่บ่าย
จนกระทั่งอาหารมื้อใหญ่ถูกทานจนเกลี้ยงเกลาไม่มีเม็ดข้าวเหลือแม้แต่เม็ดเดียว
เอลฟ์หัวหน้ากลุ่มเดินมาชำระเงินที่เคาน์เตอร์บาร์ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจอย่างที่สุด
"นี่คือค่าอาหารของพวกเราทั้งหมด... ขอบใจเ้ามากเ้าของร้าน พวกเราจะกลับมาอีกแน่นอน"
เธอวางถุงใส่เงินลงบนโต๊ะเคาน์เตอร์บาร์ไม้เก่าส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งสะกดใจ
"อ๋อ... ข้าแถมสิ่งนี้ให้เ้าด้วย ถือเป็ของฝากจากพวกเรากลุ่มนักล่า" เอลฟ์สาวหยิบห่อผ้าใบไม้ขนาดเล็กส่งให้นนท์ ซึ่งภายในบรรจุหญ้าแห้งสีแดงเพลิงที่ส่งไออุ่นจางๆ ออกมาเบาบาง "มันคือ 'หญ้าเพลิงมนตรา' สมุนไพรฤทธิ์ร้อนที่พวกเราใช้เคี้ยวเพื่อสร้างความอบอุ่นยามต้องออกล่าในป่าลึก ข้าคิดว่าเ้าของร้านฝีมือดีเยี่ยงเ้าน่าจะนำมันไปประยุกต์ปรุงอาหารต้านความหนาวเย็นได้นะ"
นนท์ยิ้มรับและโค้งตัวขอบคุณอย่างสุภาพตามระเบียบพนักงานที่ดี
"ขอบพระคุณมากครับ เดินทางปลอดภัยและยินดีต้อนรับเสมอครับ"
เมื่อลูกค้ากลุ่มใหญ่เดินพ้นประตูหลังร้านกลับสู่ผืนป่าต่างโลกไปแล้ว นนท์ก็กดเปิดหน้าต่างระบบมิติเพื่อตรวจสอบรายได้ของร้านในทันที
*วิ้ง!*
[ คำนวณยอดขายอาหารกลุ่มใหญ่สำเร็จ! ]
[ ได้รับเงิน: 10 เหรียญเงินเอลฟ์ (แปลงระบบมูลค่า: +3,000 บาท) ]
[ ได้รับค่าประสบการณ์ร้านค้า: +100 EXP ]
[ ได้รับแต้มมิติสะสม: +0 แต้ม ]
นนท์เบิกตากว้างมองหน้าต่างระบบด้วยความดีใจ
"สามพันบาทในบ่ายเดียว... การเติบโตมันเร็วขนาดนี้เลยเหรอครับ"
เอลวิน่าเดินมานั่งลงบนเก้าอี้บาร์ข้างๆ พลางปาดเหงื่อบนหน้าผากแต่รอยยิ้มยังสดใส
"เหนื่อยหน่อยนะครับเอลวิน่า วันนี้เก่งมากเลยที่คุมสายลมช่วยเสิร์ฟได้แบบนั้น"
นนท์ยื่นแก้วน้ำเย็นๆ ให้พนักงานเสิร์ฟคนแรกของร้านด้วยความห่วงใย
"ขอบคุณค่ะพี่นนท์! ไม่เหนื่อยเลยค่ะ สนุกมากเลยที่เห็นคนบ้านเกิดชอบอาหารของพี่นนท์!"
เธอรับแก้วน้ำไปดื่มอึกใหญ่จนหมดแก้วพลางส่งยิ้มหวานให้เขา
นนท์หยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กและปากกาขึ้นมาจดบันทึกรายรับของร้านในฝั่งโลกมนุษย์
ตอนนี้เงินบาทสะสมในบัญชีของเขาเพิ่มขึ้นเป็หนึ่งหมื่นห้าพันสองร้อยบาทแล้ว
แต่ความกังวลใจสายหนึ่งก็พาดผ่านดวงตาของชายหนุ่มจนเอลวิน่าสังเกตเห็น
"พี่นนท์มีเื่อะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ? หน้าตาดูเครียดๆ จังเลยค่ะ"
นนท์วางปากกาลงพลางถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยปากปรึกษากับเด็กสาวตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา
"คือ... หนี้สินก้อนแรกฝั่งโลกมนุษย์ของตึกแถวนี้จะครบกำหนดในอีกไม่กี่อาทิตย์แล้วครับ"
"หนี้สินเหรอคะ? มันคืออะไรเหรอคะพี่นนท์?"
เอลวิน่าขมวดคิ้วสงสัยพลางขยับใบหูยาวเข้ามาใกล้เพื่อตั้งใจฟัง
"มันคือเงินที่ผมต้องจ่ายคืนให้กับธนาคารน่ะครับ... งวดแรกห้าหมื่นบาท"
นนท์อธิบายอย่างใจเย็นเพื่อไม่ให้เธอตื่นตระหนกจนเกินไป
"ถ้าเราหาเงินห้าหมื่นบาทนี้ไม่ได้ตามกำหนด ร้านหลบมุมคาเฟ่แห่งนี้อาจจะโดนยึดและปิดตัวลงครับ"
เอลวิน่าเบิกตากว้างทันทีเมื่อได้ยินคำว่าร้านอาจจะโดนปิดตัวลง
"ไม่ได้นะคะ! ร้านนี้เป็บ้านของฉันและพี่นนท์นะ! เอลวิน่าไม่ยอมให้ใครมาปิดร้านเด็ดขาด!"
เธอกล่าวเสียงแข็งแกร่งด้วยแววตาแน่วแน่ไม่มีความกลัวเกรงสักนิดเดียว
"ไม่ต้องห่วงนะคะพี่นนท์! เอลวิน่าจะขยันทำงาน จะช่วยเสิร์ฟให้ไวกว่าเดิมเลยค่ะ!"
"พวกเราต้องเก็บออมเงินบาทให้ได้เยอะๆ และขายดีต่อเนื่องแบบนี้ไปเรื่อยๆ เลยนะคะ!"
คำพูดที่เปี่ยมด้วยพลังใจและดวงตากระตือรือร้นของจอมเวทเอลฟ์สาวทำให้หัวใจของนนท์อุ่นวาบ
ความกังวลที่เคยกดทับไหล่ของเขาสลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสู้ต่อไป
"ขอบคุณมากนะครับเอลวิน่า... พวกเราจะช่วยกันเก็บเงินและสู้ไปด้วยกันนะครับ"
นนท์ยิ้มรับพลางยื่นมือไปลูบหัวพนักงานคนขยันเบาๆ ด้วยความเอ็นดูในความผูกพันที่กำลังเติบโต
---