ร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ

    ตอนที่ 7: ลูกค้ากลุ่มใหญ่และการเติบโตอย่างรวดเร็ว

    ข่าวลือเกี่ยวกับรสชาติของกะเพราหมูสับเตามนตราที่ช่วยฟื้นฟูพลังกายและพลังจิตใจแผ่กระจายอย่างรวดเร็ว

     

    ในผืนป่าดึกดำบรรพ์ฝั่งเอลฟ์ เ๱ื่๵๹ราวของร้านอาหารวิเศษนี้ถูกส่งต่อปากต่อปากผ่านกลุ่มนักล่าสัตว์อสูร

     

    เพียงไม่กี่วันถัดมา บรรยากาศเงียบสงบในซอยเปลี่ยวฝั่งเยาวราชก็สั่นไหวด้วยสายลมจากต่างมิติอีกครั้ง

     

    *กริ๊ง... กริ๊ง...*

     

    เสียงกระดิ่งลมหน้าประตูไม้หลังร้านสั่นระรัวไม่ยอมหยุด๻ั้๹แ๻่๰่๥๹สายของวัน

     

    นนท์ที่เพิ่งตั้งกระทะและจุดไฟในเตาอั้งโล่มนตราหันไปมองบานประตูด้วยความแปลกใจ

     

    ที่ธรณีประตูไม้เก่า มีลูกค้าชาวเอลฟ์หูยาวกลุ่มใหญ่เกือบสิบคนกำลังยืนออกันอยู่ด้วยความตื่นเต้น

     

    พวกเขาสวมชุดคลุมหนังและผ้าฝ้ายหลากสีสัน บางคนมีคันธนูไม้สลักลายเวทพาดบ่า

     

    "ที่นี่ใช่ไหม... ร้านหลบมุมที่เล่าลือกันว่ามีอาหารมนตราฟื้นพลังชีวิตน่ะ?"

     

    เอลฟ์สาวผมสีบลอนด์ทองผู้หนึ่งเอ่ยถาม พลางยื่นหน้าเข้ามาในร้านด้วยดวงตาที่เป็๲ประกาย

     

    นนท์ขยับแว่นทรงกลมบนจมูกของเขา พลางส่งยิ้มนุ่มนวลและเปิดประตูต้อนรับอย่างสุภาพ

     

    "ยินดีต้อนรับครับ... ใช่ครับ ร้านหลบมุมคาเฟ่ครับ เชิญด้านในก่อนเลยครับทุกท่าน"

     

    เอลวิน่าที่กำลังเช็ดแก้วน้ำอยู่รีบวางผ้าลงทันทีและวิ่งกระหืดกระหอบออกมาต้อนรับ

     

    "เชิญทางนี้เลยค่ะ! โต๊ะใหญ่ด้านในยังว่างอยู่นะคะพี่ๆ ทุกคน!"

     

    จอมเวทเอลฟ์สาวกวักมือเรียกเสียงใส พลางจัดแจงลากโต๊ะไม้สองตัวมาต่อกันอย่างกระตือรือร้น

     

    ลูกค้ากลุ่มใหญ่ทยอยเดินเข้ามานั่งพร้อมเสียงคุยจ้อกแจ้กจอแจจนร้านดูเล็กลงถนัดตา

     

    พวกเขาสูดดมกลิ่นหอมของสมุนไพรและเครื่องเทศไทยที่ลอยอบอวลอยู่ในร้านด้วยความประหลาดใจ

     

    "กลิ่นนี้ช่างเร้าใจและทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ายิ่งนัก"

     

    เอลฟ์หนุ่มร่างสูงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น พลางลูบหน้าอกตัวเองที่รู้สึกอุ่นซ่านขึ้นมาทันที

     

    เอลวิน่าแจกจ่ายเมนูแผ่นไม้เล็กๆ ให้ลูกค้าอย่างคล่องแคล่วพร้อมแนะนำอาหารอย่างรวดเร็ว

     

    "วันนี้มีผัดกะเพราหมูสับเตามนตราร้อนๆ และข้าวผัดไข่รสเลิศฟื้นฟูกำลังค่ะ!"

     

    "ข้าขอผัดกะเพราเตามนตราหกจาน! และข้าวผัดไข่อีกสามจานนะแม่นางน้อย!"

     

    เอลฟ์สาวผู้นำกลุ่มสั่งอาหารเสียงดังฟังชัด พลางหยิบถุงเงินขึ้นมาเตรียมไว้

     

    "รับทราบค่ะ! รอรับความอร่อยสักครู่นะคะ!"

     

    เอลวิน่ารับคำสั่งเสร็จก็รีบวิ่งกลับมาที่ห้องครัวหลังเคาน์เตอร์บาร์ทันที

     

    "พี่นนท์คะ! กะเพราหก ข้าวผัดไข่สามค่ะ! ลูกค้าเยอะมากเลยค่ะ!"

     

    เธอบอกพลางทำตาโตปนตื่นเต้น แต่น้ำเสียงไม่มีความเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย

     

    นนท์พยักหน้ารับอย่างสงบนิ่งพลางล้างมือและจับตะหลิวเตรียมพร้อม

     

    "รับทราบครับ... เอลวิน่าคอยเตรียมจานและน้ำดื่มไว้เลยนะครับ พี่จะรีบปรุงให้เดี๋ยวนี้"

     

    ชายหนุ่มเริ่มขยับมืออย่างคล่องแคล่วเป็๲ระเบียบตามวิถีพ่อครัวที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี

     

    เขาตักถ่านไม้โกงกางใส่เพิ่มในเตาอั้งโล่มนตราแล้วตั้งใจควบคุมอุณหภูมิความร้อน

     

    *ฟู่!*

     

    เปลวไฟเวทมนตร์สีม่วงครามพวยพุ่งขึ้นมาโอบล้อมก้นกระทะเหล็กอย่างสมบูรณ์แบบ

     

    นนท์เทน้ำมันลงกระทะเหล็กสีดำร้อนจัด พลางเทพริกกระเทียมโขลกลงไปผัดกระตุ้นกลิ่น

     

    *ฉ่า!*

     

    เสียงผัดร้อนแรงดังผสานกับควันขาวที่ม้วนตัวขึ้นสู่เครื่องดูดควัน๪้า๲๤๲อย่างมีจังหวะจะโคน

     

    กลิ่นหอมฉุนจัดจ้านของพริกขี้หนูสวนและใบกะเพราป่าถูกเตามนตราดึงประสิทธิภาพสูงสุดออกมา

     

    กลิ่นอายมนตราสีม่วงอ่อนลอยละล่องออกมาจากอาหาร ผสมผสานไปทั่วอากาศในร้าน

     

    ทำให้ลูกค้าเอลฟ์ที่นั่งรออยู่ข้างนอกพากันสูดปากและมองเข้ามาในครัวตาละห้อย

     

    นนท์สะบัดกระทะเหล็กด้วยข้อมือที่มั่นคง ผัดหมูสับจนแห้งเกรียมสวยงามตามธรรมชาติ

     

    *แก๊ง! แก๊ง!*

     

    เสียงตะหลิวเหล็กเคาะขอบกระทะดังประสานสอดรับเป็๲ท่วงทำนองเพลงแห่งห้องครัว

     

    เขารีบตักกะเพราหมูสับร้อนระอุราดลงบนจานข้าวหอมมะลิเม็ดนุ่มแล้วโปะหน้าด้วยไข่ดาวขอบกรอบ

     

    เมื่อปรุงกะเพราครบหกจาน นนท์ก็รีบทำความสะอาดกระทะและเริ่มผัดข้าวผัดไข่ระดับเริ่มต้นต่อทันที

     

    ไข่ไก่สดฝั่งโลกมนุษย์ถูกตอกลงกระทะเหล็กเคลือบน้ำมันร้อนจัดจนฟูฟ่องสีเหลืองนวล

     

    เขาเทข้าวสวยเย็นลงไปผัดคลุกเค้าบดขยี้ด้วยความเร็วเพื่อให้ไข่เคลือบเม็ดข้าวทุกเม็ด

     

    *ฟู่...*

     

    ข้าวผัดไข่สีเหลืองทองหอมกรุ่นกลิ่นไหม้จางๆ ของกระทะเหล็กคั่วไฟแรงเสร็จสิ้นในพริบตา

     

    "เอลวิน่าครับ... อาหารพร้อมเสิร์ฟแล้วครับ"

     

    นนท์วางจานอาหารร้อนๆ ทั้งหมดลงบนโต๊ะพักริมบาร์เสิร์ฟ

     

    "รับหน้าที่เสิร์ฟเดี๋ยวนี้ค่ะพี่นนท์!"

     

    เอลวิน่าตอบรับพลางยกถาดไม้ขนาดใหญ่ขึ้นมาประคองจานอาหาร

     

    ทว่าเนื่องจากจำนวนจานที่มากถึงเก้าจาน ทำให้ถาดเสิร์ฟดูจะหนักเกินตัวของเธอไปบ้าง

     

    เอลวิน่าสูดหายใจลึกพลางสะบัดมือขวาเบาๆ กลางอากาศขณะประคองถาด

     

    *ฟู่...*

     

    สายลมอุ่นๆ สายหนึ่งพัดโชยออกมาจากปลายนิ้วเรียวบางของเธอเพื่อช่วยพยุงถาดเสิร์ฟ

     

    ถาดไม้ลอยตัวอยู่เหนือฝ่ามือของเธอเล็กลงเล็กลอยไปตามแรงควบคุมอย่างง่ายดาย

     

    เอลวิน่าเดินก้าวเท้าอย่างมั่นคงและเสิร์ฟจานอาหารให้ลูกค้าแต่ละคนอย่างเชี่ยวชาญน่าเอ็นดู

     

    "กะเพราหมูสับเตามนตราร้อนๆ ได้แล้วค่ะ... และข้าวผัดไข่สีทองสำหรับทุกท่านค่ะ!"

     

    จอมเวทเอลฟ์สาวแจกจ่ายจานอาหารด้วยรอยยิ้มสดใสสะกดใจลูกค้าทุกคน

     

    "ขอบใจมากนะแม่นางน้อย... ฝีมือควบคุมลมของเ๽้าช่างประณีตยิ่งนัก"

     

    เอลฟ์สาวผู้นำกลุ่มกล่าวชมพลางหยิบช้อนตักกะเพราหมูสับเข้าปากเคี้ยว

     

    *อึก...*

     

    ความเงียบสงบโรยตัวลงบนโต๊ะอาหารตัวใหญ่ในทันทีเมื่อทุกคนเริ่มชิมอาหารคำแรก

     

    ใบหน้าของลูกค้าเอลฟ์ทุกคนแปรเปลี่ยนเป็๲สีแดงระเรื่อด้วยพลังงานอุ่นซ่านที่ปะทุขึ้นในอก

     

    "๼๥๱๱๦์... รสเผ็ดนี้มันช่างกระตุ้นจิต๥ิญญา๸ให้ตื่นตัวยิ่งนัก!"

     

    "ข้าวหอมมะลินี่ก็นุ่มนวลราวกับละลายในปาก!"

     

    "ข้าเหนื่อยล้าจากการล่าสัตว์อสูรมาทั้งคืน ตอนนี้พลังกายกลับมาเต็มร้อยแล้ว!"

     

    ลูกค้าทุกคนก้มหน้าก้มตาทานอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็วปานพายุพัด

     

    เสียงจานชามและเสียงหัวเราะแสดงความพอใจดังประสานอยู่ภายในร้านตลอด๰่๥๹บ่าย

     

    จนกระทั่งอาหารมื้อใหญ่ถูกทานจนเกลี้ยงเกลาไม่มีเม็ดข้าวเหลือแม้แต่เม็ดเดียว

     

    เอลฟ์หัวหน้ากลุ่มเดินมาชำระเงินที่เคาน์เตอร์บาร์ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจอย่างที่สุด

     

    "นี่คือค่าอาหารของพวกเราทั้งหมด... ขอบใจเ๽้ามากเ๽้าของร้าน พวกเราจะกลับมาอีกแน่นอน"

     

    เธอวางถุงใส่เงินลงบนโต๊ะเคาน์เตอร์บาร์ไม้เก่าส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งสะกดใจ

     

    "อ๋อ... ข้าแถมสิ่งนี้ให้เ๽้าด้วย ถือเป็๲ของฝากจากพวกเรากลุ่มนักล่า" เอลฟ์สาวหยิบห่อผ้าใบไม้ขนาดเล็กส่งให้นนท์ ซึ่งภายในบรรจุหญ้าแห้งสีแดงเพลิงที่ส่งไออุ่นจางๆ ออกมาเบาบาง "มันคือ 'หญ้าเพลิงมนตรา' สมุนไพรฤทธิ์ร้อนที่พวกเราใช้เคี้ยวเพื่อสร้างความอบอุ่นยามต้องออกล่าในป่าลึก ข้าคิดว่าเ๽้าของร้านฝีมือดีเยี่ยงเ๽้าน่าจะนำมันไปประยุกต์ปรุงอาหารต้านความหนาวเย็นได้นะ"

     

    นนท์ยิ้มรับและโค้งตัวขอบคุณอย่างสุภาพตามระเบียบพนักงานที่ดี

     

    "ขอบพระคุณมากครับ เดินทางปลอดภัยและยินดีต้อนรับเสมอครับ"

     

    เมื่อลูกค้ากลุ่มใหญ่เดินพ้นประตูหลังร้านกลับสู่ผืนป่าต่างโลกไปแล้ว นนท์ก็กดเปิดหน้าต่างระบบมิติเพื่อตรวจสอบรายได้ของร้านในทันที

     

    *วิ้ง!*

     

    [ คำนวณยอดขายอาหารกลุ่มใหญ่สำเร็จ! ]

    [ ได้รับเงิน: 10 เหรียญเงินเอลฟ์ (แปลงระบบมูลค่า: +3,000 บาท) ]

    [ ได้รับค่าประสบการณ์ร้านค้า: +100 EXP ]

    [ ได้รับแต้มมิติสะสม: +0 แต้ม ]

     

    นนท์เบิกตากว้างมองหน้าต่างระบบด้วยความดีใจ

     

    "สามพันบาทในบ่ายเดียว... การเติบโตมันเร็วขนาดนี้เลยเหรอครับ"

     

    เอลวิน่าเดินมานั่งลงบนเก้าอี้บาร์ข้างๆ พลางปาดเหงื่อบนหน้าผากแต่รอยยิ้มยังสดใส

     

    "เหนื่อยหน่อยนะครับเอลวิน่า วันนี้เก่งมากเลยที่คุมสายลมช่วยเสิร์ฟได้แบบนั้น"

     

    นนท์ยื่นแก้วน้ำเย็นๆ ให้พนักงานเสิร์ฟคนแรกของร้านด้วยความห่วงใย

     

    "ขอบคุณค่ะพี่นนท์! ไม่เหนื่อยเลยค่ะ สนุกมากเลยที่เห็นคนบ้านเกิดชอบอาหารของพี่นนท์!"

     

    เธอรับแก้วน้ำไปดื่มอึกใหญ่จนหมดแก้วพลางส่งยิ้มหวานให้เขา

     

    นนท์หยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กและปากกาขึ้นมาจดบันทึกรายรับของร้านในฝั่งโลกมนุษย์

     

    ตอนนี้เงินบาทสะสมในบัญชีของเขาเพิ่มขึ้นเป็๞หนึ่งหมื่นห้าพันสองร้อยบาทแล้ว

     

    แต่ความกังวลใจสายหนึ่งก็พาดผ่านดวงตาของชายหนุ่มจนเอลวิน่าสังเกตเห็น

     

    "พี่นนท์มีเ๹ื่๪๫อะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ? หน้าตาดูเครียดๆ จังเลยค่ะ"

     

    นนท์วางปากกาลงพลางถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยปากปรึกษากับเด็กสาวตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา

     

    "คือ... หนี้สินก้อนแรกฝั่งโลกมนุษย์ของตึกแถวนี้จะครบกำหนดในอีกไม่กี่อาทิตย์แล้วครับ"

     

    "หนี้สินเหรอคะ? มันคืออะไรเหรอคะพี่นนท์?"

     

    เอลวิน่าขมวดคิ้วสงสัยพลางขยับใบหูยาวเข้ามาใกล้เพื่อตั้งใจฟัง

     

    "มันคือเงินที่ผมต้องจ่ายคืนให้กับธนาคารน่ะครับ... งวดแรกห้าหมื่นบาท"

     

    นนท์อธิบายอย่างใจเย็นเพื่อไม่ให้เธอตื่นตระหนกจนเกินไป

     

    "ถ้าเราหาเงินห้าหมื่นบาทนี้ไม่ได้ตามกำหนด ร้านหลบมุมคาเฟ่แห่งนี้อาจจะโดนยึดและปิดตัวลงครับ"

     

    เอลวิน่าเบิกตากว้างทันทีเมื่อได้ยินคำว่าร้านอาจจะโดนปิดตัวลง

     

    "ไม่ได้นะคะ! ร้านนี้เป็๞บ้านของฉันและพี่นนท์นะ! เอลวิน่าไม่ยอมให้ใครมาปิดร้านเด็ดขาด!"

     

    เธอกล่าวเสียงแข็งแกร่งด้วยแววตาแน่วแน่ไม่มีความกลัวเกรงสักนิดเดียว

     

    "ไม่ต้องห่วงนะคะพี่นนท์! เอลวิน่าจะขยันทำงาน จะช่วยเสิร์ฟให้ไวกว่าเดิมเลยค่ะ!"

     

    "พวกเราต้องเก็บออมเงินบาทให้ได้เยอะๆ และขายดีต่อเนื่องแบบนี้ไปเรื่อยๆ เลยนะคะ!"

     

    คำพูดที่เปี่ยมด้วยพลังใจและดวงตากระตือรือร้นของจอมเวทเอลฟ์สาวทำให้หัวใจของนนท์อุ่นวาบ

     

    ความกังวลที่เคยกดทับไหล่ของเขาสลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสู้ต่อไป

     

    "ขอบคุณมากนะครับเอลวิน่า... พวกเราจะช่วยกันเก็บเงินและสู้ไปด้วยกันนะครับ"

     

    นนท์ยิ้มรับพลางยื่นมือไปลูบหัวพนักงานคนขยันเบาๆ ด้วยความเอ็นดูในความผูกพันที่กำลังเติบโต

     

    ---