นาฬิกาในห้องพยาบาลแสดงเวลาตี3.20 น. วิทย์กับบัวแทบไม่ได้นอนทั้งคืนมะปรางมีอาการไข้ขึ้นสูงจนมีอาการเพ้อบางครั้ง ทำให้บัวต้องใช้ผ้าชุบน้ำมาประคบให้ไข้ลดบางครั้งต้องเช็คแขนขาด้วยความระมัดระวัง ส่วนวิทย์ต้องขับรถออกไปหาซื้อยาลดไข้เพราะว่ายาสำรองในห้องพยาบาลหมดพอดี
“37.8ไข้ลดลงบ้างละ ค่อยยังชั่วหน่อย”บัวรีบแชทไปบอกวิทย์ทันที
“ยังมีอาการเพ้ออยู่ป่ะ?”
“ตอนนี้ไม่แล้วค่ะพีวิทย์น้องหลับสนิทแล้วค่ะ...พี่วิทย์ถึงไหนแล้วพี่?”
“ซื้อยามาแล้วกำลังกลับ...ไม่เกิน 5 นาที”
ครูหนึ่งกับครูเพ็ญศรีกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในห้องพยาบาลด้วยสีหน้ากังวลอย่างมากพร้อมกับหิ้วถุงผ้าที่มียาติดมือมาด้วย “ครูหยิบยามาหมดตู้เลยไม่รู้เอายาอะไรมาบ้าง!!!”ครูเพ็ญศรีรีบยื่นให้บัวทันที
“ตอนนี้ไข้ลดลงแล้วค่ะ”
“จากอาการอักเสบใช่ไหม?”ครูหนึ่งพยายามมองรอยบาดเจ็บตำแหน่งต่างๆบนตัวมะปราง
“คุณหมอบอกว่าอาจจะมีอาการในช่วง2-3 วันแรกค่ะ”
“แล้วคุณหมอไม่ได้ให้ยาลดไข้มาเหรอ?”
“หนูไม่แน่ใจว่ายาหล่นหายไปไหนน่าจะตอนขึ้นรถตู้ แต่ตอนที่รับยามา คุณหมอจัดยาลดไข้มาด้วยค่ะ...แล้วยาลดไข้ในสต๊อกก็ดันมาหมดพร้อมกันอีกเป็นความผิดหนูเองที่สะเพร่าไม่รอบคอบ ไม่ดูให้ดีก่อน”
“อย่าโทษตัวเองแบบนั้นไปกันแค่ 5 คนแต่ต้องทำทุกอย่างเองทั้งหมด”ครูหนึ่งเห็นบัวหน้าเสียจนต้องรีบพูดปลอบใจทันที “ไม่เป็นไรๆไม่มีใครโทษบัวหรอก”
“ค่ะครูหนึ่งต่อไปหนูจะรอบคอบให้มากกว่านี้ ครั้งนี้หนูไม่เช็คให้ดีจริงๆ ค่ะ”
“ผมว่าบัวไปนอนพักผ่อนดีกว่าเดินทางเหนื่อยมาทั้งวันแล้วยังไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืนอีกเดี๋ยวจะไม่ไหวล้มป่วยอีกคน...ตอนนี้ผมอยู่กับครูเพ็ญศรี ไม่ต้องเป็นห่วง”
ด้วยความหนื่อยและอ่อนล้าอย่างถึงที่สุดบัวเดินแบบคนหมดแรงทิ้งตัวลงไปนอนแบบทั้งตัว ครูเพ็ญศรีเห็นผ้าห่มพับอยู่ในตู้กระจกก็เลยเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มมาให้บัว“พักผ่อนก่อน ครูดูมะปรางต่อเอง...”
มะปรางยังคงหลับสนิทจากผลของอาการอักเสบบางครั้งบางจังหวะส่งเสียงเพ้อฟังไม่ได้ศัพท์ออกมาบ้างครูหนึ่งต้องเปลี่ยนผ้าประคบใหม่ “พี่...พ.ล.อ.ย..หนู..ไม่..ได้..ตั้ง..ใจ”
“มะปรางเพ้อว่าอะไรครูเพ็ญศรีฟังทันไหม? เมื่อกี้ผมฟังไม่ถนัด?” ครูหนึ่งหันไปถามครูเพ็ญศรี
“เหมือนกับพูดว่า...พี่พลอยหนูไม่ได้ตั้งใจ”
แสงแดดยามเช้าส่องลอดหน้าต่างขนาดเล็กด้านบนตรงมายังวิทย์กับบัวมีเสียงเด็กนักเรียนพูดดังเข้ามาเป็นระยะๆ สลับกับเสียงไก่ขันยามเช้าจนทำให้ทั้ง 2คนสะดุ้งตื่นขึ้นมาในเวลาใกล้เคียงกัน
“ตายแล้ว!!!สายแล้วๆๆๆ กี่โมงแล้วคะ?”
ทั้ง 2คนหันไปมองนาฬิกาบนกำแพงด้านหนึ่งแสดงเวลา 6.50 น.เริ่มมีเด็กนักเรียนทะยอยมาโรงเรียนกันบ้างแล้วหลายคนมายืนดูตรงประตูทางเข้าห้องพยาบาล
“วันนี้พี่บัวตื่นสายเหรอคะ?”เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งเอ่ยปากถาม
“พี่เพิ่งตื่นๆๆค่ะ” บัวงัวเงียตอบแบบสติยังมาไม่ครบ
วิทย์รีบเดินมาดูมะปรางทันทีเธอยังคงนอนหลับสนิทมีเหงื่อบริเวณใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด “น้องยังมีไข้อีกนิดหน่อย...วันนี้บัวไม่ต้องไปไหนเฝ้าน้อง” วิทย์เหลือบเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆที่ครูหนึ่งกับครูเพ็ญศรีเขียนไว้
“ครูเพ็ญศรีเช็ดตัวให้น้องตอน6 โมงเช้า พวกผมออกไปตอน 6.30 น. ไปพบครูใหญ่ที่บ้านพัก กำลังจะไปเยี่ยมโอ๋กับต้อม...ครูหนึ่งครูเพ็ญศรี”
พลอยกึ่งเดินกึ่งวิ่งด้วยอาการร้อนใจเป็นอย่างมากแหวกเด็กนักเรียนที่ยืนจับกลุ่มกันอยู่หน้าประตูห้องพยาบาล “พี่หมอครูหนึ่งบอกหนูว่า มะปราง, โอ๋, ต้อมไข้ขึ้นกันหมด ตอนนี้เป็นยังงัยบ้างคะ?”
“ตอนนี้ยังตัวร้อนแต่ดีกว่าเมื่อคืนเยอะแล้ว”วิทย์พูดไปพลางหยิบถังน้ำเดินไปทางห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนน้ำใหม่
“ตั้งแต่กลับมาถึงที่นี่หลับสนิทยาวจนถึงตอนนี้” บัวพูดเสริมวิทย์ทันที
บัวพูดไม่ทันจบประโยคดีอยู่ๆ ก็มีเสียงโวยวายดังมาจากทางสนามฟุตบอลไม่นานนักเห็นมีเด็กนักเรียนหลายคนวิ่งเข้ามาที่ห้องพยาบาลหน้าตาตื่น “พี่หมอๆๆพี่บัวๆๆ มีคนเป็นลมๆๆๆ มีคนเป็นลม....กลางสนามบอลๆๆ”
วิทย์กำลังยืนอยู่หน้าห้องน้ำรีบโยนถังน้ำทิ้งทันทีส่วนบัวเปิดตู้ด้านข้างหยิบกระเป๋าพยาบาลกับเป้รีบวิ่งออกไปไม่ห่างนัก “พลอย!!พี่ฝากเฝ้าปรางด้วย!!!”
วิทย์กับบัวรีบวิ่งสุดชีวิตตรงไปที่กลางสนามบอลเห็นเด็กกลุ่มใหญ่กำลังยืนมุงดูอยู่จำนวนมาก มีเด็ก 2คนใช้หนังสือพัดเด็กที่เป็นลมกลางสนามฟุตบอล ส่วนอีกคนหนึ่งกำลังปลดกระดุมเม็ดบน วิทย์หันไปมองสีหน้าเด็กผู้หญิงม.ปลายคนหนึ่งหน้าซีดเผือกอย่างเห็นได้ชัด นอนแน่นิ่งไม่ได้สติ
“มีภาวะหยุดหายใจ!!!”บัวหันไปบอกวิทย์ทันที “เด็กๆอย่ามุงๆๆ ให้อากาศถ่ายเทๆๆ ออกไปๆๆ”
วิทย์ไม่รอช้ารีบทำCPR (ปั๊มหัวใจ) ทันทีภาพตัดกลับไปในสมัยอดีตที่ยังทำหน้าที่อยู่ในกรุงเทพ ทั้ง 2คนเคยเข้ารับการอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ตัดสลับกลับมาที่ปัจจุบันวิทย์ยังคงปั๊มหัวใจอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บัวรีบตะโกนเสียงดังลั่น “ใครมีโทรศัพท์โทรหากู้ชีพด่วนๆๆ...ใครก็ได้ โทรเดี๋ยวนี้เลย!!!”
วิทย์ยังคงปั๊มหัวใจอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเด็กมีอาการสะดุ้งขึ้นมาและเริ่มมีท่าทีหายใจเองได้บ้างแล้วบัวรีบขอสมุดหนังสือจากเด็กที่ยืนอยู่ข้างๆ เอามาพัดให้อากาศถ่ายเทยิ่งขึ้นจนกระทั่งเด็กเริ่มหายใจแรงขึ้นและลืมตาขึ้นมาได้ ทำให้วิทย์กับบัวถอนหายใจโล่ง
“เป็นงัยบ้าง?โอเคไหม? ไม่ต้องพูดใช้พยักหน้าก็ได้”วิทย์รีบถามทันที
ท่าทีที่เด็กตอบรับทำให้ทั้งสถานการณ์คลื่คลายลงเป็นอย่างมาก
ในขณะเดียวกันมะปรางเริ่มมีอาการเพ้อขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งพลอยสังเกตที่ใบหน้ามีเหงื่อออกจำนวนมาก พลอยรีบเดินไปที่ห้องน้ำหยิบถังน้ำมาทันที
“น้องตัวร้อนจี๋เลย!!!”
พลอยค่อยๆใช้ผ้าเช็ดที่ใบหน้าและต้นแขนด้วยความระมัดระวัง มะปรางยังคงเพ้ออย่างต่อเนื่องฟังไม่ศัพท์ ต้องใช้ผ้าซับน้ำมาเช็ดที่หน้าอีกรอบพลอยพยายามฟังว่าปรางเพ้ออะไรอยู่
“พี่...พ.ล.อ.ย...หนู...ไม่...ได้...ตั้ง...ใจ...หนู.ไม่ได้...ตั้ง...ใจ”
“หนูจะไป...ก.กรุง...เทพ...หนู..จ..จะ...ไปหา...เงิน...หนู...หน..หนู...”
“ค..ครูเพ็ญ...ศรี...อย่า...ปิดชม...รม..ด.ดนตรี...ของ...พวกหนู...”
หลังจากที่พลอยจับใจความในสิ่งที่มะปรางเพ้อออกมาทำให้น้ำตาของเธอไหลนองแก้มทันทีจนต้องปาดน้ำตา เวลานี้ทำได้เพียงแค่เสียใจกับสิ่งที่ตัวเองเคยทำกับมะปรางพลอยคุมอารมณ์ตัวเองแทบไม่ได้จนต้องร้องไห้โฮออกมา
“พี่ขอโทษๆๆๆพี่ขอโทษ เป็นความผิดของพี่คนเดียว”
“พี่ขอโทษ...”พลอยก้มหน้าแนบลำตัวของมะปรางร้องไห้เสียใจอย่างหนัก ได้แต่พูดตัดพ้อในขณะที่มะปรางยังคงหลับเพราะพิษจากไข้
ในขณะเดียวกันรถกู้ภัยฉุกเฉินรีบนำตัวเด็กออกจากโรงเรียนทันทีมีครูอีก2 คนติดรถไปด้วย ทำให้วิทย์กับบัวผ่อนคลายลงเป็นอย่างมาก “ค่อยยังชั่วหน่อยเด็กถึงมือหมอละ”
วิทย์กับบัวเดินกลับมาที่ห้องเห็นดวงตาพลอยแดงกล่ำในมือถือผ้าเช็ดหน้า
“เกิดอะไรขึ้น!...มีอะไรเหรอพลอย?”บัวรีบวิ่งเข้าไปโอบกอดพลอยทันที
“เมื่อกี้นี้ปรางเพ้อออกมาเยอะมากค่ะ...พี่บัวรู้ไหมว่าน้องเพ้ออะไร?”
บัวไม่ได้ตอบอะไรทำได้เพียงแค่พยักหน้าตอบรับกอดพลอยแน่นขึ้นพร้อมกับเอามือลูปหัวทำให้พลอยต้องร้องไห้โฮออกมาอย่างหนักอีกครั้งหนึ่ง “หนูไม่น่าทำแบบนี้กับน้องจริงๆ...หนูเสียใจมากค่ะพี่บัวเสียใจมากที่สุดในชีวิตของหนูเลยนะคะ”
“ไม่เป็นไรๆๆทุกอย่างผ่านไปแล้ว...ตอนที่อยู่กรุงเทพ ปรางไม่เคยโกรธพลอยสักนิดมุ่งแต่ฝึกซ้อมเพื่อพลอยและทุกคนในชมรม ไม่ต้องเสียใจนะ...เข้าใจไหม?”
“พี่บัว...วันนี้หนูไม่เข้าเรียนนะหนูขออยู่เฝ้าไข้น้องดีกว่า”
“จะดีเหรอ?”วิทย์หันมาถามย้ำ
“ไม่เป็นไรหรอกพี่พลอยก็ไม่ใช่เด็กเกเรอะไร นิดหน่อยคงไม่เป็นไร”บัวหันมาตอบคำถามวิทย์แทนพลอย
วันนี้พ่อกับแม่ปรางไม่ได้ขายของในตลาดสีหน้ามีกังวลเล็กน้อย กำลังทำข้าวต้มไปให้ลูกสาวที่นอนพักฟื้นอยู่ที่โรงเรียน “ครูหนึ่งบอกว่าตอนนี้อาการปรางทรงตัวไข้เริ่มลดลงแล้วล่ะพ่อ...ตอนนี้พี่พลอยกับพี่บัวดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนวิทย์ออกไปเยี่ยมโอ๋กับต้อมที่บ้าน”
“ถ้าลูกอาการดีขึ้นพ่อว่าให้มานอนพักที่บ้านก็แล้วกัน”
“แม่ก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันพ่อ...”
บัวยังคงมีอาการอ่อนล้าอย่างต่อเนื่องต้องนอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานในขณะที่พลอยกำลังทำความสะอาดห้องพยาบาลมะปรางเริ่มรู้สึกตัวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เห็นหลังของพลอยอยู่ไกลๆเธอพยายามลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ
“พี่พลอย...สวัสดีค่ะ”มะปรางเริ่มทักพี่พลอยพร้อมกับยกมือไหว้ “หนูหลับไปนานขนาดไหนคะพี่พลอย?”
พลอยไม่ได้ยกมือไหว้ตอบรับแต่โยนไม้กวาดทิ้งแล้ววิ่งโผเข้าไปกอดมะปรางทันที
“มะปรางพี่ขอโทษๆๆ พี่ผิดไปแล้ว...พี่ไม่น่าทำแบบนี้เลย...พี่ขอโทษ”พลอยพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้นจนมะปรางรับรู้ความรู้สึกผ่านอ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่น
“หนูไม่เคยโกรธหรือเกลียดพี่พลอยสักนิด...รวมถึงทุกๆคนในชมรมด้วยค่ะ”
เสียงร้องไห้ของพลอยทำให้บัวสะดุ้งตื่นภาพแรกที่เธอลืมตาขึ้นมา เห็นความขี้แยของพลอยในอ้อมกอดของมะปรางสร้างรอยยิ้มอย่างมีความสุขให้กับบัวอย่างมาก
“มิตรภาพของทั้ง2 คนไม่เคยจางหายไปไหน...พี่ดีใจที่ได้เห็นภาพที่น่าประทับใจแบบนี้”
หลังจากอาการของมะปรางดีขึ้นพ่อกับแม่ตัดสินใจพากลับไปพักฟื้นที่บ้าน วิทย์อาสาเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปเยี่ยมมะปราง,โอ๋และต้อม
3วันต่อมา...
“พ่อๆเช้าวันนี้แม่ว่าจะหยุดขาย กะว่าจะพาปรางไปเดินในตัวเมืองหน่อยนอนอุดอู้ในห้องมาตั้ง 3 วัน ป่านนี้คงเบื่อแย่แล้วละมั๊ง?”
“อืมๆๆก็ดีเหมือนกันแม่ ให้ลูกได้ยืดเส้นยืดสายสักหน่อย”
พ่อยังพูดไม่ทันขาดคำดีหันไปเห็นมะปรางแต่งชุดนักเรียนเดินลงมาจากบันไดทำให้ทั้ง 2 คนแปลกใจมาก
“นี่ลูกแต่งชุดนักเรียนทำไม!!อย่าบอกนะว่าวันนี้จะไปโรงเรียน...แม่ไม่ให้ไปจะไปได้ยังงัยเจ็บยังหายไม่สนิทเลย ไปเรียนไม่ได้หรอก แม่ไม่ให้ไปเด็ดขาด!...ครูใหญ่ให้หยุดเรียนได้1 อาทิตย์ นี่เพิ่ง 3 วันเองนะ”
“แม่!!!เขามีแต่อยากให้ลูกไปโรงเรียนแต่แม่ห้ามหนูไปโรงเรียน ไม่เอาๆๆ หนูไม่นอนแล้ว อยู่แต่ในห้องเบื่อจะตายอยู่แล้วให้กินแล้วก็นอน หนูเบื่อแล้ว!...วันนี้หนูจะไปโรงเรียนแล้ว!!!”
“หายดีแล้วเหรอลูก?”
“พอที่จะเดินได้แล้วแหละแม่เฝือกถอดออกตั้งหลายวันละ หนูแค่ออกแรงไม่ได้แต่ก็ดีขึ้นตั้งเยอะ...ถ้าหนูเดินช้าๆไม่ต้องวิ่ง หนูก็เดินได้แล้ว...สภาพแบบนี้ หนูคงไม่ไปตีกับใครหรอกค่ะแม่”
“ถ้าลูกจะไป...ถ้างั้นเดี๋ยวพ่อไปส่ง”
“ไม่เป็นไรหรอกพ่อ...หนูนั่งรถ2 แถวแค่ 5 นาทีก็ถึงโรงเรียนแล้ว พ่อกับแม่ไปขายของนะคะ ไม่ต้องห่วงหนูหรอก ตอนนี้หนูโอเคแล้วค่ะ”
********************