แอชเชอร์ยืนนิ่งพลางมองดูเศษไม้ที่หลุดออกมาจากคอ หลังจากาแบริเวณคอของเขาถูกรักษาด้วยระบบให้กลับมาเป็ปกติ กระดูกบางท่อนที่หักไปนี้พวกมันก็ต่อกลับมาเป็เหมือนเดิม กระทั่งเขาได้ยินเสียงของระบบ แอชเชอร์ก็เริ่มสำรวจตัวเอง
[ ทำการรักษาเสร็จสิ้น ระบบตรวจพบพลังไม่เพียงพอจึงสามารถรักษาร่างของโฮสให้กลับมาปกติได้เพียง 82 % เท่านั้น กรุณาตามหาฟอสเอนเนอร์จี้หาก้ารักษาจนสภาพร่างกายกลับมาเป็ปกติ 100 %]
[แจ้งเตือน ในระยะ 50 เมตรมีเพียงแค่ท่านเท่านั้น ระบบหลักจะทำการปิดตัวลงในอีก 10 วินาที]
แอชเชอร์ััได้ว่าความแข็งแกร่งที่ได้รับมาค่อยๆหายไปหลังจากมอนสเตอร์ที่เขาฆ่าตาย จนเขากลับมาเป็มนุษย์ปกติดังเดิม ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาจึงใช้โอกาสนี้ถามระบบ เพื่อจัดการกับขอบเขตของมัน
เขาอยากรู้ว่าระบบ 1 - 1 มีข้อจำกัดในการทำงานอย่างไรบ้าง เขาสามารถใช้มันได้ในตอนไหนแล้วมันมีลูกเล่นอะไร เขาจำเป็ต้องรู้ให้หมดจะได้หาประโยชน์จากสถานการณ์ในตอนนี้ ที่มอนสเตอร์ถูกฆ่าด้วยกลุ่มคนลึกลับแล้วพวกมันยังไม่ถูกเก็บชิ้นส่วนและแหล่งพลังงานไป ในอดีตเขาจำได้ว่าจะมีกองทัพเดินทางมาถึง จึงหมายความว่าหลายอย่างที่นี่จะต้องถูกเก็บเขาจึงต้องใช้โอกาสนี้ทำประโยชน์ให้ได้มากที่สุด
“ระบบ แกเป็อะไรกันแน่”
[ ยืนยันคำถามจากโฮสต์ ระบบเป็ฟังก์ชันช่วยเหลือโฮสต์เพื่อพัฒนาโฮสต์ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น]
“บอกความสามารถของระบบมาทั้งหมดว่าแกทำอะไรได้บ้าง”
[ยืนยันคำสั่งจากโฮสต์…]
[ทำการเปิดเผยความสามารถของระบบ…]
[ปัจจุบันโอสต์สามารถใช้ได้เพียง 4 ฟังก์ชันจากระบบเพียงเท่านั้น โปรดพัฒนาระบบสู่ระดับถัดไป]
[ฟังก์ชันที่ 1 ปรับแต่งพลัง หากในระยะ 50 เมตรมีเพียงแค่ท่านและศัตรูสองคนเท่านั้น ถ้าศัตรูแข็งแกร่งกว่าระบบจะทำการปรับพลังของท่านให้เท่ากับศัตรู ]
[ฟังก์ชันที่ 2 เสริมแกร่งอุปกรณ์ โฮสต์สามารถเสริมประสิทธิภาพให้กับอุปกรณ์ได้ด้วยแต้มสถานะ 1 แต้ม ]
[ฟังก์ชันที่ 3 เสริมแกร่งร่างกาย โฮสต์สามารถเพิ่มความสามารถทางด้านร่างกายได้ 3 ด้าน ได้แก่ พลังโจมตี พลังป้องกัน ความเร็ว ด้วยการดูดซับฟอสเอนเนอร์จี้เข้ามาในร่างกายในอัตรา 100 พลังฟอสเอนเนอร์จี้ต่อ 1 แต้มสถานะ]
[ฟังก์ชันที่ 4 ตรวจสอบ โฮสต์สามารถตรวจสอบสิ่งต่างๆได้ด้วยการสั่งการ ยกตัวอย่างเช่น ตรวจสอบก้อนหิน ตรวจสอบต้นไม้ ตรวจสอบมนุษย์และตรวจสอบมอนสเตอร์เป็ต้น]
แอชเชอร์เท้าคางวิเคราะห์สิ่งที่เขาได้ยิน ด้วยการอธิบายของระบบเกี่ยวกับความสามารถของมันทำให้เขารู้สึกสนใจมาก
ฟังก์ชันที่ 1 จากที่เขาคิดหมายความว่าถ้าในระยะ 50 เมตรมีเพียงแค่เขาและศัตรู 2 คน ต่อให้ศัตรูของเขาจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน เขาจะถูกปรับแต่งพลังจนทัดเทียมกับมัน สิ่งที่ใช้ตัดสินคงเป็ประสบการณ์และสิ่งที่พกมาต่อสู้
ฟังก์ชันที่ 2 เสริมแกร่งอุปกรณ์ หากเขาเดาไม่ผิดคงจะเป็การเสริมความคงทน เสริมคม ให้กับอาวุธโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการหลอมสร้างขึ้นมาใหม่ เพียงแค่เขาใช้แต้มสถานะ 1 แต้มเท่านั้น
ฟังก์ชันที่ 3 เสริมแกร่งร่างกาย เป็สิ่งที่เขาสนใจรองลงมาจากฟังก์ชันแรก หากเดาไม่ผิดเขาสามารถแข็งแกร่งได้ด้วยฟังก์ชันนี้ที่สามารถนำฟอสเอนเนอร์จี้มาปรับแต่งร่างกายให้แข็งแกร่งในด้านทั้ง 3 ที่ระบบให้มา ด้านพลังโจมตี คงจะหมายถึงความรุนแรงในการโจมตีของเขา หากเขาอัพค่าสถานะนี้อาจจะทำให้เขาแข็งแกร่งจนไม่ต้องสวมใส่ชุดเกราะนาโนสูทก็สามารถฆ่ามอนสเตอร์ได้ด้วยมือเปล่า
ค่าพลังป้องกัน คงจะทำให้เขามีความสามารถในด้านร่างกายที่ทำให้ทนต่อการโจมตี ความอึด ถึก ทน มันจะทำให้เขาตายยากมากยิ่งขึ้นหากได้รับโจมตี
ค่าสถานะความเร็ว จากสิ่งที่แอชเชอร์คิด คงจะเป็การเพิ่มความสามารถในด้านการตอบสนองของระบบประสาทให้รวดเร็วขึ้น ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเขาก็ต้องมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
ฟังก์ชันสุดท้ายนั้นคือฟังก์ชันตรวจสอบ ด้วยการกวาดตามองรอบๆแล้วทดลองให้ระบบตรวจสอบสิ่งต่างๆ ทำให้แอชเชอร์เห็นหลายอย่างแปลกไป บ้านที่ถูกไฟเผาเขาก็เห็นแถบสถานะความเสียหายจากตัวบ้านว่าถูกเผาไหม้ไปมากแค่ไหน หากเขาจ้องมองก้อนหินมันก็บอกรายละเอียดของหิน แม้จะเป็ศพมอนสเตอร์ก็สามารถบอกได้ว่ามันตายไปแล้วด้วยสภาพร่างกายเสียหายเท่าไหร่ พลังฟอสเอนเนอร์จี้ถูกเก็บไป ด้วยสิ่งที่ตรวจสอบทุกๆอย่างได้ทำให้แอชเชอร์โล่งใจ ด้วยสิ่งนี้มันจะทำให้เขาตามรอยได้ง่ายขึ้น
“ระบบฟังก์ชันที่ 1 ปรับแต่งพลังมีข้อจำกัดในการใช้งานอะไรอีกหรือไม่ ในตอนใช้พลังร่างกายจะได้รับผลเสียหรือเปล่า”
[ระบบตรวจพบคำถามจากโฮสต์ ยืนยัน การใช้งานฟังก์ชันที่ 1 ไม่มีข้อจำกัดอื่นใด ร่างกายจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับแต่งพลังกระทันหัน]
“ขอแค่ในระยะ 50 เมตรมีเพียงแค่ฉันและศัตรู 2 คนเท่านั้นก็พอใช่ไหม แล้วถ้าศัตรูมันแข็งแกร่งมากๆล่ะ”
[ยืนยัน เพียงแค่โฮสต์อยู่กับศัตรู 2 คนระบบจะเปิดใช้งานอัตโนมัติ หากศัตรูแข็งแกร่งกว่า ระบบจะปรับพลังให้เท่ากับศัตรูโดยไร้ผลเสียต่อร่างกาย หากศัตรูมีพลังน้อยกว่าระบบจะไม่ทำงาน]
“แล้วฟังก์ชันที่ 2 ล่ะ การเสริมแกร่งอุปกรณ์ จะทำให้อุปกรณ์แข็งแกร่งไปในด้านไหน”
[การเสริมแกร่งอุปกรณ์ ท่านสามารถใช้แต้มสถานะ 1 แต้มเพื่อสุ่มอัพเกรดอาวุธได้ 1 ครั้ง หากล้มเหลวอาวุธของท่านจะไม่ได้รับการอัพเกรดและไม่ได้รับความเสียหายใดๆ หากสำเร็จอาวุธของท่านจะเลื่อนระดับดาว]
แอชเชอร์แสดงท่าทางตกตะลึง การอัพเกรดสามารถยกระดับอาวุธของเขาให้เทียบเท่ากับความทนทานและความคมของกรงเล็บมอนสเตอร์ได้ จึงหมายความว่ายิ่งเขาอัพเกรดอาวุธของเขาก็ยิ่งแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาติดปัญหาหนึ่ง นั่นก็คือโอกาสในการอัพเกรดเพราะระบบบอกเขาว่ามันจะทำอยู่ในระบบการสุ่มอัพเกรด
“ระบบ โอกาสอัพเกรดสำเร็จมีมากน้อยแค่ไหน”
[เพียง 10 % เท่านั้น ระบบมีการการันตีหากท่านไม่มีดวง เมื่อตีครบ 100 ครั้งอาวุธจะอัพเกรดไประดับดาวถัดไป]
แอชเชอร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างไรก็ตาม 100 ครั้งที่ระบบหมายถึง หากเขาเปลี่ยนไปเป็แต้มสถานะก็เท่ากับ 100 แต้มสถานะ ถ้าเปลี่ยนเป็พลังฟอสเอนเนอร์จี้ก็เท่ากับ 10,000 หน่วย จากชีวิตก่อนฟอสเอนเนอร์จี้เพียง 100 หน่วยก็ทำให้ทหาร 1 คนต่อสู้ในสนามรบได้ 1 วันแล้ว ทำให้เขาอึ้งกับพลังงานที่ต้องจ่ายเพื่อตีบวก ถึงอย่างนั้นมันก็คุ้มหากเขานำไปตีบวกกับอาวุธระดับดาวสูงๆ
“ระบบ ตอนนี้ทำอะไรกับที่นี่ได้บ้าง ฉันสามารถหาประโยชน์จากมันได้หรือเปล่า” ก่อนที่กองทัพจะเข้ามาจัดการทุกๆอย่าง แอชเชอร์อยากใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เหลืออยู่
[แจ้งเตือน ระบบขอให้โฮสต์ดูดซับฟอสเอนเนอร์จี้จากศพของมอนสเตอร์]
“ได้แค่นี้สินะ นี่ระบบ หากฉันอยากจะอัพเกรดระบบต้องทำอย่างไร”
[โฮสต์เพียงแค่จ่ายด้วยแต้มสถานะ 100 แต้มและหัวใจของมอนสเตอร์ระดับสูงกว่าระบบ 1 ดาว ระบบจะเริ่มอัพเกรดตัวเอง]
“ระดับสูงกว่าระบบ หมายความว่าแกมีระดับด้วยเหรอ”
[แจ้งเตือน ระบบ 1 - 1 ตอนนี้มีเพียงแค่ 1 ดาวเท่านั้น โฮสต์้าจะเปิดหน้าต่างสถานะทั้งหมดหรือไม่]
“เปิดเลย”
[ระบบ 1 - 1 ระดับ 1 ดาว]
[ชื่อ : แอชเชอร์ แอสลาส]
[อายุ : 15 ปี]
[ระดับซิงโครไนซ์ : SS ]
[พลังโจมตี 0]
[พลังป้องกัน 0]
[ความเร็ว 0]
[ฟอสเอนเนอร์จี้ 0]
[แต้มสถานะคงเหลือ 0]
[ สถานะร่างกาย 82 % ]
แอชเชอร์มองดูหน้าต่างสถานะพบว่าหลายอย่างล้วนเป็เลข 0 สำหรับเขาเป็จุดเริ่มต้นที่ดี ทว่าเขาก็ใเมื่อเห็นระดับการซิงโครไนซ์ที่เปลี่ยนไปจากชีวิตก่อนที่เป็เพียงระดับ D เท่านั้น การกลับมามีชีวิตใหม่ของเขากลับมีความสามารถในการซิงโครไนซ์ระดับ SS ดูท่าจะเป็ผลมาจากระบบ การที่เขาดูดซัพฟอสเอนเนอร์จี้เข้าสู่ร่างได้โดยตรงแล้วยังนำมาปรับเปลี่ยนเป็ความแข็งแกร่ง จะทำให้เขามีความเข้ากันกับมันได้มาก
อย่างไรก็ตามเขาต้องทำตามที่ระบบบอกก่อน การปล่อยเวลาให้ผ่านไปแบบนี้กองทัพจะเดินทางมาถึงก่อนที่เขาจะได้ลงมือทำอะไร
แอชเชอร์จึงเดินดูดซับเอนเนอร์จี้ฟอสจากศพมอนสเตอร์ที่ตาย ปรากฎว่าฟอสเอนเนอร์จี้ที่เขาได้รับไม่เท่ากันสักตัว เขาจึงรู้ว่าการดูดซับของระบบเหมือนเครื่องมือเก็บเอนเนอร์จี้ที่ทางกองทัพใช้งาน ทุกๆศพของมอนสเตอร์ที่ตายไปนั้น จะคงเหลือฟอสเอนเนอร์จี้เอาไว้ แต่สิ่งที่เหลือจะเป็สิ่งตกค้างหลังจากมอนสเตอร์ใช้โจมตี ด้วยการเดินดูดซัพฟอสเอนเนอร์จี้จากมอนสเตอร์ทั้ง 20 ตัวนี้ ปรากฎว่าแอชเชอร์ได้มาพลังมาเพียง 150 หน่วยเท่านั้น เนื่องจากมอนสเตอร์พวกมันใช้พลังของตัวเองจนเกือบจะหมดร่างเพื่อต่อสู้กับกลุ่มคนที่ลักพาตัวพี่สาวของเขาไป หากเขา้าพลังที่มากกว่านี้ เขาจำเป็ต้องฆ่ามันให้ได้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้มันได้ใช้พลังในร่างกาย
หลังจากได้พลังแอชเชอร์จึงเปลี่ยน 100 หน่วยแลกกับสถานะ 1 แต้ม แต่เขายังไม่ใช้พลัง 50 หน่วยที่เหลือรักษาร่างกาย การมาของกองทัพพวกเขาจะสงสัย แอชเชอร์จึงเหลือาแเอาไว้ให้กองทัพได้ดู ดังนั้นเขาจึงมาสำรวจแต้มสถานะที่แลกมา 1 แต้มว่ามันมอบความแข็งแกร่งให้เขาได้มากน้อยแค่ไหน
“อัพค่าสถานะไหนดีนะ”
แต้มสถานะ 1 แต้มที่ได้มาถูกวิเคราะห์ว่ามันสมควรจะใช้กับสถานะไหน พลังโจมตีเขาคิดว่ามันไม่จำเป็เพราะเขามีระบบ 1 - 1 หากล่อให้ศัตรูไปสู้กันเดี่ยวๆได้เขาก็มีโอกาสชนะด้วยประสบการณ์ พลังป้องกันเขาก็คิดว่าไม่จำเป็ด้วย 1 แต้มสถานะคงไม่ทำให้เขาทนทานมาก เขาจึงตัดสินใจใช้แต้มลงไปยังสถานะความเร็ว เนื่องจากว่ามันน่าสนใจที่สุด
1 แต้มสถานะความเร็วที่กดเพิ่ม แอชเชอร์รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขามีการตอบสนองที่รวดเร็วขึ้น ประสาทััทั้ง 5 ตอบสนองได้ดีกว่าเดิม หนำซ้ำความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย จากการคาดการณ์เขาคิดว่าตัวเองอาจจะแข็งแกร่งได้โดยไม่ต้องพึ่งชุดเกราะนาโนสูท ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทดสอบ เสียงรถจากกองทัพก็ได้วิ่งมาจากระยะไกลผ่านอุโมงใต้ดินที่เชื่อมต่อเขตอาศัยหลายเขตเข้าด้วยกัน แอชเชอร์จึงหยุดทุกอย่างแล้วกลับไปยังบ้านรอรับการช่วยเหลือ
โดยสิ่งที่เขาจำเป็ต้องทำมีด้วยกัน 2 อย่างหลักๆในตอนนี้ อย่างแรกเขาจำเป็ต้องวางแผนชีวิต การกลับมาเขาไม่ได้มีจุดเริ่มต้นในการใช้หนี้ค่ารักษาพยาบาลเหมือนชีวิตก่อน ด้วยาแในตอนนี้เขาคิดว่าเงินที่มีอยู่เพียงพอ แอชเชอร์จึงต้องวางแผนในการใช้ชีวิตด้วยระบบนี้และมันต้องสอดคล้องกับการตามหาพี่สาวด้วย
อย่างที่สองเขาจำเป็ต้องเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เขาพบเจอในชีวิตก่อน ตลอด 40 ปีที่เขามีชีวิตมีเหตุการณ์ไหนที่เขาในชีวิตนี้อาจจะเข้าไปเสี่ยงกับมัน แอชเชอร์จำเป็ต้องวางแผนหลายอย่างเพื่อให้เขามีชีวิตรอดจากสถานการณ์เ่าั้