ภายในห้องนอนขนาดใหญ่ ในยามนี้ทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชายหนุ่มผู้เป็เ้าของห้อง
เ้าจันทร์ยังคงใช้ปากนุ่มนิ่มของตนครอบงำแท่ง์ในมือ แล้วรูดขึ้นลงไม่ยอมคาย เขาปฏิบัติต่อมันราวกับว่าเป็อาหารอันโอชะที่หาได้ยากยิ่ง ลิ้นอุ่น ๆ สีแดงระเรื่อของเด็กหนุ่มกำลังตวัดผ่านรอยหยักตรงส่วนหัวอย่างชำนาญ การใช้ลิ้นเล่นอย่างซุกซนของเ้าจันทร์ทำให้ฐานฟ้าถึงกับเกร็งตัวตามเพราะความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วกาย
เ้าจันทร์ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมากับสหายรัก บวกกับที่ตัวเขาเองเป็เพศชายเช่นเดียวกัน ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าส่วนไหนคือจุดเสียวกระสันของบุรุษ ลิ้นนุ่มนิ่มของเขาย่อมพลิกเปลี่ยนไปมาตรงจุดนั้นเพื่อสรรค์สร้างความเสียวซ่านจนถึงขีดสุด
การกระทำที่รู้ใจเช่นนี้ยิ่งทำให้ฐานฟ้ากระตุกตัวตามอีกหลาย คำรบ บางครั้งเขาถึงขั้นต้องจับหัวของเด็กหนุ่มให้หยุดเพื่อผ่อนคลายร่างกาย ถ้าหากอีกฝ่ายขืนทำต่อไม่หยุดแล้วละก็ แน่นอนว่าฐานฟ้าคงเข้าสู่จุดสูงสุดของลูกผู้ชายไปนานแล้ว
“ท่านอาจารย์...” เ้าจันทร์ถอดปากแดงก่ำของเขาออก สายตาอ้อนวอนเหลือบมองใบหน้าบิดเบี้ยวของอีกฝ่ายภายใต้แสงตะเกียง
เขารู้ดีว่าใบหน้าเช่นนี้หมายถึงสิ่งใด! เ้าจันทร์ไม่้าให้่เวลานี้ผ่านไปอย่างรวดเร็วเช่นกันเขาจึงพักมันเอาไว้ แล้วเปลี่ยนเป็เอามือช้อนพวง์ขนาดใหญ่ขึ้นมาแทน จากนั้นจึงใช้ปากอมลูกตุ้มทั้งสองอย่างดูดดื่มเพื่อคลายความเสียวเมื่อครู่ให้จางลงไป
กลิ่นกายความเป็ชายบวกกับกลิ่นอับชื้นอ่อน ๆ ของพวง์ยิ่งกระตุ้นความอยากลิ้มเลียของเ้าจันทร์ให้มากยิ่งขึ้น สองมือเรียวงามของเด็กหนุ่มค่อย ๆ แหวกหว่างขากำยำของชายหนุ่มตรงหน้าออกเล็กน้อย จากนั้นจึงซุกไซ้ใบหน้าเข้าไปให้ลึกที่สุด เพื่อสูดดมกลิ่นหอมตรงซอกหลืบด้านหลังพวง์อย่างหิวกระหาย
เด็กหนุ่มส่ายหน้าสูดดมเอากลิ่นอายอ่อน ๆ ของบุรุษเข้าจมูก ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความเคลิบเคลิ้มราวกับคนเมาใบยาพาจิตใจล่องลอย ท่าทีของเ้าจันทร์ที่แสดงออกมาหาใช่เด็กหนุ่มใสซื่อในยามปกติ
หลังอิ่มเอมจากกลิ่นหอมอันมหัศจรรย์ จากนั้นปลายลิ้นที่ชุ่มชื้นเย็นฉ่ำเต็มไปด้วยน้ำลายของเขาก็ซุกซนต่อไม่ยอมหยุด มันเผลอไปแตะโดนขอบเนื้อประตูทวารที่อยู่ลึกเข้าไปอย่างไม่ทันตั้งตัว “อ่า!” เพียงแค่ลิ้นเย็นฉ่ำแตะโดนเบา ๆ ร่างกำยำที่นอนเกร็งอยู่แล้วถึงกับเสียววาบร่างกายหดเกร็งมากขึ้นกว่าเดิม
ั้แ่เกิดมาฐานฟ้าไม่เคยพบเจอกับความเสียวเช่นนี้มาก่อน!
บวกกับมือของเ้าจันทร์ที่ยังคงจับฐานฟ้าน้อยรูดขึ้นรูดลง
ช้า ๆ ขณะเดียวกันนั้นยังโดนลิ้นอ่อนนุ่มเลียตวัดประตูหลัง ทั้งหมดที่ เ้าจันทร์ทำให้กับเขามันทำให้น้ำเหลวข้นของเขาพุ่งกระฉูดออกมาอย่างหยุดไม่อยู่!
“อย่า อย่า… หยุดโอ๊ย ไม่ไหวแล้ว!” ฐานฟ้าร้องห้ามปรามอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ทัน ท้ายที่สุดทั้งร่างก็กระตุกเกร็งอยู่เช่นนั้นอีกหลายครั้ง ความรู้สึกแปลกใหม่เช่นนี้มันทำให้เขาร้องครางออกมาอย่างลืมตัว
พรวด! จนกระทั่งน้ำรักหยดสุดท้ายกำลังจะหมดลง เ้าจันทร์ที่ไม่ทันตั้งตัวเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงทำหน้าเสียดาย เขาไม่รั้งรอรีบเอาปากครอบอมแท่งเนื้อในมือเอาไว้อย่างรวดเร็ว ปากแดง ๆ ของเด็กหนุ่มดูดกลืนน้ำรักรอบสุดท้ายที่พุ่งออกมาลงท้องอย่างง่ายดายราวกับกินน้ำเปล่า อีกทั้งยังดูดกลืนเลียทำความสะอาดส่วนที่เหลือจนสะอาดเอี่ยม
เมื่อทุกอย่างสงบลง... เ้าจันทร์ยังคงทำหน้าที่ลิ้มเลียทำความสะอาดน้ำรักให้ฐานฟ้าไม่ยอมหยุด แม้กระทั่งน้ำขาวข้นที่กระจัดกระจายบนหน้าท้องของฐานฟ้าก็ยังโดนเลียกินไปจนหมดสิ้น
เวลาผ่านไปไม่นานเด็กหนุ่มตรงหน้าหมอผีหนุ่มก็ใช้มือเช็ดมุมปากก่อนกล่าวออกมาอย่างเขินอาย “ท่านอาจารย์ ข้า... ข้าขอโทษ!” เ้าจันทร์รีบเอ่ยปากขอโทษ ท่าทีของเขาในยามนี้ได้กลับมาเป็ศิษย์หนุ่มผู้อ่อนต่อโลกอีกครั้ง ถึงแม้เขาจะรู้ว่าฐานฟ้ายินยอมพร้อมใจก็ตามแต่เขายังคงกล่าวออกมาเช่นนั้น
ท่าทีที่เปลี่ยนไปของศิษย์หนุ่มสร้างความประหลาดใจแก่ฐานฟ้าไม่น้อย ทว่าเขายังคงเอ่ยปากปลอบประโลมอีกฝ่ายเพื่อทำลายความตึงเครียดลง “เด็กดี... ไม่ต้องคิดมากเ้าทำได้ดีแล้ว!” ฐานฟ้าจับแก้มขาวผ่องตรงหน้าบีบเล่นเล็กน้อย ทั้งสองพูดคุยกันสองสามประโยคก่อนที่ฐานฟ้าจะค่อย ๆ ผล็อยหลับไป...
...
เ้าจันทร์เข้าใจร่างกายของบุรุษหลังจากปลดปล่อยอารมณ์เป็อย่างดี เขาเห็นอีกฝ่ายนอนหลับหมดแรงจึงไม่อยากรบกวนการพักผ่อน อีกทั้งเขาต้องออกไปชำระล้างใบหน้าที่มีคราบขาวติดหนึบ หลังจากจัดการหาผ้ามาห่มให้ชายหนุ่มตรงหน้าจนเรียบร้อย ร่างบางจึงค่อย ๆ ย่องเดินออกมา ทว่าเพียงแค่เขาเปิดประตูห้องก็ต้องสะดุ้งใจนตัวแข็งค้าง นั่นก็เพราะด้านข้างในมุมมืดที่อยู่ไม่ไกล มีสายตาคมกริบกำลังจ้องมองมาทางเขา
“ข้า...” เ้าจันทร์พยายามจะพูดแก้ตัว ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายเดินมาปิดปากอย่างฉับไว เ้าอินไม่อยากให้ฐานฟ้ารู้ว่าตนกำลังแอบดูอยู่ด้านนอก ถ้าขืนอีกฝ่ายรู้ละก็เขาคงหมดทางแก้ตัวเป็แน่ ขวับ! เพียงมือกำยำของเ้าอินประกบเข้าที่ปาก เ้าจันทร์ที่เตรียมจะขัดขืนก็ได้กลิ่นคาวคลุ้งที่คุ้นเคยโชยออกมาจากฝ่ามือของอีกฝ่าย เขารู้ได้ทันทีว่าก่อนหน้านี้เ้าอินทำอะไรมา
“คืนนี้เราค่อยคุยกัน!” เ้าอินกระซิบข้างหูแล้วฉุดดึงอีกฝ่ายให้เดินตาม ร่างทั้งสองหายลับไปโดยที่ชายหนุ่มในห้องไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่
…
เรือนไม้เล็ก ๆ หลังนี้ถูกปลูกแยกจากตัวเรือนหลัก ระยะห่างของเรือนเล็กและเรือนใหญ่ ห่างกันเพียงสองร้อยเมตรเห็นจะได้
ภายในตัวเรือนที่ทำด้วยไม้ไร้ซึ่งห้องแยก มันถูกทำเอาไว้เป็สถานที่หลับนอนโดยเฉพาะ เครื่องใช้ต่าง ๆ ก็มีอยู่อย่างจำกัดมีเพียงฟูกนอนกับมุ้งสีขาวขุ่นเท่านั้นที่ถูกวางอยู่ใจกลาง
ในตอนนี้ภายในตัวเรือนมีเพียงแสงสลัวจากตะเกียงที่ให้ความสว่างในยามค่ำคืน
บรรยากาศอึมครึมกำลังแผ่ขยายเล็ดลอดออกมาจากเรือนหลังน้อย เ้าอินกับเ้าจันทร์เด็กหนุ่มทั้งสองต่างนั่งมองหน้ากันเช่นนั้นอยู่นาน ทั้งสองทำท่าเผยอปากอยู่บ่อยครั้งแล้วก็กลืนคำพูดอ้ำอึ้งลงคอไป พวกเขาไม่รู้จะเอ่ยพูดอะไรในเมื่อทุกอย่างเมื่อตอนกลางวันก็ชัดเจนอยู่แล้ว
แม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะเคยสำเร็จความใคร่ให้กันแต่นั่นก็หาใช่ความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่ามันเป็เพียงอารมณ์ฉาบฉวย ดังนั้น เ้าอินที่เป็ฝ่ายต้องเอ่ยปากตั้งคำถามจึงชั่งใจอยู่นาน เขารู้สถานการณ์ดีว่าตนกับเ้าจันทร์เป็เพียงสหายรู้ใจกันเท่านั้น ทว่าลึก ๆ แล้วเขาก็อดหึงหวงไม่ได้
เขาหึงเ้าจันทร์หรือหึงท่านอาจารย์หนุ่มของเขากันแน่นะ?
เื่นี้แม้แต่เ้าตัวก็มิอาจรู้ได้
ทว่าเื่เมื่อตอนบ่ายที่ผ่านมายังคงทำให้เ้าอินตกตะลึงปนเสียวซ่านไม่จางคลาย เขาไม่คาดคิดเลยว่าอาจารย์หนุ่มที่ตนเคารพรักจะหันมาทำเช่นนี้กับสหายของตน
“อร่อยหรือไม่น้ำของท่านอาจารย์?” จู่ ๆ เ้าอินก็ยอมเปิดปากตั้งคำถาม น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยราวกับว่าขุ่นเคืองอะไรบางอย่าง สายตาที่เขาจ้องมองเ้าจันทร์ทำเอาคนที่ถูกมองรู้สึกหวาดระแวงขึ้นมาทันที
ั้แ่ที่เ้าอินฉุดลากเ้าจันทร์ลงมาจากเรือนหลัก อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ล้างปากเลยเสียด้วยซ้ำ ทั้งคราบแห้งกรังและกลิ่นคาว อ่อน ๆ ที่โชยออกมาทำให้เ้าจันทร์รู้สึกไม่สบายตัวอยู่ไม่น้อย ทว่าเขากลับไม่กล้าขัดขืนอีกฝ่ายทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิด
บรรยากาศตอนนี้มันอึดอัดเกินจะทน!
ทันใดนั้น! สิ่งที่เ้าจันทร์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ขวับ! ร่างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามของเ้าอินถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำเอาร่างบางของเ้าจันทร์ถึงกับหงายหลังเพราะสู้แรงไม่ไหว สองมือของร่าง้าจับเข้าที่ใบหน้าของเ้าจันทร์ไว้มั่น จากนั้นจึงใช้ลิ้นสากสอดเลียตวัดไปทั่วปากของเ้าจันทร์ราวกับสุนัขที่มักจะเลียปากเ้าของด้วยความรักใคร่
การกระทำแบบไม่ทันตั้งตัวของสหายรักทำเอาเด็กหนุ่มตกตะลึง แม้นว่าเขาจะใแต่ก็รู้สึกดีไม่น้อยกับการโดนลิ้นอุ่น ๆ ของอีกฝ่ายชอนไชเข้ามาในปาก
ทว่าสิ่งที่เ้าอินทำในครั้งนี้มันกลับแปลกออกไปอยู่บ้าง!
ตามที่เขารู้สึกอีกฝ่ายกำลังพยายามดูดกลืนน้ำหวานในปากของตนอย่างบ้าคลั่ง อีกทั้งยังใช้ลิ้นตวัดเลียไปทั่วทุกซอกมุมจนคราบแห้งกรังก่อนหน้านี้หายไปหมด สมองของเ้าจันทร์กำลังสับสนอย่างหนักทว่าร่างบางก็ยังนอนเฉยไม่ดิ้นขัดขืนใด ๆ
เ้าอินซู้ดปากกลืนน้ำคาวผสมความหวานลงคอโดยไม่สนใจสหายที่กำลังนอนทำหน้าสับสน ใน่เวลาอันน่าอึดอัดก่อนหน้านี้ในที่สุดเ้าอินก็รู้ใจตัวเองแล้วว่าเขาก็อยากกลืนกินน้ำรักของผู้เป็อาจารย์ด้วยเช่นกัน ความรู้สึกนี้มันเริ่มเกิดขึ้นั้แ่ที่เขาเห็นทั้งสองทำอะไรกันภายในห้อง จนในที่สุดเขาก็ค้นพบมันเข้าเมื่อครู่นี้เอง
เขารู้ดีว่าในปากของเ้าจันทร์ยังคงมีคราบน้ำติดค้างอยู่ คราบขาว ๆ ที่แห้งกรังนอกปากของเ้าจันทร์ มันทำให้เ้าอินไม่สามารถอดใจได้อีกต่อไป ดังนั้น เขาจึงต้องใช้ปากของเ้าจันทร์สนองตัณหาของตัวเอง
“เ้า...เ้าก็้า...กับท่านอาจารย์?” จู่ ๆ เ้าจันทร์ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามสีหน้าตกตะลึง
ผลัก! เขาผลักตัวเ้าอินออกด้วยความโกรธ แล้วมองอีกฝ่ายด้วยความเดือดดาล ทว่าเ้าอินไม่สนการกระทำของสหายเขารีบเอ่ยปากบอกความรู้สึกของตนทันที “ข้าเป็คนแรกที่อยู่กับท่านอาจารย์ ข้าปรนนิบัติรับใช้ท่านอาจารย์อย่างดี ก็เพราะ้า... เช่นกัน!” เ้าอินพูดพลางใช้หลังมือเช็ดขอบปาก
“แต่ใครจะกล้าพูดออกไป ทุก ๆ เช้าที่ข้าเห็นท่อนเนื้อของท่านอาจารย์ตื่นตัว มันทำให้ข้าอยาก อยากเข้าไป...” เ้าอินบ่นอุบอิบในลำคอ เพราะที่ผ่านมาเขาก็ยังไม่แน่ใจตัวเองเช่นกันว่าเคารพรักฐานฟ้าเช่นศิษย์อาจารย์ หรือ เป็อีกรูปแบบหนึ่ง เขารู้ตัวเองดีว่าตนนั้นชอบในรูปโฉมสตรีทว่ากับบุรุษรูปงามดังเช่นฐานฟ้าก็ทำเอาเขาหัวใจสั่นไหวเช่นกัน
เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาจึงสารภาพออกมาให้เ้าจันทร์ฟัง
นี่ก็เป็สาเหตุหนึ่งที่เขาอาสาเข้าไปทำความสะอาดห้องนอนของฐานฟ้าในทุกเช้า อีกทั้งลีลาร้อนรักของอาจารย์หนุ่มกับหญิงสาว มันทำให้เขายิ่งรู้สึกว่าชายหนุ่มที่เขาเคารพรักมีเสน่ห์อย่างเหลือล้น
“ข้าว่า… ท่านอาจารย์อาจเข็ดหลาบจากหญิงสาว แล้วหันมาสมสู่ชายหนุ่มเช่นพวกเราแทน!” เ้าจันทร์ที่นิ่งเงียบไปหลังจากได้ฟังความรู้สึกของสหายในที่สุดก็เอ่ยปากกล่าวออกมา นั่นก็เพราะก่อนออกจากห้องเขาได้แอบอ่านตำรากามสูตรเล่มนั้นมาบ้างเล็กน้อย
“เ้า... เ้าหมายถึงพวกเรางั้นรึ?” เ้าอินทำท่าใ เพราะถ้าเป็เช่นนั้นจริงเขาจะยินยอมพร้อมใจอย่างแน่นอน ขอเพียงให้ท่านอาจารย์เรียกใช้เขาย่อมไม่ขัดขืนเป็แน่
...
ค่ำคืนนั้นทั้งคู่แทบไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย ทั้งสองได้แต่นั่งมองหน้ากันอย่างจนใจ เ้าจันทร์ก็หึงหวงฐานฟ้า ส่วนเ้าอินก็ไม่ต่างกัน ทว่าอารมณ์ที่คลั่งค้างมาั้แ่ตอนบ่าย ท้ายที่สุดพวกเขาทั้งสองก็ต้องหันกลับมาช่วยเหลือซึ่งกันและกันเหมือนเดิม
“เ้าจันทร์ ข้า... เอ่อ...” เ้าอินผู้มีใบหน้าคมหวานกำลังทำสีหน้าอิหลักอิเหลื่อ เขาหันไปหาสหายแล้วกลั้นใจพูดออกมา “เ้าช่วยทำแบบที่ทำกับท่านอาจารย์ให้ข้าได้หรือไม่?” เขากำลังร้องขอ เขารู้สึกว่าอารมณ์ของตนยังคงคุกรุ่นไม่จางหายทำให้ข่มหลับไม่ลง ถึงแม้นว่าเมื่อครั้งที่แอบดูเขาจะสำเร็จความใคร่ไปแล้วเรียบร้อยก็ตาม
เ้าจันทร์จ้องหน้าสหายของตนอย่างลังเล จากนั้นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบผลักให้เ้าอินนอนลงกับพื้นทันที
พรึบ! เมื่อกางเกงขาก๊วยสีน้ำตาลของอีกฝ่ายหลุดออก เ้าจันทร์ก็รีบบรรจงครอบงำท่อนเนื้อแข็งขันด้วยปากอย่างหื่นกระหาย ความเป็ชายของเ้าอินที่กำลังตั้งโด่ชูชัน มันกระตุกรับลิ้นร้อนผ่าวของเ้าจันทร์อย่างรู้ความ
เมื่อบ่ายที่ผ่านมาเขาเองยังไม่ได้จัดการกับตัวเองเช่นกัน จึงทำให้อารมณ์ที่มียังคงคั่งค้าง ถ้าเขาไม่ได้ปลดปล่อยมันออกมาภายในวันนี้ เขาคงต้องบ้าตายแน่ ๆ
...
ในคืนเดียวกันนั้น!
เรือนเล็กอีกหลังหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก
ก่อนหน้านี้เ้ามั่นและเ้าคง สองศิษย์หนุ่มยังคงเป็ชายหนุ่มวัยกระเตาะ ทั้งคู่ใช้ชีวิตตามปกติทั่วไป อีกทั้งพวกเขาทั้งสองยังไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอิสตรีมาก่อน ทว่าเมื่อร่างกายเริ่มเติบใหญ่ขึ้น สัญชาตญาณของมนุษย์ก็ค่อย ๆ ตื่นขึ้นไปตามวัย
มีอยู่ค่ำคืนหนึ่ง เ้าคงเคยแอบดูเ้าอินกับเ้าจันทร์ใช้ปากให้กันเพื่อสำเร็จความใคร่ ในตอนนั้นเขาใมากที่ผู้ชายด้วยกันทำเื่อย่างว่ากับเพศเดียวกัน ทว่าเมื่อได้แอบดูบ่อย ๆ เข้า มันทำให้เขาอยากรู้อยากลองอยากทดลองทำบ้าง
แต่ว่าเ้าคงไม่รู้จะพูดกับสหายคู่นอนของตนอย่างไร จึงทำได้แต่อดกลั้นเอาไว้ นับวัน... ความอยากของเขายิ่งมีมากเพิ่มทวีคูณ
จนมันปะทุออกมาในค่ำคืนนี้...
‘ในเมื่อข้าออกไปเที่ยวหาหญิงสาวข้างนอกไม่ได้ ก็คงต้องพึ่งพาสหายแก้ขัดไปก่อนแล้วกัน!’ เ้าคงคิดในใจ
ในเมื่อได้เห็นตัวอย่างชวนสยิวมาแล้วเขาจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะทำตามแบบเ้าอินกับเ้าจันทร์ให้ได้ อย่างน้อยเขาจะได้ไม่กระวนกระวายใจยามที่ร่างกายเกิดอารมณ์เปลี่ยวเหงาขึ้นมา
เขาวางแผนจะเปลี่ยนสหายสนิทให้เป็สหายรู้ใจ
ผู้ชายด้วยกันมันไม่มีทางเสียหายอย่างแน่นอน! เ้าคงตระหนักในข้อนี้ดี อีกทั้งเขายังไม่พร้อมมีลูกมีเมีย เขา้าใช้ชีวิตหนุ่มโสดอยู่ในสำนักเช่นนี้ไปอีกสักระยะหนึ่ง
ค่ำคืนนั้น ทั้งสองนอนพูดคุยกันตามประสาเด็กหนุ่ม ท่อนบนของทั้งคู่เปลือยเปล่าไร้เสื้อปกคลุม มีเพียงท่อนล่างที่สวมใส่กางเกงขาก๊วยเอาไว้อย่างหลวม ๆ เพียงเพื่อไม่ให้อุจาดตาจนเกินไป
ค่ำคืนนี้ฝนเริ่มตกพรำ ๆ อากาศเย็นสบาย พวกเขาคุยกันได้ไม่นานเ้ามั่นก็ผล็อยหลับไป ทว่าสหายที่นอนด้านข้างกลับไม่เป็เช่นนั้นด้วยความอัดอั้นมานานของเ้าคงมันทำให้สายตาของเขาในยามนี้ดูแปลกไปจากเดิม
ใช่แล้ว! สายตาแบบนี้มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังจ้องจะล่าเหยื่อ และเหยื่อตัวนั้นก็คือเ้ามั่นผู้มีร่างกายกำยำสมส่วนที่นอนอยู่ด้านข้าง “เอาไงเอากัน!” เ้าคงกัดฟันแล้วเอื้อมมือออกไป เขาค่อย ๆ บรรจงแกะเชือกกางเกงของสหายที่ผูกไว้เป็ปมอย่าง หลวม ๆ
ตุบตุบ! ตุบตุบ! หัวใจของเ้าคงกำลังเต้นเร็วถี่ดั่งกลองศึก เขาพยายามกลืนน้ำลายลงคอดัง อึก เพื่อให้ความตื่นเต้นจางคลายลงไป
ในขณะที่เขากำลังใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อแกะเชือกอยู่นั้น เ้ามั่นก็ดิ้นแล้วพลิกตัวเล็กน้อย สิ่งนี้เล่นเอาเ้าคงหลั่งเหงื่อเย็นเต็มแผ่นหลัง ฮู้ว! เขาหยุดการกระทำแล้วพ่นลมร้อนออกจากปากด้วยความเดือดดาล ‘เชือกน่าตายนี่ทำไมแกะยากแกะเย็น?’ เ้าคงสบถด่าในใจ นี่เป็ครั้งแรกของเขาที่ต้องมาทำอะไรเช่นนี้ ทว่ามันกลับตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
ด้วยแสงไฟจากตะเกียงที่แขวนเอาไว้ตรงประตูช่วยส่องแสงพอให้เห็น บวกกับความพยายามอย่างสุดความสามารถของเขา ท้ายที่สุดเชือกผ้าที่ถูกมัดไว้ลวก ๆ ก็ถูกคลายปมออก...
พรึบ! เพียงแค่กางเกงถูกเปิดกว้างออก ัขนาดใหญ่ของ เ้ามั่นก็ผงาดขึ้นมาก่อนที่มันจะล้มตัวฟาดท้องน้อยจนเกิดเสียง ใช่แล้ว เ้ามั่นน้อยกำลังแข็งตัวราวกับว่ามันรู้หน้าที่ของมันดี
อึก! เ้าคงกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง เขาไม่อยากเชื่อสายตา นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นของเ้ามั่น หัวเห็ดบานเบ่งเช่นนั้นมันช่าง... มันช่างอลังการเกินไปจริง ๆ
เพียงเขานึกถึงภาพที่เ้าอินกับเ้าจันทร์ใช้ปากทำให้กัน เ้าคงก็ยิ่งอยากลิ้มลองรสชาตินั้นจนใจจะขาด เขาไม่ลืมที่จะเหลือบตามองดูใบหน้าและสังเกตลมหายใจของอีกฝ่ายก่อนที่จะลงมือ เมื่อทุกอย่างปกติ เ้ามั่นยังคงนอนกรนไม่ได้สติ เ้าคงชั่งใจตัวเองชั่วครู่แล้วก้มตัวลงใช้ลิ้นตวัดลิ้มเลียตรงส่วนหัวอันบานเบ่ง
‘หวาน?’ ััแรกที่เขารู้สึกได้คือรสชาติหวาน
‘ใช่แล้วมันหวานแถมยังมีกลิ่นหอมแปลก ๆ’ เ้าคงแสดงสีหน้าแปลกใจ เขาไม่คิดว่ามันจะมีรสชาติเช่นนี้ เพราะสิ่งที่เขาลิ้มเลียไปก็คือน้ำใส ๆ ตรงส่วนปลาย เมื่อการเริ่มต้นเป็ไปด้วยดี ขั้นตอนต่อจากนั้นก็ถูกดำเนินต่ออย่างรวดเร็ว
เ้าคงบรรจงรูดปอกเปลือกจนหัวเห็ดบานเบ่งออกมาเต็มที่ จากนั้นจึงค่อย ๆ ครอบปากของตนเข้าไปช้า ๆ ทว่าเมื่อเนื้ออ่อนไวต่อััเจอกับลิ้นอุ่นชุ่มฉ่ำน้ำ ทำให้มันกระตุกตอบรับตามสัญชาตญาณอย่างที่ควรจะเป็
“หืม!” เมื่อเป็เช่นนี้เ้าคงจึงอดใจไม่ไหวอีกต่อไป เขากดปากของตนให้ลึกลงไปจนสุดโคน จากนั้นลิ้นอ่อนของเขาก็ไล่เลียรูดขึ้นไปจนถึงส่วนหัวอีกครั้ง จากนั้นเขาจึงครอบปากลงไปแล้วกดให้มิดสุดโคนเช่นเดิม
เขาเพลิดเพลินกับมันอย่างลืมตัว โดยที่ไม่ทันระวังตัวเลยว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาพบเจอหรือไม่ ทว่ามันคือแผนของเขาอยู่แล้วที่้าให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาพบกับเหตุการณ์ชวนเสียวซ่าน เขาเชื่อว่าเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเ้ามั่นจะไม่สามารถปฏิเสธได้
แม้จะนอนหลับแต่ท่อนเนื้อของเ้ามั่นยังคงกระตุกตอบรับฝีปากนุ่มนิ่มของเ้าคงไม่ยอมหยุด ร่างสูงแอ่นกายขึ้นเล็กน้อยทั้ง ๆ ที่นอนหลับไปแล้ว ทว่าเ้าคงกลับไม่รู้สึกแปลกเท่าใดเพราะนี่คือสัญชาตญาณของผู้ชายที่เขามักจะเป็บ่อย ๆ เช่นกันยามนอนฝันหวาน
“…”
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป...
เ้าคงกำลังฝึกใช้ปากของตนอย่างจนลืมตัว นี่เป็ครั้งแรกของเขาก็จริงแต่เขาก็ทำมันออกมาได้ดี ก็แน่ล่ะสิ เพราะเขาเคยเห็นตัวอย่างมาแล้ว “หืม” จู่ ๆ เ้าคงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย นั่นก็เพราะเสียงกรนที่เคยดังในยามนี้กลับเบาลง ‘เกือบไปแล้ว!’ ร่างเล็กหยุดชะงักพยายามเตือนตัวเองไม่ให้ทำอะไรรุนแรงจนเกินไป
หลังจากนั้นไม่นานเมื่อทุกอย่างกลับมาปกติปากของเขายังคงห่อเข้าแล้วรูดขึ้นรูดลงท่อน์ในมืออยู่นานหลายนาที เขาเพลิดเพลินไปกับกลิ่นหอมหวานรสอร่อยของเ้ามั่นเข้าให้แล้ว เนื้ออุ่น ๆ ในปากฉ่ำ ๆ มันเป็อะไรที่วิเศษสุด ๆ
สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย เสียงหวีดหวิวของลมดังไม่หยุ่นหย่อน ภายในเรือนไม้หลังเล็ก เ้าคงเริ่มได้ใจเขายิ่ง ซุกไซ้ดูดเลียอย่างดูดดื่ม
‘แท่ง์ของบุรุษด้วยกันมันดีอย่างนี้นี่เอง...’ ในใจของเด็กหนุ่มยังคงพรรณนาถึงรสชาติสุดวิเศษของมัน
ขวับ! ทันใดนั้น… สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ทำเอาเ้าคงสะดุ้งจนสุดตัว
จู่ ๆ หัวของเขาก็ถูกเงื้อมมือของเ้ามั่นจับเอาไว้อย่างแ่า “หือ!” การที่เขาโดนจับเช่นนี้มันทำให้เ้าคงใจนหน้า ซีดเผือดหัวใจดวงน้อยเต้นโครมคราม แม้ว่าเขาจะเตรียมตัวรับกับสถานการณ์ดั่งเช่นตอนนี้มาแล้วก็ตามที
ในขณะที่เขากำลังจะผงะถอย ทว่ามือของเ้ามั่นกลับทำสิ่งที่ไม่คาดคิด...
“อื้ม...” เ้ามั่นส่งเสียงครางเบา ๆ เสียงสั่นเครือของอีกฝ่ายทำให้เ้าคงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ปากของเ้ามั่นไม่ครางเปล่า แต่มือของเขากลับจับหัวของเ้าคงโยกขึ้นลงเบา ๆ อีกด้วย
‘เ้านี่?’ เ้าคงรู้ตัวแล้วว่าสหายรักของตนไม่ได้หลับอย่างที่คิดแต่เพื่อให้ทุกอย่างยังคงเป็ไปตามที่ควรจะเป็ เ้าคงจึงยังคงใช้ปากอยู่เช่นนั้นไม่กล้าคายท่อนเนื้อออกมา
ทุกอย่างกำลังจะเป็ไปตามแผนที่เ้าคงวางไว้คือเปลี่ยนให้สหายกลายเป็เครื่องมือคลายกำหนัดยามเกิดอารมณ์เปลี่ยวเหงา
ทั้งสองดำเนินจังหวะสวาทเช่นนี้อยู่ต่อไปนานเกือบห้านาที...
แต่สิ่งที่เ้าคงอยากรู้อยากลองไม่ใช่เพียงแค่นี้ เขาเองก็อยากโดนครอบงำด้วยเช่นกัน เขาอยากรู้ว่าจะรู้สึกเช่นไรเมื่อโดนปากนุ่ม ๆ ดูดเลีย
จะเสียวซ่านขนาดไหนกันเชียว?
ว่าแล้วเ้าคงจึงแกะเชือกกางเกงของตนออกอย่างเร็วพลัน จากนั้นจึงกระเถิบท่อนล่างแล้วกลับหัวกลับหาง ให้ส่วนนั้นของตนจ่อเข้าที่ปากของอีกฝ่ายอย่างกระชั้นชิด
“หือ?” เ้ามั่นที่นอนหลับตาพริ้มใเล็กน้อย เขาเบี่ยงหน้าหนี พยายามผลักออกปฏิเสธอีกฝ่ายอย่างทุลักทุเล แต่เพราะกลิ่นยั่วยวนหอมหวานที่ส่งออกมาของส่วนนั้น บวกกับบรรยากาศในตอนนี้ มันทำให้เ้ามั่นน้อยของเขารู้สึกตื่นตัวผิดปกติ
เ้ามั่นรู้สึกได้ว่ากลิ่นอ่อน ๆ ที่โชยออกมามันทำให้ส่วนนั้นของเขาแข็งตัวราวกับหิน นั่นบ่งบอกว่าเขารู้สึกชอบเช่นกัน ท้ายที่สุดแล้ว เ้ามั่นจึงตัดสินใจใช้ปากของตนครอบเข้าไปที่ท่อนเนื้อแดงขนาดกะทัดรัดของเ้าคงอย่างแ่เบา
“อืม!” เ้าคงกระตุกตัวรับขนลุกเกรียวไปทั้งตัว แท่งเนื้อขนาดพอดีคำของเขาไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ว่าตอนนี้มันกำลังโดนชายหนุ่มด้วยกันครอบงำด้วยปากอันชุ่มฉ่ำเป็ที่เรียบร้อย
‘มันดีอย่างนี้นี่เอง!’ เ้าคงพึมพำในใจ
ร่างขนาดกะทัดรัดของเขากำลังหดเกร็ง ตาของเขายังคงหลับอยู่เช่นนั้นส่วนปากของเขาก็ยังจัดการท่อนเนื้อสวาทตรงหน้าไม่ยอมปล่อย สหายหนุ่มทั้งสองในยามนี้ต่างลิ้มรสความเป็ชายของกันและกันโดยไร้ซึ่งความกระดากอายใด ๆ
บรรยากาศฝนตกเช่นนี้ช่างเป็ใจเสียจริง
เ้ามั่นและเ้าคงผสานเสียงครางออกมาโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าใครจะได้ยิน เพราะว่าเสียงฝนและเสียงลมช่วยกลบเสียงของพวกเขาไปจนหมดสิ้น
ทั้งสองบรรเลงลิ้มรสหอมหวานของกันและกันอยู่นาน จนกระทั่งความเสียวซ่านเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ขนกายของพวกเขาลุกตั้งอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมาถึงจุดนี้... เ้ามั่นไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เขาทำเพียงแค่กดหัวของ เ้าคงเอาไว้เช่นนั้น จากนั้นก็เร่งฝีเอวของตนถี่รัว
อัก! อัก! อัก... ร่างเล็กหน้าแดงก่ำด้วยความทรมาน เขาพยายามผลักดันอีกฝ่ายออกจนสุดแรง ทว่าร่างกายขนาดเล็กของเ้าคงมีหรือจะสู้แรงกายของเ้ามั่นไหว ดังนั้นเขาจึงต้องทนรับท่อนเนื้อบานเบ่งที่แทรกตัวเข้าออกในปากอยู่นานเกือบนาที...
“อ้า...” เมื่อเนื้อไวต่อััโดนกระตุ้นมากขึ้น ไม่นานนัก เ้ามั่นก็ปลดปล่อยน้ำรักของตนออกมาจนล้นปากของสหาย แคร่ก ๆ ‘เ้าบ้านี่!’ เ้าคงทั้งสำลักทั้งสาปแช่งในใจ ในขณะที่เขากำลังสำลักเขากลับเผลอกลืนลงคอไปบางส่วน...
ในขณะที่เ้ามั่นยังคงกระตุกเอาน้ำรักใส่ปากอีกฝ่ายอยู่เช่นนั้น ทว่าปากของเขากลับดูดรัดท่อนเนื้อของเ้าคงแน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิม การกระทำเช่นนี้ของเขามันทำให้อีกฝ่ายไม่อาจอั้นความเสียวซ่านเอาไว้ได้อีกเช่นกัน ดังนั้นทั้งคู่จึงถือได้ว่าสุขสมอารมณ์หมายในเวลาเดียวกัน
“อ๊ะ!” เ้ามั่นเห็นท่าไม่ดีก็รีบผลักท่อนขาขนาดเล็กของเ้าคงออก แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ในตอนนี้ใบหน้าของเขามีแต่น้ำรักขาวข้นเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด
เมื่อเป็เช่นนั้นท่อนแขนกำยำของเ้ามั่นก็ชกไปที่ต้นขาของสหายเบา ๆ เป็การลงโทษ ในข้อหาที่ทำอะไรเลอะเทอะ นั่นก็เพราะยามนี้น้ำขาวขุ่นบางส่วนได้ไหลลงคอเขาไปแล้ว อีกทั้งน้ำส่วนมากยังอยู่บนใบหน้าของเขาจนเกือบจะพุ่งเข้าตา เ้ามั่นรีบดีดตัวเองออกจากฟูกนอนแล้ววิ่งไปเปิดประตูไม้ แล้วใช้น้ำฝนเย็นฉ่ำที่กำลังโปรยปรายล้างหน้าขัดถูอยู่นานจากนั้นจึงเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง
ทั้งสองสบตากันเล็กน้อยไม่มีคำพูดใด ๆ ทำเพียงมองหน้ากัน จากนั้นก็นอนหันหลังให้กันเช่นนั้นจนเช้า...
...
เข้าสู่ครึ่งเดือนที่สองที่สำนักวิมาน์ปิดสำนัก ทำให้งานหนักของพวกเขาเบาลง จึงมีเวลาอยู่กับตัวเองและสหายเพิ่มขึ้น เ้ามั่นและเ้าคงยังคงทำตัวตามปกติ ทั้งสองรู้อยู่แก่ใจว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น แต่นั่นก็เพราะบรรยากาศมันพาไป...
พวกเขายังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าหลงใหลในเนื้อกายของชายหนุ่มหรือหญิงสาวกันแน่? เพราะว่าอย่างหลังพวกเขายังไม่เคยลิ้มลองมาก่อน
ส่วนเ้าอินและเ้าจันทร์ทั้งสองช่วยเหลือให้กันจนเคยชิน ทว่าทั้งคู่ต่างรู้ดีอยู่แก่ใจว่าท่านอาจารย์หนุ่มของพวกเขาคือที่สุดแล้วในชีวิตนี้
ั้แ่วันนั้นมา เ้าจันทร์ยังคงเฝ้ารอวันให้ฐานฟ้าเรียกเข้าไปนวดเฟ้นอย่างใจจดใจจ่อ แต่เขากลับต้องรอเก้อเพราะอีกฝ่ายเอาแต่เก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยออกจากห้องนอนเท่าใดนัก
ทว่าพวกเขาไม่รู้!
ในระหว่างหลายวันมานี้ ฐานฟ้าได้ตระเตรียมหาตัวยาสมุนไพรกลิ่นหอมปลุกกำหนัด อีกทั้งยังทำน้ำเมือกหล่อลื่นจากเปลือกไม้สมุนไพร ที่ตระเตรียมเอาไว้เป็จำนวนมาก
ฐานฟ้าตั้งใจแล้วว่า... เขาอยากทดลองสอดใส่แบบลึกซึ้งกับ เ้าจันทร์ เขาจะได้รู้ดำรู้แดงเสียทีว่าเส้นทางนี้คือสิ่งที่ใช่
“ถ้าการสอดใส่ได้รสััเหมือนเช่นอิสตรี เช่นนั้นข้าก็คงไม่ต้องหาหญิงอื่นมาบำเรอรักอีกต่อไปให้เสี่ยงอันตราย” ฐานฟ้ายืนยิ้มกริ่มอยู่ริมหน้าต่าง สายตาของเขาจดจ้องไปที่ทรวดทรงองค์เอวของเ้าจันทร์ ที่กำลังถูพื้นระเบียงในท่าโก้งโค้ง จนทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของบั้นท้ายได้อย่างชัดเจน
เพียงแค่เขาเห็น ก็ทำให้ส่วนนั้นเริ่มตื่นตัวลุกตั้งขึ้นมาแล้ว
นี่เป็ความคิดแรกของเขาที่อยากทดลองมีสัมพันธ์กับบุรุษด้วยกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่ใช้ปากััภายนอกอย่างผิวเผิน
...
หลายวันผ่านไป
ฐานฟ้าได้แจ้งข่าวให้เหล่าศิษย์ทั้งสี่ทราบ เขาจะใช้่เวลาปิดสำนักนี้เริ่มประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับพวกเขาทั้งสี่ โดยเริ่มจากเ้าจันทร์เป็คนแรก เมื่อเ้าจันทร์ได้ยินเช่นนั้นทำให้เขาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับไปหลายวัน
เขารอวันแล้ววันเล่า จนกระทั่งเสียง์ที่เ้าจันทร์รอคอยก็ดังขึ้น
“เ้าจันทร์… ขึ้นมาหาอาจารย์ที่ห้อง จงอาบน้ำเตรียมตัวแต่ง ชุดขาวมาให้พร้อม” เสียงนี้ดังขึ้นใน่เช้า เ้าจันทร์ที่กำลังกวาดเรือนอยู่รีบวางไม้กวาดในมือลง แล้วเร่งรีบอาบน้ำตามคำสั่งทันที
ทว่าในบรรดาศิษย์หนุ่มทั้งสี่คน มีเ้าอินกับเ้าจันทร์เท่านั้นที่รู้ว่าท่านอาจารย์ของพวกเขา้าจะทำอะไร...