“คุณพ่อ!” เสียงแม่บ้านยังไม่ทันพูดจบ เด็กที่มีความสูงไม่ถึงหนึ่งร้อยเซนวิ่งตรงเข้าโอบกอดเขา
โจวชิงฝานกลับไม่ยอมอุ้มเขา เดินถอยหลังไปสองสามก้าว “เชียวเสี่ยวหนาน!”โจวชิงฝานดุเขาด้วยน้ำเสียงเข้มงวด แต่เห็นเด็กชายมองมาที่เขาั์ตาที่กลมแบ๊วทั้งคู่จ้องมองเขาอย่างไร้เดียงสา คำติต่างๆ นานา ติดอยู่ที่ริมฝีปากใช้เวลานานสักพักกว่าจะถอนหายใจย่อตัวลงนั่งตรงหน้า
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่ไปเรียน?"
“หนูป่วยไม่สบาย” เด็กน้อยกะพริบตาปริบๆพร้อมกับขนตาที่งอนยาว พูดด้วยเสียงอู้อี้
"อย่าโกหก"
“หนู...” เชียวเสี่ยวหนานก้มหน้าลง นิ่งไปสักพักจึงพูดเอ่ยขึ้นมา
“หนูไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว คุณครูถามหนูว่าพ่อคือใครหนูบอกว่าพ่อชื่อโจวชิงฝาน แล้วเพื่อนๆ ก็หัวเราะหนูบอกว่านามสกุลของหนูกับพ่อไม่เหมือนกัน บอกว่าหนูไม่ใช่ลูกพ่อ”โจวชิงฝานรู้สึกจุกไปชั่วครู่
"พูดมั่ว! พ่อลูกที่นามสกุลไม่เหมือนกันมีเยอะแยะไปหนูดูนี่นะ..." ชายหนุ่มชี้ตุ๊กตาที่อยู่บนโซฟาพร้อมพูดว่า
“อย่างเปปป้านิก พ่อของเขาชื่อ พีเกอ สองคนเป็พ่อลูกกันนามสกุลไม่เหมือนกันเห็นไหม?”
เชียวเสี่ยวหนานกะพริบตาที่แดงก่ำของเขา “จริงเหรอ?”
“แน่นอน พ่อจะโกหกลูกทำไม?”
อารมณ์ของเด็กน้อยค่อยๆ นิ่งลง พยักหน้าเห็นด้วย“ถ้างั้นเรียนตอนบ่ายหนูจะบอก โหล่ต้าเฟย พวกนั้นว่า พ่อคือพ่อของหนู!”
โจวชิงฝานโล่งใจเบาๆ ยกมือขึ้นจับหัวเด็กน้อยเบาๆ “แบบนี้สิ ถูกต้องแล้วพวกเขารังแกหนู หนูก็ต้องต่อสู้อย่างกล้าหาญได้แต่แอบซ่อนอยู่ในบ้านแบบนี้เขาไม่เรียกสุภาพบุรุษหรอก”
"อืม!" เด็กน้อยพยักหน้าเห็นด้วย"หนูรู้แล้ว"
"โอเค" โจวชิงฝานส่งสายตาให้แม่บ้านที่ยืนรออยู่"ตามน้าเขาไปทานข้าว"
คุณแม่บ้านรีบเล่นตามบท พาเด็กชายเดินไปทานข้าวทันที
โจวชิงฝานลุกขึ้นยืนมองดูนาฬิกา สิบเอ็ดโมงครึ่ง
น่าแปลก ทำไมเขารู้สึกเหมือนมีเื่อะไรสักอย่างที่ยังไม่ได้ทำในขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่ โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น
"ฮัลโหล"
"ชิงฝาน"ปลายสายเป็เสียงของฟู่หยีเหิน "นายออกมายัง?"
"ออกไปไหน?"
"นายว่าออกไปไหนล่ะ!" ฟู่หยีเหินขึ้นเสียงสูง
"วันนี้ต้องไปทานข้าวกับผู้กำกับหลี่ที่โรงแรมไง"
โจวชิงฝานสีหน้าเปลี่ยนทันที รีบก้มมองดูเวลา"ฉันยุ่งจนลืมไปเลยจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ไม่คุยแล้ว"
พูดจบ ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ ก้าวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อไปถึงก็เที่ยงพอดี คงไม่ถือว่าสายหรอกมั้ง
โจวชิงฝานจัดเสื้อผ้าที่สวมใส่ที่ลานห้องโถงของโรงแรมหมุนตัวแล้วเดินเข้าลิฟต์ทันที มุ่งหน้าไปยังห้องที่ฟู่หยีเหิน บอกไว้เป็ห้องเหมาในโรงแรม ห้องชุดบนดาดฟ้า
ยังไม่ได้เดินเข้าห้อง โจวชิงฝานก็ได้ยินเสียงเฮฮาปาร์ตี้ดังเล็ดลอดออกมาถึงด้านนอกเสียงคุยเล่นกันเป็พักๆ ความจริงแล้ว เขาก็มีความผิดที่ทำแบบนี้อย่างสถานการณ์ที่ต่างคนก็ใส่หน้ากากเข้าหากัน ยกยอกัน ความสัมพันธ์แบบนี้ั้แ่ที่เขาลาออกจากวงการบันเทิง ก็ไม่เคยเข้าร่วมงานแบบนี้อีกเลย
5ปี แม้แต่งานรวมตัวกินเหล้ากันเขายังไม่ร่วมด้วยสำหรับบรรยากาศที่จอมปลอมหรือเสแสร้งแบบนี้ั้แ่เริ่มคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบของวิทยาลัยเขาก็ปฏิเสธกับบรรยากาศแบบนี้ตลอด
แต่อยากปฏิเสธแค่ไหนก็ต้องเข้าไป ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว ผิดนัดก็ดูไม่ดี
ก๊อก ก๊อก ก๊อก โจวชิงฝานเคาะประตูเข้า
“เชิญเข้ามา” เสียงแหบพร่าวัยกลางคนชายคนหนึ่งดังลอดออกมา
โจวชิงฝานปรับสีหน้า เปิดประตูเข้าไป
“ไอโยว !”พอเข้าไปชายกลางคนที่อยู่ด้านในก็รีบลุกขึ้นมาต้อนรับทันที ยื่นมือและส่งรอยยิ้มให้กับเขา
"ซุปตาร์โจว จริงๆ ด้วย"
โจวชิงฝานโดนทักว่าเป็พ่อซุปตาร์ สามคำนี้ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยชอบใจนักฝืนยิ้มให้และจับมือเขาที่ยื่นมาและไม่ได้พูดอะไรอีกความกระตือรือร้นแบบนี้เขาไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว วงการบันเทิงก็แบบนี้แหละถ้าได้ใช้ประโยชน์จากคุณ ต่อหน้าก็จะแสดงอาการกระตือรือร้นแบบนี้หากไม่ใช้ประโยชน์แล้วก็จะรีบพลิกหน้ามือเป็หลังมือ ด่าว่าเป็นักแสดงพิการต่างๆ นานา
"เชิญนั่งครับเชิญนั่ง"ชายคนดังกล่าวผายมือเชิญนั่งไปที่โซฟา
"นั่งตรงข้ามผู้กำกับหลี่"
โจวชิงฝานนั่งลง มองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามถือแก้วเหล้าขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเล็กน้อย
"ขออภัยด้วยผู้กำกับที่บ้านเื่ยุ่งนิดหน่อยเลยมาช้าไป"
หลี่ยี่อัน ตอนแรกที่มีสีหน้าตึงก็ปรับเข้ากับสถานการณ์ยิ้มเล็กน้อย
"ฉันก็นึกว่านายเปลี่ยนอาชีพไปเป็อาจารย์ก็จะดูถูกคนร้องเต้นกินรำกินอย่างพวกเราซะแล้ว"
"ทำอย่างนั้นได้ยังไงกันครับ"
โจวชิงฝานรีบส่ายหัวปฏิเสธ “ผู้กำกับมีบุญคุณกับผม ความสามารถของคุณผมก็ทำได้แค่แหงนหน้ามองจะกล้าดูถูกคุณหลี่ได้ยังไง เฮ้อ”โจวชิงฝานถอนหายใจอย่างอ่อนใจเริ่มต้นการยกยอในเชิงธุรกิจอีกแล้วสิเหนื่อยใจที่สุด
"นายก็ยังทำตัวดีเสมอนะ" หลี่ยีอันไม่สามารถไม่ชื่นชมเขา
"นายก็ยังคงรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เสมอ"ถึงแม้่ที่โจวชิงฝานการงานก้าวหน้าถึงจุดสูงสุดเขาก็ไม่เคยเห็นคนตรงหน้านี้ทำตัวอยู่เหนือคนอื่นแต่อย่างใด
“คุณเลิกยอผมเถอะครับ” โจวชิงฝานส่ายหน้าพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“วันนี้มาสายก็เกรงใจมากแล้วครับ ขอชนแก้วนึงครับ”
พูดจบ โจวชิงฝานยกแก้วเหล้าขึ้นเตรียมดื่ม แต่แล้วแก้วยังไม่ทันถึงปาก
"เพล้ง!" เสียงดังขึ้นโต๊ะน้ำชาโดนเตะไปไกลครึ่งเมตรขอบโต๊ะที่เป็กระจกไปโดนหัวเข่าของโจวชิงฝานพอดิบพอดีแก้วในมือก็หลุดตกลงพื้น
โจวชิงฝานคิ้วขมวด เจ็บจนต้องหายใจเฮือก มุมโต๊ะโดนจุดที่เป็กระดูกของหัวเข่าพอดีทำให้เขาเ็ปที่กระดูกมาก
คนในห้องทั้งหมดใกับสิ่งที่เกิดขึ้นเสียงชนแก้วสนุกสนานหยุดชะงักไปชั่วขณะหลังจากความเงียบเข้าควบคุมในความเงียบที่มีแม้แต่เสียงเข็มหล่นก็ยังสามารถได้ยินเสียงที่เย็นไปถึงขั้วหัวใจได้ดังขึ้นผ่านหัวของทุกคนเบาๆ
"เสียงดัง"
โจวชิงฝานโมโหจนใจรุ่มร้อน อดทนจากความเ็ปบนหัวเข่าแล้วมองตามเสียงนั้น
ตรงมุมห้อง ใครบางคนขายาวไขว่ห้างอยู่แต่ตัวเขาพิงกับโซฟาใบหน้าถูกคลุมด้วยเสื้อแจ็กเกตครึ่งเดียว เผยให้เห็นริมฝีปากบางๆกับคางที่หล่อเหลา
แต่ว่า เห็นแค่ริมฝีปากและคาง
โจวชิงฝานก็สามารถดูออกว่าคนคนนี้หน้าตาไม่ธรรมดาเขาอยู่ในวงการนี้มาหลายปี หนุ่มหล่อสาวสวยเขาเคยเจอมาหมดแต่คนที่มีสันกรามที่สวยงามแบบนี้เขาก็เพิ่งเคยเจอครั้งแรก ออ ไม่สิ ครั้งที่สอง
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/6f022e7fc3e41d1a313199c112713c91
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ #readAwrite ด้วยน้า