Chapter 15
เควสล่าบอส
“เป็ยังไงบ้างล่ะ่นี้น้องชายนายก็มาที่ร้านได้อาทิตย์กว่าๆ แล้วนะ ดูจะมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นเยอะเลยนี่ตอนนี้แรงค์ของนายขึ้นมาที่เท่าไรแล้วล่ะ?”
คำทักทายของเจ๊ฝนหลังจากที่โจ๊กแวะเข้ามาที่ร้านบัตเตอร์ฟลายเหมือนในทุกๆเช้าตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา โจ๊กที่รับเอาบัตรออนไลน์มานั้นก็ได้แต่ยิ้มจางๆรับคำถามนั้น
“เมื่อวานเพิ่งขึ้นระดับ C ได้น่ะครับ”
“ระดับ C แล้วเหรอ ไวใช้ได้เลยแฮะปกติมือใหม่กว่าจะขึ้นมาระดับ C ได้นี่เขาเล่นกันสองสามอาทิตย์โน่นล่ะแสดงว่านายน่าจะพอจับจุดอะไรได้แล้วล่ะสิท่า?”
“ก็ไม่หรอกครับ พอดีว่าได้เจอเพื่อนดีๆในอาเคเดียน่ะครับ” โจ๊กส่ายหน้าเล็กๆ“เขาเป็ซัมมอนเนอร์ที่ระดับไอร่อนที่มาทำเควสในเกาะเริ่มต้นน่ะครับบังเอิญไปเจอกันกลางทางคุยกันถูกคอก็เลยตั้งปาร์ตี้ช่วยกันมาสี่วันได้แล้ว”
“อื้อ ก็ดีนี่” เจ๊ฝนยิ้มรับ“พอนายขึ้นระดับ C ได้เนี่ย ทีนี้ความยากมันจะอยู่ที่การต้องไปทำเควสล่ามอนสเตอร์ที่ต้องทำงานเป็ทีมร่วมกับซัมมอนเนอร์คนอื่นๆมากขึ้นยิ่งนายมีเพื่อนที่สนิทกันมากเท่าไรมันก็จะยิ่งผ่านจุดนี้ไปได้เร็วขึ้นล่ะนะ...ว่าแต่ เพื่อนนายนี่เป็แรงค์ไอร่อนแล้วแท้ๆแต่ก็ยังมานั่งทำเควสที่เกาะเริ่มต้นอยู่อีกงั้นเหรอ?”
“ครับพอดีว่าเขากำลังล่าบอสลับตัวพิเศษที่อยู่ในเกาะเริ่มต้นน่ะครับ”
“บอสพิเศษเหรอ?”พูดแล้วก็กลอกตาไปพยายามครุ่นคิด“อ่า...ถ้าบอสลับตัวพิเศษที่อยู่ในเกาะเริ่มต้นในเขตุกรุงเทพฯ ก็น่าจะเป็...ฟอร์ซไลก้า สินะ?”
“ใช่ครับ” พยักหน้ารับแล้วก็เลิกคิ้วขึ้น“แล้วเมื่อกี้เจ๊ฝนบอกว่าเกาะเริ่มต้นในเขตกรุงเทพฯ นี่มันยังไงเหรอครับมันมีเกาะเริ่มต้นที่อยู่ในเขตอื่นด้วยเหรอครับ?”
“คือโลกอาเคเดียเนี่ยมันจะมีขนาดใหญ่มากๆเพราะต้องรองรับผู้เล่นจากหลายๆ ประเทศเอาไว้ใช่มั้ยล่ะเขาจึงมีการแบ่งเขตหรือที่จะเรียกว่า รีเจี้ยน เอาไว้ในหลายๆ เซิร์ฟเวอร์น่ะอย่างเช่นประเทศไทยเนี่ยก็จะอยู่ในรีเจี้ยนของทวีป อาไลน์ซึ่งจะเป็เกาะขนาดใหญ่ที่มีแต่คนไทยเท่านั้นไง ส่วนประเทศอื่นๆก็จะอยู่ในรีเจี้ยนอื่นๆซึ่งมีทั้งมอนสเตอร์หรือเควสที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับแต่ล่ะพื้นที่น่ะ”
ความรู้ใหม่นี้ทำให้โจ๊กร้อง “อ๋อ”ขึ้นมาทันทีอันที่จริงเขาเองก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมซัมมอนเนอร์ที่อยู่ในเกาะเริ่มต้นนั้นถึงได้มีจำนวนที่ไม่ได้เยอะมากอย่างที่เขาคิดเพราะหากดูตามอัตราของจำนวนผู้เล่นใน AOS แล้ว ซัมมอนเนอร์ที่อยู่ในเกาะเริ่มต้นของเขานั้นมันมีไม่ถึง 1% เสียด้วยซ้ำที่แท้เขาก็มีการแบ่งเซิร์ฟเวอร์ตามพื้นที่เพื่อให้ผู้เล่นไม่แย่งชิงทรัพยากรกันมากเกินไป
“ยังไงเื่นี้ก็ยังเป็เื่ที่ห่างตัวจากนายมากไอ้น้องชาย”เจ๊ฝนยิ้มร่า “นายน่ะจะต้องจมปรักอยู่ในเกาะเริ่มต้นอีกยาวนานเชียวล่ะพอออกมาได้ก็ต้องวนเวียนอยู่ในอาไลน์อีกเป็ชาติ เอาไว้ว่างๆถ้านายโชคดีได้เดินทางไปต่างประเทศนายก็อาจจะได้ลองไปล็อคอินเข้าไปในอาเคเดียจากรีเจี้ยนของประเทศนั้นๆอาจจะได้ลองไปเที่ยวที่เกาะจากรีเจี้ยนของประเทศอื่นๆ ก็ได้นะ”
“แค่ล็อคอินในประเทศอื่นๆก็สามารถเข้าไปในเกาะในรีเจี้ยนอื่นๆ ได้แล้วเหรอครับ?”
“ไม่ใช่แค่ได้นะแต่เขาบังคับให้ไปโผล่ที่นั่นเลยต่างหากคือถ้าระยะทางในการล็อคอินมันไม่ถึงขนาดอยู่ในประเทศเดียวกันเนี่ยอย่างนายไปเชียงใหม่แล้วล็อคอินที่เชียงใหม่นายก็จะสามารถเลือกได้ว่าจะไปเกิดในพื้นที่เกาะของเชียงใหม่หรือจะล็อคอินไปที่จุดเซฟเดิมก็ได้แต่ถ้านายไปล็อคอินในต่างประเทศยังไงเขาก็บังคับให้ออกไปอยู่ในเกาะของรีเจี้ยนอื่น....ส่วนใหญ่พวกโปรเพลยเยอร์ที่เป็สาย ฮันเตอร์ น่ะเขาก็ใช้วิธีการเดินทางไปทั่วโลกเพื่อค้นหาเควสหรือการ์ดใหม่ๆด้วยกันทั้งนั้นล่ะ”
โจ๊กพยักหน้ารับ รู้สึกเลยว่ามันเป็เื่ค่อนข้างไกลตัวมากเชียวล่ะ
“แต่จะว่าไปฉันก็ไม่ค่อยสนับสนุนให้นายเป็สายฮันเตอร์ เท่าไรนะ ฉันว่าฝีมือในการดูเอลของนายน่ะดูจะเข้าท่ากว่าเยอะเลยนายน่าจะไปเอาดีด้านสายดูเอลมากกว่าล่ะนะ”
“สาย ฮันเตอร์ คือยังไงเหรอครับ?”
“คืองี้นะ” ว่าแล้วก็ยกนิ้วขึ้นมา “ในAOS น่ะมันจะมีผู้เล่นมืออาชีพอยู่สองแนวด้วยกันหนึ่งก็คือแนว ดูเอลเลอร์ซึ่งก็คือพวกมืออาชีพที่แข่งขันกันในระบบดูเอลเพื่อก้าวขึ้นไปเป็อันดับหนึ่งของโลกผ่านระบบการจัดอันดับแรงค์กิ้งกับทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ๆอย่างที่นายเคยอ่านในข่าวหรือเห็นในทีวีนั่นล่ะ และสองก็คือสาย ฮันเตอร์ซึ่งก็คือซัมมอนเนอร์ที่จะอยู่แต่ในอาเคเดียเพื่อล่าเควสและมอนสเตอร์คอยตามหาการ์ดที่ซ่อนอยู่ในอาเคเดียไงล่ะว่าง่ายๆ ก็ ฝั่งนึงเป็สายทัวร์นาเมนต์ล่าเงินรางวัล อีกฝั่งเป็ฝ่ายนักล่าสมบัติเอามาขายทำเงินนั่นล่ะ”
โจ๊กรู้สึกว่านั่นเป็เื่ที่ห่างไกลจากเขาอยู่ก็จริงแต่มันก็น่าจะเป็เื่สำคัญหากคิดที่จะเป็โปรเพลยเยอร์จริงๆเพราะการจะเดินไปในทางสายใดสายหนึ่งมันก็ต้องเลือกมันเสียั้แ่เนิ่นๆ อยู่แล้ว
“ถ้าอย่างนั้นแบบไหนทำเงินมากกว่ากันเหรอครับเจ๊ฝน?”
“ทำเงินเหรอ?”ว่าแล้วก็กลอกตาแบบครุ่นคิดนิดๆ “มันก็ขึ้นอยู่กับคนน่ะนะถ้าเป็โปรเพลยเยอร์สายดูเอลเลอร์ที่มีแรงค์กิ้งติดระดับท็อป 100 ของโลกแล้วก็ได้ทำงานกับทีมระดับบิ๊กๆ ในยุโรปหรืออเมริกานะ ยังไงทางสายนี้ก็ทำเงินมากกว่าแบบทาบไม่ติดแต่ถ้าไม่ได้มีแรงค์กิ้งสูงขนาดนั้น แต่ชำนาญในการผจญภัยในโลกอาเคเดียแล้วล่ะก็มันไม่จำเป็ที่จะต้องมีแรงค์สูงๆก็สามารถทำเงินในระดับปีนึงหลายล้านเหรียญได้แบบสบายๆแต่ก็ต้องวงเล็บว่ามีฝีมือและความขยันพอควรเลยนะ ...แต่ไม่ว่าจะเป็สายไหน ทีมใหญ่ๆก็้าซัมมอนเนอร์ทั้งสองแบบไว้ในทีมด้วยกันทั้งคู่สายดูเอลเลอร์ก็จะไปแข่งทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ๆ สร้างชื่อเสียงให้กับทีมส่วนสายฮันเตอร์ก็จะเป็พวกปิดทองหลังพระผจญภัยในอาเคเดียสร้างรายได้ให้กับทีมได้ในอีกรูปแบบหนึ่งเงินเดือนก็จะสูงด้วยกันทั้งคู่นั่นล่ะ”
ได้ยินรายละเอียดนี้แล้วโจ๊กก็เริ่มรู้สึกว่าทั้งสองสายนั้นมีความสำคัญพอๆกัน แต่มันอยู่ที่ว่าซัมมอนเนอร์นั้นสนุกไปกับการอยู่ในโลก AOS ในรูปแบบไหนมากกว่าก็เท่านั้นเองสุดท้ายมันก็เลยเป็อะไรที่ขึ้นอยู่กับความชอบอยู่ดีนั่นแหละส่วนเื่เงินมันน่าจะเป็ผลพลอยได้ของความพยายามมากกว่าเพราะต่อให้มีฝีมือแค่ไหนแต่เข้าไปทำแบบเล่นๆมันก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จได้ในทางไหนซักทางหรอก
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมขอตัวขึ้นไปก่อนนะครับนี่ก็จวนจะได้เวลาที่ผมนัดกับเพื่อนเอาไว้แล้ว”
“อื้อ งั้นก็ไปเถอะ” เจ๊ฝนยิ้มรับ“เออ ถ้ายังไงวันมะรืนน่ะนายอย่าลืมเข้ามาที่ร้านด้วยนะมันเป็วันประกาศแพทช์ใหม่ของทาง AOS น่ะ ลูกค้าเกือบทุกคนในร้านฉันจะมานั่งตรวจสอบข้อมูลใหม่ๆกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันน่ะ เผื่อว่านายจะได้มาเจอคนเก่งๆ ในร้านให้ครบด้วย”
“ประกาศแพทช์ใหม่งั้นเหรอครับ?”โจ๊กเลิกคิ้วขึ้น
“คืองี้นะ ในทุกๆ 3 เดือนหรือหนึ่งไตรมาสของปีน่ะ ทางทีมงาน AOS เขาจะมีการประกาศอัพเดทแพทช์ใหม่ทุกครั้งมันจะมีการปรับระบบของการ์ดทั้งหมดในเกมรวมไปถึงระบบในโลกอาเคเดียด้วยการ์ดบางใบก็จะถูกปรับให้เก่งขึ้น บางใบก็จะโดนเนิร์ฟให้อ่อนลงเพื่อรักษาสมดุลของเกมเอาไว้น่ะ มันเป็กิจกรรมสำคัญของทุกๆสามเดือนที่พวกเราจะรวมตัวกันเพื่อพูดคุยว่าในเมต้านี้การ์ดใบไหนจะราคาขึ้นใบไหนจะราคาลงอะไรแบบเนี่ยหลายๆ ครั้งที่ AOS ประกาศอัพเดทแพทช์ใหม่มันก็จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตามมาด้วยทั้งนั้นล่ะ...ก็เป็กิจกรรมที่สนุกดีนะ เผื่อว่านายจะสนใจ”
ได้ยินแบบนั้นแล้วโจ๊กก็นิ่งไปพักหนึ่งจะว่าไปตอนนี้คนที่อยู่ในร้านเขาก็แทบจะไม่รู้จักใครเลยตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นก็พยายามที่จะหาเงินให้กับตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เสียด้วยซึ่งตอนนี้ก็ต้องบอกว่าเงินที่ได้มามันก็เริ่มจะอยู่ตัวไปสำหรับหนึ่งเดือนได้แบบสบายๆแล้ว ถ้างั้นบางทีการได้ไปพูดคุยกับคนอื่นๆ ในร้านบ้างก็คงไม่เลวนัก
“เข้าใจแล้วครับยังไงซะวันมะรืนผมก็กะจะเข้าร้านอยู่แล้วครับแล้วเขาจะประกาศอัพเดทแพทช์ตอนกี่โมงเหรอครับ?”
“หนึ่งทุ่มตรงตามเวลาประเทศไทยจ้ายังไงก็มาแต่หัววันหน่อยนะ จะได้มีเวลาเตรียมตัวด้วย”
“ครับ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะตั้งท่าเดินขึ้นไปบนห้องออนไลน์ในที่สุด
“เออจะว่าไปวันนี้ยัยรินก็ไม่มีเรียนนะ เห็นว่าจะเข้าร้านเร็วกว่าปกติ ซักเที่ยงๆเธอน่าจะมาถึงร้านแล้ว นายไม่รอพบหน้าเธอหน่อยล่ะเห็นยัยนั่นถามหานายอยู่เหมือนกัน”
“คุณรินน่ะเหรอครับ?” โจ๊กไหวไหล่นิดๆ“ก็เดี๋ยวผมไปทำเควสเสร็จจะลงมาทักทายเธอก็แล้วกันนะครับ แต่ตอนนี้ต้องขอตัวก่อนพอดีว่าเพื่อนของผมรออยู่”
“โอ้! งั้นก็ขึ้นไปเถอะ แล้วว่างๆ อย่าลืมพาเพื่อนคนนี้ของนายมาที่ร้านบ้างนะ”
ว่าแล้วก็โบกมือหย็อยๆแบบไม่วายทิ้งระบบการค้าประจำตัวติดมาให้อีกส่งให้โจ๊กได้แต่ถอนใจออกมาด้วยรอยยิ้มเจื่อนไม่ช้าเขาจึงรีบก้าวเท้าขึ้นไปในที่สุด
“ขอโทษที่มาช้านะครับคุณดานี่พอดีผมคุยกับเ้าของร้านที่ไปเล่นนายไปหน่อย”
โจ๊กที่รีบออนไลน์เข้ามาในเมืองโลเวร่าอีกครั้งเอ่ยคำทักทายขึ้นกับชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ภายในเควสเซ็นเตอร์บนโต๊ะตัวกลมกลางร้านเพียงลำพังเมื่อพ่อหนุ่มผมทองคนนั้นหันมาเห็นนายโจ๊กเข้าเขาจึงยิ้มกว้างในทันที
“ไม่เป็ไรเพื่อนฉันเองก็เพิ่งจะมาถึงได้ไม่นานเหมือนกัน อาหารที่สั่งไปก็ยังไม่ได้เลย....นั่งก่อนสิๆ”
ว่าแล้วดานี่ก็ตบโต๊ะลงไปเบาๆเป็การเชิญให้นั่งบนนั้นมีแก้วไม้ทรงสูงวางไว้อยู่สามใบราวกับนายคนนี้สั่งรอเอาไว้ให้ก่อนหน้านี้แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งยัยั (สุดกวน)บางคนที่โผล่ออกมาทันทีที่โจ๊กออนไลน์เข้ามานั้น เธอก็ทิ้งตัวลงไปนั่งบนโต๊ะพร้อมกับยกน้ำแก้วนั้นขึ้นมาดื่มด้วยรอยยิ้มกว้างทันที
“นี่สโนว์เบลวันนี้มาสเตอร์บอกว่าได้เนื้อกิโอ๊ปมาจากเควสของซัมมอนเนอร์คนอื่นเยอะเลยเมนูวันนี้ก็เลยเป็เนื้อกิโอ๊ปพันเบค่อนย่างไฟถ่านด้วยล่ะฉันสั่งมาเผื่อพวกเราสามคนแล้วดีมั้ย?”
“เราชอบเนื้อกิโอ๊ปที่สุดเลย ขอบใจน้า!”
พูดแล้วคุณเธอก็ชูแขนทั้งสองข้างขึ้นเหมือนเด็กๆทำเอาโจ๊กต้องถอนใจออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อน
“คุณนี่ตามใจสโนว์เบลมากไปแล้วนะครับอันที่จริงให้เธอกินอะไรก็ได้ทั้งนั้นล่ะครับ เนื้อกิโอ๊ปมันแพงจะตายไป”
“ไม่เป็ไรน่า เมื่อวานนี้ฉันก็ได้เงินจากการช่วยนายทำเควสมาตั้งเยอะแล้วถือซะว่าวันนี้ฉันตอบแทนเลี้ยงข้าวพวกนายบ้างก็แล้วกันเพราะถ้าไม่มีนายฉันก็คงจะไปรับเควสพวกนั้นไม่ได้แล้วล่ะแรงค์มันสูงเกิน”ว่าแล้วก็ยิ้มแฉ่ง “อีกอย่างคนที่ตามใจสโนว์เบลมากกว่าคงไม่ใช่ฉันหรอกมั้ง ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ได้มานั่งร่วมโต๊ะกับเราแบบนี้หรอก”
ย้อนกลับมาแบบนั้นแล้วโจ๊กก็ไม่รู้จะแย้งอะไรออกมาดีพลางชำเลืองไปมองยัยัตัวแสบที่ยังคงเพลิดเพลินกับน้ำรูทเบียร์แบบไม่รู้สึกรู้สาอะไรเขาก็ต้องทำได้แค่ถอนใจจริงอยู่ว่าตลอดหลายวันมานี้ที่เขาร่วมออกเดินทางไปกับดานี่นั้นยัยนี่จะไม่ได้ออกฤทธิ์เดชอะไรออกมาเลยก็ตามทีแต่เขาก็ไม่รู้ว่าะเิเวลานี้จะทำงานขึ้นมาเมื่อไร
อีกอย่างท่าทางดานี่นั้นน่าจะเป็คนที่รับมือกับเด็กเก่งเอาเื่ทีเดียวเพราะฉะนั้นเขาจึงรู้ดีว่าควรจะทำอย่างไรให้สโนว์เบลอารมณ์ดีได้แบบนี้
“อาหารได้แล้วค่า”
ไม่ช้าเด็กเสิร์ฟประจำร้านจึงเดินอาดๆเข้ามาพร้อมกับวางจานอาหาร “เนื้อกิโอ๊ปย่าง” ดังกล่าวลงไปบนโต๊ะมันมีเนื้อที่มีกระดูกขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง เนื้อด้านนอกเป็สีน้ำตาลเข้มถูกพันด้วยเบค่อนส่งกลิ่นหอมฉุยและถูกตกแต่งด้วยมันฝรั่งอบเนยและผักเคียงอีกนิดหน่อยจัดว่าเป็อาหารที่มีความแพงระดับต้นๆ ของเควสบาร์แห่งนี้และเป็ที่นิยมในหมู่ซัมมอนเนอร์เพราะมันอร่อยและมีผลลัพธ์ในการเพิ่มพลังที่ครบครันมากชนิดหนึ่ง
“เย่! งั้นเราไม่รอช้าล่ะนะ”
ไม่ทันขาดคำสโนว์เบลก็จับปลายกระดูกของเนื้อกิโอ๊ปนั้นยกขึ้นมาและก้มหน้าไปกัดคำโตรอยยิ้มเบิกบานแห่งความสุขประดับชัดเจนขึ้นมาท่ามกลางสายตาของหนุ่มๆที่ยิ้มอ่อนใจออกมาตามๆ กัน
“ว่าแต่ตอนนี้แรงค์ของนายขึ้นเป็ระดับC แล้วนี่โจ๊กเกอร์” ดานี่ทักขึ้น“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้นายก็ไปรับเควสเควสที่บอร์ดนั้นได้แล้วจริงมั้ยล่ะ?”
จะว่าไปก็ใช่เมื่อวานนี้เขากับดานี่เองก็เพิ่งจะทำเควสเลื่อนขั้นจากระดับ D ขึ้นไปได้สำเร็จพอดีดวงตาสีสนิมเหล็กจึงชำเลืองมองไปที่บอร์ดเควสซึ่งตั้งอยู่อีกด้านหนึ่ง และดูเหมือนตอนนี้จะไม่ค่อยมีซัมมอนเนอร์ไปมุงอยู่ตรงนั้นพอดีทั้งสองหนุ่มจึงยิ้มกว้างขึ้นมา
“ไปลองดูกันหน่อยมั้ยล่ะ ไหนๆหลายวันที่ผ่านมานี้นายก็ทำแต่เควสน่ารักๆ ของมือใหม่จนเบื่อจะแย่แล้วใช่มั้ยล่ะ เผื่อว่าจะมีเควสอะไรที่ช่วยให้นายตื่นเต้นได้บ้าง”
“ก็ดีครับ”โจ๊กพยักหน้าเป็เชิงเห็นด้วย “ถ้างั้นเธอรออยู่ตรงนี้ก่อนนะสโนว์เบลเดี๋ยวฉันไปดูเควสตรงนั้นก่อน”
“เชิญ”
ัสาวตอบห้วนๆก่อนจะลุยกินอาหารมื้อใหญ่ตรงหน้าต่อแบบไม่แยแสอะไร
กระทั่งชายหนุ่มทั้งสองต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นและตรงไปยังบอร์ดเควสด้วยสีหน้าที่นึกสนุกไม่น้อยมันก็จริงอย่างที่ดานี่พูดนั่นล่ะจริงอยู่ว่าซัมมอนเนอร์ทุกคนนั้นจะต้องผ่านเควสระดับต้นๆกันมาให้ได้เพื่อที่จะได้รีบๆ ไต่แรงค์ขึ้นมาในระดับที่สูงขึ้นไวๆแต่เควสเบื้องต้นนั้นมันก็น่าเบื่อสิ้นดีจริงๆ นั่นล่ะแม้ว่าโจ๊กจะทำควบคู่กับเควสของทางร้านบัตเตอร์ฟลายมาได้ทำเงินจากในโลกด้านนอกและอาเคเดียขึ้นมาได้ดีพอสมควร
แต่ให้พูดตรงๆมันก็มีแต่เควสที่น่าเบื่อทั้งนั้น
“นี่นายเพิ่งจะเข้ามาดูบอร์ดพวกนี้เป็ครั้งแรกเลยใช่มั้ย?”ดานี่ถาม
“ใช่ครับ ก่อนหน้านี้ก็ว่าจะแวะมาดูหลายทีแล้วแต่เห็นมีซัมมอนเนอร์คนอื่นยืนมุงเต็มไปหมดก็เลยเอาไว้ก่อน”
“อันที่จริงนายไม่ต้องไปมุงกับพวกเขาก็ได้นะแค่มาอยู่ในระยะใกล้กับบอร์ดพวกนี้พอก็สามารถเปิดหน้าต่างข้อมูลของมันดูได้แล้วล่ะ”
ว่าแล้วทั้งคู่ก็ไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบอร์ดเควสดังกล่าวก่อนที่ดานี่จะแสดงให้ดูเป็ตัวอย่าง
“พอมาถึงระยะตรงนี้นายก็พูดคำว่า เควสขึ้นมาก็พอ”
สิ้นเสียงนั้นแล้วตรงหน้าของชายหนุ่มผมทองคนนั้นก็มีบานหน้าต่างข้อมูลขนาดย่อมๆโผล่ขึ้นมาตรงหน้าพร้อมกับข้อมูลเควสจำนวนมากที่ปรากฏขึ้นมาเป็ตารางแบ่งแยกตามระดับแรงค์เต็มไปหมดซึ่งเห็นแล้วโจ๊กก็รีบทำตามเปิดหน้าต่างเควสบอร์ดขึ้นมาดูด้วยอีกคน
“ในนี้มันจะแบ่งรูปแบบเควสเอาไว้ด้วยนะส่วนใหญ่ก็จะมีราวๆ 4 อย่างด้วยกันนั่นล่ะ สีเหลืองก็เควสฆ่ามอนสเตอร์สีฟ้าก็เควสเก็บไอเท็ม สีเขียวก็เควสสำรวจ ส่วนสีแดงนี่ล่ะทีเด็ด ...เควสล่าบอส”
“เควสล่าบอส?”
โจ๊กพูดขึ้นพลางหรี่ตามองไปยังกลุ่มตารางของเควสสีแดงที่ปรากฏขึ้นมาในแรงค์C จำนวน 6 เควสด้วยกัน
“ก่อนหน้านี้นายน่าจะเคยทำมาทุกเควสแล้วยกเว้นแต่เควสล่าบอสเท่านั้นล่ะ เพราะมันเพิ่งจะมีให้ทำครั้งแรกั้แ่ระดับ C ขึ้นไปเท่านั้น” ดานี่อธิบาย “ซึ่งมันมีแค่เควสสีแดงแบบนี้เท่านั้นล่ะที่จะสามารถทำเควสแบบปาร์ตี้ได้หรือก็คือสามารถร่วมกันลงชื่อเพื่อรับเควสมาช่วยกันทำได้จำนวนคนก็ตามแต่ที่เควสพวกนั้นจะกำหนดให้ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ 4 คนล่ะนะ”
ได้ยินแล้วโจ๊กจึงลองกดเข้าไปดูรายละเอียดของเควสตัวหนึ่งที่ชื่อว่า“แฮปปี้ฮันท์” ซึ่งรายละเอียดของมันก็คือ..
เควสล่าบอส
แฮปปี้ฮันท์
*ตามล่า “ไวท์ฮาร์ปี้” 1 ตัว
จำกัดคนทำเควส (4คน)
ระยะเวลาในการทำเควส : 72 ชั่วโมง
รางวัล : กล่องสมบัติซิลเวอร์เฟธ1 กล่อง
เท่าที่ดูแล้วสิ่งที่แตกต่างออกไปเห็นจะเป็เื่จำนวนคนที่สามารถทำเควสได้รวมไปถึง ระยะเวลาในการทำเควส ที่หากเป็เควสบาร์อื่นๆนั้นส่วนใหญ่จะไม่มีเวลากำหนดว่าจะหมดลงตอนไหน แต่เควสชนิดนี้มีขีดจำกัดเื่นั้นแม้ว่าจะให้เวลามากถึง 3 วันก็ตามที ส่วนเื่ไอเท็มนั้นก็คาดว่าคงจะดีกว่าเควสที่ผ่านๆมาขึ้นไปตามลำดับนั่นล่ะ
“แบบนี้เท่ากับว่าเราต้องไปหาคนมาให้ครบ4 คนเท่านั้นถึงจะทำเควสได้เหรอครับ?” โจ๊กถาม
“ไม่จำเป็หรอก”พ่อหนุ่มผมทองโบกมือค้าน “เควสมันจะจำกัดแค่ไม่ให้มีคนเยอะเกินไปก็เท่านั้นล่ะอย่างเควสนี้ก็ห้ามมีคนทำเควสเกิน 4 คนทำนองนั้น ถ้าจะไปทำแค่คนหรือสองคนมันก็ไม่ผิดกฎไปหรอก”
เข้าใจแล้วก็ร้อง “อ๋อ” ขึ้นมาทันทีถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรสำหรับการออกไปล่าบอสแค่สองคนระหว่างเขากับดานี่ที่สำคัญการมีคนที่ชำนาญเื่เกาะเริ่มต้นแบบพ่อหนุ่มผมทองคนนี้มาช่วยมันคงจะทำให้การล่าบอสของเขานั้นง่ายขึ้นมากเลย
“ถ้าอย่างนั้นเราควรไปล่าตัวไหนกันดีเหรอครับ?”โจ๊กถาม
“แล้วนายรับเควสอะไรมาจากที่ร้านของนายบ้างล่ะ?”ดานี่ถามกลับ
“อ่า ส่วนใหญ่ก็เป็พวกเควสขุดหาแร่แล้วก็ฆ่ามอนสเตอร์ที่ชื่อ ราโบร่า น่ะครับ”
“อื้อ ดีเลยถ้างั้นเอาเป็ตัวที่นายเลือกมานั่นล่ะน่าจะโอเคแล้ว”
“ไวท์ฮาร์ปี้ เนี่ยเหรอครับ?”
“อื้อ” ดานี่ยิ้มรับ“เ้านี่เป็บอสที่ไม่ค่อยเก่ง แถมยังอยู่บนูเาเอวองที่อยู่ไม่ห่างจากเมืองนี้เท่าไรด้วยแถมมันยังเป็ทางผ่านของมอนสเตอร์ที่นายต้องล่าพอดี ส่วนพวกแร่ที่จะต้องขุดหาน่ะส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในพื้นที่บนเขาหรือในถ้ำอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นหายห่วงได้”
การตัดสินใจด้วยความชำนาญนั้นถือว่าช่วยได้มากซึ่งไม่รอช้าดานี่ทำการกดปุ่มไปที่หน้าต่างไอเท็มบานนั้นก่อนจะขยับมือเข้าไปที่อินเตอร์เฟสนั้นก่อนจะดึงบานหน้าต่างนั้นเปลี่ยนให้มาเป็การ์ดที่อยู่ในมือแทนทำเอาคนมองต้องทึ่งอยู่นิดๆ
“ส่วนนี่เป็วิธีที่เราจะรับเควสมานะเราจะดึงมันเข้ามาให้เป็การ์ดเควสแบบนั้น” ว่าแล้วก็ยื่นไปให้โจ๊ก “นายเป็คนลองรับเควสดูก็แล้วกันนะเพราะว่าคนที่ทำเควสพวกนี้ครั้งแรกแล้วก็คนที่เป็เ้าของเควสน่ะจะได้ไอเท็มดีกว่าชาวบ้านเขานิดหน่อยด้วยในฐานะโฮสต์เควสน่ะ”
“ขอบคุณครับ”
โจ๊กรับมาด้วยความยินดีก่อนจะพลิกการ์ดเควสที่มีสีแดงนั้นไปมาลักษณะของมันก็แทบไม่ต่างจากการ์ดเควสใบอื่นๆ ที่เคยรับมาจากตาลุงโทมัสเสียเท่าไรเพราะมันก็มีรูปภาพที่น่าจะเป็เ้าไวท์ฮาร์ปี้วาดขึ้นในแบบตัวการ์ตูนน่ารักๆประดับอยู่บนนั้นด้วย
“แล้วเราต้องกดตกลงยังไงเหรอครับ?”โจ๊กถามแบบงงๆ
“อ๋อ พลิกตรงด้านหลังนั่นไงนายจะเป็ช่องกลมๆ เล็กๆ ตรงนั้นใช่มั้ยล่ะ ประทับนิ้วโป้งลงไปสิ”
เขาลองทำตามดู จนกระทั่งเกิดเสียงดัง“ปิ๊บ!” แว่วขึ้นๆ พร้อมกับหน้าต่างข้อมูลที่เขียนตรงหน้าว่า“คุณ้ารับเควสล่าไวท์ฮาร์ปี้จริงหรือไม่?” พร้อมกับคำว่าตกลงและไม่ที่เป็ช่องให้กดตรงด้านล่างอีกทีเห็นดังนั้นเ้าตัวจึงร้องอ๋อขึ้นมาและกดตกลงไปในที่สุด
“ทีนี้นายเปิดหน้าต่างเควสของนายขึ้นมามันจะมีปุ่มที่เขียนว่า แชร์เควส อยู่ใช่มั้ยล่ะนายกดปุ่มนั้นและยื่นมาให้ฉันอีกที แค่นี้ก็เสร็จแล้ว”
ความเรียบง่ายนั้นสร้างหน้าต่างดังกล่าวให้ไปปรากฏตรงหน้าของดานี่ที่อยู่ในปาร์ตี้ก๊วนเดียวกันอยู่แล้วในทันทีพ่อหนุ่มผมทองจึงกดโอเคขึ้น และโจ๊กสังเกตเห็นว่าในหน้าต่างเควสนั้นมีจำนวนของ“ผู้ล่า” เพิ่มขึ้นมาเป็สองคนแล้ว เท่านั้นเ้าตัวก็ยิ้มร่าในทันที
“แค่นี้ก็เสร็จแล้วสินะครับ?”
“ใช่” ดานี่ยิ้มรับ“ทีนี้นายก็จะได้ข้อมูลเบื้องต้นของเ้าบอสฮาร์ปี้ตัวนี้มาอีกนิดๆ หน่อยๆเพื่อให้ง่ายสำหรับการล่ามากขึ้น แต่ถ้านายล่าเป็ครั้งแรกมันก็จะได้ข้อมูลมาแค่ชื่อ เผ่า หรือ ธาตุอะไรทำนองเนี่ย ส่วนตำแหน่งที่อยู่ของมันก็จะมีให้แบบกว้างๆไม่ได้ช่วยอะไรนักมันก็เลยจะมีพวกซัมมอนเนอร์สายฮันเตอร์บางคนเขาขายข้อมูลพวกนี้อยู่บ้างเหมือนกันแต่นายไม่ต้องห่วงหรอกฉันน่ะมีข้อมูลของบอสทุกตัวในเกาะเริ่มต้นนี้แบบละเอียดหมดแล้วเพราฉะนั้นสบายใจได้เลย”
ได้ยินแล้วก็ยิ้มกว้างรับในทันที
“พูดให้ถูกก็คือมีทุกตัวยกเว้นเ้าฟอร์ซไลก้าไม่ใช่เหรอครับ?”
“เฮ้ย พูดแบบนี้ฉันเจ็บนะเพื่อน”
ว่าแล้วก็ทำท่ายกมือขึ้นจับหน้าอกตัวเองด้วยท่าทางเ็ปทำเอาทั้งสองหนุ่มนั้นหัวเราะกันออกมากันพอเป็พิธี ก่อนที่ดานี่จะมีอะไรอีกนิดหน่อยที่ต้องอธิบาย
“อีกเื่ที่นายต้องรู้ไว้นะเควสล่าบอสน่ะจะเป็เควสชนิดเดียวที่หากมีซัมมอนเนอร์คนไหนดึงไปทำแล้วมันจะทำให้เควสตัวนั้นหายไปจากบอร์ดเพื่อป้องกันไม่ให้ซัมมอนเนอร์คนอื่นๆมาล่าทับซ้อนกับเราได้”
“โห...แบบนี้เขาไม่แย่งกันทำเควสตายเลยเหรอครับ?”
“ถ้าเป็เควสระดับ A น่ะแย่งกันตายชักเลยล่ะ” ดานี่ถอนใจ“คือถ้าเป็บนบอร์ดน่ะพอเควสไหนมีคนดึงไปทำระบบมันก็จะปล่อยเควสตัวอื่นๆมาให้ซัมมอนเนอร์คนอื่นๆ เลือกทำเองแต่ส่วนใหญ่เขาก็จะเล็งล่าเฉพาะตัวที่มันให้รางวัลกับดร็อบไอเท็มดีๆ ให้ทั้งนั้นล่ะอันที่จริงต่อให้ไม่ต้องไปรับเควสพวกนี้เราก็สามารถออกไปล่าบอสพวกนั้นได้อยู่แล้วล่ะนะแต่ว่าถ้าเป็เควสจากบาร์เนี่ยถึงจะเป็ตัวเดียวกันแต่มันจะเป็บอสแบบพิเศษที่จะมีเฉพาะคนที่รับเควสเอาไว้เท่านั้นจึงจะหามันพบและต่อสู้กับมันได้น่ะ”
โจ๊กร้อง “อ๋อ” ขึ้นมาในที่สุดมันก็คงเหมือนกับตอนที่เขาไปพยายามล้างแค้นเ้าคิงสไลม์นั่นล่ะเพราะตอนนั้นเขาเองก็ไม่ได้มารับเควสที่บาร์แห่งนี้เหมือนกันแต่ก็สามารถเอาชนะเ้าบอสตัวนั้นมาได้ (ด้วยฝีมือของสโนว์เบลทั้งหมด)
“่ระดับ C ถึง B น่ะมันก็ยังไม่เท่าไรหรอกแต่ถ้าเป็พวกบอสระดับ A นะ งานนี้ใครดีใครได้เลยล่ะบอร์ดเควสมันถึงได้มีแต่คนมายืนเฝ้าอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะได้ล่าบอสตัวดีๆได้แบบไม่ต้องมีคนมาแย่งกันอย่างที่นายเห็นไง”
มิน่าล่ะบอร์ดเควสจึงไม่เคยมีที่ว่างเลยขนาดตอนนี้ที่ว่าคนน้อยๆ มันก็มายืนมุงกันเกือบสิบคนเห็นจะได้นี่ขนาดยังเป็เกาะเริ่มต้นที่มีซัมมอนเนอร์อยู่ไม่เยอะนะ แล้วในเกาะอื่นๆนี่บอร์ดเควสมันจะมีคนมหาศาลแค่ไหนกัน
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวกินข้าวกันเสร็จแล้วพวกเราลองไปแกะรอยหาเ้าบอสตัวนี้กันเลยก็แล้วกันดีมั้ยถึงแม้ว่าฉันจะมีตำแหน่งจุดเกิดของมันอยู่ก็เถอะ แต่พอขึ้นชื่อว่าเป็บอสน่ะบางทีมันก็เคลื่อนไหวออกจากพื้นที่หากินของมันบ้างเหมือนกันเราก็ต้องไปสะกดรอยตามเพื่อค้นหามันเองเหมือนกัน” ดานี่เสนอขึ้น
“ก็ดีครับ ผมเองก็อยากจะลองไปสู้กับตัวอะไรเก่งๆอยู่แล้ว”
ว่าแล้วทั้งสองหนุ่มก็ปิดหน้าต่างข้อมูลทั้งหมดลงและตั้งท่าจะเดินกลับไปที่โต๊ะของพวกเขาหากแต่ก่อนที่จะเดินออกไปนั้นจู่ๆ ก็มีแรงดึงเล็กๆจากตรงปลายแขนเสื้อของโจ๊กจนทำให้เขาชะงักไป กระทั่งชายหนุ่มชำเลืองสายตากลับมาจึงได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนยิ้มให้กับเขา
“กำลังจะไปทำเควสล่าบอสกันเหรอถ้าไม่รังเกียจให้ฉันไปด้วยอีกคนได้มั้ยคะ?”
เสียงหวานทักมาอย่างเป็กันเองซึ่งรอยยิ้มที่น่ารักชวนมองนั้นมันทำให้โจ๊กจำได้เป็อย่างดีว่าเธอคนนี้ก็คือ
“คุณริน?” โจ๊กทักกลับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแปลกใจเล็กๆ“มาที่นี่ได้ยังไงกันครับเนี่ย?”
“ก็ต้องเพราะว่าฉันแวะมาหาพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ?”สาวน้อยทักกลับมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะแกล้งทำหน้ามุ่ยนิดหน่อย“เราเล่นอยู่ร้านเดียวกันแท้ๆ แต่พี่โจ๊กกลับไม่เคยโผล่หน้ามาทักทายกันเลยนี่คะเจ๊ฝนบอกว่าพอออนไลน์เสร็จบางทีพี่ก็รีบกลับบ้านไปเลย น่าจะอยู่ทักทายกันบ้างนะคะฉันจะได้แนะนำให้พี่รู้จักกับคนอื่นๆ ในร้านด้วยเขาเองก็อยากรู้จักกับพี่กันทั้งนั้นั้แ่วันที่พี่ไปฉายแสงในร้านให้เขาเห็นกันทั่วหน้าขนาดนั้นน่ะ”
“ผมไม่ได้เป็มะเร็งนะครับจะได้ต้องไปฉายแสง....”
“ก็นึกว่าต้องไปทำคีโม....แหนะ! ยังจะมามุกอีกเหรอคะ?”
ฝั่งตรงข้ามก็ไม่มั่นใจนักหรอกนะว่านายโจ๊กคนนี้เล่นมุกกับเขารึเปล่าเพราะไอ้ตอนที่พ่อคุณพูดออกมานั้นหน้านิ่งเสียอย่างกับรูปปั้นเชียวแต่ถึงอย่างไรคนหัวไวอย่างรินก็จัดการตบมุกให้ได้ทันทีเช่นกันซึ่งในตอนนั้นเองที่ดานี่เองพอเห็นสาวน้อยคนนี้เข้ามาทักทายด้วยแล้วเขาจึงเผยรอยยิ้มขึ้นตามมารยาทและเดินกลับเข้ามาหา
“เพื่อนของนายเหรอโจ๊กเกอร์?”พ่อหนุ่มผมทองถาม
“อื้อเธอเป็คนที่เล่นอยู่ในร้านเดียวกับผมน่ะครับแล้วก็เป็คนที่ช่วยทำเควสดูแลซัมมอนเนอร์หน้าใหม่ช่วยสอนผมในวันแรกด้วยเธอชื่อว่า คุณริน น่ะครับ”
ได้ยินคำทักทายนั้นแล้วตามประสาคนที่เข้าสังคมเก่งอยู่แล้ว ดานี่ยื่นมือเข้ามาหาหญิงสาวตรงหน้าทันที
“ฉันชื่อ ดาเนียเล่ แต่เรียกสั้นๆว่าดานี่ ก็ได้นะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณดานี่”เธอเอื้อมมือมาเขย่าด้วยรอยยิ้ม
พอทำความรู้จักกันเป็พอพิธีแล้วรินก็หันกลับมาจ้องมองนายโจ๊กเขม็งอีกครั้ง ทั้งเสื้อผ้าที่แตกต่างไปจากเดิมรวมไปถึงระดับแรงค์ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตาเปล่าว่าขึ้นมาถึงระดับ C แล้ว เท่านั้นเองสาวน้อยน่ารักคนนี้จึงยิ้มกว้าง
“เจ๊ฝนบอกว่าพี่โจ๊กขึ้นมาถึงระดับ C ได้แล้วฉันใหมดเลยไม่นึกว่าจะทำเควสได้ไวขนาดนี้เลยนะคะเนี่ย”
“อันที่จริงก็ไม่ใช่เพราะผมหรอกครับผมโชคดีได้คุณดานี่ช่วยเอาไว้อีกแรงด้วยน่ะครับ”
ว่าแล้วก็ผายมือไปยังคนข้างๆราวกับไม่อยากจะได้รับเครดิตในคำชมนั้นเพียงคนเดียวซึ่งเห็นดังนั้นแล้วหญิงสาวตรงหน้าก็หัวเราะขำขึ้นมาเบาๆ ราวกับมีอะไรในใจ
“แล้วกำลังจะไปทำเควสล่าบอสใช่มั้ยล่ะคะจะไปล่าตัวอะไรเหรอ?”
“ไวท์ฮาร์ปี้น่ะครับ”
“อ๋อ ...ถ้าเป็พวกฮาร์ปี้ที่ชอบบินร่อนไปร่อนมาล่ะก็ของถนัดรินเลยล่ะค่ะให้รินไปด้วยอีกคนนะคะ”
คำขอนั้นส่งให้โจ๊กชะงักงันไปเขาหันไปมองทางดานี่เพื่อนที่ร่วมปาร์ตี้เดียวกันแน่นอนว่าทางนั้นไหวไหล่มาเห็นเป็ทำนองว่าไม่คิดจะคัดค้านอะไรอยู่แล้วซึ่งนั่นก็ทำให้โจ๊กต้องหันมายิ้มเจื่อนๆ กับสาวน้อยตรงหน้า
“จะดีเหรอครับคุณรินคือพวกผมไปทำเควสระดับ C กันเองนะครับมันจะทำให้คุณรินเสียเวลาเปล่าๆ”
“จะเสียเวลาตรงไหนกันคะ?”เธอถามกลับมา “ปกติรินเองก็ไม่ค่อยได้ทำเควสในอาเคเดียอยู่แล้ว ่นี้รินต้องไปนั่งเครียดอยู่ในห้องดูเอลโซนเพื่อที่จะจัดเด็คสำหรับเตรียมแข่งเดือนหน้าอยู่ด้วยตอนนี้ก็เลยอยากจะหาอะไรทำเปลี่ยนบรรยากาศบ้างน่ะค่ะ ถ้าได้ไปล่าบอสสนุกๆกับเพื่อนบ้างมันก็คงจะช่วยได้เยอะเลย”
รินดูจะยิ้มเจื่อนๆ ชอบกลเห็นได้ชัดว่าตอนนี้เธอเองก็คงจะรู้สึกเครียดอย่างที่พูดจริงๆ เสียด้วย
“น้องรินกำลังจะลงทัวร์นาเม้นท์แข่งเหรอถามได้มั้ยเอ่ยว่าอยู่แรงค์อะไรแล้ว?” ดานี่ถาม
“รินอยู่ระดับ ซิลเวอร์ C น่ะค่ะ ทัวร์นาเมนท์ที่ลงแข่งก็เป็ทัวร์นะเม้นท์ระดับอาเชี่ยนที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯพอดีก็เท่านั้นเอง ไม่ได้ใหญ่อะไรนักหรอกค่ะ”
“ว้าว! ระดับ ซิลเวอร์ C เลยเหรอแบบนี้ก็เข้าใกล้ระดับโปรเพลยเยอร์มากแล้วสิเนี่ย ท่าทางจะเก่งน่าดูเลยนะแบบนี้ถ้าได้น้องเขามาช่วยอีกแรง พวกเราคงล่าบอสกันได้สนุกขึ้นเยอะเลยนะโจ๊กเกอร์”
พูดแล้วก็เอาศอกมาสะกิดแขนของโจ๊กเบาๆเป็การส่งสัญญาณบางอย่าง
“รินก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะอีกอย่างคงยังมองไปถึงระดับโปรเพลยเยอร์ไม่ได้เร็วๆ นี้หรอกค่ะกว่าจะไปสอบเป็โปรฯ ได้มันก็ต้องระดับโกลด์ขึ้นไปเสียด้วยต่อให้ชนะทัวร์นาเม้นท์นี้ได้เต็มที่ก็คงจะขึ้นมาระดับ B ได้แค่นั้นเอง”
พูดแล้วก็มีสีหน้าหงอๆ ลงไปเล็กน้อยนั่นทำให้โจ๊กรู้สึกได้เลยว่าสาวน้อยคนนี้เองก็คงจะรู้สึกกดดันกับหน้าที่ของตัวเองอยู่ไม่น้อยทีเดียวเขาเองก็พอจะได้ยินว่ารินนั้นเป็ซัมมอนเนอร์ที่มุ่งเอาจริงเอาจังในระดับโปรเพลยเยอร์มากเพราะฉะนั้นทัวร์นาเม้นท์ที่เธอกำลังจะไปแข่งขันนั้นมันคงจะสำคัญมากจนเก็บมาเครียดแบบนี้
คิดๆ แล้วก็ถอนใจยังไงซะเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไรรินเลยอีกทั้งเธอยังมีบุญคุณเคยช่วยสอนอะไรตั้งหลายอย่างให้เขาเข้าใจได้ด้วยซ้ำ
“ก็...ถ้าไม่รังเกียจอะไรจะไปล่าบอสด้วยกันก็ได้นะครับ” โจ๊กยิ้มให้
“ไม่เลยค่ะ ถ้างั้นขอรินไปด้วยคนนะ!”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงสดใสทันทีซึ่งโจ๊กก็ไม่รอเลยที่จะเปิดหน้าต่างเควสขึ้นมาอีกครั้งและส่งข้อเสนอให้เธอเข้าร่วมเควสด้วยอีกคนหนึ่งซึ่งทันทีที่นิ้วของเธอกดปุ่ม “ตกลง” ไปจำนวนนักล่าในเควสก็เพิ่มขึ้นเป็สามคนในที่สุด
“เอาล่ะ! ทีนี้ก๊วนของพวกเราก็ใหญ่ขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นเรารีบๆไปกินอาหารให้หมดแล้วออกไปลุยกันเลยดีกว่า รอบนี้ต้องสนุกแน่ๆ”
ดานี่พูดเสียงใสพลางกวักมือเรียกอีกสองคนให้รีบกลับไปที่โต๊ะด้วยสีหน้าตื่นเต้นทันทีโจ๊กรู้สึกได้เลยว่าอีตานี่คงจะเป็คนที่ดีใจที่สุดเพราะก่อนหน้านี้พี่แกต้องออกล่าตามหาเบาะแสของบอสอยู่เพียงลำพังมาโดยตลอดและตอนนี้เขากำลังจะได้ออกล่ากับเพื่อนๆ อีกครั้งมันก็ไม่แปลกเลยที่เ้าตัวจะดูสดใสยิ่งกว่าใคร
“ลุงขอเนื้อ กิโอ๊ปย่างเพิ่มอีกที่เลย ก๊วนผมมีคนเพิ่มมาอีกคนแล้ว!”
ว่าแล้วดานี่ก็ะโไปที่เค้าท์เตอร์บาร์ซึ่งตาลุงโทมัสยืนประจำการอยู่
“โอ้! ได้เลยไอ้หนูดานี่ เดี๋ยวจัดให้!”
พลันมีเสียงะโย้อนกลับมานั้นโจ๊กที่เดินนำหน้ากลับมาที่โต๊ะนั้นก็ต้องชะงักงันไปพร้อมกับการถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยใจถึงที่สุดเขาหันกลับไปสะกิดดานี่ก่อนจะส่ายหน้าให้เห็น
“ท่าทางสั่งจานเดียวไม่พอแล้วล่ะครับคุณดานี่”
“อ่าว? ทำไมล่ะ?”
โจ๊กจัดแจงชี้ไปที่โต๊ะของพวกเขาให้เห็นซึ่งทันทีที่ดานี่หันมามอง ภาพที่เห็นนั้นก็ทำเอาเขาชะงักเพราะอาหารทุกจานที่วางอยู่บนโต๊ะนั้นจากที่เคยมีเนื้อแน่นๆหอมฉุยเกาะอยู่บนกระดูกนั้นตอนนี้สะสารได้สลายหายไปเหลือเพียงเศษกระดูกวางอยู่บนจานทั้งสาม พร้อมกับแม่สาวน้อยผมสีขาวที่ตอนนี้กำลังเอนกายอย่างสบายอารมณ์พร้อมกับหยิบเอาแก้วน้ำของโจ๊กเข้ามาดื่มตบท้าย
เห็นดังนั้นแล้วดานี่ก็หัวเราะชอบใจออกมาเป็การใหญ่
“ลุงๆ ขอเปลี่ยนเป็เพิ่มอีก 3จานเลยนะ!”
“หา? จะเอาเพิ่มอีกเหรอวะในปาร์ตี้ของเอ็งมีปอบอยู่ด้วยหรือไงวะ!?”
ไม่ใช่ปอบหรอแต่เป็ัต่างหาก...โจ๊กคิดอย่างอ่อนใจ
“อ๊ะ! จะสั่งเพิ่มเหรอ งั้นเราขอด้วยอีกจานได้มั้ยมันยังไม่ค่อยอิ่มเท่าไรเลยอ่ะ”
แม่เ้าประคุณสโนว์เบลรีบเสริมขึ้นทันทีที่ได้ยินดานี่สั่งอาหารอีกรอบซึ่งนั่นก็ทำให้โจ๊กต้องยกมือขึ้นกุมขมับของเขา ก่อนที่จะหันไปสบตากับดานี่อย่างอ่อนใจสุดๆ
“มื้อนี้ผมเลี้ยงเองจะดีกว่าครับ”