ความเงียบงันปกคลุมกลุ่มคนรูปปั้นเหมือน คงเป็คำนิยามที่สามารถใช้ได้กับสถานการณ์ และอากัปกิริยาของพวกผมในขณะนี้ได้ ตอนนี้พวกเราทั้งหมดนั่งอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเมืองเริ่มต้นมาได้พักใหญ่แล้ว ไม่มีใครพูดปริปากอันใดทุกคนนิ่งเงียบ เป็ราวกับหุ่นขี้ผึ้งนานถึง 10 นาทีเต็ม
ผมมองกาแฟในถ้วยอย่างเลื่อนลอย ไม่คิดจะยกขึ้นมาจิบเลยสักนิด และจนถึงบัดนี้มันก็คงจะเย็นชืดไปหมดแล้ว ซึ่งผมก็คิดว่าถ้วยของคนอื่นก็คงเป็เหมือนเดียวกันหมด
ถ้าหากถามผมว่าเหตุใดทุกคนถึงมีอาการเช่นนี้ ก็คงต้องย้อนกลับไปเมื่อ 20 นาทีก่อน...
“เท่านี้ก็ไม่มีใครหนีจากเกมส์นี้ได้ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า” อเล็กซ์ย้ำประโยคนี้ไปมา2-3 รอบราวกับว่าอยากจะให้มันซึมซับเข้าในความคิดของพวกผม อีกทั้งเสียงหัวเราะนั่นก็ดังก้องจนน่าสะอิดสะเอียน
“กะ....”
ผมเค้นเสียงได้แค่นั้น ก็ไม่สามารถเอ่ยคำใดออกมาได้อีก
เนื่องจากพลังออร่าที่มันปล่อยออกมากดดันอยู่นั้น มันมหาศาลจนแม้คิดจะกระดิกนิ้วก็ไม่สามารถจะทำได้ นี่น่ะเหรอพลังของมอนสเตอร์ระดับพิเศษ ชั้นาา ขนาดยังไม่เริ่มโจมตี ก็ยังทำให้พวกผมรู้สึกถึงความพ่ายแพ้ได้แล้ว
“บ...บ้า...น่า”
ดูเหมือนดราก้อนฟิชจะเป็อีกคนที่ฝืนพูดออกมาได้ แต่มันก็เท่านั้นเพราะความรู้สึกที่รู้ว่าตัวเองออฟไลน์ไม่ได้ มันถาโถมโจมตีจิตใจจนบอบช้ำ แล้วส่งผลให้ร่างกายมิอาจขัดขืนต่อพลังกดดันของอเล็กซ์ได้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ดราก้อนฟิช แต่รวมถึงผมและทุกคนในปาร์ตี้ที่กำลังเผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกันอยู่...
“สนุกไหมล่ะาของข้า” อเล็กซ์เริ่มเปลี่ยนประโยคพูด แล้วจ้องมองพวกผมราวกับมดปลวกที่จะเหยียบย้ำเมื่อไหร่ก็ได้
“จุจุ จุ...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ...นี่มันเพิ่งจะแค่เริ่มต้นเท่านั้นนะ”
“...”
“เกมส์ของจริงมันต่อจากนี้ต่างหากล่ะ” พูดจบอเล็กซ์ก็โยนอะไรบางอย่างให้ร่วงลงมา และสิ่งนั้นก็หล่นอยู่ตรงหน้าผมพอดี มันเป็กล่องสีเขียวกล่องหนึ่งขนาดเท่ากับกำปั้นที่ไม่มีลวดลายพิเศษอันใด
“นี่ของฝากอีกอันจากข้า...” มันกล่าวต่อแล้วโยนอะไรลงมาอีก หากคราวนี้มันไม่ใช่วัตถุแต่เป็...
“ด...เดลต้า” เป็เทลเลอร์ที่เค้นอุทานชื่อออกมา
เขาถึงกับตะลึงค้างเมื่อเห็นร่างกายของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็ถึงที่1 ในปัจจุบัน หล่นกระทบพื้นเบื้องล่างอย่างกับเศษขยะที่คนไม่้าแล้วเขี่ยทิ้ง สภาพร่างกายของเดลต้าที่ปรากฏแก่สายตาของเทลเลอร์นั้น มันเหมือนกับโดนรุมยำมาชัด ๆ ร่างกายเต็มไปด้วยาแ ส่วนเสื้อผ้าก็ถูกฉีกทึ้งจนขาดวิ่น มันเป็สภาพที่ไม่น่าเข้ากับคนที่ได้ที่ 1เลยสักนิด แต่ก็นั่นแหละเหนือฟ้าก็ยังมีจักรวาล
“เอาล่ะ...ทีนี้หมากกระดานาก็มีเบี้ยครบแล้ว...เจอกันใหม่อีก3 อาทิตย์ข้างหน้า”
“...”
“อย่าด่วนตายล่ะ...เหล่าเม็ดหมากที่อ่อนแอ”
“อย่าด่วนตายล่ะ...เหล่าเม็ดหมากที่อ่อนแอ”
ประโยคสุดท้ายที่อเล็กซ์ทิ้งไว้ให้ก่อนจะจากไป ยังคงก้องหูผมซ้ำไปซ้ำมา ในขณะที่สายตาก็จ้องมองกล่องสีเขียวที่วางอยู่กลางโต๊ะ โดยที่ไม่มีใครคิดจะจับมันั้แ่เอามาวางตั้งไว้ ตอนนี้ผมรู้สึกหมดกำลังใจ และหดหู่ไปในพริบตา และแม้ว่าผมจะไม่สามารถออฟไลน์ได้แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเป็เื่ใหญ่ แต่มันก็ไม่ลำบากใจเท่ากับว่า ศัตรูที่พวกผมกำลังต่อกรอยู่นั้นมันแข็งแกร่งเกินไป แข็งแกร่งจนไม่อาจแม้แต่จะเงยหน้ามองดูมันได้ แล้วแบบนี้ภารกิจของบริษัทเซียออนไลน์ ที่ตั้งความหวังไว้กับพวกผมจะทำสำเร็จได้ยังไง...
ปิ๊บ! ปิ๊บ!
เสียงจากซองจดหมายสีแดงที่จู่ ๆ ก็กระพริบขึ้นมาตรงหน้าของผม ไมร่า แทซอน เอกอน และดราก้อนฟิช มันดังถี่ยิบอย่างกะทันหัน แต่กลับไม่มีใครคิดที่จะแตะมันเลยสักนิด
ทุกคนนิ่งเงียบจมอยู่กับความคิดตัวเอง ั้แ่พากันเดินมาจากช่องเขาวัดเดล แน่นอนว่าเราใช้ผลึกกลับเมืองก็ได้แต่พวกผมกลับเลือกที่จะเดินแทน ราวกับว่าอยากจะใช้เวลากับความคิดของตัวเองให้นานที่สุด ส่วนเดลต้านั้นเทลเลอร์เป็คนป้อนน้ำยาเพิ่มพลังชีวิตให้ แล้วพยุงตามมาจนถึงเมืองเริ่มต้น
จากนั้นเราทุกคนก็เลือกร้านอาหารแห่งนี้อย่างมิได้นัดหมาย เพื่อเป็ที่สิงสถิตนิ่งคิดอยู่กับเื่ราวที่เพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่ๆ จนถึงขณะนี้...
แกร็ก!
หลังจากที่ทุกคนนิ่งเงียบกันมาเป็เวลานาน ไมร่าเป็คนแรกที่เริ่มยกมือขึ้นจับหูแก้วกาแฟแต่กลับไม่ยกดื่ม เธอปล่อยให้มือค้างอยู่แบบนั้น แล้วมองดูน้ำสีน้ำตาลเข้มในแก้วกระเพื่อมไปมาตามแรงสั่นของมือตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเลื่อนปล่อยมือจากหูแก้วในที่สุด แล้วเลื่อนมาแตะที่กล่องสีเขียวที่กลางโต๊ะ นั่นแหละที่ทำให้พวกที่เหลือต้องเงยหน้ามองตาม...
“จะทำอะไรน่ะ” เป็เอกอนที่เอ่ยพูดเป็คนแรกในรอบ10 นาที
“จะดูว่ามันให้อะไรมา” ไมร่าเน้นหนักตรงสรรพนามเรียกแทนอเล็กซ์
“แต่มันอาจจะเป็กับดักก็ได้นะ” ในที่สุดผมก็ออกความเห็นกับเขาบ้าง
“ยังไงเราก็ไม่สามารถออฟไลน์ได้แล้วนี่ สู้มันให้ตายไปข้างหนึ่งจะเป็ไร” เธอเริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อแล้วมองผมด้วยสายตาที่วิงวอน
“แต่...” เสียงผมขาดหายไปเมื่อพูดได้แค่นั้น เพราะถูกบุคคลที่มีอายุมากสุดในกลุ่มพูดแทรกขึ้น
“อย่าเถียงกันตอนนี้เลย ผมเข้าใจดีว่าทุกคนรู้สึกยังไง และผมคิดว่าทาง GM กับดร.เนวันคงไม่ปล่อยให้เื่เป็แบบนี้แน่” กล่าวจบดราก้อนฟิชก็คว้ากล่องสีเขียวจากมือของไมร่าไป เขาชูขึ้นแล้วพูดต่อ
“อันดับแรกเราควรต้องดูก่อนว่าศัตรูให้อะไรมา...” สมแล้วที่เป็ผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า เพราะดราก้อนฟิช สามารถคุมอารมณ์ แล้วทำให้สถานการณ์ที่ดูผะอืดผะอมนี้ คลายออกไปในทางที่ดีขึ้นได้
“ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะถ้ามันคิดจะฆ่าเรา ก็คงทำั้แ่ 20 นาทีก่อนนู้นแล้ว”
“...”
“หวังว่า 10นาทีที่ผ่านมาทุกคนคงทำใจได้แล้วนะ” ไม่มีใครพูดแทรกหลังจากดราก้อนฟิชพูดจบ เขาเห็นดังนั้นจึงเริ่มเปิดกล่องออกช้า ๆ
ปุ๊ง!
จู่ ๆ กล่องก็ะเิกลายเป็กลุ่มควันเล็กๆ สีเขียวเบา ๆ ทันทีที่เปิดกล่อง ทำให้ดราก้อนฟิชถึงกับปล่อยมืออย่างใ แต่ก็ต้องเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เมื่อปรากฏว่ามีเสียง ๆ หนึ่งดังออกมาจากกลุ่มควันสีเขียวเล็กๆ กลุ่มนั้น
“คงจะเปิดกล่องแล้วสินะ” ผมบีบมือแน่นเมื่อรู้ว่าเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากกลุ่มควันนั้น เป็เสียงของอเล็กซ์
“อย่าเพิ่งใว่านี่เป็กับดัก...เพราะผมแค่จะแจ้งข่าวเื่เกมส์ของผม”
“...”
“ก่อนอื่นก็ต้องบอกก่อนว่า พวกเราเหล่ามอนสเตอร์ถูกกดขี่ข่มเหงมานาน ถูกมองดูเป็เหมือนของเล่นที่ไว้ให้ฆ่าแล้วเพิ่มค่าประสบการณ์ของผู้เล่น ซึ่งเป็สิ่งที่ไม่ยุติธรรมกับพวกเรา ดังนั้นนี่เป็การเรียกร้องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกเรา เหล่ามอนสเตอร์ทุกตัวที่อยู่ฝ่ายผม”
เงียบไป่หนึ่งเมื่อถึงตรงนี้
“พวกเรา้าทำา”
“...”
“มากไปแล้วนะ” แทซอนโพล่งออกมาอย่างมีน้ำโห เมื่อได้ยินอเล็กซ์พูด
เขาบีบมือแน่นจนมือเริ่มแดงไปหมดแล้ว
“แต่...” อเล็กซ์เริ่มกล่าวต่อ “ถ้าจะทำาปกติมันก็น่าเบื่อเกินไป ข้าก็เลยทำเกมส์าขึ้นมา เพื่อให้สนุกและดูน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นที่พวกเ้าต้องทำก็มีแค่...” มันหยุดพูดแล้วลากเสียงยาว
“หาเม็ดหมากที่เหลือให้ครบ10 คน แล้วมาหาข้าที่เมืองฟาเวร่า มหานครลอยฟ้าแห่งเดียวของเกมส์เซียออนไลน์ อ๊ะ..อ๊ะ...รีบ ๆ หน่อยล่ะข้าให้เวลาแค่ 3 อาทิตย์เท่านั้นนะ เพราะว่าข้ารอให้ตาแก่เมลวันมันตายตั้งหลายปีแล้ว มีมันอยู่แล้วข้าทำอะไรไม่ถนัด แล้วมันออกจะน่าเบื่อถ้าต้องรออีกหวังว่าคงเข้าใจกันนะ อ้อ! ฝากความคิดถึงให้กับดร.เนวันด้วยล่ะฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า”
ปุ๊ง!
เมื่อข้อความสุดท้ายจบลงกลุ่มควันสีเขียวก็กะเิเบาๆ อีกครั้ง แล้วม้วนตัวขึ้นค่อย ๆ สลายหายไปช้าๆ ท่ามกลางความนิ่งเงียบของคนฟัง ที่ซึ่งเริ่มจะทำตัวเป็หุ่นขี้ผึ้งอีกครั้ง
ปิ๊บ! ปิ๊บ!
เสียงกระพริบของจดหมายสีแดงดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ก็เป็ไมร่าที่เปิดมันก่อน
“ทุกคนโอเคกันไหม” เสียงถามไถ่แบบรู้สึกผิดของดร.เนวัน กล่าวผ่านออกมาจากหน้าจอโฮโลแกรมทันทีที่ซองจดหมายสีแดงหายไป หากแต่ไมร่ากลับไม่ตอบเธอแค่ผลักหน้าจอของดร.เนวัน ให้ลอยนิ่ง ๆ อยู่เหนือทุกคนบนโต๊ะอาหาร ในทิศที่สามารถมองเห็นกันได้หมด
“ดูสภาพแล้วคงปัญหาหนักเลยสินะ” ดร.เนวันกล่าวอีกคราวนี้เขาทำสีหน้าสลดลงนิดหน่อย
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ...ถือซะว่าพวกเราอ่อนแอเอง” ไมร่าเอ่ยขึ้น เธอค่อย ๆ เงยหน้ามองหน้าจอโฮโลแกรมที่ลอยนิ่งๆ อย่างยากเย็น
“แต่ผมก็ถือว่าผิดด้วย ผิดที่ส่งพวกคุณให้ทำภารกิจที่ยากไป จริง ๆ แล้วนี่เป็ปัญหาของบริษัท มันไม่ควรจะให้คนนอกอย่างพวกคุณมารับด้วยเลยแท้ๆ แต่เพราะว่า GM ของเราความสามารถมันไม่ถึง เลยต้องลงเอยด้วยวิธีการเสี่ยง ๆ แบบนี้”
“แต่พวกผมที่เข้ามา ก็เต็มใจทำนะครับถึงแม้ว่าจะเป็รูปแบบการจ้างก็เถอะ” แทซอนพูดขึ้นมาบ้าง
“ผมรู้ว่าทุกคนที่ผมเลือกมา ต้องสละเวลาอันมีค่าของตัวเองเพื่อรับทำภารกิจที่เป็ความผิดพลาดของบริษัท…” ดร.เนวันหยุดพูดแล้วสูดอากาศหายใจเข้าไป
“ดังนั้นผมขอให้ทุกคนทิ้งภารกิจแล้วใช้ชีวิตไปพลาง ๆ ในเกมส์ซะ เมื่อไหร่ที่ศิลามรกต ไอเทมที่ทำให้ออฟไลน์ได้ถูกสร้างเสร็จ พวกคุณก็กลับบ้านได้เลย”
“ไม่...ผมไม่ยอมนะดอกเตอร์” แทซอนแทรกขึ้นกลางโต๊ะอาหาร
“ที่ผมยอมแอบหนีผู้จัดการกับงานอัดเทปรายการทอล์กโชว์มานี่ก็เพื่อมาทำภารกิจนี้นะ แล้วถ้ามันจะเลิกง่ายๆ โดยที่เราไม่ทำอะไร มันไม่ดูเหมือนว่าพวกเราแพ้ไปแล้ว แถมแพ้ให้กับมอนสเตอร์ที่พวกคุณเป็คนสร้างมาด้วยนะ” แทซอนมองดร.เนวันแล้วร่ายยาว จนผู้ฟังถึงกับกลืนน้ำลายอย่างลำบากใจ
“ผมเข้าใจดีแต่สถานการณ์ตอนนี้มัน...” แล้วดร.เนวันก็หยุดพูดไปเสียดื้อๆ เมื่อไมร่าแทรกขึ้นมาอีก
“พวกเรารู้ดีค่ะดอกเตอร์ หนูก็คิดเหมือนแทซอน แล้วการที่หนูลางานครึ่งวันมาที่นี่ก็เพื่อจะปิดภารกิจนี้นะคะ อีกอย่างที่เซียออนไลน์แห่งนี้พวกเราก็มีความหลังกับมันมากมาย ไม่ว่าจะเพื่อน ภารกิจที่ตื่นเต้น หรือแรงบันดาลที่ได้รับจากเกมส์ จนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ มันก็เป็สิ่งที่หล่อหลอมให้พวกเราเป็อย่างทุกวันนี้”
“ไมร่าพูดถูกครับ” เอกอนเป็คนกล่าวต่อ “ทุกสิ่งที่อยู่ในเกมส์นี้มันเคยเป็ส่วนหนึ่งของพวกเรา อาจจะมีบางครั้งที่เล่นแล้วก็ท้อบ้างเพราะมองไม่เห็นทางที่จะไปต่อ แต่ก็เพราะแบบนั้นมันเลยสอนให้ผมรู้จักที่จะก้าวเดินต่อไป แม้หนทางที่เดินจะเต็มไปด้วยกรวดหินก็ตาม”
“ใช่แล้วครับ” ผมกล่าวเสริมอีก “ที่ผมฟันฝ่าอุปสรรคจนเป็ทนายได้นั้น ก็เพราะคำสอนของ NPC ในเกมส์นี้ ฉะนั้นแล้วตราบใดที่พวกผมยังไม่เอ่ยบอกว่าขอยกเลิกภารกิจ ตราบนั้นพวกเราก็จะเดินต่อไปครับ”
ดร.เนวันอึ้งไปพักใหญ่เมื่อได้ยินแบบนี้ ทีแรกเขาคิดว่าคนที่ตัวเองส่งไปต่อกรกับอเล็กซ์นั้น พอไม่สามารถออฟไลน์ได้ ก็จะหดหู่แล้วรู้สึกหมดหนทาง จากนั้นก็จะขอหยุดภารกิจแล้วกลับบ้านซะอีก
แต่นี่มันไม่ใช่...
สิ่งที่เขาได้ยินตรงหน้านั้นมันเกินความคาดหมาย พวกเขาสามารถแปรเปลี่ยนความรู้สึกหมดหวัง ให้กลายเป็พลังที่จะเดินก้าวต่อด้วยตัวเองอย่างมหัศจรรย์
นี่น่ะเหรอความตั้งใจของเหล่าผู้ที่แข็งแกร่งรุ่นแรก
“ได้ยินแบบนี้แล้ว ทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นอีกนะเนี่ย” ดร.เนวันกล่าวออกมาในที่สุด
“งั้นคุณก็ปล่อยให้พวกเขาทำไปเถอะ” ดราก้อนฟิชบอกก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาในโต๊ะอาหาร “ถึงยังไงถ้าพวกเราตายก็แค่ระดับลด แต่ก็ยังเกิดใหม่ได้ไม่รู้จบ ไม่เหมือนมอนสเตอร์ที่ฆ่าแล้วพวกมันก็จะหายไปไม่กลับมาเกิดอีก”
“คุณก็จะร่วมด้วยสินะดราก้อนฟิช”
“ถึงผมจะแก่ในโลกข้างนอก แต่ในเกมส์ผมก็ยังหนุ่มแน่นอยู่นะ” ดราก้อนฟิชหยุดพูดแล้วส่งยิ้มกว้างให้ดร.เนวัน แล้วปัดปอยผมที่ยาวห้อยมาตรงหน้าให้เปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เรียวได้รูปกับริมฝีปากเรียวเล็ก จมูกโด่งและดวงตาเรียวคม จนคนที่มองอย่างดร.เนวันอดหัวเราะในลำคอไม่ได้
“แถมยังมีไฟด้วย” ดราก้อนฟิชปิดท้ายซึ่งนั่นทำให้ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็ดอกเตอร์ถึงกับฉีกยิ้มทันที
“แต่ยังมีเื่ที่น่าสงสัยอยู่นะครับ” จู่ ๆ เอกอนก็พูดขัดขึ้นมา
“อะไรล่ะ” ดร.เนวันทำหน้าสงสัย
“คุณคงจะเห็นตอนที่พวกเราเปิดกล่องแล้วสินะ”
“แน่นอน...ตอนนี้ผมอยู่ในโลกคลื่นสมองเหมือนพวกคุณเพียงแต่อยู่ในอีกมิติหนึ่งเท่านั้น”
“งั้นช่วยบอกทีได้ไหมครับ ว่าจริง ๆ แล้วอเล็กซ์ถูกทำให้คิดเองได้ั้แ่เมื่อไหร่ เพราะดูจากที่มันทิ้งท้ายเมื่อก่อนหน้านี้ เหมือนกับว่ามันรู้เื่ที่ตัวเองเป็สิ่งที่พวกเราสร้างมาตั้งเนิ่นนานแล้ว แต่รอโอกาสที่จะตอบโต้” ดร.เนวันนิ่งคิดก่อนเริ่มเปิดปากตอบออกมา
“นั้นสินะ...เื่มันก็บานปลายมาถึงขั้นนี้แล้ว เอาเป็ว่าผมจะเล่าความจริงคร่าว ๆ ให้ฟังก็แล้วกัน” ดร.เนวันกระแอ่มไอแล้วกล่าวต่อไป
“พวกคุณจำเื่ระบบไม่เสถียรเมื่อปี 2021 ได้ไหมที่เป็ข่าวใหญ่ตอนนั้น”
พวกผมพยักหน้าตอบ
“จริง ๆ แล้วมันไม่ได้มีปัญหาหรอก แต่เป็ข่าวที่ปล่อยออกมาเพื่อปิดบังสิ่งที่พวกเราทำสำเร็จ นั่นก็คือการทำให้ระบบเอไอที่อยู่ในทั้งมอนสเตอร์และNPC สามารถประมวลผลเองได้โดยที่พวก GM ไม่ต้องป้อนคำสั่ง หรือก็คือต้นกำเนิดของอเล็กซ์นั่นเอง
ตอนนั้นผมยังเป็แค่ผู้ช่วยของดร.เมลวัน จึงไม่รู้ว่าเขาได้สร้างตัวหายนะที่จะสร้างความปั่นป่วนขึ้นมา แต่ก็นั่นแหละพวกเรายังหลงอยู่ในความสำเร็จ ไม่ได้เอะใจอะไรเลย จนกระทั่งวันหนึ่งอเล็กซ์ได้ถามคำถามที่สร้างความหนักใจให้ดร.เมลวัน นั่นก็คือ เขาไม่ได้มีตัวตนใช่หรือไม่
ดร.เมลวันใมาก แต่ก็ยังอธิบายให้อเล็กซ์ฟังซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้เื่มันดีขึ้นมาสักนิด กลับทำให้มันบานปลายขึ้นอีก จนถึงขั้นมีปากเสียงกันในที่สุด จากนั้นอเล็กซ์ก็เริ่มทำตามใจตนเอง มันเริ่มชักชวนมอนสเตอร์ที่คิดได้เข้ามาเป็พรรคพวก แต่ก็ยังไม่กระทำอันใด เพราะติดปัญหาที่ดร.เมลวันสามารถลบมันออกจากระบบไปได้ ดังนั้นในเวลาต่อมามันจึงเริ่มมีทีท่าฟังพวกเราเหมือนเดิมคล้ายกับแสร้งเล่นละคร จนพวกเราตายใจ เรื่อยมากระทั่งดร.เมลวันตายแล้วไม่ได้ทิ้งรหัสเมนเฟรมไว้ให้” ดร.เนวันผ่อนเสียงลงเมื่อเล่าจบ และถึงแม้ไม่กล่าวต่อพวกผมก็พอจะรู้เื่ต่อจากนั้น ซึ่งก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรอีก
“ถ้างั้นปัญหาตอนนี้ก็มีแค่....” เดลต้า ชายที่ได้ชื่อว่าอันดับ1 ของปัจจุบันเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ปิดปากเงียบมานาน
“ทำยังไงไม่ให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ในเกมส์ ใกับการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นบนเมืองลอยฟ้าฟาเวร่า” พูดจบทุกคนที่นั่งอยู่โดยรอบโต๊ะก็นิ่งคิดทันที มันเป็ปัญหาจริง ๆ นั่นแหละ เพราะถ้าหากจะไม่ให้ผู้เล่นคนอื่นรู้ ก็ต้องทำมันั้แ่ต้นจนจบ
“เื่นั้นผมแก้ไขได้ เอาเป็ว่าพรุ่งนี้ทุกคนรอดูก็แล้วกัน” เป็ดร.เนวันที่กล่าวออกมา ซึ่งนั่นทำให้พวกผมหมดปัญหาไปอีกหนึ่ง แต่มันก็ยังมีปัญหาอย่างที่ผมนึกขึ้นมาได้
“จากที่อเล็กซ์บอก มัน้าคน 10 คน ตอนนี้เรามี 7” ผมเหมารวมเอาเทลเลอร์ด้วย “ขาดอีก 3”
“ไม่เป็ไรหรอกครับเื่นั้น อันดับที่ 2 , 3 และ 4ในปัจจุบันก็ยังมีอยู่ พวกเขารู้เื่นี้เหมือนกันเพียงแต่ไม่ปริปากบอกใครก็แค่นั้น เห็นว่าถ้าหากไม่ไปยุ่งก็ไม่ได้รับอันตรายน่ะครับ ซึ่งถ้าผมไปขอร้องพวกเขาก็อาจจะยอมมาร่วมด้วย แต่ไม่รับปากนะ เพราะผมไม่อยากบังคับพวกเขา ซึ่งถ้าเป็ไรไปก็ลำบากในการแก้ไขเหมือนกัน” เดลด้าเสนอความเห็น ซึ่งผมก็พยักหน้ารับรู้เป็อันว่าปัญหาหายไปอีกหนึ่ง
“เอาล่ะ...คราวนี้ใครมีปัญหาอะไรอีก”
“มีแน่นอน” เป็เทลเลอร์ที่ยกมือขึ้นมา เขามองหน้าผมเหมือนกับจะขอคำอธิบาย “ช่วยบอกผมหน่อยว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ตกลงนี่ไม่ใช่กิจกรรมของระบบใช่ไหม แล้วทำไมมีแต่ผมที่ไม่รู้เื่”
“...”
“งั้นฟังให้ดี ๆ นะเ้าลูกศิษย์จอมทึ่ม พอจบแล้วจะอยู่ต่อหรือถอนตัวก็ตามใจ เพราะมันอันตรายมาก”
ผมมองหน้าเทลเลอร์แล้วบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่กลายเป็ว่าเ้าลูกศิษย์นี่กลับสวนตอบออกมาอย่างมั่นใจ ทั้ง ๆ ที่ผมยังไม่ได้ทันเริ่มเล่าเลยด้วยซ้ำ
“ไม่ถอนตัวแน่นอนครับ”