เมื่อเหวินเริ่มเขียนเื่ราวให้กับตัวละครที่หลงลืม เขาก็ค้นพบว่าการเดินทางในโลกของเื่เล่าที่ถูกทิ้งนั้น ไม่ใช่แค่การช่วยผู้อื่น แต่เป็การเผชิญหน้ากับ “เงาของตนเอง” ที่ซ่อนอยู่ในเื่ราวเ่าั้ด้วย
ขณะที่เขากำลังเขียนเื่ราวเกี่ยวกับนักเดินทางผู้หลงทางในทะเลทราย เหวินก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ในทะเลทรายนั้นด้วยเช่นกัน ความร้อนระอุ ความกระหาย และความรู้สึกสิ้นหวังที่แผ่ซ่านเข้ามาในใจ ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่เขาเคยมีเมื่อต้องทิ้งความฝันของตัวเองไป
ทันใดนั้นเอง ภาพของชายหนุ่มที่มีรูปร่างคล้ายกับเขาในอดีตก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ชายหนุ่มคนนั้นมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ดวงตาของเขามองเหม่อไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า และในมือของเขาก็ถือต้นฉบับที่ถูกฉีกเป็ชิ้นๆ
“แกเป็ใคร” เหวินถาม
เงาของเขาในอดีตยิ้มเยาะ “แกก็คือฉันนี่แหละ...คนที่ทิ้งทุกอย่างไปเพราะความกลัว”
คำพูดนั้นทำให้เหวินรู้สึกเ็ปอย่างบอกไม่ถูก เขานึกถึงความรู้สึกที่ไร้ค่าเมื่อต้องยอมจำนนต่อความอ่อนแอทางร่างกาย และความรู้สึกที่ไร้หวังเมื่อต้องทอดทิ้งความฝันของตัวเองไป
เด็กสาวผมสีทองและผมสีเงินม่วงปรากฏตัวขึ้นข้างๆ เหวิน พวกเธอยืนดูการเผชิญหน้าอย่างเงียบๆ แล้วเด็กสาวผมสีเงินม่วงก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “ความกลัวของเ้าคือเงาที่ตามหลอกหลอนเ้ามาตลอด”
เหวินมองไปยังเงาของตัวเองในอดีต แล้วเขาก็เข้าใจว่าการจะเดินไปข้างหน้าได้ เขาต้องยอมรับเงาของตัวเองให้ได้ก่อน เขาต้องเผชิญหน้ากับความกลัวและความเ็ปในอดีต แล้วเปลี่ยนมันให้กลายเป็แรงผลักดัน
“ฉันจะไม่ยอมแพ้อีกต่อไป” เหวินกล่าวด้วยความมุ่งมั่น แล้วเขาเอื้อมมือไปััที่เงาของเขาในอดีต ทันใดนั้นเอง เงาของเขาก็เริ่มสลายไปอย่างช้าๆ แล้วกลายเป็แสงสว่างที่อบอุ่นที่ห่อหุ้มเขาไว้
เมื่อแสงสว่างหายไป เหวินก็พบว่าเขากำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไป แต่เขากลับรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่มากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน