“ไม่จำเป็ต้องช่วยเ้าค่ะ ท่านพ่อคนแรกของข้าคือรองศาลต้าหลี่ เมิ่งเฮ่อ จัดการเื่บ้านของพวกท่านเสร็จแล้ว ข้าจะไปหาเขาเอง” ซูมู่มู่ไม่เข้าใจความสงสารในแววตาของฉู่หนิงเยี่ยน นางไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยสักนิดที่ไม่มีบิดาเื่นี้มีอะไรน่าสงสารกัน
คนบนโลกที่ไม่มีพ่อมีตั้งมากมาย ไม่ได้มีแค่นางคนเดียวเสียหน่อย
“ท่านเซียนน้อย แล้วท่านอ๋องของพวกเราที่อยู่ข้างนอกไปเจอเื่อะไรมาหรือ ท่านช่วยพวกเราคลี่คลายเื่นี้ได้หรือไม่ เื่ทั้งหมดที่ต้องรบกวนท่าน ข้าจะให้ค่าตอบแทนรวมเป็เงินห้าหมื่นตำลึงไม่สิแสนตำลึง!” เซียวเหยาอ๋องเฟยควักทรัพย์สินครึ่งค่อนตัวออกมาในคราวเดียว นางยอมสละเงินทองมากมายเพียงเพื่อขอให้คนในครอบครัวกลับมาอย่างปลอดภัย
“พระชายา ท่านเตรียมม้าทองแดงไว้หนึ่งคู่ พร้อมด้วยเหรียญห้าจักรพรรดิ ข้าหาตำแหน่งมงคลและนำไปวางเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ! เื่นี้ง่ายมาก พวกท่านไม่ต้องกังวล” ดวงตาน้อย ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของซูมู่มู่เปล่งประกาย ที่ดวงตาของนางดูเล็กเป็เพราะใบหน้าอ้วนกลมและมีแก้มยุ้ยคอยหนุนอยู่นั่นเอง
“ขอบคุณท่านเซียนน้อย!” เซียวเหยาอ๋องเฟยพอได้ยินว่ามันง่ายมาก นางก็รู้สึกผ่อนคลายลง
“ไม่ต้องเรียกข้าว่าท่านเซียนน้อยหรอกเ้าค่ะ ข้าชื่อซูมู่มู่ พวกท่านเรียกข้าว่ามู่มู่ก็พอ ตั๋วเงินพวกท่านเตรียมไว้ตอนนี้ได้เลยนะเ้าค่ะ ข้าไม่รับติดหนี้ไว้นะเ้าคะ สำนักพรตของพวกข้าเคร่งครัดเื่นี้เ้าค่ะ” ซูมู่มู่พูดพลางยิ้มตาหยี หากไม่ใช่เพราะพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องเ่าั้มีดวงชะตาขาดแคลนเงินทอง นางเปิดสำนักครั้งเดียวก็กินไปได้ถึงสามปีอย่างไม่มีปัญหาเลยล่ะ
หึ!
“ได้ ตอนนี้ข้าจะให้คนไปเตรียมเลย แล้วจะให้แจ้งใต้เท้าเมิ่งให้มารับเ้าด้วยดีหรือไม่?” เซียวเหยาอ๋องเฟยถามเช่นนี้เพราะอยากจะช่วยตัดสินใจแทนเด็กหญิง ตัวใต้เท้าเมิ่งผู้นั้นมี 'เสือแม่ลูกอ่อน' ตัวหนึ่งที่เลื่องลือไปทั่ว
เสือแม่ลูกอ่อนตัวนี้ไม่ใช่ภรรยาของใต้เท้าเมิ่ง แต่เป็มารดาผู้ให้กำเนิดของเขา ด้วยเหตุนี้ใต้เท้าเมิ่งที่อายุยี่สิบสี่ปีแล้วจึงยังไม่ได้แต่งงานและครองตัวเป็โสดมาตลอด
การที่อยู่ ๆ มีบุตรสาวโผล่มาคนหนึ่ง จึงทำให้คนรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเป็อย่างยิ่ง หากไม่ใช่เพราะเวลาในตอนนี้ไม่เหมาะ นางก็อยากจะดึงตัวเด็กหญิงมาถามไถ่ให้รู้ความจริงเสียหน่อย
“ก็ดีเ้าค่ะ! ถ้าเขากลัว ก็ไม่ต้องไปเร่งหรอก พรุ่งนี้ข้าค่อยไปหาเขาเอง” ซูมู่มู่กล่าวอย่างใจกว้างมาก
“เขาไม่ถามไถ่ทุกข์สุขของพวกเ้าแม่ลูกเลย เ้าไม่แค้นบ้างหรือ ยังจะไปนึกถึงความรู้สึกของเขาอีก” ฉู่หนิงเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา คำถามนี้ดูเหมือนจะถามนักพรตน้อย แต่ก็เป็การพูดถึงตนด้วย
เซียวเหยาอ๋องเฟยเหลือบมองบุตรชายแวบหนึ่ง แล้วรีบอธิบายแทนสามี “ท่านพ่อของเ้าไม่เหมือนกัน”
“ไม่เหมือนกันตรงไหน ข้าโตมาจนอายุสิบขวบ ได้เจอเขาไม่กี่ครั้ง เขาไม่ใช่พ่อที่เหมาะสมเลยสักนิด ท่านแม่รู้หรือไม่ว่าเมื่อครู่ข้ากลัวมากแค่ไหน ข้ากลัวว่าหากข้าตายไปจะไม่ได้เห็นหน้าเขาด้วยซ้ำ...” ฉู่หนิงเยี่ยนไม่สนว่าจะขายหน้าต่อหน้านักพรตหญิงแล้ว เขาร้องไห้ออกมาโดยทันที
ซูมู่มู่เดินเข้ามา แล้วตบตัวเขาเบา ๆ “วาสนาระหว่างพ่อแม่กับลูกเริ่มต้นด้วยการพรากจากกัน เ้าก็คือตัวเ้า ไม่ใช่สิ่งของติดสอยห้อยตามของใคร อย่ากลัวเลย จงเดินไปตามเส้นทางของเ้าเอง”
“ข้าไม่แค้นเลยสักนิด ข้าไม่มีพ่อ และไม่มีแม่ มีเพียงท่านอาจารย์กับพวกศิษย์พี่ที่คอยดูแลข้าจนเติบใหญ่ แม้ว่าพวกเขาจะดูไม่ค่อยได้เื่อยู่บ้าง แต่ข้าก็มีความสุขมากเ้าค่ะ” หากนักพรตเสวียนหลิงกับบรรดาศิษย์พี่ได้ยินคำนี้ ต่อให้ยากดีมีจนอย่างไรก็คงต้องลงเขามาอยู่เป็เพื่อนนางแน่ ๆ คนหาเงินเข้าบ้านจากไปแล้ว พวกเขายังคงร้องห่มร้องไห้อยู่เลย...
เซียวเหยาอ๋องเฟยได้ยินเด็กหญิงปลอบโยนบุตรชายด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทั้งยังเอ่ยคำว่าไม่มีพ่อแม่ออกมา หัวใจของนางก็พลันเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มทิ่มแทง เด็กดีเช่นนี้ ใต้เท้าเมิ่งช่างใจร้ายใจดำเหลือเกิน ต้องเป็เพราะเสือแม่ลูกอ่อนของบ้านพวกเขาแน่ ๆ ที่บีบบังคับให้สองแม่ลูกต้องหนีไปในตอนนั้น
ฉู่หนิงเยี่ยนตาแดงก่ำ “นักพรตน้อย ไม่สิ มู่มู่ วันหน้าข้าจะเป็พี่ชายของเ้า ท่านแม่ของข้าก็คือท่านแม่ของเ้า ถ้าตระกูลเมิ่งไม่ดี เ้าก็มาอยู่บ้านข้า” เขามันน่าตายนัก! น่าตายจริง ๆ ! เขาไม่รู้เลยว่านางไม่มีบิดามารดา ตอนที่เพิ่งพบกันเขายังจาบจ้วงนางอีก อยากจะลุกขึ้นมาตบหน้าตัวเองสักสองที
“ใช่แล้ว! มู่มู่ วันหน้าจวนเซียวเหยาอ๋องของเราก็คือบ้านของเ้า เยี่ยนเอ้อร์ก็คือพี่ชายของเ้า ถ้าลูกชายคนโตของข้ากลับมาได้ เ้าก็จะมีพี่ชายสองคน” เซียวเหยาอ๋องเฟยปรารถนาอยากมีบุตรสาวมาโดยตลอด ทว่าไม่เคยสมหวังเลย ตอนนี้พอได้ยินว่าเด็กหญิงไม่มีพ่อแม่หัวใจก็พลันอ่อนย้วยลงทันที
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้ามีท่านพ่อตั้งเก้าคน ถ้าบ้านท่านพ่อคนแรกไม่ดี ข้าก็ไปบ้านท่านพ่อคนที่สอง” คำพูดของซูมู่มู่ทำเอาเซียวเหยาอ๋องเฟยใจนอ้าปากค้าง นางอยากรู้เหลือกเกินว่ามารดาของเด็กหญิงเป็ใครกันแน่ ถึงได้สุดยอดขนาดนี้ ทว่าไม่กล้าเอ่ยถาม ด้วยกลัวว่าจะทำร้ายจิตใจของเด็กหญิงเข้า
“เก้าคน!” ฉู่หนิงเยี่ยนร้องอุทานออกมา พอเห็นเด็กหญิงมองมาที่ตน ก็รีบหน้าแดงแล้วพูดว่า “ท่านแม่ของเ้ายอดเยี่ยมจริง ๆ ” ตัวเขาในวัยสิบขวบเริ่มเข้าใจเื่ชายหญิงมาบ้างเล็กน้อย พอได้ยินเื่แบบนี้กะทันหัน จึงรู้สึกวูบวาบในใจอยู่บ้าง
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ท่านแม่ของข้าเก่งมากจริง ๆ ” ซูมู่มู่พยักหน้าหงึก ๆ ท่านอาจารย์ก็พูดแบบนี้เหมือนกัน
เซียวเหยาอ๋องเฟยถลึงตาใส่บุตรชาย “เ้ารีบพักผ่อนเถอะ ข้าจะพามู่มู่ออกไปข้างนอก”
“พี่หนิงเยี่ยน อีกเดี๋ยวอย่าลืมกินยานะ ตอนนี้ก็รีบนอนพักผ่อนเถอะ” ซูมู่มู่ยิ้มหวาน บ้านคนรวยนี่ดีจริง ๆ ลงมือเพียงครั้งเดียวก็ได้เงินตั้งแสนตำลึง นางสามารถเก็บไว้เองได้หนึ่งในสิบ ส่วนที่เหลือต้องบริจาคทำทาน สะสมบุญบารมีเพื่อแก้ดวงชะตากำเนิด เงินที่เหลืออีกหนึ่งหมื่นตำลึง ส่งขึ้นเขาไปอีกสามพันตำลึง เงินส่วนที่เหลือก็เพียงพอให้นางใช้จ่ายไปได้พักใหญ่
ฉู่หนิงเยี่ยนถูกคำว่า ‘พี่ชายหนิงเยี่ยน’ ทำเอาหน้าแดงซ่าน “ข้าจะนอนพักเดี๋ยวนี้แหละ”
เซียวเหยาอ๋องเฟยมองดูบุตรชายที่ยอมเชื่อฟังแต่โดยดีโดยไม่มีการขัดขืนเลยสักนิด แววตาที่มองเด็กหญิงจึงยิ่งดูอ่อนโยนมากขึ้น ในยามที่พิษภัยจากเคาะห์เคียวพิฆาตก็ถูกคลี่คลายลง ทุกคนในจวนเซียวเหยาอ๋องต่างรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตา ราวกับถูกเติมเต็มด้วยพลังชีวิตและปราณบริสุทธิ์ โดยเฉพาะเซียวเหยาอ๋องเฟย อาการแน่นหน้าอกที่เป็มาแรมปีพลันระบายลมหายใจยาวออกมาได้ในที่สุด ความกังวลในใจร่วงหล่นลงพื้น
“ท่านเซียนน้อย... ไม่ใช่ ๆ ๆ มู่มู่ มู่มู่คนดี ขอบคุณเ้า! ขอบคุณเ้าจริง ๆ !” นางย่อตัวลง ดึงมือน้อย ๆ ของเด็กหญิงมาจับไว้ แล้วรวบตัวนางเข้าไปกอดไว้ในอ้อมอก
ซูมู่มู่เพิ่งเคยถูกสตรีโอบกอดเป็ครั้งแรก ช่างหอม ช่างนุ่มนวล และอบอุ่นเหลือเกิน นี่ใช่กลิ่นของท่านแม่หรือไม่นะ? มือน้อย ๆ อวบอ้วนของนางไม่รู้ว่าควรจะวางไว้ตรงไหน สุดท้ายจึงเลียนแบบท่าทางของอีกฝ่าย ค่อย ๆ ตบแผ่นหลังอย่างระมัดระวัง
เซียวเหยาอ๋องเฟยรับรู้ถึงการตอบสนอง จึงคลายอ้อมกอดจากเด็กหญิง พลางเช็ดน้ำตา “ให้ข้าเป็ท่านแม่บุญธรรมของเ้าดีหรือไม่?”
ซูมู่มู่มองใบหน้าของนาง พลันนึกถึงกลิ่นอายเมื่อครู่ แล้วส่ายหน้าเบา ๆ “ชะตาชีวิตของข้าคือดวงดาวพิฆาต พิฆาตญาติมิตรเ้าค่ะ”
“ข้าไม่กลัวหรอก วิชาของเ้าเก่งกาจถึงเพียงนี้ ทำไมไม่แก้ดวงชะตาให้ตัวเองเล่า?” เซียวเหยาอ๋องเฟยเอ่ยอย่างแน่วแน่ว่าไม่กลัว
“พระชายา ข้าพยายามแก้ดวงชะตาอยู่นะเ้าค่ะ! รายได้เก้าในสิบส่วนจะถูกบริจาคออกไป เพื่อคล้อยตามวิถี์ สะสมคุณงามความดี” ซูมู่มู่เชื่อว่าจะต้องมีท่านพ่อที่ดีคนหนึ่งรอตนเองอยู่ ณ ที่อันห่างไกลอย่างแน่นอน
“พระชายา ใต้เท้าเมิ่งขอเข้าพบขอรับ!”
“เชิญไปที่ห้องรับแขก” เซียวเหยาอ๋องเฟยลูบจุกผมเล็ก ๆ ของเด็กหญิง “มู่มู่เป็เด็กดีถึงเพียงนี้ ไม่ว่าใต้เท้าเมิ่งจะมีท่าทีอย่างไร ประตูใหญ่ของจวนเซียวเหยาอ๋องจะเปิดต้อนรับเ้าเสมอ ข้าพร้อมที่จะเป็แม่บุญธรรมของเ้าทุกเมื่อ”
เมิ่งเฮ่อ รองศาลต้าหลี่ สวมชุดขุนนางวิ่งกระหืดกระหอบมายังจวนเซียวเหยาอ๋อง เขาตกตะลึงพลางจ้องมองร่างเล็ก ๆ ที่เซียวเหยาอ๋องเฟยจูงเดินมา
เหมือน ช่างเหมือนเหลือเกิน!
“ใต้เท้าเมิ่ง!” เซียวเหยาอ๋องเฟยเห็นเขาเอาแต่จ้องมองเด็กหญิง จึงเอ่ยปากขึ้นด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย ไม่ว่าเขาจะเป็บิดาของเด็กคนนี้หรือไม่ กิริยาเช่นนี้ก็นับว่าเสียมารยาทมาก
“ผู้น้อยเสียมารยาท ขอพระชายาโปรดประทานอภัยด้วย” เมิ่งเฮ่อก้มหน้าลงเอ่ยขอโทษ