การกลับมาของหลงเฟยพร้อมกับซือหม่าคุน (กุนซือยุทธศาสตร์) ถานจง (เสนาบดีคลัง) และเหลียงกัง (แม่ทัพกองหน้า) สร้างความตื่นเต้นและความหวังครั้งใหม่ให้กับชาวบ้านผู้รอดชีวิตแห่งเจียงหนาน พวกเขารวมตัวกันที่ซากปรักหักพังของเมือง เพื่อร่วมกันวางแผนการก่อสร้างและฟื้นฟูเจียงหนานขึ้นมาใหม่ เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะเริ่มกลับมาดังขึ้นในเมืองอีกครั้ง หลงเฟยในฐานะผู้นำสูงสุด เริ่มต้นด้วยการแบ่งงานอย่างเป็ระบบและชัดเจน เพื่อให้การฟื้นฟูเป็ไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ซือหม่าคุน รับผิดชอบในการวางผังเมืองใหม่ให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยทางยุทธศาสตร์ เขาใช้ความรู้ด้านภูมิศาสตร์และพิชัยาในการออกแบบเมือง โดยคำนึงถึงแหล่งน้ำ เส้นทางค้าขาย จุดป้องกันเชิงรุกและรับ และการวางแผนการระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม เขาออกแบบโครงสร้างเมือง มีกำแพงหลายชั้น และมีทางเข้าออกที่สามารถควบคุมได้ง่าย นอกจากนี้เขายังจัดตั้งโรงเรียนเล็ก ๆ เพื่อสอนความรู้ขั้นพื้นฐานให้กับเด็ก ๆ ที่รอดชีวิต และผู้ใหญ่ที่้าเรียนรู้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของเจียงหนาน ไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้ แต่เป็การสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ
ถานจง รับผิดชอบในการจัดการทรัพยากรและเสบียงทั้งหมด เขาจัดตั้งระบบการจัดเก็บภาษีที่เป็ธรรมจากผลผลิตที่ชาวบ้านสามารถหาได้ เช่น การเพาะปลูกและการล่าสัตว์ และวางแผนการซื้อขายกับหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เจียงหนานยังขาดแคลน เขายังใช้ความรู้ด้านการเงินในการจัดตั้ง "กองทุนฟื้นฟูเจียงหนาน" โดยระดมเงินทุนจากผู้ที่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ของหลงเฟย และบางส่วนมาจากทรัพย์สินที่หลงเฟยนำติดตัวมาจากการเป็ขุนพลในเป่ยหลิง สิ่งเหล่านี้ทำให้การฟื้นฟูเมืองเป็ไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ถานจงยังได้ริเริ่มโครงการปลูกพืชหมุนเวียนและเลี้ยงสัตว์ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับเมืองในระยะยาว
ภายใต้การนำของหลงเฟย เหลียงกัง รับผิดชอบในการฝึกฝนกำลังพลที่รวบรวมได้จากชาวบ้านที่อาสาเข้าร่วม และผู้ที่หลงเฟยและคนของเขาสามารถโน้มน้าวให้มาร่วมอุดมการณ์ เหลียงกังใช้ประสบการณ์จากการเป็นักรบชนเผ่ามาผสมผสานกับการฝึกแบบทหาร เพื่อจะสร้างนักรบที่แข็งแกร่งและกล้าหาญ พวกเขาเริ่มฝึกฝนกันอย่างหนักหน่วงั้แ่เช้าจรดค่ำ ดาบ ธนู และหอกกลายเป็ส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของพวกเขา เหลียงกังเน้นการฝึกที่โหดหิน เพื่อให้ทหารสามารถเอาชีวิตรอดได้ในทุกสถานการณ์ และต่อสู้ได้อย่างดุดัน
"เราจะไม่เป็เพียงแค่กองทัพที่แข็งแกร่ง" หลงเฟยกล่าวกับเหล่าทหารที่กำลังฝึกฝนในลานกว้างใจกลางเมือง "แต่เราจะเป็กองทัพแห่งความยุติธรรม กองทัพที่จะนำความหวังกลับคืนสู่แผ่นดิน! เราจะสู้เพื่อผู้ที่จากไป สู้เพื่อผู้ที่ยังอยู่ และสู้เพื่ออนาคตของเจียงหนาน!" เสียงโห่ร้องตอบรับดังกึกก้องแสดงถึงความมุ่งมั่นของทุกคน
นอกจากนี้ หลงเฟยยังได้พบกับ ซูเหวิน (苏雯) สตรีผู้ชาญฉลาดและมีเมตตา เธอเป็อดีตลูกศิษย์ของหมอหลวงในราชสำนักต้าหลงและมีความรู้ด้านการแพทย์แผนโบราณและการรักษาพยาบาลเป็อย่างดี ซูเหวินเคยเป็ผู้รอดชีวิตจากเมืองใกล้เคียงที่ถูกกองทัพเป่ยหลิงบุกโจมตีเช่นกัน เธอได้ยินข่าวการฟื้นฟูเจียงหนานจึงได้เดินทางมาขอร่วมด้วย ถานจงผู้เห็นความสามารถของนาง จึงมอบหมายให้นางดูแลด้านการแพทย์ การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และการจัดการคลังยา เพื่อให้ทหารที่าเ็ได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว และประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ซูเหวินเข้ามาเติมเต็มส่วนที่สำคัญของกองทัพและเมืองเจียงหนานที่ขาดหายไป
การทำงานร่วมกันของหลงเฟย ซือหม่าคุน ถานจง เหลียงกัง และซูเหวิน ทำให้เจียงหนานที่เคยเป็เพียงเถ้าถ่าน เริ่มต้นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว กำแพงเมืองสูงใหญ่ตั้งตระหง่าน บ้านเรือนเริ่มปรากฏเป็รูปเป็ร่าง ผู้คนมีงานทำ มีอาหารอุดมสมบูรณ์ และมีความหวังในชีวิตอีกครั้ง ชื่อเสียงของ "กองทัพเจียงหนาน" เริ่มเป็ที่รู้จักในหมู่แคว้นเล็กๆ ใกล้เคียง ผู้คนเริ่มเรียกขานหลงเฟยว่า "ัหนุ่มผู้กอบกู้"
ในคืนหนึ่ง หลงเฟยนั่งอยู่บนกำแพงเมืองที่กำลังก่อสร้าง มองดูแสงไฟจากบ้านเรือนที่เริ่มสว่างไสวอีกครั้งในเมืองเจียงหนาน เขารู้สึกถึงความภาคภูมิใจ แต่ก็ยังคงมีความหนักอึ้งในใจ ความแค้นที่เขามีต่อเว่ยอู๋จี๋ ผู้ทำลายบ้านเกิดของเขายังคงอยู่ และบัดนี้ มันคือแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นมา เขาตระหนักว่าการสร้างเจียงหนานให้แข็งแกร่งคือการเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับเงาของอดีต และการประกาศศักดาของกองทัพแห่งเจียงหนานให้สะท้านไปทั่วแผ่นดิน