“ขอบใจมากนะคะคุณหมอเควนทอล ที่ยอมต้อนรับฉัน” เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบขณะที่ปีนขึ้นตลิ่งขึ้นมายืนอยู่บนพื้นดินที่ปกคลุมด้วยหญ้าสีเขียวขจีจับตามองใบหน้าที่เชิดไปทางหนึ่งอย่างไม่ยอมแพ้ “ที่จริงซินยอร์กาเซียร์ ไม่ควรจะถูกตําหนิเพราะฉันเลย เขาเป็คนดีมากนะคะ”
แต่สีหน้าของนายแพทย์หลุยส์เควนทอลมิได้เปลี่ยนไปเลย ไม่มีการยอมรับว่าตัวเขาเองที่ควรจะถูกตําหนิในการนี้สําหรับมารยาทที่แสดงต่อเธอมันคล้ายกับว่าเขามิได้แยแสเลยกับการเปรียบเทียบเป็นัยที่โทนี่กล่าวออกไปริมฝีปากเหยียดเยาะ
“มันเป็งานของผู้ชายผู้หญิงนะจะมาอดทนกับไอ้งานหนัก ๆ อย่างที่ผู้ชายเขาทํากันไม่ไหวหรอก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงดูิ่ แต่ก็ยังไม่ยอมมองมาทางโทนี่อยู่ดี
รอยยิ้มอย่างตั้งใจของโทนี่ยังเกลื่อนอยู่บนใบหน้าที่มิได้บอกความสะดุ้งะเืเธอบอกตัวเองว่าจะต้องไม่ยอมให้ตัวเองตกเป็เหยื่อการถากถางของเขาอย่างเด็ดขาด
“อันที่จริงรูปลักษณ์ภายนอกของคนเราน่ะมันลวงตากันได้นะคะจริง ๆ แล้วฉันเก่งกว่าที่คุณเห็นมากนะ”
เควนทอลขยับไหล่แต่สายตาจรดจองอยู่บนใบหน้าของกาเซียร์ ขณะที่สําแดงความเป็ปฏิปักษ์ต่อด้วยคําพูด
“ผมเชื่อ” เขากระแทกเสียงเยาะ ๆ “แต่ถึงยังไง ดิโอโกก็ควรจะยกกระเป๋าให้คุณออกกําลังเสียบ้างจะได้แข็งแรง”
โทนี่รวบหูกระเป๋าเสื้อผ้าไว้แน่นดูเหมือนจะเป็การต่อสู้วิธีเดียวที่เธอยอมให้ตัวเองแสดงออก
“ให้ซินยอร์กาเซียร์ถือของคนอื่นก็แล้วกัน”เธอตอบด้วยใบหน้ายิ้มเยื้อน
กาเซียร์ได้แต่ยืนงงไม่รู้ว่าควรจะทําอย่างไรเควนทอลแสดงความขัดใจกับความล่าช้าที่เกิดขึ้นจึงเอากระเป๋าใบที่เขาถืออยู่ยัดใส่มือกาเซียร์และเลื่อนมาดึงกระเป๋าไปจากมือโทนี่ ในวูบหนึ่งที่มือของเขาััมือเธอนั้นโทนี่รู้สึกร้อนวาบไปทั้งตัว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นนั้นคือกระแสที่ส่งออกมาจากส่วนลึกในจิตใจ ซึ่งเธอพยายามอําพรางไว้อย่างรวดเร็วไม่มีประโยชน์ที่จะต่อล้อต่อเถียงเขาด้วยเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้
“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอเควนทอล” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเป็งานเป็การ “ทุกวันนี้จะหาคนที่เป็สุภาพบุรษจริง ๆ ออกจะยากอยู่นะคะ”
กาเซียร์เริ่มบทบาทในการแนะนําบุคคลทั้งสองให้รู้จักกันแต่สายตาของเควนทอลก็ยังมองเลยศีรษะโทนี่อยู่นั่นเองดูเหมือนเขาจะตวัดแวบลงมองเรียวปากของเธอด้วยสีหน้าดูิ่เพียงแวบเดียวเท่านั้นแต่โทนี่ก็ไม่คิดจะประสานสายตาด้วยเพราะมันเห็นชัดอยู่แล้วว่าเควนทอลมิได้ยินดียินร้ายอะไร รังเกียจการปรากฏตัวของเธอที่นี่อย่างไม่ยอมอําพรางความรู้สึกถ้าเขาจะไม่เคยพอใจผู้หญิงมาก่อน ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ก็เป็ถึงสองเท่าเธอนึกไปถึงคําพูดของเกตูลิโอที่ว่าการต้อนรับการมาถึงของเธอเพียงแค่นี้ก็ต้องนับว่าดีพออยู่แล้วแต่ทำไมจึงต้องเป็เช่นนั้นด้วยเล่า หรือว่าเธอไปตีถูกจุดอ่อนในหัวใจของเขา
“ฉันมีความรู้สึกคล้ายกับว่าเคยเห็นคุณที่ไหนมาก่อนนะคะคุณหมอเควนทอล” เธอปรุงแต่งน้ำเสียงให้สดใสเข้าไว้ทันทีที่กาเซียร์กล่าวคําแนะนําจบลงหลังจากพิจารณาสถานการณ์แล้ว โทนี่ก็ลงความเห็นว่าควรจะชวนเขาสนทนาเพื่อให้บรรยากาศดีขึ้นถ้าหลุยส์ เควนทอล จะมีเหตุผลในการโต้ตอบเธอ โทนี่ก็อยากจะรู้ว่ามันคืออะไร “หรือว่าฉันจะเคยเห็นคุณในริโอ เดอ จาไนโรกระมังเพราะได้ยินมาว่าคุณไปที่นั่นอยู่เสมอนี่คะ”
“เสียใจ” เขาตอบห้วน ๆ
คําตอบประโยคนั้นดูจะสร้างความอึดอัดให้กับกาเซียร์พอ ๆ กับเธอ
“คือเมื่อ 8เดือนที่แล้ว ฉันอยู่ที่ริโอน่ะค่ะตอนนั้นเราถ่ายทําหนังชีวิตความเป็อยู่ในเมืองนั้น”
หลุยส์ เควนทอลมิได้ตอบ เขามิได้สําแดงความเป็มิตรกับเธอเลยแม้แต่น้อยถ้าเขาจะจําเธอได้เควนทอลก็มิได้แสดงออกมาให้ปรากฏกาเซียร์เป็ผู้ทำลายบรรยากาศแห่งความอึดอัดนั้นลง โดยเบือนหน้าซีด ๆไปมองพี่ภรรยา
“อาจจะเป็ไปได้นะหลุยส์”น้ำเสียงของเขาเหมือนจะขออภัยอยู่ในที “คณะถ่ายทําหนังคณะนี้เขายังไปพักอยู่ที่บ้านผมตั้ง2-3 อาทิตย์ แล้วตอนนั้นคุณก็ไปริโอพอดี...”
มุมปากของเควนทอลเหยียดออกอย่างจงเกลียดจงชังโทนี่รู้สึกวูบขึ้นมาอีก เมื่อดวงตาที่ฉายแววกล้าตวัดแวบมองมาทางเธอมันสร้างความรุ่มร้อนให้บังเกิดขึ้นทั่วทุกขมขนโดยเฉพาะเมื่อเขาจรดต้องอยู่ตรง่ซอกคอเป็ครู่ โทนี่จึงได้ตระหนักว่าส่วนที่เขาจับตามองอยู่นั้นคือจุดที่เธอโดนแมลงพีอุมส์กัดไว้โทนี่เพิ่งจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาตอนนี้ เมื่อคลายจากความเคร่งเครียดลง
เควนทอลละสายตาจากที่จับจ้องอยู่ลง
“คุณก็เตือนความจําผมขึ้นมาจนได้สินะดิโอโก” เขาพูดเสียงกระชาก “แต่ผมมีอะไรจะต้องจํามากกว่าที่จะมานั่งจําคนทุกคนที่ผ่านพบ”ความรําคาญแฝงอยู่ในน้ำเสียง “เข้าไปริโอที่ก็มีธุระยุ่งยากมากอยู่แล้ว...”
กาเซียร์สะอึกไป
“ครับ...ผม...เอ้อ...”
“เอ้า...ไปกันเสียที่อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย”เควนทอลตัดบทหันหลังเดินกระแทกเท้านําบุคคลทั้งสองออกไปสู่ลานโล่งที่อยู่ไม่ไกลจากฝั่งน้ำนัก
“เถอะ...เถอะ....แล้วอะไรๆ ก็จะดีขึ้นเอง” กาเซียร์กระซิบบอกโทนี่ด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน “แล้วคุณจะเห็นเองละว่าหลุยส์น่ะจริง ๆ แล้วเขาเป็สุภาพบุรุษมากอาจจะชิงชังอะไรอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เขาก็ยอมตกลงให้คุณอยู่ได้แล้วนี่ไม่ต้องไปกลัวอะไรหรอก หลุยส์เป็คนรักษาคําพูดเสมอ”
เขาขยับกระเป๋าที่ถืออยู่ในมือให้เข้าที่ออกเดินตามผู้ที่กําลังก้าวยาว ๆ นําไปอย่างเร่งร้อนจนบรรลุถึงอาคารสีขาวซึ่งตั้งอยู่ในท่ามกลางแมกไม้
จากจุดที่เธอกําลังเดินอยู่โทนี่มองเห็นตัวอาคารหลังกะทัดรัดซึ่งเดาเอาว่าคงจะใช้เป็สถานพยาบาลสําหรับคนเจ็บที่มารับการรักษามากกว่าจะเป็ที่อยู่อาศัยเพราะถ้าจะเรียกว่า ‘โรงพยาบาล’ มันก็ดูจะเล็กเกินไปทางด้านหลังของตัวอาคารซึ่งเป็ราวป่ายังมีโรงเรือนเล็ก ๆ อีก 2-3 หลัง หลังหนึ่งในจํานวนนั้นซึ่งเปิดอยู่มองเห็นชัดว่าเป็โรงครัวและที่ติดกันอยู่คืออาคารที่ใช้เก็บของ เพราะเท่าที่มองเห็นสิ่งของที่รายเรียงอยู่ภายในก็มีั้แ่เครื่องปั่นไฟไปจนถึงไม้ฟืนที่ใช้เป็เชื้อเพลิงซึ่งกองเป็ระเบียบอยู่ข้างผนังด้านนอกที่นี่มีไฟฟ้าใช้ด้วย มันเป็สิ่งที่เกินความคาดหมายของโทนี่นัก
อาคารอีกหลังหนึ่งซึ่งแยกห่างออกจากกลุ่มอาคารเหล่านี้และในท่ามกลางสวนดอกไม้พื้นบ้านซึ่งคนปลูกคงจะทําเพียงเพื่อขจัดเวลาว่างมากกว่าจะคิดสร้างบรรยากาศให้อ่อนละมุนคืออาคารรูปตัวแอลใหญ่ ซึ่งดูจะเป็สิ่งเดียวที่ค่อนข้างทันสมัยและโทนี่สรุปเอาเองว่าอาคารหลังนี้คงจะเป็ที่พักอาศัยของนายแพทย์เควนทอลบางทีคนที่จัดทําสวนดอกไม้ขึ้นน่าจะเป็เกตูลิโอนั่นเองเพราะมีเถาไม้เลื้อยขึ้นพาดพันหลังคาระเบียงด้านหน้าของอาคารหลังนี้สร้างบรรยากาศให้ดูสงบสบายน่าอยู่ขึ้นโทนี่หยุดยืนอยู่ในท่ามกลางแสงแรงร้อนของดวงอาทิตย์กวาดสายตามองไปยังตัวอาคารซึ่งเธอเชื่อแน่ว่าจะได้ใช้พักพิงตลอดเวลา 1 เดือนข้างหน้านับแต่นี้เป็ต้นไประเบียงด้านหน้าดูร่มรื่น และเป็สัดส่วนอย่างแท้จริง
เธอชื่นชมอยู่กับภาพที่ได้เห็นเพียงชั่วครู่ก็ต้องรีบเดินตามกาเซียร์ และมาทันกันเบื้องหน้าตัอาคารสีขาวแต่ก็ยังไม่ทันฝีเท้าที่ก้าวยาว ๆ ของเควนทอลอยู่ดี
เควนทอลก้าวพรวด ๆเข้าไปในอาคารที่ใช้เป็สถานพยาบาลนั้น ไหล่กว้าง ๆ บังประตูเกือบจะมิดจากตรงประตูที่ยืนอยู่ โทนี่มองเห็นห้องโถงเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ตรงบริเวณทางเข้าผู้ชายซึ่งมีลักษณะของคนเืผสมวัยชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนโต๊ะไม้ในท่าโงกหลับแกสะดุ้งสุดตัวเมื่อนายแพทย์เควนทอลเอ่ยทักถามด้วยภาษา ตูนิ-กัวรานี่ซึ่งเป็ภาษาท้องถิ่น โดยเรียกแกด้วยชื่อว่า มาโนเอล
กาเซียร์กระซิบบอกกับโทนี่ว่า
“ตาแกนั่นพูดภาษาปอร์ตุเกสไม่ได้เพราะฉะนั้นถ้าคุณ้าอะไรควรจะถามเอาจากเกตูลิโอ หรือไม่ก็ตัวหลุยส์เขาเอง”
ทางด้านซ้ายมือของห้องโถงทางเข้ามีม่านหนาหนักแขวนไว้แบ่งสัดส่วนของห้องอย่างเจตนา ทางด้านขวามือมีประตูบานคู่ที่เปิดเข้าสู่ห้องและมีเพียงประตูมุ้งลวดเป็ช่องระบายลม ห้องนี้คือห้องพักสําหรับผู้ป่วยตรงผนังด้านไกลออกไปมีเตียงสําหรับผู้ป่วยตั้งขนานไว้ แต่ขณะนี้ไม่มีคนใช้ผู้ป่วยที่มีอยู่ใช้เปลซึ่งมีลักษณะเหมือนเปลญวนเป็ที่นอนผู้ป่วยเ่าั้หันมามองคนที่กําลังเดินเข้ามาด้วยแววใคร่รู้ในดวงตาแต่ท่าทางของคนเหล่านี้ก็ดูอิดโรยจนเกินกว่าจะขยับตัวหรือเปลี่ยนท่าทางที่นอนอยู่ทุกคนสวมชุดคนไข้สีขาวเหมือนกันหมดเครื่องมือเครื่องใช้ในการรักษาพยาบาลค่อนข้างทันสมัยกว่าที่โทนี่คาดหมายไว้แต่ก็มีมากมายหลายชนิดจนน่าแปลกใจแม้ว่าสถานที่ตั้งของคลีนิคแห่งนี้จะอยู่ในท่ามกลางป่าดงพงพฤกษ์แต่ก็มีเครื่องมือการพยาบาลที่ทันสมัยมาก เว้นเสียแต่เตียงนอนของผู้ป่วยเท่านั้นแต่หลุยส์ เควนทอล มีฐานะดีเกินกว่าจะรู้สึกรู้สมกับราคาค่างวดของเครื่องมือต่าง ๆเหล่านี้ และเธอก็รู้ดีว่า ผู้คนในท้องถิ่นแถบนี้น้อยนักที่จะนอนเตียงกันส่วนใหญ่ชาวพื้นเมืองในอเมซอนพอใจจะนอนในเปลญวนมากกว่า
เธอเดาเอาว่าจะต้องมีห้องใดห้องหนึ่งในอาคารหลังนี้เป็ห้องสําหรับตรวจอาการผู้ป่วยทั้งภายในและภายนอกรวมไปถึงห้องที่คณะถ่ายภาพยนตร์ของเธอจะใช้พักอาศัยด้วยเพียงแต่ไม่สามารถจะมองเห็นจากจุดที่กำลังยืนอยู่ได้เท่านั้น