บริเวณถนนของตรอกซอกซอยชายหนุ่มเดินออกมาพลางเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงของตนด้วยท่าทีอันสบายๆ ใบหน้าของเขายิ้มแย้มราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"อาชญากรมีดเชือดหรอ? พวกแกนี้มันขยะของจริงเลยละ..!!"
ทว่าที่เื้ัของเขานั่นคือซากศพของคนที่มาหาเื่มะกี้นี้ ใบหน้าของพวกมันแสดงความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ดวงตาเบิกกว้างจนปิดไม่มิด แต่ละคนถูกฆ่าสังหารลงในทันทีด้วยพลังริปเปอร์ คมดาบโลหิตทะลวงร่างกายของพวกมันและแยกออกเป็ชิ้นๆ สร้างความใให้กับผู้ที่พบเห็นอยู่ไม่น้อย
"หะ..เห้ย!! เ้านี่โเี้มาก มันคือใครกันนะ..?"
"แกไม่เห็นหรอ? พลังที่มันใช้มะกี้คือริปเปอร์นะสิ"
"เดียวก่อน? เ้านี่มันไครเซอนี่ อาชญากรระดับBที่ตอนนี้กำลังโด่งดังอยู่!!"
คนที่นั่งอยู่หลายคนเมื่อเห็นถึงการลงมือนั่นก็หวาดสะพรึงกลัวกันยกใหญ่ แต่ละคนจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่เดินผ่านมาด้วยท่าทีเคารพยำเกรง ภายในเมืองไร้กฎหมายแห่งนี้พลังเท่านั้นที่เป็ทุกสิ่ง เ้าพวกกลุ่มมีดเชือดที่โหดร้ายนั่นโชคไม่ดีเลยจริงๆ ดันไปเจอกับอาชญากรตัวเป้งที่มีพลังริปเปอร์ซะได้ เ้าเด็กนี้จากประวัติที่ป่าวประกาศออกมาก็เป็เื่จริงซะด้วย มันร้ายกาจจริงๆ
"คิคิ น่าสนใจจริงๆนะเมืองแห่งนี้ จะทำอะไรก็ได้ ตราบใดที่มีพลังจะปล้นฆ่าสังหารอะไรก็ทำได้หมด"
ไครเซอกำลังเดินสำรวจก็เห็นถึงการต่อสู้มากมายที่โผล่ออกมาให้เห็นเป็่ๆ บางคนก็ใช้วิธีการหมาหมู่ในการลุมทำร้ายคนอื่น บางคนเมื่อเห็นน้องใหม่ในหมู่อาชญากรก็เข้ามาสำแดงพลัง บางคนก็ทำสำเร็จ แต่บางคนนั่นก็ชะตาขาด เพราะพวกเขาได้ไปหาเื่บุคคลที่ไม่ควรหาเื่อย่างเช่นไครเซอยังไงละ
ขณะที่เขากำลังเดินคิดอะไรอยู่นั่น เสียงของระบบก็ได้ดังขึ้น
< ติ๊ง! ภารกิจต่อเนื่องขั้นที่ 3 ปลดปล่อยอาชญากรทั้งหมดที่อยู่ภายในคุกแห่งนี้ให้ออกอาละวาด สร้างความโกลาหลไปทั่วทุกหนแห่งพร้อมกับหลบหนีออกจากคุกสภาเมือง รางวัลของภารกิจ เทคโนโลยีของดวงดาวแห่งา การปฏิเสธแรงโน้มถ่วง เสร็จสิ้น >
ชายหนุ่มเมื่อได้ยินเช่นนั่นก็อุทานขึ้นอย่างดีใจ
"เยี่ยม!! ในที่สุดภารกิจขั้นที่3ก็เสร็จสิ้นซักที ว่าแต่ปฏิเสธแรงโน้มถ่วงมันหมายถึงยังไงละระบบ จะบอกว่าแรงโน้มถ่วงในโลกจะอยู่ภายใต้การควบคุมนะหรอ..?"
ไครเซอยังสงสัยในเทคโนโลยีที่ลับสุดยอดนี้ คนภายนอกส่วนใหญ่เคยเห็นเพียงแค่พลังของพวกมันก็เท่านั้น ไม่เคยเห็นถึงแหล่งพลังต้นกำเนิดที่พวกเขาได้ใช้มันออกมา ยังมีเื่เล่าอีกว่าเทคโนโลยีนี้ถ้าไม่ใช่ชาวดาวเซราฟิม พวกเขาจะไม่สามารถงานมันได้ เหมือนกับว่าอุปกรณ์นี้จะเชื่อมต่อกับเซลล์ที่พิเศษของพวกเขาเท่านั้น ไม่รู้มันจริงหรือเปล่าแต่ที่แน่ๆเลยมันก็มีมูลความจริงอยู่ไม่น้อย
< เทคโนโลยีรีแอคชั่นของดวงดาวแห่งาเซราฟิมถือเป็สิ่งที่ทรงพลังและไร้เทียมทาน เทคโนโลยีลับสุดยอดที่ดวงดาวแห่งาไม่เคยส่งมอบหรือขายมันให้กับใคร มันคือเทคโนโลยีระดับสูงสุดของพวกเขา การปฏิเสธแรงโน้มถ่วงก็คือสามารถควบคุมแรงโน้มถ่วงรอบบริเวณได้อย่างอิสระ ตราบใดที่ผู้ใช้ฝึกฝนมันไปเรื่อยๆ อานุภาพของมันก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ระบบแนะนำให้ฝึกฝนจนช่ำชอง มันจะเป็พลังที่แข็งแกร่งไม่แพ้ริปเปอร์หน้าไหนๆเลยทีเดียว >
< ส่วนการประสานหรือใช้งานของรีแอคชั่นการปฏิเสธแรงโน้มถ่วงสำหรับโฮสต์แล้วไม่ใช่ปัญหา ระบบได้ปรับแต่งมันให้เข้ากับโฮสต์อยู่ก่อนแล้ว ของที่มาจากระบบทั้งหมดโฮสต์จะสามารถใช้งานมันได้อย่าง100% ต่อให้จะไม่มีDNAของชาวดาวเซราฟิมก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลยซักนิด ว่าแต่โฮสต์จะรับของรางวัลภารกิจเลยหรือไม่ >
คำตอบของระบบได้ทำให้ไครเซอต้องกำหมัดแน่น ใบหน้าของเขาดูจะตื่นเต้นขึ้นเมื่อเห็นว่าเขานั่นสามารถใช้เทคโนโลยีของต่างดาวได้อย่างไม่ติดขัด ต่อให้จะเป็มนุษย์โลก ตัวของมันก็สามารถใช้งานเทคโนโลยีรีแอคชั่นของดวงดาวแห่งาได้อย่างสบายๆ ถือเป็สิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยด้วยซ้ำ บุคคลที่ไม่ใช่ชาวดาวเซราฟิมแต่กลับสามารถใช้งานมันได้ นี่ถ้าเกิดเื่ราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปจนถึงหูของพวกมันละก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น การที่เทคโนโลยีลับสุดยอดถูกคนนอกใช้งานเช่นนี้ แน่นอนแล้วว่าพวกมันจะต้องไม่ยินยอมและต้องตามล่าเขาอย่างแน่นอน
< ติ๊ง ภารกิจต่อเนื่อง3ขั้นเสร็จสิ้นเรียบร้อย ได้รับเทคโนโลยีรีแอคชั่น การปฏิเสธแรงโน้มถ่วง หวังว่าโฮสต์จะพยายามต่อไป >
เมื่อไครเซอยืนยันการรับของจากระบบแล้ว พริบตานั่นบนฝ่ามือของเขาก็มีต่างหูโลหะชิ้นนึงปรากฏขึ้น มันมีลักษณะแหลมคมยื่นยาวออกมา ชายหนุ่มเมื่อเห็นก็ถึงกับอุทานขึ้นอยู่นิดๆ
"นี่นะหรอเทคโนโลยีของดวงดาวแห่งา ทำไมมันเล็กเช่นนี้ละ?!!"
เขาหยิบมันขึ้นมาส่องดูอย่างละเอียด ภาพมโนต่างๆที่มันเคยคิดไว้ได้ในหัวสมองได้แตกสลายหายไปทั้งหมด ตอนแรกคิดว่าจะเป็กำไลข้อมือหรือแหวนอะไรพวกนี้ แต่ก็ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็ต่างหู ของชิ้นเล็กๆเช่นนี้สามารถทำให้คนผู้นึงสำแดงพลังที่ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของจักรวาลได้ เพียงแค่สวมใส่มันก็จะสามารถควบคุมการทำงานและปลดปล่อยพลังผ่านร่างกายของตน นี้นะหรอพลังของดวงดาวแห่งา ไม่น่าเชื่อจริงๆ ถ้าไม่ใช่ระบบยืนยันออกมา ตัวของมันคงจะคิดว่านี้เป็เพียงแค่ต่างหูธรรมดาๆเส้นนึงเท่านั้น
< ใช่แล้ว นี้คือเทคโนโลยีรีแอคชั่น กระบวนการสร้างของมันยากอย่างถึงที่สุด ชาวดาวเซราฟิมอยากจะให้พวกมันนั่นเล็กให้มากที่สุดเพื่อที่จะไม่ให้เกะกะพวกเขาในการต่อสู้ นักวิจัยของดวงดาวเซราฟิมจึงทำการค้นคว้าและพัฒนามันตลอดมาในหลายพันปี จนกระทั่งปรากฏเป็รูปลักษณ์ที่ดีและเรียบง่ายที่สุด ภายในต่างหูนั่นมีระบบกลไกซับซ้อนที่มากมายหลายแสนชิ้นอัดแน่นอยู่ภายในและพวกเขาได้ใช้สสารแห่งจักรวาลเป็ตัวเชื่อมต่อพวกมันทั้งหมดเข้าด้วยกัน ถือเป็วิทยากรล้ำยุคที่ดวงดาวอื่นๆไม่สามารถลอกเลียนแบบได้เลยเชียวละ >
ระบบได้อธิบายถึงสิ่งต่างๆที่ไครเซอนั่นสงสัย แล้วมันไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมีท่าทีเช่นนั่น เทคโนโลยีนี้เมื่อเปิดเผยออกมาก็ทำให้จักรวาลต้องสั่นะเื ดวงดาวอารยะธรรมอื่นๆยังต้องใกับเทคโนโลยีระดับสุดยอด เพราะว่าดวงดาวแห่งาเซราฟิมคือผู้ที่ริเริ่มและบุกเบิกวิทยากรลึกลับพวกนี้ มันได้ทำให้หน้าประวัติศาตร์ของจักรวาลเปลี่ยนแปลงไปในทันที ดวงดาวหลายแห่งเริ่มที่จะเลียนแบบเทคโนโลยีรีแอดชั่นและพยายามจะสร้างมันขึ้นมาเป็ของตนเอง แต่จนแล้วจนรอด นับจากอดีตจนถึงปัจจุบันก็ยัังไม่มีดวงดาวระดับสูงดวงไหนสามารถสร้างเลียนแบบมันขึ้นมาได้เลย ถือเป็วิทยากรที่สูงล้ำอย่างแท้จริง
"เข้าใจละ งั้นลองเลยละกัน"
ไครเซอหยิบต่างหูโลหะขึ้นมาสวมบริเวณใบหูด้านขวา ด้วยรูปลักษณ์ของมันก็ทำให้ชายหนุ่มนั่นดูดีขึ้นไปอีกขั้นและทันทีที่ต่างหูเริ่มทำงาน กลไลทั้งหมดที่อยู่ภายในเริ่มส่องแสงประกายขึ้นนิดๆ สสารแห่งจักรวาลที่อัดแน่นอยู่ภายในเริ่มที่จะเชื่อมประสานเข้ากับชายหนุ่ม
วิ๊งงงงงงงง..........!
ทันใดนั่นห้วงสมองของเขาก็หนักอึ้งขึ้นในชั่วพริบตา ราวกับว่าหัวสมองแทบจะะเิ ข้อมูลประมวลผลนับไม่ถ้วนถูกส่งออกมาจากต่างหูพร้อมกับผสานเข้าสู่เซลล์ภายในร่างกายทั้งหมด มันคือการระบุตัวตนของเทคโนโลยี ว่าเขานั่นจะสามารถใช้งานได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น คนอื่นๆต่อให้จะได้ต่างหูนี้ไปพวกมันก็ไม่สามารถใช้งานได้
เพียงไม่กี่วินาทีไครเซอที่กำลังยกมือกุมหัวของตนเองอยู่ก็ยังต้องใกับวิทยากรที่ล้ำหน้านี้
"อึก ข้อมูลที่ส่งออกมามันน่าเหลือเชื่อมาก เป็ไปได้ยังไง การควบคุมแรงโน้มถ่วงสามารถทำได้โดยผ่านต่างหูนี่จริงๆ!!"