ความวุ่นวายยามสายเมืองซันซีผู้คนยุ่งอยู่กับตรงหน้า ชาวบ้าน พ่อค้าเดินซื้อของ รถม้าจอดรอรับสินค้าเรือเทียบท่าเพื่อแลกเปลี่ยนซื้อขาย ภาพคุ้นเคยที่ไม่ได้เห็นมาสองปีกว่าทำให้ซุนเลี่ยงเฟิ่งอดคิดถึงไม่ได้
“ตรงกลับบ้านเลยหรือจอดดูร้านอาหารก่อน”โหย่งจิ้นถามมาจากด้านหน้า
“ค่อยแวะมาดูวันหลัง”
“คุณหนูดูสิเมืองซันซีไม่เปลี่ยนไปเลย” หนิงเฉิงชี้ให้นางดูด้านนอก ซุนเลี่ยงเฟิ่งชะโงกหน้ามองใน่จังหวะรถม้าวิ่งผ่านร้านผ้าตระกูลหลิว
“สิ่งที่เปลี่ยนก็ยังมี”ซุนเลี่ยงเฟิ่งกลับมานั่งที่เดิม หางตาโหย่งจิ้นเหลือบมองชั่วอึดใจ
รถม้าคันใหญ่วิ่งมาจอดหน้าบ้านตระกูลซุนที่ไม่เปิดต้อนรับแขกมานานดึงดูดสายตาความอยากรู้ของชาวบ้านได้เป็อย่างดีหญิงสาวคนแรกเดินลงมาด้วยใบหน้ามีเสน่ห์ คนที่สองเกือบดึงลมหายใจผู้คนให้หยุดนิ่งร่างสูงโปร่ง โครงหน้าโดดเด่น ผิวพรรณขาวผ่อง ม้วนผมเรียบง่ายให้ความรู้สึกเกียจคร้านแต่แฝงไปความลึกลับน่าหลงไหล
“ใครกัน...ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
“คุณหนู?” ซุนเลี่ยงเฟิ่งละสายตาจากประตูหน้าบ้านนางหยิบกุญแจขึ้นมาปลดล็อคประตูหน้าบ้าน
“เอ๊ะ! ทำไมนางมีกุญแจบ้านตระกูลซุนล่ะ?”
“เ้าของคนใหม่หรือ?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรละ”
“กำแพงสองชั้นนี่มันอะไรกัน”ประตูบ้านเปิดกว้าง ภาพเบื้องหน้าทำให้ซุนเลี่ยงเฟิ่งหยุดเดิน นอกจากมีประตูใหญ่ด้านหน้าที่แปลกไปกำแพงรอบนอกสูงขึ้น กำแพงด้านในมีต้นไผ่เล็กปลูกตามแนวไปตลอดทาง ส่วนกำแพงด้านหน้าประตูวงเดือนแยกฝั่งปลูกองุ่นปลูกกีวี
ประตูวงเดือนด้านในปลูกต้นไม้ใหญ่ไม้เลื้อย ดอกไม้ ตลอดแนวเป็ระยะ ด้านหน้าคือลานทรงกลมสร้างอยู่เหนือสระบัวทรงสี่เหลี่ยมซ้ายขวาทั้งสองฝั่งคือศาลา มีสะพานข้ามทั้งสี่ทิศเดินตรงไปเป็เรือนหน้าสองชั้น ผ่านเรือนนี้ไปเจอส่วนหย่อมน้ำตก ศาลาอีกหลัง พร้อมสวนกุหลาบทั้งแบบต้น แบบเลื้อยหลากสีกำลังแข่งกันบานส่งกลิ่นหอม
ผ่านสวนหย่อมคือเรือนทรงกลมสองชั้นปีกซ้ายขวาคือเรือนแยกสองชั้น มีระเบียงยื่นทั้งด้านหน้าด้านหลังส่วนหลังสุดคือห้องพักบ่าว ห้องครัว ห้องซักล้าง สวนผักขนาดกำลังพอดีมีผลไม้ปลูกรอบรอบ พร้อมสระน้ำในน้ำเหมือนมีปลาอยู่ด้วย ไม่ไกลจากประตูข้างคือคอกม้าพร้อมโรงรถม้าคู่กัน
“....นี่มันอะไรกันเ้าคะ”หนิงเฉิงเดินมาหยุดข้างโหย่งจิ้น
“หรือนี่จะเป็สิ่งที่คุณหนูพูดถึง?” นางหันมาถามซุนเลี่ยงเฟิ่ง
“เปลี่ยนไปมากเหมือนกัน”
“ไม่ได้รู้แต่แรกหรือ?” โหย่งจิ้นถาม
“ผิดจากที่คิดเอาไว้เยอะเลยละ”
“เรือนคุณหนูอยู่ไหนหรือเ้าคะ”
“ฝั่งซ้ายท่านลุงตรงกลางชั้นบน ของเ้าฝั่งขวา”
“เรือนฝั่งขวา..ของข้าหรือเ้าคะ?” หนิงเฉิงกระพริบตาปริบๆ
“ใช่นะสิมีห้องพักสองห้อง อยากพักห้องไหนเลือกได้เลย”
“ขอบคุณเ้าค่ะ!” หนิงเฉิงวิ่งออกไป
“ดูนางสิอายุ 19 แล้วแท้ ๆ ยังทำตัวเหมือนเด็กอีก”
“นางทำแบบนี้เฉพาะอยู่กับพวกเราไม่ใช่หรือท่านลุงไปดูห้องก่อน ของบางอย่างเตรียมเอาไว้แล้วเดี๋ยวข้านำเสื้อผ้าชุดใหม่ไปให้”
“ขอบใจมาก”โหย่งจิ้นขอบคุณนางด้วยความจริงใจ เขาต้องใช้เวลาทั้งปีเพื่อให้ชินกับตำแหน่งใหม่ที่ได้รับกลับมาคราวนี้มีหลายอย่างต้องปรับเปลี่ยนใหม่ ไหนจะตำแหน่งพ่อบ้านคนใหม่ บ่าวสาวใช้ในบ้านรวมถึงผู้คุ้มกันเพิ่มเข้ามาอีก
“แบบนี้...ไม่เกินไปหน่อยเหรอ”เลี่ยงเฟิ่งมองสวนผักจากระเบียงห้อง กุหลาบเลื้อยกำลังบานส่งกลิ่นหอมตามแนวระเบียงนาง
“ใช้พลังทั้งทีเอาแบบดี ๆ ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ”
“เฮ้อ..นี่ตามใจข้าหรือตามใจเ้ากันแน่”
“ท่านส่วนหนึ่งข้าส่วนหนึ่ง สหายท่านส่วนหนึ่ง”
“หลายส่วนเหลือเกิน”
“ไม่ชอบเหรอ”
“ชอบมาก”
“รางวัลข้า?”
“ทำเผื่อหวังรางวัลใช่ไหม”
“กำลังใจต่างหาก” ซุนเลี่ยงเฟิ่งส่ายหัวนางผิวปากไม่นานยกเหยี่ยวบินมาเกาะริมระเบียง นางหยิบจดหมายมาผูกขา
“เอาไปให้บ้านเจิ้ง”นกเหยี่ยวส่งเสียงตอบรับ
ซุนเลี่ยงเฟิ่งเดินเข้ามาด้านในนางเดินสำรวจห้องภายใน โซนห้องแต่งตัวแบบ walk-in ห้องน้ำแยกส่วนแห้งส่วนเปียกฉากกั้นระหว่างส่วนนั่งเล่นและเตียงนอน เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งห้องล้วนคือแบบที่ชอบเรียบหรูดูแพง ไม่มีของเกินความจำเป็
หลอดไฟพวกนั้นเอามาได้ยังไง...ช่างเถอะไม่ถามดีกว่า
“ห้องอื่นเหมือนกันไหม”
“คล้ายๆ กัน ท่านดูก่อนอยากเพิ่มอะไรค่อยบอกข้าทีหลัง”
“แบบนั้นไม่เปลืองพลังเหรอ”
“ไม่เป็ไรมีคนยินดีช่วย”
“ขอบคุณนะ”
“ข้ายินดี”ซุนเลี่ยงเฟิ่งเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ของจำเป็ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมเอาไว้ทั้งหมด
แบบนี้คงต้องบอกวิธีใช้ให้ท่านลุงกับหนิงเฉิงแล้วละ....
ซุนเลี่ยงเฟิ่งนำเสื้อผ้าชุดใหม่ไปให้พร้อมอธิบายวิธีใช้อุปกรณ์ในห้องหลายอย่างโหย่งจิ้นและหนิงเฉิงคุ้นเคยระหว่างการเดินทางมาบ้างแล้ว จึงไม่ใช่ปัญหา ทั้งคู่ดูตื่นเต้นกับห้องน้ำมากเป็พิเศษทีเดียว
“ลู่ฟาง!”
“เถ้าแก่”
“จะกลับแล้วหรือ?”
“คุณหนูมาถึงแล้ว”เถ้าแก่ยิ้มให้ทั้งสาม
“ดีแล้วๆ รีบไปเถอะ ว่าง ๆ อย่างลืมมาคุยเล่นกันข้าบ้าง”
“ได้พวกเราขอตัวก่อน” เจิ้งลู่ฟางรีบเดินทางจากโรงเตี้ยมตรงกลับตระกูลซุน
“ดูพวกเขาดีใจมากเลยนะ”
“ได้เ้านายดีๆ แบบนี้มีใครบ้างไม่ดีใจ”
“นั่นสินะ”
บ้านเจิ้งยืนอึ้งหลังเข้ามาในบ้านตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาพวกเขาได้แต่มองอยู่ด้านนอกกำแพงไม่เคยเข้ามาด้านในเลยสักครั้ง รอบบ้านตอนนี้กับเมื่อก่อนแตกต่างกันราวฟ้ากับดินทีเดียว
“มาแล้วหรือเข้ามาสิ”
“ท่าน..คือใครขอรับ?”เจิ้งลู่ฟางถามชายกลางคนตรงหน้า
“นี่จำข้าไม่ได้หรือข้าพ่อบ้านโหย่งจิ้นยังไงละ”
“ขอรับ!?”
“ข้าเปลี่ยนไปมากขนาดนั้นเลยหรือ”โหย่งจิ้นรู้อยู่แล้วแต่อยากได้ยินจากปากคนอื่นดูบ้าง
“เปลี่ยนไปมากเลยขอรับ”เจิ้งฉิงเป่าพิจารณาเขาอย่างลืมตัว
“รอเจอคุณหนูของพวกเ้าก่อนเถอะรีบตามมาอย่าให้นางรอนาน”
จริงอย่างที่ว่าคุณหนูของพวกเขางดงามเหมือนเทพธิดาขนาดหนิงเฉิงยังมีเสน่ห์จนเจิ้งฉิงเป่ามองตาค้าง
“อะแฮ่ม!ฉิงเป่าน้ำลายเ้าหกหมดแล้ว” เจิ้งฉิงเป่ารีบยกมือเช็ดพอรู้ตัวว่าโดนแกล้งใบหูเขาแดงจนมองเห็นชัด
“นี่เงินเหลือจากค่าที่พักขอรับ”ซุนเลี่ยงเฟิ่งมองตั๋วเงินมากกว่า 400 ตำลึงทอง
“เก็บไว้เถอะ”
“ไม่ได้ขอรับคุณหนูได้โปรดรับไว้เถอะ”
“ถือว่าเป็เงินพิเศษที่ดูแลบ้านแล้วกัน”
“......”
“รับไว้เถอะอย่าให้คุณหนูต้องเสียน้ำใจเลย” โหย่งจิ้นบอกเขา เจิ้งลู่ฟางน้ำตารื้น สามคนพ่อแม่ลูกโคกศีรษะลงพื้นขอบคุณนาง
“เดี๋ยวหัวได้แตกกันพอดีไม่ต้องแล้ว” ซุนเลี่ยงเฟิ่งห้าม พลางหันไปมองโหย่งจิ้น
“คุณหนูอยากให้เ้าทำหน้าที่พ่อบ้านแทนข้าส่วนซิงซูรับตำแหน่งหัวหน้างานในบ้าน ฉิ่งเป่าตอนนี้ดูแลคอกม้ากับดูแลสวนหลังบ้าน”
“สวนหลังบ้านหรือขอรับ?”
“เดี๋ยวพวกเ้าได้เห็น”
“พ่อบ้านหรือขอรับ..ข้าน้อยคงทำไม่ได้”เจิ้งลู่ฟางบอกเขาด้วยความกังวล เขามีความรู้เพียงแค่อ่านออกเขียนได้ คำนวณได้นิดหน่อยให้รับผิดชอบงานพ่อบ้านมันมากเกินไป
“เดี๋ยวข้าสอนเ้าเองส่วนซิงซูค่อยรับหน้าที่สอนงานในบ้านให้สาวใช้คนใหม่”เจิ้งซิงซูเอื้อมมือมาจับแขนสามี นางส่งยิ้มให้กำลังใจ
“เ้าค่ะ”
“ขอบคุณคุณหนูที่ไว้ใจข้าน้อยกับครอบครัวขอรับ”
“คนซื่อสัตย์อย่างพวกท่านคู่ควรได้รับความไว้ใจอยู่แล้วนี่เสื้อผ้าชุดใหม่ ในนี้มีผ้าอีก 5 พับ”นอกจากเสื้อผ้ายังมีรองเท้าคู่ใหม่ของพวกเขารวมอยู่ด้วย
“ขอบคุณขอรับ/เ้าค่ะ”คราวนี้น้ำตาพวกเขาไหลออกมาจริง ๆ ซุนเลี่ยงเฟิ่งได้แต่ยิ้ม หนิงเฉิงพาบ้านเจิ้งไปยังเรือนพักแยกจากเรือนบ่าวสาวใช้เป็สัดส่วนต่างหาก
[ตระกูลหลิว]
“ซุนเลี่ยงเฟิ่งกลับมาแล้วงั้นหรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่าถามกุ้ยฉินสาวใช้คนสนิท
“กลับมาได้สองวันแล้วเ้าค่ะ”
“เ้าเห็นนางหรือยัง”
“นางยังไม่ออกจากบ้านเลยั้แ่กลับมาเ้าค่ะ”
“นางคงไม่กลับมาทวงร้านผ้าคืนหรอกใช่ไหมท่านแม่”หลิวอี้ถ่ง ลูกชายคนรอง น้องชายหลิวหลวนจ้างกังวล
“นางไม่มีสิทธิ์!”
“นางยกให้ตระกูลหลิวแล้วนางเรียกคืนไม่ได้” หลิวเซียนหยุนฮูหยินหลิวอี้ถ่งพูดขึ้นบ้างความจริงแล้วร้านผ้าตระกูลซุนไม่ได้ยกให้ตระกูลหลิวอย่างที่นางกล่าวอ้างซุนเลี่ยงเฟิ่งระบุในสัญญาชัดเจนว่ายกให้หลิวห้าวเหลียง หลิวห้าวจิ่ง
“ไม่คิดว่านางยังกล้ากลับมา”
“หรือว่านางเงินหมด?”หลิวอี้ถ่งแสดงความคิดเห็น
“ไม่มีทางตระกูลซุนร่ำรวยจะตาย”
“รู้แบบนี้ข้าควรบอกให้ห้าวเหลียง ห้าวจิ่งหลอกเงินจากนางมากกว่านี้” ฮูหยินผู้เฒ่าพูดขึ้นอย่างนึกเสียดาย
“ตอนนี้ยังเหลือเวลาอยู่ท่านแม่ไม่ลองดูล่ะเ้าค่ะ”
“ยังไง?” หลิวเซียนหยุนอธิบายแผนการให้ทั้งสองฟังอย่างละเอียดรั่วเฟยยืนอยู่นอกประตูรีบเร้นกายออกจากเรือนฮูหยินผู้เฒ่าอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่เห็นลูกชายข้าเป็อะไร”หลิวหลวนจ้างกำหมัดแน่น
“นายท่านควรบอกนายน้อยเอาไว้นะขอรับ”
“ข้ากลัวพวกเขายินดีทำตามท่านแม่บอกนะสิ”
“ทำไมนายท่านคิดแบบนั้นขอรับ”อี้เฉินสงสัย
“เฮ้อ...สองคนนั้นอยากเจอซุนเลี่ยงเฟิ่งมากขนาดไหนพวกเ้ารู้ไม่ใช่หรือ?”
“เช่นนั้นควรบอกให้นายน้อยพูดความจริงกับแม่นางซุนดีไหมขอรับ”
“คิดว่านางอยากเจอนายน้อยของพวกเ้าหรือไม่ล่ะ” อี้เฉิน รั่วเฟยเงียบหากเป็พวกเขาคงไม่อยากเจอเช่นกัน
[ห้วงหงส์ไฟ]
“พรุ่งนี้ข้าไปตลาดทาสอยากแวะไปดูเรือด้วย”
“อือ”
“ข้าจัดประลองหาผู้คุ้มกันดีไหม?”
“อือ”ซุนเลี่ยงเฟิ่งลดหนังสือในมือลง
“เป็อะไร?”
“ท่านอยากไปหอนายโลมเหรอ?”
“อือ”
“ทำไมต้องไป”
“ข้าชอบของสวยๆ งาม ๆ”
“ข้างามไม่พอ?”หงส์ไฟพลิกตัวนอนหงาย ดึงหนังสือออกจากมือนาง ซุนเลี่ยงเฟิ่งปัดปอยผมออกจากใบหน้าได้รูป
“หวงข้า?”
“ข้าหวงของข้านี่”หงส์ไฟพลิกตัวซุกใบหน้าเข้าหาหน้าท้องราบเรียบ อ้อมแขนโอบเอวของนางเอาไว้
“เด็กน้อยงอนข้าเสียแล้ว”
“หึ!”ซุนเลี่ยงเฟิ่งหัวเราะในลำคอ
“คืนนี้ข้านอนในห้วงหงส์ไฟดีหรือไม่”หงส์ไฟตอบรับอู้อี้ ซุนเลี่ยงเฟิ่งอมยิ้ม นึกเอ็นดูความเอาแต่ใจของเขา