ตอนที่ 2 แบบนี้คือถูกใจงั้นเหรอ
เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูมีอายุประมาณสิบแปดสิบเก้าปี หน้าตาดูสะอาดสะอ้านหล่อเหลาเอาการ ประกอบกับเสื้อฮู้ดนุ่มฟูส่งเสริมให้ดูโดดเด่น ขับเน้นให้ใบหน้าดูน่ารักจิ้มลิ้มราวกับเด็กผู้หญิง สีหน้าและริมฝีปากซีดเซียวไร้สีเืราวกับป่วยเป็โรคร้าย ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นกลับเปล่งประกายน่าดึงดูด
สิ่งที่ดึงดูดสายตาลี่หนานเสวียนกลับไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอกของเด็กหนุ่ม แต่เป็แสงสีทองเปล่งประกายที่แผ่ออกมารอบกายอีกฝ่ายต่างหาก มันเจิดจ้าสะดุดตายิ่งกว่าแสงอาทิตย์เสียอีก น่าเสียดายคนที่เห็นแสงสีทองรอบตัวเด็กหนุ่มนอกจากเขาแล้วก็คงมีแต่คุณปู่จอมพลกับคุณย่าของเขาเท่านั้น
เขาลุกขึ้นเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าลู่โจว กวาดสายตาสำรวจส่วนสูงของอีกฝ่ายเป็อันดับแรก จากนั้นก็หรี่ตาจ้องมองดวงตาของลู่โจวครู่หนึ่ง ริมฝีปากน่ามองพลันยกยิ้มขึ้นแล้วยื่นมือขวาออกไป “สวัสดีครับ ผมคือลี่หนานเสวียน”
ลู่โจวแปลกใจเล็กน้อยที่ลี่หนานเสวียนเป็ฝ่ายทักทายเขาก่อนจึงจับมือตอบด้วยความงุนงง “สวัสดีครับ ผมคือลู่โจว”
ลี่หนานเสวียนถือโอกาสบีบฝ่ามือนุ่มนิ่มของอีกฝ่าย รอยยิ้มบนใบหน้าชัดเจนกว่าเดิม พอปล่อยมือออกก็ยกแขนพาดไหล่ลู่โจว “ผมจะพาคุณไปดูบ้านของผมนะ”
คนตระกูลลี่พากันตกตะลึง ั้แ่ลี่หนานเสวียนย้ายมาอยู่ที่บ้านหยางเหมิน นอกจากคนรับใช้ที่เข้ามาทำความสะอาดตามกำหนดแล้ว ก็ไม่มีใครเข้าไปในบ้านเขาได้อีก แม้แต่พวกจอมพลก็ไม่เว้น แต่ตอนนี้เขากลับเป็คนพาอีกฝ่ายไปที่บ้านเอง หมายความว่าลู่โจวเป็คนพิเศษสำหรับเขาอย่างนั้นหรือ
“แบบนี้คือถูกใจแล้วหรือ” หลานรั่วหร่านพึมพำ
ลี่หนานอีพยักหน้า “คงจะอย่างนั้นค่ะ”
พี่ชายใหญ่เคยบอกเธอไว้ว่านอกจากตัวเขาเองแล้ว ก็มีแค่คนรักในอนาคตของเขาเท่านั้นที่จะเข้าไปในบ้านหยางเหมินของเขาได้
หลานรั่วหร่านพลันรู้สึกหายใจติดขัด ตาเหลือกขึ้นบนและเป็ลมล้มพับไป
ลี่หนานอีรีบประคองเธอเอาไว้ “แม่ แม่คะ แม่เป็อะไรไป หมอ ลุงตี๋ เรียกหมอมาเร็วค่ะ”
คนตระกูลลู่มองหลานรั่วหร่านด้วยความกังวล “ทำไมคุณนายลี่ถึงเป็ลมไปได้ล่ะเนี่ย”
เมื่อหลานรั่วหร่านรู้ว่าลูกชายคนโตที่ตั้งหน้าตั้งตารอให้แต่งสะใภ้มีลูกกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายแบบนี้ไม่เป็ลมสิแปลก ภรรยาจอมพลกระแอมไอเบาๆ “แค่โรคเก่าของเธอกำเริบน่ะค่ะ”
หลังจากลี่หนานเสวียนพาลู่โจวออกมาจากห้องโถงก็เริ่มแนะนำสถานที่ต่างๆ ในคฤหาสน์ตระกูลลี่อย่างละเอียด
เหล่าคนรับใช้ที่เดินผ่านพวกเขากับทหารยามที่กำลังเดินตรวจตราต่างก็เหลือบมองด้วยสายตาตกตะลึง พวกเขารู้จักลี่หนานเสวียนมานาน ยังไม่เคยเห็นเขามีท่าทีกระตือรือร้นกับใครขนาดนี้มาก่อนเลย และสิ่งที่ทำให้พวกเขายิ่งอึ้งก็คือลี่หนานเสวียนเป็ฝ่ายพาลู่โจวไปที่บ้านของตัวเอง
ทันทีที่ลู่โจวเข้ามาในบ้านหยางเหมิน ลมหนาวเย็นะเืก็พัดเข้ามาปะทะใบหน้าเขาวูบหนึ่ง ทำให้เขาต้องกระชับคอเสื้ออย่างช่วยไม่ได้
ลี่หนานเสวียนถาม “พอใจกับบ้านของผมไหมครับ”
ตอนนี้เป็่ฤดูหนาว ตัวบ้านถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ลู่โจว มองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ผมรู้สึกว่าบ้านของคุณมันหนาวกว่าข้างนอกเสียอีก แถมยังขาดความมีชีวิตชีวาไปหน่อย ถ้าปลูกต้นไม้ดอกไม้สักหน่อยก็คงดี”
แปลงดอกไม้ที่ไม่มีดอกไม้ใบหญ้ายิ่งทำให้บ้านดูว่างเปล่า ไม่เหมือนสถานที่ที่คนอยู่เลย ที่แปลกกว่านั้นก็คือ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าบนโต๊ะหินในศาลานั่นไม่มีอะไรอยู่ แต่กลับมีคนชราสวมชุดโบราณสี่คนยืนจ้องโต๊ะกันอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่ากำลังดูอะไร ขนาดมีคนเดินเข้าไปในศาลาก็ไม่เห็นว่าพวกเขาจะหันไปมองเลยสักนิด
ลี่หนานเสวียนมองตามสายตาอีกฝ่ายแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ต่อจากนี้ไปคงต้องพึ่งคุณเป็คนดูแลแปลงดอกไม้ที่นี่แล้วละ”
ลู่โจวไม่แน่ใจ “คุณหมายความว่า...”
“ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป คุณมาอยู่ที่บ้านหยางเหมินของผม รอให้ผ่านปีใหม่ไปก่อน พวกเราค่อยจดทะเบียนกัน”
ลู่โจว “…”
พวกเขาจะพัฒนาความสัมพันธ์กันเร็วไปหน่อยไหม
ทันทีที่คนชราทั้งสี่ได้ยินคำว่าแต่งงานก็รีบหันมามองพวกเขา พลางส่งยิ้มมีเลศนัยให้ลู่โจว
ไม่รู้ทำไม รอยยิ้มนั่นกลับชวนให้รู้สึกมืดมนอย่างบอกไม่ถูกจนเขาอดตัวสั่นไม่ได้