1 ชั่วโมงต่อมาณ สถานีตำรวจแห่งมาเก๊า ห้องสอบสวน
“บาดเจ็บเกือบห้าร้อยคนจนเรียกได้ว่าพิการ...แต่เดี๋ยวก่อนนะ!เธอบอกว่าทั้งหมดเกิดขึ้นโดยชายหนุ่มคนนี้คนเดียวน่ะเหรอ?!’’ มองไปยังชายหนุ่มที่นั่งนิ่งอย่างสงบเสงี่ยมในห้องผู้กํากับวัยกลางคนหน้าเหลี่ยมก็ชะงัก
“ใช่ค่ะ!ผู้กํากับหลิว!’’แววตาที่จ้องมองไปยังชายหนุ่มของหลันเอ๋อร์ยังคงประกายให้เห็นถึงความโกรธก่อนจะหยิบวิดีโอส่วนหนึ่งที่ไม่ได้รับความเสียหายยื่นให้กับผู้กํากับหลิว
มันเป็นวิดีโอที่บันทึกถึงเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดของCasino at Venetian Macao ที่เกิดขึ้นของชั้นที่ 1ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มบุกมาจนถึงไปยังชั้นต่อไป
ปัจจุบันตอนนี้มู่หลินได้ถูกคุมตัวมาโดยมีพวกซุยหมิงติดตามมาด้วยเพียงแต่พวกเขาถูกคุมตัวสอบสวนอยู่ที่ห้องอื่นๆ
ส่วนพวกเสิงเทียนหม่าและเหล่าบอดี้การ์ดทั้งหมดที่บาดเจ็บนั้นพวกเขาได้ถูกส่งตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลแล้ว
แน่นอนว่าก่อนที่พวกเขาจะถูกส่งตัวไปรักษาพวกเขาถูกหลันเอ๋อร์สอบสวนว่าใครกันแน่ที่เป็นคนทําร้ายพวกเขาถึงจะอย่างนั้นเสิงเทียนหม่าก็ไม่ใช่คนโง่เขาที่รู้ว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปจึงได้ปิดบังความจริงและหาข้ออ้างไปเรื่อยและแม้ว่าหลันเอ๋อร์จะไม่เชื่อ แต่เธอก็ฟันธงไปแล้วว่าคนที่มีความสามารถพอที่จะทําอย่างนั้นได้คงมีเพียงชายหนุ่มและพวกเสิงเทียนหม่าก็คงจะกลัวชายหนุ่มหันมาเล่นงานจึงไม่ยอมบอกความจริง
ส่วนวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ของชั้นที่40 มันได้รับความเสียหายอย่างลึกลับและไม่สามารถกู้ข้อมูลคืนได้หลันเอ๋อร์ถึงจะสงสัยแต่เธอก็ทําได้เพียงแค่นําวิดีโอเหตุการณ์ของชั้นที่หนึ่งกลับมาเท่านั้น
แน่นอนว่าที่วิดีโอเหตุการณ์ของชั้นที่40 ที่เสียหายทั้งหมด มันเป็นเพราะหลังจากที่มู่หลินมาถึงชั้นที่ 40ด้วยความที่ไม่ต้องการเปิดเผยพลังของหัตถ์เปลี่ยนสวรรค์เขาได้ใช้ฌานหยั่งรู้ผนวกเข้ากับพลังเต๋าอันกล้าแกร่งของเขาทําลายกล้องวรจรปิดทั้งหมดบนชั้นนั้นด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ของชั้นที่ 40 เอาไว้
เช่นกันวิธีที่มู่หลินใช้เพื่อทําให้กองกําลังรบพิเศษทั้งสามสิบคนหมดสติ ก็คือ วิธีนี้!
ด้วยจิตสังหารของมู่หลินที่มีความเข้มข้นอันลึกลํ้ารวมเข้ากับจิตวิญญาณอันกล้าแกร่ง และผนวกด้วยฌานหยั่งรู้มันสามารถที่จะทําให้เขาโจมตีจิตวิญญาณของคนธรรมดาและทําให้คนๆนั้นหมดสติได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้นมู่หลินที่ไม่ต้องการจะเสียเวลากับพวกกองกําลังรบพิเศษในตอนนั้นอีกจึงได้ใช้วิธีการนี้และยอมโดนคุมตัวมาในที่สุด
ส่วนเหตุผลที่เขายอมโดนคุมตัวมาน่ะเหรอ?ก็เพราะเขารู้ยังไงล่ะว่าเดี๋ยวต้องมีคนมาประกันตัวเขาอยู่แล้ว!
แล้วอย่างนี้เขาจะไปกลัวทําไม?แน่นอนว่าไม่!
“นี่มัน…’’ทางด้านผู้กํากับหลิว หลังจากที่ได้ดูวิดีโอเหตุการณ์ของชั้นที่หนึ่งแล้วแววตาของเขาก็เบิกกว้างอย่างเห็นได้ชัด มันเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากเชื่อก่อนมองไปยังชายหนุ่มที่ถูกสวมกุญแจมือในห้องสอบสวนด้วยความตื่นตะหนก
คว้ากระสุนได้อย่างง่ายดายทั้งยังสามารถทําให้คนพิการได้ในฝ่ามือเดียวอีก…
นี่มัน...เขาไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน!
แท้จริงแล้วเขาเป็นใครกันแน่?!
ผู้กํากับหลิวสงสัยว่าทําไมคนเก่งกาจถึงขนาดนี้ถึงไม่ยอมหลบหนีไปกลับกันอีกฝ่ายกลับยอมโดนคุมตัวมาแทนหรือว่าแท้จริงแล้วอีกฝ่ายจะมีแผนการบางอย่าง?
“อีกเรื่องหนึ่งเขาก็เป็นคนๆเดียวกันกับที่ฝ่าฝืนกฏจราจรในวันนี้ด้วยค่ะ!’’หลันเอ๋อร์ยังคงมองชายหนุ่มอย่างเย็นชาและรีบรายงานสําหรับเธอแล้วชายหนุ่มคนนี้นอกจากจะอันตรายแล้ว เขาไร้ยางอายเป็นอย่างมากอีกด้วย
ไร้ยางอายถึงขนาดที่กล้าตบหน้าผู้หญิงสวยๆอย่างเธอได้ลงคอ!
สารเลวที่สุด!
“...’’ ได้ยินผู้กํากับหลิวก็ชะงัก เขารู้สึกเหมือนกับได้เจอเรื่องตลกเรื่องหนึ่งคนๆเดียวก่อคดีพร้อมกันสองคดีในวันเดียวกัน?
จะมีที่ไหนบ้าไปกว่านี้อีกไหม?
เฮ้อ…
ผู้กําหลิวอดถอนหายใจเงียบๆไม่ได้ก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขึม “เอาล่ะเดี๋ยวฉันเข้าไปสอบสวนเขาเองส่วนเธอไปสอบสวนคนอื่นๆดีกว่า…’’
“ได้ค่ะ!’’หลันเอ๋อร์พยักหน้าเห็นด้วยแล้วเดินไปยังห้องสอบสวนห้องอื่น
เห็นว่าหญิงสาวไปแล้วผู้กํากับหลิวก็ลดความเคร่งขึมลงแล้วเดินเข้าไปยังห้องสอบสวนตรงหน้าทันที
เมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามาแล้วมู่หลินก็เลิกคิ้วขึ้น “เข้ามาได้สักทีนะ ให้ผมรอเสียตั้งนาน!’’
เขาอุส่าห์สวมกุญแจมือด้วยตัวเองเพื่อมาที่นี่ดีๆแต่คนพวกนี้นี่สิ…
ชักช้าเป็นบ้า!
“เอ่อ…’’ได้ยิน ผู้กํากับหลิวก็ถึงกับเซแทบล้ม
คุณเป็นผู้ก่อการร้ายที่ทําร้ายคนกว่าห้าร้อยจริงเหรอ?
ถ้าผมไม่เห็นวิดีโอนั่นและดูเพียงสภาพต๊องๆของคุณ ผมก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน!
“เอาล่ะผมจะไม่พูดอะไรมากคุณเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นใช่ไหม?’’ ผู้กํากับหลิวหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ตรงกันข้ามกับชายหนุ่มสีหน้าของเขาในเวลานี้ค่อนข้างจริงจังและเคร่งขึมเป็นอย่างมาก
“หนึ่งในคนพวกนั้น?’’ความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมู่หลินอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาคงจะได้รับรู้ข้อมูลบางอย่างของโลกนี้เพิ่ม…
…
“แพทย์แผนจีน?’’ในคฤหาสน์ตระกูลเย่ทางด้านทิศตะวันออก เบื้องหน้าซุยเทียนมีชายชราคนหนึ่งยืนอยู่เขาที่สวมใส่ชุดจีนโบราณดูประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยิน
“ใช่แล้วครับ!มู่หลินคนนี้นอกจะเป็นเพื่อนกับลูกชายของผมแล้วเขายังเป็นแพทย์แผนจีนที่เก่งกาจอีกด้วยดังนั้นบางทีเขาอาจจะรู้วิธีรักษาอาการป่วยของคุณก็เป็นได้…’’เนื่องจากไม่กี่นาทีก่อนหลังจากที่ได้รับรู้จากซุยหมิงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซุยเทียนที่เพิ่งมาถึงก็ดูเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก เขาจึงพยายามที่จะหาทางช่วยประกันตัวมู่หลินสุดความสามารถ
“ไม่ต้องอ้อมค้อม!จะให้ฉันช่วยเรื่องอะไร?’’ เย่ฟางเทียนขี้เกียจอ้อมค้อม คิ้วของเขาจึงขมวด
ทันทีที่เห็นซุยเทียนแม้จะรู้สึกกลัวอีกฝ่ายโมโหอยู่บ้างแต่เขาก็ตั้งสติและรีบบอกสิ่งที่อยากใช่ช่วยออกไป
เมื่อได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายมาเพื่อขอร้องให้ช่วยประกันตัวคนร้ายของเหตุการณ์ที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบห้าร้อยคนความตกตะลึงก็แวบผ่านให้เห็นบนแววตาของชายชรา ก่อนจะกลับมาเหมือนเดิมแล้วพยักหน้า“หวังว่าหลังจากที่เขาออกมาแล้ว ฝีมือของเขาจะเป็นของจริง!’’
“ขอบคุณครับผู้อาวุโส!’’เห็นว่าอีกฝ่ายรับปากแล้ว ซุยเทียนก็ขอบคุณอย่างโล่งอก
…
เวลาเดียวกันหลังจากที่ถูกถามว่าเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นหรือเปล่า มู่หลินก็แสร้งทําเป็นเคร่งขึม“คุณคิดว่าคนอย่างคุณมีค่ามากพอที่จะถามตัวตนของผมหรือ?’’
“ดูท่าคุณจะเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นจริงๆ…’’ด้วยความเก่งกาจของชายหนุ่ม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นผู้กํากับหลิวจึงทําได้เพียงแค่ถอนหายใจก่อนจะพยักหน้าแล้วยิ้มให้“ความจริงแล้วแค่คุณเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นผมก็ตั้งใจที่จะไม่ยุ่งเรื่องของพวกคุณและปล่อยคุณไปแล้วเพียงแต่…’’
ถึงจุดนี้คิ้วทั้งสองของมู่หลินก็ขมวดด้วยความสงสัย“แต่อะไร?’’
“แต่...แต่ว่าผมไม่จําเป็นต้องทําอย่างนั้นน่ะสิเพราะว่าทางเบื้องบนได้สั่งให้ผมลบประวัติคดีของคุณในคืนนี้ทั้งหมดและปล่อยคุณไป!’’ผู้กํากับหลิวพูด นํ้าเสียงของเขาชัดถ้อยชัดคําเป็นอย่างมาก
มู่หลินที่ได้ยินชัดเจนก็ผงะ
เบื้องบน?
เฮ้ย!มันเป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร?
แล้วทําไมเบื้องบนถึงได้มาช่วยฉัน?ใครก็ได้บอกฉันทีว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น?!