“แม่ว่ายังไงนะ? ไหนแม่บอกเป็มรดกไงล่ะ?”แป้งมองแม่ด้วยสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “มันก็ต้องแบ่งกันสิแม่”
“ลุงบอกว่าจำเป็ต้องเอาไปกู้เงินเพิ่ม แล้วนี่ก็ตั้งสิบปีแล้ว หนี้เก่าเขาก็ใช้ยังไม่หมดถ้าเขากู้เพิ่มอีกกว่าจะใช้หนี้รอบใหม่เสร็จคงอีกนานล่ะสิแบบนี้เราก็ไม่มีหวังจะได้ส่วนแบ่งแล้ว” คุณนุชมองหน้าลูกสาวพลางทอดถอนใจ
“แม่ก็ตกลงขายส่วนของแม่ให้ลุงไปเลยสิเงินที่เขากู้มาใหม่ ก็จ่ายเราซะ ถือว่าจบๆ กันไป ขาดทุนก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย”
หญิงวัยกลางคนส่ายหน้าพี่ชายของเธอช่างเ้าเล่ห์เหลือร้าย เอาเปรียบพี่น้องทุกคนอย่างแเีเมื่อสิบปีก่อน ที่ดินผืนใหญ่นั้นเป็มรดกที่พี่น้องสี่คนจะต้องแบ่งกัน แต่มงคลพี่ชายคนโตกลับบีบน้ำตาขอความเห็นใจจากทุกคนให้เซ็นยกให้เขาเพื่อเอาไปกู้เงินมาเล่นการเมืองโดยอ้างว่าจะหาเงินมาไถ่ออกจากธนาคารโดยเร็วที่สุด
แม้พี่คนรองจะไม่เห็นด้วยเธอและน้องสุดท้องกลับใจอ่อน จนไปเกลี้ยกล่อมพี่คนรองให้เห็นใจพี่ชายต่างคนต่างเชื่อมั่นว่า หากพี่มงคลได้เป็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วน่าจะหาเงินมาไถ่ถอนได้ไม่ยาก
ไม่กี่ปีต่อมาสามีของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทำให้เธอต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังอย่างลำบากเมื่อไปขอส่วนแบ่งมรดกจากพี่ชาย เขากลับบอกว่า ยังใช้หนี้ไม่หมดเอามาขายแบ่งกันไม่ได้ บ่ายเบี่ยงไปมา และหยิบยื่นความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ แทน
“แม่ ที่ดินนั้น เขาประเมินไว้ตั้ง 30ล้านนะ” แป้งรู้สึกหงุดหงิด ตอนเธอเริ่มทำร้านกาแฟนั้น มีทุนในมือไม่กี่หมื่นโชคดีที่น้าและน้าสะใภ้ของเธอช่วยเหลือยอมไปกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูมาให้เธอเป็เงินทำธุรกิจทุกวันนี้เธอส่งเงินต้นและเงินดอกเบี้ยสม่ำเสมอไม่เคยขาด
“แม่ก็อยากได้ส่วนแบ่งแต่จะทำไงได้ล่ะ ลุงเขาบอกมาแบบนี้”
นึกถึงตอนที่ขอสำเนาที่ดินจากแม่ ไปแอบสอบถามราคาประเมินเธอแทบช็อกเมื่อคิดทบทวนพฤติกรรมของลุงที่ดีกับครอบครัวเธอมาตลอดนี่คือคนที่เธอเคยเทิดทูนนักหนาว่า คอยช่วยเหลือเธอกับแม่มาตลอด ความจริงที่ได้เจอลุงกลับกลายเป็คนเดียวกับที่นำที่ดินมรดกไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของตนนับสิบปีมีเพียงคำสัญญาปากเปล่าที่บอกกับพี่น้องทุกคนว่า เมื่อใช้หนี้หมดจะนำออกมาแบ่งปันแล้วตอนนี้ยังปั้นเื่ใหม่มาบอกว่า จำเป็ต้องกู้เพิ่ม แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ทุกคนจะได้ส่วนแบ่งจากที่ดินผืนนี้?
“แม่ขอให้ลุงซื้อส่วนของแม่ได้ไหมคะ? กู้มาเผื่อเลยหนูจะได้เอาไปใช้หนี้น้า” แป้งยื่นข้อเสนอ แค่คิดถึงส่วนแบ่งที่ทุกคนควรได้อย่างน้อยก็เจ็ดล้านบาทแล้ว
“แม่ถามแล้ว เขาบอกทุกคนว่ากู้มาโปะหนี้ที่อื่นแค่นี้ก็จะไม่พอ ขนาดอานารถบอกว่า อยากได้เงินไปรักษาตัวเพราะตรวจพบเนื้องอกเขายังบอกว่า เขาหาให้ไม่ได้เลย”
“อ้าว! ไหนว่า สองปีก่อนลุงยังซื้อไร่ล่ะแม่”
“เขาบอกว่า ต้องลงทุนไปอีกไงก็เอาที่ดินเข้าแบงก์หมด”
แป้งชักเคลือบแคลงในพฤติกรรมของลุงที่แสนดีวันที่เธอแอบได้ยินสองพ่อลูกคุยกัน ทั้งคู่ยังอยากจะซื้อที่ดินไร่สุดเขตฟ้าอยู่เลยไหนว่าไม่มีเงิน?
คุณนุชถอนหายใจพวกเธอสามคนเชื่อพี่ชายมาโดยตลอด เมื่อพี่พูดจากลับกลอกเช่นนี้ ก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อไว้ใจยกที่ดินให้เขาไปเพราะเชื่อมั่นว่าคนสายเืเดียวกันย่อมจะไม่ทำร้ายกัน
“อานารถโมโหทะเลาะกับลุงด่ากันจนกระเจิง แม่ห้ามใครไม่ได้เลย ทุกคนต่างมีเหตุผล แต่ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่มงคลจะทำแบบนี้กับพวกเรา”
คุณนุชนึกถึงคำพูดที่พี่ชายทิ้งท้ายในวันนัดพบ ‘จะมาเอาอะไรนักหนาตอนพ่อป่วยพี่ก็เป็คนจ่ายค่ารักษานะ แล้วตอนงานศพทั้งงานพ่องานแม่พี่ก็เป็คนจ่ายทั้งหมด พวกแกไม่เห็นได้ช่วยอะไร ฉันสิ เป็คนทำทุกอย่างให้พ่อแม่’
“แม่ว่า....คงไม่มีใครได้ส่วนแบ่งนี้แล้วล่ะแป้ง”
ดูจากสีหน้าของแม่ เธอก็รู้แล้วว่าลุงคงปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ไปเรียบร้อย ด้วยอิทธิพลของลุง ย่อมไม่มีใครงัดข้อได้
“ไม่น่าเชื่อ นี่เหรอคนที่หนูเคยเชื่อว่าเป็คนดีมาตลอด”
“ความโลภอยู่กับใครมันก็กลืนกินคนนั้นล่ะลูก”
“เอาเปรียบแม้กระทั่งพี่น้องตัวเองนี่นะ”แป้งเขม่นเข่นเขี้ยว เธอเคยได้ยินคนอื่นนินทาลุงมงคลมาหลายครั้ง แต่ในตอนนั้นเธอยังเด็กไม่รู้ตื้นลึกหนาบางคอยเถียงแทนหน้าแดงหน้าดำ ใครจะกล่าวหาลุงเธออย่างไร เธอก็ไม่เคยเชื่อ แต่วันนี้ความจริงที่เกิดขึ้น ทำให้เธอตาสว่าง
“แม่เชื่อว่าสักวันแม้กฎหมายจะทำอะไรเขาไม่ได้ กรรมเวรจะตามทันเอง”
“ขอให้มาถึงตอนเรายังอยู่ก็แล้วกัน” แป้งถอนหายใจอย่างเซ็งจัด!
พันดาวสายฟ้า และแบงก์ หิ้วของพะรุงพะรังเดินเข้าไปในศาลา เพิ่งจะเก้าโมงเช้า
“เอาของกินไปฝากไว้ถวายพระตอนเพลฝั่งนั้นนะ”พันดาวบอกแบงก์ ผู้ซึ่งถือเฉพาะข้าวและถุงกับข้าวที่สั่งจากร้านอร่อยในเมืองมาโดยเฉพาะ
“ของพวกนี้เราขอทำสังฆทานเลยล่ะกันเพราะต้องกลับไปเฝ้าร้านอีก” สายฟ้าพยักหน้ารับทั้งคู่จึงขยับไปใกล้บริเวณที่ตั้งพระประธานประจำศาลาองค์ใหญ่ กราบพระเรียบร้อยจึงเรียนให้เ้าอาวาสที่ท่านนั่งอยู่ในศาลาทราบ
ขณะที่ทั้งสามคนทำพิธีไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายคือ การกรวดน้ำให้แก่ผู้ล่วงลับคนกลุ่มใหม่ที่แต่งกายหรูหราเดินหิ้วปิ่นโตเถาใหญ่ก้าวเข้ามาในศาลา
“คุณพ่อกับคุณแม่ไปนั่งรอกับเ้าอาวาสเลยค่ะ เดี๋ยวปิ่นโตให้ปิ่นเอาไปจัดการเอง” น้ำเสียงคุ้นๆนั้น ทำให้พันดาวรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาวูบหนึ่ง
นินนาทนั่งพับเพียบลงถัดไปจากสายฟ้าประมาณสองเมตร ขณะที่มณีก็ยอบตัวลงมาใกล้สามี
พิธีกรรมของสามคนแรกเสร็จสิ้นลงพอดี“เอาน้ำไปรดต้นนั้นนะ” หลวงพ่อชี้ไปที่ต้นโพธิ์ที่ใหญ่ที่สุดหน้าศาลา
“ทำไมวันนี้แกมาทำบุญได้ปกติเห็นงกหาเงินตลอด”
พันดาวปรายตามองบุพการี “มาทำบุญให้แม่หรือคะ? ไม่ยักกะรู้ว่าพ่อจำวันตายแม่ได้เหมือนกัน”
มณีสะดุ้งลูกติดสามีจงใจตีวัวกระทบคราดจนได้ “คงไม่จำเป็มั้ง เพราะเธอทำแม่เธอก็คงได้บุญไปเยอะแล้ว”
“ช่างเถอะมณีถ้าเขาสบายใจจะคิดแบบนั้นก็ตามใจเขา”
“ไม่เลยค่ะกลัวว่า แม่จะไม่อยากได้ แต่จำใจต้องรับ”ทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นแล้วเธอก็ถือถ้วยทองเหลืองรองน้ำเดินน้ำหน้าอีกสองคนออกไปเทน้ำที่โคนต้นโพธิ์ด้านนอก‘ขอให้บุญกุศลนี้จงไปถึงดวงิญญาของแม่ไม่ว่าจะอยู่ในภพภูมิใด’
สายฟ้ากับแบงก์ยืนอยู่ไม่ไกลนักพวกเขาก็ตั้งใจอธิษฐานให้บุญกุศลนี้ไปถึงแม่ของพันดาวด้วยเช่นกัน ทั้งสามเดินกลับเข้าไปในศาลาอีกครั้งเพื่อนำถ้วยทองเหลืองกลับไปคืนและกราบลาพระรัตนตรัย
“ปีนี้ได้เงินกฐินเยอะไหมเ้าคะ?” คุณนายมณีนบมือขึ้นชิดอก
“ก็ดีกว่าปีก่อนนะโยมถ้าไม่ได้โยมช่วยประสานงานให้ งานคงไม่ราบรื่นขนาดนี้”
“ก็โยมรู้จักคนในจังหวัดเยอะนี่คะบอกบุญใครๆ เขาก็อยากมาช่วยทั้งนั้น งานบุญงานกุศล” หน้าตาคุณนายอิ่มเอิบกับคำชมยิ่งนัก จงใจพูดให้เสียงดังจนชาวบ้านที่เริ่มเข้ามารอถวายเพลพระได้ยินทั่วกัน
“ปีหน้าก็จองกฐินอีกสิคุณเอาให้ใหญ่กว่าปีนี้” นินนาทยิ้มหัวชอบใจเขาพอใจอย่างยิ่งที่ภรรยาเชิญคนสำคัญมาได้นั่งปั้นยิ้มในงานปีนี้ได้มากมาย
พันดาวนั่งพับเพียบกราบท่านเ้าอาวาส“หนูขอกลับเลยนะคะ ต้องไปทำงานต่อค่ะ” เธอไม่คุ้นชินกับการใช้ศัพท์กับพระแต่อาศัยการพูดอย่างสุภาพ
“ไปเถอะลูกมาทำบุญให้แม่ทุกปีไม่เคยขาด บุญรักษานะ” หลวงพ่อมองหน้าหญิงสาวด้วยความเวทนา ท่านเองก็เห็นครอบครัวนี้มาสิบกว่าปีชาวบ้านที่นี่พูดคุยเื่คนในชุมชน ท่านก็พอจะได้ยินได้ฟังมาบ้าง
คุณนินหันมาทักทายสายฟ้าที่ยกมือไหว้เขาอยู่ด้านหลัง“อ้าวคุณนั่นเอง!ไหนยายดาวว่าไม่มีเงินจ้างไง หรือว่า แอบไปตกลงจ้างกันเองเพราะกลัวโรงแรมจะได้ผลประโยชน์ด้วย”
“ก็คงงั้นมั้งคะ?” พันดาวขยิบตาใส่เขา เป็เชิงไม่ให้ตอบ “เดือนนี้หนูน่าจะหาเงินได้เยอะ ไหนๆเขาก็มาแล้ว ในเมื่อโรงแรมไม่มีเงินจ้าง หนูก็เลยหาเงินจ้างเอง”
“หึ! ฉันคิดแล้วเชียวว่าแกไม่ยอมจ้างร่วมกับฉัน เพราะคิดจะทำคนเดียวนี่เอง”
“ก็แล้วแต่พ่อจะคิดเถอะค่ะ”เธอถอยหลังออกมา “พวกเรากลับกันเถอะ”
สายฟ้ามองพันดาวที่นั่งเงียบั้แ่ออกจากวัดเขาไม่คาดคิดว่า รอยร้าวระหว่างสองพ่อลูกจะใหญ่ขนาดนี้แม้จะพยายามสังเกตแววตาผู้เป็พ่อ เขาก็ไม่เห็นความอาทรในสายตาจะให้คิดเข้าข้างก็ยังทำไม่ได้ เขาเก็บความรู้สึกอยากปลอบใจเธอเอาไว้ก่อน ท่าทางของเธอเพียงอยากคิดอะไรเงียบๆมากกว่า
“พ่อพี่ยังเหมือนเดิมเลยนะผมนึกว่า จะดีขึ้นบ้าง” แบงก์ทำลายความเงียบขึ้น ด้วยประโยคที่สายฟ้างุนงง
“จะไปหวังอะไรจากเขาล่ะขนาดงานศพแม่เขายังไม่สนใจ แล้วคิดเหรอว่าวันครบรอบวันตายเขาจะจำได้”
“พี่ไม่เสียใจแล้วใช่ไหม?”น้ำเสียงนั้นอ่อนลงจนแทบจะแหบพร่า
“คนเราต้องยอมรับความจริงสิเจอมาขนาดนี้” พันดาวกระแทกหลังกับเบาะรถ เงยหน้าด้วยความรู้สึกอ่อนล้าเล็กๆ ในใจ
สายฟ้านั่งพิงพนักด้านหลังนิ่งเขาไม่ส่งเสียงใดๆ รบกวนสองพี่น้องคุยกัน เื่ของความสัมพันธ์ ไม่ใช่เื่ที่เขาจะต้องก้าวเข้าไปตัดสินเพราะเขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์มาั้แ่ต้น แน่นอนว่าไม่มีใครไม่เสียใจที่พ่อบังเกิดเกล้าของตนเองทำแบบนี้เพียงแต่เธอเข้มแข็งที่จะยอมรับ และไม่โวยวายอย่างที่เขาคาดเอาไว้
*********************

