ความเงียบสงัดหลังสิ้นสุดสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ทิ้งน้ำหนักอึ้งดุจหินผาถล่มลงกลางอกของเกด สัญญาณการสื่อสารสายด่วนจากกิตติธัชตัดดับลงไปแล้ว ทว่าคำพูดทรงอำนาจและประโยคคำสั่งเด็ดขาดของนักธุรกิจรุ่นใหญ่ยังคงดังก้องกังวานสะท้อนอยู่ในแก้วหูของนักธุรกิจสาวใหญ่อย่างไม่ยอมจางหาย ข้อตกลงนัดหมายด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างเบ็ดเสร็จ—เธอต้องเดินทางไปพบเขาที่บ้านพักตากอากาศพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ณ ขุนเขาเขาใหญ่ เป็นเวลาสองวันหนึ่งคืน เพื่อรับการลงนามอนุมัติเอกสารทางการเงินและเงินกู้ก้อนสุดท้ายที่จะเป็นสายน้ำเลี้ยงฉีดเข้าสู่เส้นเลือดใหญ่ของบริษัท ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอก่อร่างสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
เกดยืนนิ่งเกร็งอยู่กลางโถงแต่งตัวอันหรูหราประจำห้องนอนใหญ่ ฝ่ามือเรียวสวยที่ดูแลรักษาเป็นอย่างดีกุมเครื่องมือสื่อสารแน่นจนข้อแต่งตึงขาว หัวใจเต้นตึกลูกระรัวด้วยความตึงเครียดหนักอึ้ง ลมหายใจอุ่นร้อนกักขังอยู่ในลำคอจนแทบสำลัก ความรู้สึกสับสน หวาดหวั่น และละอายใจประดังประเดเข้ามาจนเรียวขาคู่สวยเริ่มสั่นระริก เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ บังคับปลายนิ้วมือที่สั่นเทาให้เก็บโทรศัพท์เคลื่อนที่ลงในกระเป๋าถือแบรนด์เนม แล้วรีบปรับสีหน้าและแววตาให้ราบเรียบปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
ดวงตาคู่คมสวยหรี่ลงเล็กน้อยยามทอดมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาตกกระทบเรือนร่างในชุดสตรีทรงเนี๊ยบ ดูภายนอกเธอคือผู้บริหารสาวใหญ่ทรงเสน่ห์ ผู้มีความมั่นใจและสง่างามสมบูรณ์แบบ ทว่าภายในอกกลับตลบอบอวลไปด้วยความอัปยศและความลับอันดำมืดที่ไม่อาจเปิดเผยให้ใครรับรู้ได้
ทว่ายังไม่ทันที่เกดจะได้ผ่อนลมหายใจหรือตั้งรับกับความปั่นป่วนในอก เสียงก้าวเดินอันคุ้นเคยที่หนักแน่นแต่แฝงด้วยความอ่อนโยนก็ดังขึ้นจากทิศทางของประตูห้องนอน ภัทร สามีหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี เดินเข้ามาในบริเวณโถงแต่งตัวด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ กลิ่นหอมสดชื่นของสบู่และกายหนุ่มยามเช้าโชยมาแตะนาสิก ดวงตาคู่คมปลาบของชายหนุ่มทอดมองตรงมาที่ภรรยารุ่นพี่ด้วยความรักและความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
"พี่เกดครับ... มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่าครับ เห็นยืนเงียบอยู่นานเลย" ภัทรเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ขณะเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของเธอ
ความประหม่าและตื่นกลัวแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจของเกดทันที สายตาของนักธุรกิจสาวใหญ่ไม่กล้าสบประสานกับดวงตาซื่อสัตย์บริสุทธิ์ของสามีหนุ่มตรงๆ เธอเกรงเหลือเกินว่าความลุกลี้ลุกลน แววตาหวาดหวั่น หรือพิรุธเล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้เครื่องแต่งหน้าเฉียบเนี๊ยบ จะทำให้ภัทรจับสังเกตความผิดปกติได้
เกดฝืนยิ้มหวานกลบเกลื่อน พยายามบังคับน้ำเสียงของตัวเองให้ราบเรียบเป็นธรรมชาติที่สุด ทั้งที่ภายในอกกำลังปั่นป่วนดุจคลื่นลมพายุยามมรสุมเข้า
"ไม่มีอะไรหรอกจ้ะภัทร... พอดีทางเลขาฯ โทรศัพท์เคลื่อนที่มาแจ้งเรื่องด่วนน่ะจ้ะ" เกดเริ่มต้นสร้างเรื่องโกหกที่เตรียมไว้ในหัวอย่างยากลำบาก "คือ... ทางสมาคมอสังหาริมทรัพย์ส่งหนังสือเชิญด่วน ให้พี่ไปเข้าร่วมงานสัมมนาและประชุมผู้ประกอบการต่างจังหวัด แล้วก็... พี่ถือโอกาสนี้เดินทางไปสำรวจทำเลที่ดินกับโครงการบ้านพักตากอากาศใหม่ที่แถวเขาใหญ่ด้วยเลยน่ะจ้ะ"
"ไปสัมมนาที่เขาใหญ่เหรอครับ?" ภัทรทวนคำ ท่าทางและสีหน้าของชายหนุ่มดูประหลาดใจเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าสวยของภรรยาอย่างตั้งใจ
"ใช่จ้ะ... งานเขากระทันหันมาก การประชุมเริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนี้ยาวไปถึงวันพรุ่งนี้ พี่คงต้องเดินทางไปค้างคืนที่บ้านพักตากอากาศแถวนั้นสักสองวันหนึ่งคืนนะจ๊ะ" เกดพูดคำโกหกออกไปอย่างไหลลื่น ทั้งที่ทุกคำพูดเปรียบเสมือนตอกตะปูร้อนผ่าวลงบนแผ่นอกของตัวเอง
ความรู้สึกผิดบาปต่อสามีหนุ่มเริ่มกัดกินจิตใจของเกดอย่างหนัก เธอต้องโกหกชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก ต้องปั้นหน้าเสแสร้งว่ากำลังเดินทางไปทำงานเพื่ออนาคตของครอบครัว ทั้งที่ในความเป็นจริง สภาพความเป็นจริงช่างขมขื่นและน่าอัปยศยิ่งนัก เธอต้องเดินทางไปถวายเรือนร่างและตอบแทนข้อตกลงลับให้แก่นักธุรกิจรุ่นใหญ่อย่างกิตติธัช เพื่อแลกกับความอยู่รอดของบริษัทและเงินกู้ก้อนสุดท้าย
แทนที่ภัทรจะแสดงอาการสงสัย ซักไซ้ไล่ลี้ด้วยความระแวง หรือแสดงความหงุดหงิดที่ภรรยาต้องเดินทางด่วน (แม้ในหัวใจของชายหนุ่มเองจะเพิ่งรับรู้เรื่องราวและหลักฐานบางอย่างมาจากนิชาเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาก็ตาม) ภัทรกลับสวมบทบาทสามีหนุ่มผู้แสนดี ซื่อสัตย์ และอบอุ่นอย่างเต็มเปี่ยม ชายหนุ่มส่งยิ้มอ่อนโยนให้ภรรยารุ่นพี่อย่างไม่มีแววแห่งความแคลงใจหรือขุ่นเคืองปรากฏในดวงตาเลยแม้แต่น้อย
"ถ้าอย่างนั้นพี่เกดนั่งพักก่อนนะครับ เดี๋ยวผมช่วยจัดเตรียมกระเป๋าเดินทางให้เอง" ภัทรอาสาด้วยความกระตือรือร้นและใส่ใจ
"ภัทร... ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวพี่จัดเองก็ได้" เกดรีบปฏิเสธด้วยความเกรงใจและความรู้สึกผิดที่ท่วมท้นในอก
"ไม่เอาน่าครับ พี่เกดเหนื่อยกับงานมาทั้งสัปดาห์แล้ว ให้ผมช่วยดูแลเถอะนะ" ภัทรยืนยันน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าไม้หรูหราด้วยความใส่ใจ
เกดได้แต่งกยืนนิ่ง มองดูภาพสามีหนุ่มรุ่นลูกเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางทรงหรูแบรนด์ดังออกมาเปิดวางบนเก้าอี้กว้างอย่างพิถีพิถัน ภัทรตั้งอกตั้งใจเลือกพับชุดสตรีและเสื้อผ้าทำงานของเกดทีละชิ้น ชายหนุ่มพับรอยกลีบเสื้อสูทสากลและกระโปรงทรงสอบอย่างประณีตเรียบร้อยราวกับช่างมืออาชีพ รู้วิธีการจัดเก็บไม่ให้เนื้อผ้าเกิดรอยย่นแม้แต่น้อย
ไม่เพียงเท่านั้น ภัทรยังเดินไปยังมุมโต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อหยิบกระเป๋าพกพาใบเล็กสำหรับบรรจุยาสมุนไพร วิตามินบำรุง ยาแก้ปวด และของใช้ส่วนตัวของเกดใส่ลงไปอย่างระมัดระวัง ชายหนุ่มตรวจสอบความเรียบร้อยทุกอย่างด้วยความใส่ใจละเอียดลออ เพราะความห่วงใยบริสุทธิ์กลัวว่าภรรยารุ่นพี่ที่เคารพรักจะต้องตรากตรำทำงานหนักจนล้มป่วยลงในระหว่างการเดินทางสัมมนาครั้งนี้
ความอ่อนโยนและความตั้งใจอันบริสุทธิ์ที่ภัทรแสดงออกมาผ่านสองมือคู่นั้น ยิ่งตอกย้ำทิ่มแทงเข้ากลางหัวใจของเกดดุจเข็มพันเล่ม!
ทุกการกระทำ ทุกรอยยิ้ม และความเอาอกเอาใจของภัทร เปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงบนแผลใจของเกดให้ยิ่งบาดลึก ละอายใจจนแทบไม่มีหน้าจะยืนมองชายหนุ่ม เกดรู้สึกทรมานจนอกแทบระเบิด ยิ่งภัทรแสนดีและซื่อสัตย์ต่อเธอมากเท่าไร เกดยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นหญิงชั่วช้าที่สวมเขาและหลอกลวงสามีหนุ่มแสนดีคนนี้ได้อย่างเลือดเย็น
เมื่อจัดเตรียมกระเป๋าเดินทางทรงหรูเรียบร้อยแล้ว ภัทรก็ก้าวเดินกลับเข้ามาหาเกด ชายหนุ่มยื่นมือไปโอบเอวคอดกิ่วของภรรยารุ่นพี่ สวมกอดเธอจากด้านหลังอย่างนุ่มนวล ร่างกายอันอบอุ่นและแข็งแกร่งของสามีหนุ่มบดเบียดแนบชิดกับแผ่นหลังของเธอ ภัทรซุกใบหน้าหล่อเหลาลงกับลาดไหล่เนียน สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายของเกดด้วยความรักใคร่เสน่หา
"เดินทางปลอดภัยนะครับพี่เกด..." ภัทรกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มหวาน "ขับรถระมัดระวังด้วยนะครับ ทางไปเขาใหญ่บางช่วงอาจมีโค้งอันตราย อย่าขับเร็วเกินไปนะ แล้วก็อย่าหักโหมงานหนักจนลืมกินข้าวล่ะครับ... ผมเป็นห่วงพี่มากนะ"
"จ้ะ... ภัทร..." เกดเค้นเสียงตอบกลับในลำคอที่แห้งผาก ร่างกายของเธอสั่นระริกเล็กน้อยภายใต้อ้อมกอดอันอบอุ่นนั้น
ภัทรหมุนตัวเกดให้หันกลับมารับสัมผัส ชายหนุ่มประคองใบหน้าสวยสง่าของภรรยารุ่นพี่ขึ้นมาอย่างเบามือ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความถวิลหาและความบริสุทธิ์ใจ ชายหนุ่มก้มลงประทับจุมพิตอย่างอ่อนโยนลงบนหน้าผากเนียนมน ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนเรียวปากลงมาประทับจุมพิตที่เรียวปากอิ่มสวยของเกด ความอบอุ่นนุ่มนวลของริมฝีปากสามีหนุ่มถ่ายทอดความรู้สึกรักอันลึกซึ้งออกมาอย่างแจ่มชัด
เกดต้องฝืนยิ้มกลบเกลื่อนและรับจุมพิตของภัทรด้วยหัวใจที่บอบช้ำสั่นระริก เธอพยายามบดเบียดริมฝีปากตอบรับสัมผัสของชายหนุ่ม ทั้งที่ในใจรู้สึกละอายและสมเพชตัวเองจนอยากจะร้องไห้ออกมา จุมพิตอันอบอุ่นของภัทรควรจะเป็นสิ่งที่สร้างความสุขสมและผ่อนคลายให้แก่เธอ แต่ในยามนี้ มันกลับกลายเป็นตราบาปอันหนักอึ้งที่คอยเตือนสติว่า เธอกำลังจะเดินทางไปทำเรื่องผิดบาปที่ทรยศต่อความรักและความซื่อสัตย์ของสามีคนนี้อย่างไม่อาจให้อภัย
"ผมจะรอพี่เกดกลับบ้านนะครับ... อวยพรให้การสัมมนาและงานอสังหาริมทรัพย์ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะครับ" ภัทรถอนริมฝีปากออกช้าๆ พร้อมส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้อีกครั้ง
"ขอบใจมากนะจ๊ะภัทร... พี่... พี่ต้องรีบออกเดินทางแล้วล่ะ" เกดฝืนกล่าวคำลาด้วยน้ำเสียงที่พยายามไม่ให้สั่นเครือ เธอรีบยกกระเป๋าเดินทางทรงหรูขึ้นถือ แล้วหันหลังก้าวเดินออกจากห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่กล้าหันกลับไปมองสายตาของภัทรอีกเลยแม้แต่เหลี่ยวเดียว
รถยนต์ส่วนตัวคันหรูของเกดเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์หรูประจำตระกูลอย่างช้าๆ มุ่งหน้าสู่เส้นทางทางหลวงสายหลักเพื่อตรงไปยังเขาใหญ่ ตลอดการเดินทางหลายชั่วโมง บรรยากาศรอบข้างค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป จากตึกสูงเสียดฟ้าและความวุ่นวายของกรุงเทพมหานคร แปรเปลี่ยนเป็นทิวทัศน์ของขุนเขาเขียวขจีที่สลับซับซ้อน สายลมเย็นยามสายปะทะเข้ากับกระจกรถยนต์เป็นระลอก
ภายในห้องโดยสารอันเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างราบเรียบ แต่ในจิตใจของเกดกลับเต็มไปด้วยความสับสน วุ่นวาย และการทบทวนชะตากรรมอันขมขื่นที่กำลังถาโถมเข้าใส่ชีวิตของเธอ
เกดกุมพวงมาลัยรถยนต์แน่น สายตามองตรงไปข้างหน้าบนถนนสายยาวไกล แต่ความคิดกลับล่องลอยและจมลงสู่ความทุกข์ทรมานใจ การเดินทางไปพบกิตติธัชในครั้งนี้ ไม่ใช่การเดินทางไปทำงานสัมมนาหรือดูโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างที่เธอโกหกภัทรไว้ แต่มันคือพันธะสัญญาตอบแทนก้อนสุดท้าย เป็นธุรกรรมแลกเปลี่ยนอันร้อนแรงที่จะต้องจ่ายด้วยเรือนร่างและศักดิ์ศรี เพื่อแลกกับการลงนามอนุมัติเงินกู้ก้อนสุดท้ายที่จะช่วยกอบกู้บริษัทที่เธอก่อร่างสร้างมาให้รอดพ้นจากการล้มละลาย
"ถ้าบริษัทล้มลงไป... ทุกอย่างจะจบสิ้น" เกดพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงขมขื่น
ในฐานะแม่... เกดต้องสวมบทบาทเป็นหญิงสาวผู้เด็ดเดี่ยว แบกรับความขมขื่นและความอัปยศไว้เพียงลำพัง เธอไม่อาจยินยอมให้บริษัทต้องพังทลายลงได้ เพราะนั่นหมายถึงอนาคต ความเป็นอยู่ และชีวิตที่สุขสบายของลูกสาวแท้ๆ ทั้งสองคน—นิชาและมีน—จะต้องตกต่ำลง และต้องเผชิญกับความยากลำบากที่ลูกสาวของเธอไม่ควรจะต้องได้รับรู้ ความรัก ความห่วงใย และความรับผิดชอบในฐานะแม่ผู้ยอมเสียสละทุกอย่าง กดดันให้เกดต้องก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางสายนี้อย่างไม่อาจถอยหลังกลับ
ทว่า ในอีกมุมหนึ่งของหัวใจ ความรู้สึกขัดแย้งและถวิลหากลับตีรวนขึ้นมาอย่างรุนแรง
เกดคิดทบทวนเปรียบเทียบถึงเรือนร่างและความรู้สึกในใจ แม้เธอจะต้องไปตอบแทนกิตติธัชด้วยความยินดีตามพันธะสัญญาธุรกิจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ลึกๆ ในหัวใจและเรือนร่างของเธอ มันกลับไม่ได้มีความเสน่หาต่อนักธุรกิจรุ่นใหญ่ผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย เรือนร่าง อารมณ์ความรู้สึก และความถวิลหาอันลึกซึ้งของเกด กลับโหยหาเพียงแค่อ้อมกอดและเรือนร่างของภัทร—สามีหนุ่มผู้มอบความสุขสม ความเร่าร้อน และเคมีทางกายที่ถูกใจและเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
ภัทรคือสามีหนุ่มที่เติมเต็มความต้องการและความปรารถนาทางกายของเธอได้อย่างถึงแก่น เติมเต็มความสาวและความเสน่หาที่เธอเคยขาดหายไป แต่เธอกลับต้องทิ้งอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นและซื่อสัตย์ของเขา เพื่อเดินทางไปรองรับอารมณ์ตัณหาของชายรุ่นใหญ่ตามพันธะสัญญาธุรกิจ ชะตากรรมช่างเล่นตลกและกลั่นแกล้งเธออย่างเด็ดขาด ความขมขื่นใจและละอายใจตลบอบอวลอยู่ในอกตลอดเส้นทางหลายร้อยกิโลเมตร จนกระทั่งรถยนต์ของเธอเลี้ยวเข้าสู่เขตอำเภอเขาใหญ่
รถยนต์ส่วนตัวคันหรูของเกดเคลื่อนตัวผ่านซุ้มประตูใหญ่ เข้าสู่พื้นที่ของบ้านพักตากอากาศพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว (วิลล่าส่วนตัวหรู) ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางขุนเขาอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัว สภาพแวดล้อมรอบข้างรายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์และอากาศอันบริสุทธิ์ ตัวบ้านพักตากอากาศถูกออกแบบและตกแต่งอย่างโอ่อ่า ทรงอำนาจ และหรูหราระดับสโมสรเอกสิทธิ์ แสดงถึงฐานะและความมั่งคั่งของเจ้าของสถานที่ได้เป็นอย่างดี
เกดดับเครื่องยนต์และก้าวลงจากรถยนต์ด้วยหัวใจที่ตื่นเกร็ง เสียงส้นสูงของเธอแทบจะไร้เสียงเมื่อสัมผัสกับพื้นหินขัดเงาริมสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่ ซึ่งมีผืนน้ำสีฟ้าใสทอประกายแดดยามบ่าย
ณ บริเวณชานเรือนริมสระว่ายน้ำส่วนตัว ร่างสูงใหญ่ของกิตติธัช นักธุรกิจรุ่นใหญ่วัยห้าสิบกว่าปี ยืนรอรับการมาถึงของเธออยู่ก่อนแล้ว กิตติธัชอยู่ในชุดลำลองสากลหรูหราที่ดูภูมิฐานแต่แฝงด้วยความผ่อนคลาย บนใบหน้าที่มีร่องรอยแห่งวัยปรากฏรอยยิ้มวางอำนาจยโส ดวงตาคู่เก๋าเกมฉายแววกุมชัยชนะไว้อย่างถือดี
กิตติธัชใช้สายตาโลมลามสำรวจเรือนร่างและสวดทรงอันเย้ายวนของเกดตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่เกรงใจ สายตาของเขาหยุดนิ่งอยู่ที่ส่วนโค้งเว้าอันสมบูรณ์แบบใต้ชุดสตรีทำงานทรงเนี๊ยบ ก่อนจะเอ่ยปากพูดจายั่วเย้าและถากถางออกมาช้าๆ ด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
"มาถึงตรงเวลาดีนี่... คุณเกด" กิตติธัชเริ่มพูด น้ำเสียงของเขากระด้างและแฝงด้วยความเย้ยหยัน "นึกว่าคุณจะตัดใจมาไม่ได้เสียแล้ว... อุตส่าห์ปลีกตัวมาจากสามีหนุ่มรุ่นลูกคนนั้นได้ ถือว่าคุณมีความรับผิดชอบต่อข้อตกลงลับและพันธะสัญญาธุรกิจของเราอย่างน่าประทับใจจริงๆ"
คำพูดถากถางแซะเรื่องภัทรเปรียบเสมือนหมัดที่ชกเข้ากลางหน้า แต่เกดพยายามฝืนรักษาความสงบนิ่งและวางตัวตามแบบฉบับนักธุรกิจสาวใหญ่ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว เธอสูดหายใจลึก ยืดอกตั้งตรงเพื่อปกปิดความหวาดหวั่นภายในใจ
"ฉันมาที่นี่ตามพันธะสัญญาและข้อตกลงของเราค่ะคุณกิตติธัช" เกดตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เอกสารอนุมัติเงินกู้ก้อนสุดท้ายที่คุยกันไว้... คุณเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ?"
กิตติธัชหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะของเขาฟังดูยโสและเต็มไปด้วยการข่มขวัญ ชายรุ่นใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเกดอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นอายแห่งอำนาจคุกคามเข้าหาเธอทันที เกดตกใจจนแทบจะก้าวถอยหลัง แต่กิตติธัชกลับยื่นมือใหญ่อันหยาบกร้านออกมาประชิด และโดยที่เกดไม่ทันตั้งตัว เขาก็ฉวยเอาโทรศัพท์เคลื่อนที่หรูหราที่เกดถืออยู่ในมือไปอย่างถือดี!
"คุณกิตติธัช! จะทำอะไรน่ะคะ?!" เกดร้องอุทานด้วยความตกใจ ยื่นมือหมายจะแย่งเครื่องมือสื่อสารคืน
ทว่า กิตติธัชกลับยิ้มร้ายอย่างกุมชัยชนะ เขายกโทรศัพท์เคลื่อนที่ขึ้นต่อหน้าต่อตาเกด แล้วใช้นิ้วกดปุ่มปิดเครื่องทันที! หน้าจอแสดงผลดับมืดลงในทันตา ตัดขาดการติดต่อสื่อสารระหว่างเกดกับภัทร ลูกสาวทั้งสองคน และโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบเด็ดขาด
"สองวันหนึ่งคืนต่อจากนี้... คุณไม่มีความจำเป็นต้องติดต่อใครทั้งนั้น โดยเฉพาะสามีหนุ่มของคุณ" กิตติธัชเอ่ยน้ำเสียงเรียบแต่ทรงอำนาจ ขณะเก็บโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเกดใส่ลงในกระเป๋าเสื้อสูทสากลของตัวเอง "เวลานี้... คุณเป็นของคุณเพียงคนเดียว และเป็นไปตามพันธะสัญญาของเราเท่านั้น"
เกดได้แต่นิ่งอึ้ง หัวใจร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่ม ความรู้สึกตัดขาดจากโลกภายนอกทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวและหวาดหวั่นอย่างที่สุด
กิตติธัชไม่รอช้า เขาใช้วงแขนแข็งแรงดันและต้อนเกดให้ก้าวเดินตามเขาเข้าสู่ตัวบ้านพักตากอากาศหรู มุ่งหน้าตรงไปยังห้องนอนหรูส่วนตัวที่ตกแต่งไว้อย่างโอ่อ่า ประตูไม้หนาหนักถูกปิดลงดัง 'กริ๊ก' ล็อกกั้นเสียงจากภายนอกอย่างสมบูรณ์
กิตติธัชเดินตรงไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ แล้วยื่นมือไปดึงผืนม่านกรองแสงหนาหนักสีเข้มลงมาปิดปะทบกัน รูดปิดแสงแดดยามบ่ายภายนอกจนหมดสิ้น บรรยากาศภายในห้องนอนหรูพลันตกอยู่ในความสลัวมืด มีเพียงแสงสว่างรำไรที่ลอดผ่านรอยต่อของม่านเข้ามาเล็กน้อยเท่านั้น
เกดยืนตัวสั่นระริกอยู่ข้างเตียงกว้างขนาดใหญ่ เสียงหัวใจของเธอเต้นระทึกจนเกือบเป็นเสียงเดียวกันกับลมหายใจที่กระหึ่ม ความกดดัน สายตาจ้องมองอย่างถือดีของกิตติธัช และบรรยากาศอันสลัวมืดในห้องนอนส่วนตัว บีบบังคับให้เกดต้องจำใจยินยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอรู้ดีว่าต่อจากนี้ไป เธอต้องตอบแทนน้ำใจและพันธะสัญญาร้อนแรงตามข้อตกลงลับกับนักธุรกิจรุ่นใหญ่ผู้นี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป...