บรรยากาศยามเช้าของออฟฟิศเริ่มคึกคักขึ้นตามเวลาทำงานปกติ เสียงฝีเท้าพนักงานเดินผ่านไปมาและเสียงกดแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ทว่าสำหรับมินตรา วันนี้ช่างเป็วันที่หนักอึ้งกว่าวันไหน ๆ เด็กสาวเดินเข้ามาในแผนกการตลาดด้วยท่าทางที่ดูสงบเรียบเฉย ใบหน้าสวยหวานแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาเพื่อช่วยบดบังรอยหมองคล้ำรอบดวงตาและรอยบวมช้ำใต้ตาจากการร้องไห้อย่างหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา
แม้จะพยายามทำตัวให้เป็ปกติที่สุด แต่เธอก็ยังััได้ถึงสายตาของเพื่อนร่วมงานบางกลุ่มที่มองมาเป็ระยะ ข่าวลือและกระแสซุบซิบนินทาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ลับ ๆ ระหว่างเธอกับหัวหน้าแผนกยังคงลอยอบอวลอยู่ใต้พรมในที่ทำงาน แพรวยืนถือแก้วกาแฟอยู่ในกลุ่มพนักงานหน้าเครื่องชงกาแฟ ปลายตาคมหรี่มองมินตราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและประกายความสะใจจาง ๆ แต่มินตรากลับไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองหรือสนใจสายตาเ่าั้อีกต่อไปแล้ว ในใจของเธอนั้นว่างเปล่าและสงบนิ่งอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
มินตราหย่อนตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง กระเป๋าสะพายสีดำถูกวางลงข้างตัว ด้านในนั้นมีซองจดหมายสีขาวสะอาดซองหนึ่งที่เธอตั้งใจพิมพ์และลงนามด้วยตนเองเมื่อเช้าตรู่ก่อนออกจากห้องพัก มันคือ 'ใบลาออก' ที่จะช่วยปลดปล่อยเธอจากความอึดอัดใจ ความรู้สึกผิดศีลธรรม และดึงเธอกลับคืนสู่โลกแห่งความเป็จริงที่ถูกต้องเสียที
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มเนี้ยบพับแขนเสื้อของปกป้องก้าวเข้ามาในแผนก ใบหน้าคมคายดูอิดโรยและเคร่งขรึมกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด ั์ตาคู่คมที่เคยฉายแววเ้าชู้ขี้เล่นบัดนี้หมองหม่นและดูเหนื่อยล้า ปกป้องก้าวเดินผ่านโต๊ะของมินตราไปโดยไม่ได้หยุดทักทายหรือสบตากับเธอเหมือนเช่นเคย เขาเพียงแต่ก้าวตรงเข้าไปในห้องทำงานกระจกใสส่วนตัวและปิดประตูลงเงียบ ๆ
มินตราลอยล่องสายตามองตามแผ่นหลังของเขา สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้าหาญครั้งสุดท้าย เธอหยิบซองจดหมายสีขาวออกจากกระเป๋า ถือไว้ในมือแน่นจนกระดาษเริ่มยับย่นเล็กน้อย เด็กสาวลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานของหัวหน้าแผนก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ สามครั้งก่อนที่มินตราจะเปิดประตูเข้าไป ปกป้องที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานทำงานเงยหน้าขึ้นมอง ทันทีที่เห็นว่าเป็ใครและเห็นซองจดหมายสีขาวในมือของเธอ แววตาคมกริบของเขาก็สั่นระริกด้วยความเ็ปขึ้นมาทันที บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบงันและอัดแน่นไปด้วยความกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก
"มินต์..." ปกป้องเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าเล็กลง
"พี่ป้องคะ... มินต์นำใบลาออกมาส่งค่ะ" มินตราวางซองจดหมายสีขาวลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าชายหนุ่มอย่างแ่เบาแต่ทว่ามั่นคง ดวงตากลมโตสบประสานมองเขาด้วยความเด็ดเดี่ยว แม้ในใจจะรู้สึกร้าวรานเหมือนถูกเข็มแทงก็ตาม
ปกป้องจ้องมองซองจดหมายสีขาวสะดุดตา ชายหนุ่มเอื้อมมืออันสั่นเทาหยิบจดหมายซองนั้นขึ้นมาเปิดอ่าน รายละเอียดในกระดาษระบุชัดเจนถึงการขอลาออกจากตำแหน่งพนักงานการตลาด โดยมีผลในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้าเพื่อทำเื่โอนย้ายงานให้เสร็จสิ้น
"มินต์จะทำแบบนี้จริงๆ หรอครับ?" ปกป้องถามเสียงเครือแหบพร่า แววตาคู่คมสั่นไหวระริกจ้องมองใบหน้าหวานของเด็กสาวที่เขารักสุดหัวใจด้วยความรู้สึกผิดบาปอันหนักอึ้งที่อัดแน่นอยู่ในอก "ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้วจริง ๆ ใช่ไหม... พี่ขอร้องล่ะครับ... ย้ายแผนกไปอยู่ฝ่ายอื่น หรือให้พี่ช่วยหางานใหม่ที่บริษัทในเครือให้ก็ได้นะ มินต์ไม่ต้องลาออกไปเฉย ๆ แบบนี้หรอก พี่เป็ห่วงเราจริงๆ"
"ไม่เป็ไรค่ะพี่ป้อง... มินต์ตัดสินใจดีแล้วค่ะ" มินตราคลี่ยิ้มบาง ๆ อ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมความรู้สึกผิดในใจของเขา "การออกไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่นด้วยตัวเองคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมินต์ในตอนนี้ค่ะ... มินต์อยากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง"
"พี่ขอโทษนะมินต์... พี่เป็ผู้ใหญ่แท้ ๆ แต่กลับปกป้องหนูไม่ได้เลย พี่ทำให้มินต์ต้องมารองรับคำนินทาและต้องเป็ฝ่ายเดินจากไปแบบนี้..." น้ำตาอุ่นร้อนรื้นขึ้นมาคลอดวงตาคมกริบของชายวัยสี่สิบปี ปกป้องยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อความเป็จริงอย่างสิ้นเชิง
"อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะพี่ป้อง... พี่ป้องเป็หัวหน้าที่ดีที่สุด คอยสอนงานและแนะนำมินต์ทุกอย่างั้แ่วันแรกที่เข้ามาทำงานที่นี่ ่เวลาที่ผ่านมามันงดงามและมีค่ามากสำหรับมินต์ค่ะ" มินตราเอื้อมมือไปแตะบนหลังมือหนาของเขาแ่เบา ััอุ่นจัดที่เคยคุ้นเคยส่งผ่านกำลังใจครั้งสุดท้ายไปให้ "ลงนามอนุมัติให้มินต์เถอะนะคะ... เพื่ออนาคตของมินต์ และเพื่อครอบครัวของพี่ป้องเองด้วยค่ะ"
ประโยคสุดท้ายของมินตราเปรียบเสมือนมีดคมที่กรีดลึกเข้ากลางใจของปกป้อง ชายหนุ่มหลับตาลงอย่างกล้ำกลืนความปวดร้าว ยอมรับความจริงอันแสนทรมานว่าเขาไม่มีสิทธิ์จะยื้อยุดเหนี่ยวรั้งเธอไว้ข้างกายในมุมมืดอีกต่อไป ชายหนุ่มสูดหายใจลึกยาว หยิบปากกาขึ้นมาจรดลายมือเขียนลงนามอนุมัติการลาออกด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา
"สัปดาห์สุดท้าย... ทำเื่โอนย้ายงานให้นนท์แล้วกันนะครับ ส่วนวันทำงานที่เหลือพี่จะให้มินต์พักร้อนยาวไปเลย..." ปกป้องเอ่ยเสียงเบาหวิวพลางส่งใบอนุมัติคืนให้
"ขอบคุณค่ะพี่ป้อง... ดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ" มินตรารับใบลาออกคืนมาพร้อมโค้งศีรษะให้เขาอย่างสุภาพตามมารยาทพนักงาน ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องทำงานส่วนตัวของเขาไปอย่างเด็ดเดี่ยว ทิ้งให้ปกป้องนั่งนิ่งงันอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความอ้างว้างที่โรยตัวครอบงำห้องทำงานขนาดใหญ่
เมื่อกลับมาถึงโต๊ะทำงาน มินตราผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด รู้สึกราวกับยกูเาออกจากอกไปเปลาะหนึ่ง ความรู้สึกสับสนกังวลใจเริ่มเปลี่ยนเป็ความเบาสบายขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าในมุมลึกของใจจะยังเ็ปร้าวลึกอยู่ก็ตาม หญิงสาวจัดการรวบรวมไฟล์งานและเตรียมทำสรุปขั้นตอนการทำงานทั้งหมดลงในเอกสารส่งมอบงาน
"อ้าว! มินต์... ยื่นเอกสารอะไรให้คุณปกป้องน่ะ? หน้าตาเครียดกันเชียว" นนท์ เพื่อนร่วมงานหนุ่มที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ ชะโงกหน้ามาถามด้วยความสงสัยพลางขยับแว่นสายตา
มินตราหันไปมองนนท์ที่ชะงักหน้ามองมาด้วยท่าทางกระตือรือร้น แล้วส่งยิ้มให้บาง ๆ อย่างเป็กันเอง "มินต์ยื่นใบลาออกแล้วน่ะนนท์ วันนี้เพิ่งเดินเข้าไปยื่นแบบเป็ทางการกับคุณปกป้องมาเมื่อกี้นี้เอง"
"ห๊ะ! ลาออกเหรอ?!" นนท์อุทานเสียงดังลั่นจนพนักงานคนอื่น ๆ ในแผนกพากันหันมามองด้วยความใ "ทำไมล่ะมินต์? เพิ่งทำงานได้ปีเดียวเองไม่ใช่เหรอ? งานมีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า หรือว่ามีที่ทำงานใหม่ทาบทามมา?"
"ไม่มีอะไรหรอกนนท์ มินต์แค่อยากลองออกไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ เพิ่มเติมดูน่ะ แล้วก็อยากพักผ่อนดูแลสุขภาพด้วย..." มินตราให้เหตุผลเรียบง่ายแบบกว้าง ๆ เพื่อตัดประเด็น
"เสียดายจัง... มินต์เก่งจะตาย คุณปกป้องก็สอนงานมากับมือแท้ ๆ หัวหน้าแผนกยอมอนุมัติง่าย ๆ เลยเหรอ?" นนท์ถามต่อด้วยความเสียดายจริงใจ
"ค่ะ... คุณปกป้องเซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้วค่ะ ่สัปดาห์นี้มินต์จะเริ่มโอนย้ายงานส่วนของมินต์ทั้งหมดให้นนท์ดูแลต่อนะ เอกสารส่งมอบงานมินต์กำลังจัดทำอยู่ค่ะ"
แพรวซึ่งนั่งอยู่ห่างออกไปสามโต๊ะลอบฟังบทสนทนาทั้งหมดด้วยความแปลกใจ ใบหน้าของรุ่นพี่สาวฉายแววโล่งอกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อความกังวลเื่การแย่งชิงความดีความชอบและการเปรียบเทียบในแผนกกำลังจะหมดไปพร้อมกับการจากไปของเด็กใหม่คนนี้ แม้จะมีคำซุบซิบกระซิบกระซาบดังแว่วเข้ามาในแผนกอีกระลอกสั้น ๆ แต่ข่าวการลาออกอย่างเป็ทางการก็ทำให้เสียงนินทากลืนหายไปกลายเป็การเตรียมตัวรับงาน่สุดท้ายแทน
ตลอดระยะเวลาสัปดาห์สุดท้ายของการทำงาน มินตราตั้งหน้าตั้งตาเคลียร์งานส่งมอบต่อนนท์อย่างขะมักเขม้น เธอไม่ได้หลบตาหรือหลีกเลี่ยงการพบเจอปกป้องในที่ทำงานอีกต่อไป แต่กลับมีปฏิสัมพันธ์ประสานงานกันในฐานะหัวหน้าและลูกน้องอย่างมืออาชีพและเรียบง่ายที่สุด ทว่าในยามที่บังเอิญสบสายตากันในที่ประชุมหรือระหว่างเดินสวนกัน สายตาคู่คมของปกป้องที่มองตรงมายังคงเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์และรู้สึกผิดลึกซึ้ง ซึ่งมินตราทำเพียงส่งยิ้มอ่อนโยนกลับไปให้อย่างเข้าใจและให้อภัย
วันสุดท้ายของสัปดาห์มาถึง มินตราเก็บบรรจุข้าวของส่วนตัวลงในกล่องกระดาษขนาดเล็ก คอมพิวเตอร์ทำงานถูกเคลียร์ข้อมูลและคืนให้แผนกไอทีเรียบร้อย เด็กสาวหันไปกวาดสายตามองรอบ ๆ โต๊ะทำงานที่เคยเป็พื้นที่เรียนรู้และเติบโตในก้าวแรกของการทำงานด้วยหัวใจที่สงบนิ่ง
เธอสูดลมหายใจลึก ยกลังกระดาษใบเล็กขึ้นมากอดแนบอก เตรียมก้าวออกจากสถานที่ที่มอบบทเรียนรักและการจากลาที่แสนแพงนี้ไป เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกภายนอกที่ไม่มีพี่ป้องอีกต่อไป