ยามที่คนสกุลหลินมาเยือนที่จวนฮูหยินผู้เฒ่าและเฉินเจียวเจียวออกไปต้อนรับที่โถงหลักของเรือนชั้นในด้วยตนเอง ผู้ที่มาก็คือฟางเจียอีป้าสะใภ้จากจวนสกุลหลิน ป้าสะใภ้ผู้นี้มีความสัมพันธ์อันดีกับหลินซื่อมารดาของเฉินเจียวเจียวเมื่อหลินซื่อล่วงลับป้าสะใภ้ผู้นี้ก็หมั่นมาเยี่ยมเยียนนางที่จวนอยู่บ่อยครั้ง เฉินเจียวเจียวจึงได้มีความรู้สึกดีต่อป้าสะใภ้ผู้นี้มากเป็พิเศษ
ส่วนญาติผู้น้องร่างกายบอบบางและดูซูบผอมของนางนั้นกำลังนั่งอยู่เงียบๆ ทางด้านหลังของฟางเจียอี หลินชิงเหมยคือบุตรสาวที่ถือกำเนิดจากอนุภายในจวน แต่เพราะร่างกายอ่อนแอมาั้แ่เด็กป้าสะใภ้ของนางจึงรับหลินชิงเหมยมาดูแลด้วยตนเองและได้รับหลินชิงเหมยมาเป็บุตรสาวภายใต้ชื่อทำให้หลินชิงเหมยขยับฐานะขึ้นมาเป็บุตรสาวของภรรยาเอก
แม้ว่าหลินชิงเหมยจะได้รับการเลี้ยงดูเป็อย่างดีแต่หากจะให้เทียบเคียงกลับหลินชิงหว่านบุตรสาวคนโตที่ถือกำเนิดจากป้าสะใภ้ก็คงจะเป็ไปไม่ได้ หลินชิงหว่านทั้งรูปโฉมงดงามกิริยาและวาจาก็ถูกอบรมมาเป็อย่างดีแม้แต่เฉินเจียวเจียวเองก็ยังแอบยกย่องนางอยู่ในใจ เพียงแต่ไม่รู้เพราะเหตุใดสตรีที่มีดีทั้งรูปโฉม ชาติกำเนิดและท่วงท่ากิริยาเต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็กุลสตรีอย่างหลินชิงหว่านในตอนท้ายจึงได้ถูกจับแต่งออกไปเป็ภรรยาคนที่สองของคหบดีต่างเมือง หลังจากนางถูกแต่งออกไปเฉินเจียวเจียวก็ไม่เคยได้ยินข่าวคราวของหลินชิงหว่านอีกเลย ยามนี้เมื่อได้พบกันอีกครั้งในวัยเยาว์นางจึงพึ่งจะจดจำได้ว่าญาติผู้พี่ต่างสกุลผู้นี้เคยมีความสัมพันธ์อันดีกับนางมากทีเดียว
ส่วนหลินชิงเหมยนั้นในยามนี้แทบไม่ได้เป็จุดสนใจของผู้ใด เสื้อผ้าอาภรณ์แม้ว่าจะเป็ผ้าเนื้อดีแต่ก็เป็รูปแบบที่ล้าสมัยสำหรับเด็กสาวในวัยนี้ไปแล้ว ส่วนใบหน้าอันซีดเหลืองของนางเมื่อเพ่งพิศให้ดีก็จะเห็นเค้าโครงความงามของนางปรากฏขึ้นมาอย่างเลือนราง
เฉินเจียวเจียวได้แต่แค้นยิ้มในใจที่แท้หลินชิงเหมยก็ไม่ได้ใสซื่อบริสุทธิ์มาั้แ่เริ่ม ต่อให้ป้าสะใภ้ของนางมีความลำเอียงมากเพียงใดแต่ก็คงจะไม่ละทิ้งหน้าตาด้วยการมอบแต่เสื้อผ้าล้าสมัยและดูราบเรียบธรรมดาเช่นนี้เป็แน่ เพียงแต่นางไม่รู้ว่าคนที่เฉลียวฉลาดมาตลอดอย่างท่านป้าสะใภ้ทำไมจึงไม่รู้เท่าทันเด็กสาวตัวน้อยผู้นี้ แต่เมื่อได้เห็นท่าทางว่านอนสอนง่ายและขลาดกลัวผู้อื่นอยู่เป็นิจของหลินชิงเหมยแล้วเฉินเจียวเจียวก็ได้แต่พยักหน้าอยู่ในใจ
‘อย่าว่าแต่ท่านป้าเลย แม้แต่ข้าเองก็ยังหลงกลท่าทีเช่นนี้ของนาง’ นางได้แต่คิดอยู่ในใจพลางนั่งฟังผู้าุโคุยกันอย่างเงียบๆ
“เหตุใดคราวนี้น้องเจียวเจียวจึงได้ให้ความสนใจแก่ชิงเหมยมากเป็พิเศษ ไม่รู้ว่านางทำอันใดที่ขัดตาหรือว่าขัดใจเ้าหรือไม่” หลินชิงหว่านเอ่ยถามขึ้นมาเบาๆ หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งให้เฉินเจียวเจียวพาญาติผู้พี่และญาติผู้น้องไปเดินเล่นในสวน ส่วนพวกนางก็กำลังพูดคุยกันเื่สัญญาการหมั้นหมายของเฉินเจียวเจียวที่หลินซื่อเคยทำไว้กับโอรสของเต๋อเฟยผู้เป็สหายสนิทก่อนที่นางจะเสียชีวิต
“ไม่ถึงกับขัดตา ข้าเพียงสงสัยว่าเพราะเหตุใดญาติผู้น้องจึงได้มีสีหน้าและท่าทางขลาดกลัวผู้อื่นตลอดเวลา นี่มิใช่ตั้งใจจะทำให้ผู้คนภายนอกได้เห็นหรือว่าท่านป้าสะใภ้ดูแลนางไม่ดี” เฉินเจียวเจียวเอ่ยพลางหันไปมองหลินชิงเหมยที่เดินติดตามมาทางด้านหลัง เมื่อนางได้ยินก็ชะงักเท้าไปในทันทีแล้วหันไปส่งสายตาอันน่าสงสารขอความช่วยเหลือจากหลินชิงหว่านในทันที
“เ้าคิดมากจนเกินไปแล้ว ชิงเหมยมีนิสัยเช่นนี้มาั้แ่เด็กเ้าอย่าได้ถือสานางเลย” หลินชิงหว่านที่โตกว่าเอ่ยวาจาออกมาเพื่อไกล่เกลี่ยความอึดอัด แต่เฉินเจียวเจียวกลับส่ายหน้า
“ที่ข้าพูดไม่ใช่เพราะไม่ชอบนางนะเ้าคะ เพียงแต่อดคำนึงถึงชื่อเสียงของป้าสะใภ้และพี่หญิงชิงหว่านไม่ได้ นางออกมาข้างนอกเช่นนี้ไม่มีเพียงมีท่าทางขลาดกลัวอย่างน่าประหลาดใจแล้วยังจงใจแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่เก่าเก็บเช่นนี้อีก หากข้าไม่สนิทสนมกับพวกท่านก็คงจะคิดว่านางถูกพวกท่านรังแก แต่นี่ข้าเองก็รู้จักกับพวกท่านดีก็เลยอดเอ่ยวาจาทวงถามเช่นนี้ออกมามิได้” เมื่อเฉินเจียวเจียวเอ่ยเช่นนี้หลินชิงหว่านที่ถูกอบรมมาอย่างดีรู้เื่ราวการแย่งชิงภายในจวนอย่างชัดเจนก็หันไปหรี่ตามองหลินชิงเหมยด้วยสายตาเพ่งพินิจ
“พวกท่านอย่าได้คิดเป็อื่นเลยนะเ้าคะ อาเหมยก็แค่วางตัวไม่เหมาะสมและแต่งกายไม่ถูกกาลเทศะเองเ้าค่ะ อาเหมยเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดตนเองจึงได้มีท่วงท่าขลาดกลัวจนทำให้ขัดตาญาติผู้พี่เช่นนี้ อีกทั้งอาเหมยยังหลงคิดว่าพวกเราเป็ญาติสนิทกันมากเสียอีกก็เลยคิดว่าไม่จำเป็ต้องแต่งกายหรูหราในยามที่มาหาญาติผู้พี่ คิดไม่ถึงว่าจะขัดหูขัดตาญาติผู้พี่เช่นนี้จนถึงขั้นที่ท่านต้องเอ่ยปากออกมาเช่นนี้ โทษฐานที่ประพฤติตนขัดหูขัดตาญาติผู้พี่ อาเหมยต้องขออภัยด้วยนะเ้าคะ” เมื่อหลินชิงเหมยเอ่ยพลางทำท่าคารวะดุจลูกไก่ถูกคนรังแกเช่นนี้เฉินเจียวเจียวก็ได้แต่ลอบด่าบรรพบุรุษของหลินชิงเหมยอยู่ในใจไปหลายรอบแต่เมื่อคิดได้ว่าบรรพบุรุษของหลินชิงเหมยก็คือบรรพบุรุษของมารดาของนางเช่นกันจึงรีบระงับอกระงับใจของตนเองเอาไว้
‘ร้ายกาจเสียจริง อายุเพียงเท่านี้รู้จักหาคำแก้ตัวให้แก่ตนเองแถมยังโยนข้อหาว่าเป็คนจิตใจคับแคบมาให้ข้าอย่างแเีเสียด้วย’ เฉินเจียวเจียวคิดในใจพลางจ้องมองหลินชิงเหมยด้วยสายตารู้ทัน
“ที่ข้าพูดออกมาก็เพียงเพราะอยากเตือนพี่หญิงชิงหว่าน หากนางพาเ้าที่ไม่รู้ความเช่นนี้ผู้อื่นอาจจะเข้าใจญาติผู้พี่และป้าสะใภ้ผิด ในเมื่อเ้ารู้ตัวแล้วว่าตนเองแต่งกายไม่เหมาะสมก็ควรจะปรับปรุงตัว ข้าเชื่อว่าด้วยความมีจิตใจกว้างขวางของท่านป้าในยามนี้หีบเสื้อผ้าของเ้าคงเต็มไปด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ของฤดูกาลนี้ อีกทั้งจวนผิงกั๋วกงแห่งนี้ก็ไม่ได้มีเพียงข้าที่อยู่อาศัยข้าจึงได้เอ่ยตักเตือนเ้าเช่นนี้ ส่วนเื่กิริยาท่าทางเช่นนี้ของเ้าหากไม่สามารถปรับปรุงได้ในคราวต่อไปก็ไม่ควรออกมาข้างนอกแล้วทำให้ป้าสะใภ้และพี่หญิงชิงหว่านของข้าต้องขายหน้า”
เมื่อเฉินเจียวเจียวเอ่ยออกมาเช่นนี้หลินชิงหว่านก็ขมวดคิ้วนางเองก็ไม่ใช่คนโง่ เื่การแต่งกายของหลินชิงเหมยนางเคยตักเตือนหลายครั้งแล้วว่ายามที่อยู่ข้างนอกหรือพบหน้าผู้อื่นควรเลือกให้ดีให้สมฐานะที่เป็คุณหนูของจวนสกุลหลิน แต่หลินชิงเหมยกลับยังคงทำตัวเฉกเช่นเดิม เพียงแต่การที่เฉินเจียวเจียวเอ่ยปากตำหนิน้องสาวต่างมารดาของตนเช่นนี้ นางที่เป็พี่สาวก็ไม่อาจจะช่วยผู้อื่นมาตำหนิน้องสาวของตนเองได้
“เจียวเจียว เ้าอย่าได้ถือสาชิงเหมยเลย ข้ารู้ดีว่าเ้าเป็ห่วงชื่อเสียงของข้าและท่านแม่แต่นางยังเด็กและไม่รู้ความ เอาไว้ข้ากลับจวนไปแล้วข้าจะจัดการนางให้เ้าก็แล้วกัน” เมื่อเห็นว่าหลินชิงหว่านพยายามเอ่ยวาจาประนีประนอมเพื่อรอมชอม แต่ในแววตาของหลินชิงหว่านกับเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและไม่พอใจในตัวของหลินชิงเหมยไปเสียแล้ว
เพียงเท่านี้ก็ทำให้เฉินเจียวเจียวพึงพอใจแล้ว นางยังไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่าเป็คุณหนูเอาแต่ใจที่ชอบรังแกคนที่อ่อนด้อยกว่า อีกทั้งด้วยอายุของหลินชิงเหมยในยามนี้ก็ยังถือว่าเป็เพียงเด็กสาววัยสิบสองย่างสิบสามปีคนหนึ่ง หากออกหน้าหาเื่หลินชิงเหมยมากจนเกินไปนางนี่แหละที่จะถูกผู้อื่นมองว่าเป็คนไม่ดี มิสู้นางอยู่เงียบๆ และคอยชี้นำให้หลินชิงหว่านและป้าสะใภ้หวาดระแวงและคอยระมัดระวังความประพฤติของหลินชิงเหมยก็พอ แม้ว่ายังไม่อาจจะแก้แค้นต่อการกระทำของหลินชิงเหมยที่เคยทำต่อนางในอดีต แต่ก็คงเพียงพอที่จะทำให้หลินชิงเหมยดำเนินชีวิตอย่างได้อย่างไม่ราบรื่นเท่าใดนัก
“พี่หญิงพวกเรากลับขึ้นเรือนกันดีกว่าเ้าค่ะ แดดร้อนแล้วหากน้องชิงเหมยเป็อันใดไป ข้าอาจจะถูกท่านย่าตำหนิได้ว่าดูแลนางไม่ดี” เมื่อเฉินเจียวเจียวเอ่ยเช่นนี้หลินชิงหว่านก็พยักหน้า สำหรับนางแล้วเฉินเจียวเจียวผู้นี้คือญาติผู้น้องที่มีจิตใจดีและเฉลียวฉลาด เื่ที่เฉินเจียวเจียวเอ่ยมาไม่ใช่ว่านางจะไม่เก็บมาคิดเพียงแต่เื่บางเื่ยังไม่อาจจะออกหน้าตำหนิคนของตนเองภายในจวนของผู้อื่นได้