แสงก้าวลงมาจากบันไดหนีไฟด้านหลังตึกกรมยุทธการทหารบก (ยก.ทบ.) อย่างเงียบเชียบ มือของเขากระชับแฟลชไดรฟ์ความจุ 2GB ที่ซ่อนลึกอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต เม็ดฝนด้านนอกตึกยังคงสาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างส่งเสียงเปาะแปะ แสนปรับคอเสื้อเครื่องแบบพันเอกให้เข้าที่ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยและทรงอำนาจ ดุจนายทหารฝ่ายเสนาธิการผู้เคร่งขรึมอีกครั้ง
เขาเดินเลี้ยวกลับมาที่โถงทางเดินหลักชั้นล่าง มุ่งหน้าตรงไปยังประตูกลางเพื่อหาทางออกจากตึก แต่วิ่งอีกเพียงไม่กี่ก้าวจะถึงประตูกระจกบานใหญ่ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของรองเท้าคอมแบทขัดเงาหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเข้า พร้อมกับเสียงตะเบ๊ะเฉียบคมของทหารยามหน้าด่าน
"สถานการณ์ที่แยกราชประสงค์ตึงเครียดมากครับท่าน! คาดว่าคืนนี้มวลชนอาจจะยกระดับ" เสียงนายทหารคนสนิทรายงานอย่างเร่งรีบ
แสงชะงักฝีเท้า ร่างกายทุกส่วนตื่นตัวในโหมดคอมมานโดทันที สายตาของเขาเหลือบมองผ่านความสลัวในโถงทางเดิน เห็นชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำในชุดเครื่องแบบติดยศ "พลโท" บนบ่า ใบหน้าดุดันถมึงทึงเดินนำแผงผู้ติดตามเข้ามา... พลโทอเนก เจ้ากรมยุทธการทหารบกตัวจริงเสียงจริง
ห่างออกไปที่ห้องแถวหลังร้านกะเพรา หมอกกำลังเพ่งมองหน้าจอ CRT ที่เปิดโปรแกรมแผนที่จำลองพิกัดละติจูด/ลองจิจูดแบบหยาบ ๆ ระบบดึงสัญญาณมาจากโมดูล GPS ตัวเล็กที่เขาแอบยัดไว้ในซับในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตของแสง สัญญาณผ่านเครือข่าย GPRS ยุคนั้นส่งข้อมูลช้าจนจุดสีแดงบนหน้าจอกะพริบเตือนเป็นระยะ ๆ
จู่ ๆ จุดสีแดงที่กำลังเคลื่อนที่มุ่งหน้าออกจากตึกกลับ "หยุดนิ่งสนิท" อยู่ตรงบริเวณโถงทางเดินกลาง
"ลุงแสง... เกิดอะไรขึ้น?" หมอกกระซิบถามผ่านสายโทรศัพท์ที่ต่อเข้าหูฟังจิ๋ว เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสับสน "จุด GPS ของลุงหยุดเดินหน้าประตูกลาง มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?"
"นิ่งไว้หมอก..." แสงกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดวงตาจับจ้องไปที่พลโทอเนกที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ในระยะสิบเมตร
รังสีอำนาจของนายทหารระดับคุมนโยบายแผ่ออกมาจนบรรยากาศรอบตัวกดดัน แสงอาศัยทักษะการแสดงขั้นสูง ยืดอก หลังตรง ก้าวฝีเท้าสม่ำเสมอในจังหวะทหารเสนาธิการเพื่อเดินสวนออกไปตรง ๆ หากเขาหันหลังหลบ ทหารอารักขาที่ตามหลังอเนกมาอีกสามนายจะจับพิรุธได้ทันที
ระยะห่างลดลงเหลือห้าเมตร... สามเมตร... ในจังหวะที่กำลังจะเดินสวนกัน แสงยกมือขึ้นทำความเคารพพลโทอเนกตามระเบียบวินัยทหารอย่างเป๊ะปัง "สวัสดีครับท่าน"
พลโทอเนกชะงักฝีเท้าลงกะทันหัน ดวงตาเรียบคมดุจเหยี่ยวของเจ้ากรมฯ หันมาจับจ้องที่ใบหน้าของแสง แผงทหารผู้ติดตามหยุดเดินตามทันที โถงหินอ่อนเงียบกริบจนได้ยินเสียงฝนด้านนอก หมอกที่ฟังเสียงสถานการณ์ผ่านหูฟังอยู่หลังร้านกะเพราถึงกับมือสั่นจนแทบทำเมาส์หลุดมือ
อเนกเพ่งมองตราสัญลักษณ์กรมยุทธการที่อกเสื้อของแสง ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับแววตานิ่งสนิทของอดีตมือปราบ "ผู้พัน... สังกัดกองไหน? ทำไมฉันไม่คุ้นหน้า"
"ผมพันเอกอาคมครับท่าน... เพิ่งย้ายมาจากกองทัพภาคที่ 3 มารับหน้าที่ประสานงานยุทธการร่วมชั่วคราวครับ" แสงตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทุ้มลึก และไม่มีความสั่นเครือแม้แต่น้อย บุคลิกเฉียบขาดของอดีตคอมมานโดและทหารพรานเก่าช่วยกดดันความตื่นเต้นเอาไว้ได้อย่างมิดชิด
พลโทอเนกขมวดคิ้วเล็กน้อย สมองของเขากำลังประมวลผลทำเนียบนามโยกย้ายช่วงสถานการณ์การเมืองที่วุ่นวาย "ประสานงานร่วมงั้นเหรอ... แล้วนี่กำลังจะไปไหน?"
"ผมเพิ่งเอาเอกสารสรุปกำลังพลไปส่งที่ห้องคลังข้อมูลกลางเสร็จครับท่าน กำลังจะออกไปเช็กสถานการณ์มวลชนรอบนอกตามคำสั่งด่วน" แสงตอบไหลลื่น อ้างอิงแผนงานที่สมเหตุสมผลกับสถานการณ์ปัจจุบันที่สุด
พลโทอเนกจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแสงอยู่สองวินาที... สองวินาทีที่ยาวนานราวกับเป็นชั่วโมงในความรู้สึกของแสง มือของแสงที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตสัมผัสอยู่กับด้ามปืนพกซ่อนขนาดเล็กอย่างเตรียมพร้อม
ด้วยมาดทหารเก่าที่น่ายำเกรงและคำพูดที่ไหลลื่นของแสง พลโทอเนกจึงพยักหน้าช้า ๆ "เออ... ช่วงนี้ข้างนอกมันวุ่นวาย ตาไว ๆ หน่อยแล้วกันผู้พัน"
"ครับท่าน!" แสงตะเบ๊ะรับอย่างเข้มแข็ง
พลโทอเนกเดินผ่านเขาไปพร้อมกับคณะผู้ติดตาม แสงไม่รอช้า เขาขยับเท้าก้าวฉับ ๆ มุ่งหน้าตรงไปยังประตูกลางทันที ในใจคิดเพียงว่าต้องออกไปจากพื้นที่นี้ให้เร็วที่สุด
ทว่า... หลังจากเดินสวนกันไปได้เพียงไม่กี่ก้าว พลโทอเนกที่กำลังจะเดินขึ้นบันไดพลันชะงักฝีเท้าลง ดวงตาของเสนาธิการใหญ่เบิกกว้างขึ้นเมื่อสมองประมวลผลภาพใบหน้าของ "พันเอกอาคม" ซ้ำอีกครั้ง แววตานิ่งสนิทเหมือนสัตว์ร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ร่างกายกำยำ... บุคลิกแบบนี้ไม่ใช่ทหารสายบุ๋นของกรมยุทธการแน่ ๆ !
ภาพความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนในทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาผุดขึ้นมาในหัวของอเนก มันเป็นภาพของชายนอกเครื่องแบบคนหนึ่งที่คอยเดินตามหลังอยู่ข้างกาย "อาจารย์วินัย" นักวิชาการที่ออกมาเปิดเผยเรื่องเครื่องลวงโลก GT-200
"หยุดก่อน!" พลโทอเนกหันขวับกลับมาตวาดลั่นโถงหินอ่อน "มันไม่ใช่พันเอกอาคม! นั่นมันคนของไอ้วินัย! จับมันไว้!!"
สิ้นเสียงคำรามกึกก้องของเจ้ากรมฯ ทหารอารักขาสามนายขยับตัวทันที พวกมันชักปืนพกประจำกายออกมาพลางพุ่งตัวเข้าหาแสง แสงที่ระวังตัวอยู่แล้วไม่รอให้โดนล้อม เขาหมุนตัวสลัดแจ็กเก็ตตัวนอกฟาดใส่หน้าทหารยามคนแรกจนมันเสียหลัก ก่อนจะกระแทกส้นเท้าถอยร่นหนีอย่างรวดเร็ว
"ลุงแสง! เกิดอะไรขึ้น จุด GPS ลุงขยับเร็วมาก!" เสียงหมอกร้องลั่นมาในหูฟังเมื่อเห็นจุดสีแดงบนจอ CRT กะพริบรัวและพุ่งพล่าน
"ฉันโดนจับได้แล้ว! เปิดทางด่วน!" แสงตะโกนสวนกลับพร้อมกับออกวิ่งเต็มฝีเท้าตรงไปยังประตูกระจกทางออก เสียงรองเท้าคอมแบทของทหารนับสิบคู่ดังไล่หลังมาสลับกับเสียงนกหวีดที่ดังระงมไปทั่วตึก ยก.ทบ.
"พวกมึงปิดประตู! อย่าให้มันหลุดออกไปได้!" เสียงทหารอารักขาตะโกนสั่งการ
แสงวิ่งมาถึงหน้าประตูกระจกบานใหญ่ ทหารเวรยามด้านล่างสองคนกำลังจะเลื่อนแผงกั้นเหล็กมาปิดทาง แสงรวบรวมกำลังทั้งหมดกระโดดพุ่งหลาบข้ามแผงกั้นเหล็กในจังหวะเส้นยาแดงผ่าแปด ร่างของเขากระแทกพื้นสนามหญ้าด้านนอกที่เปียกปอนไปด้วยสายฝนจนลื่นไถล แต่ด้วยสัญชาตญาณอดีตทหารพรานและคอมมานโด แสงม้วนตัวลุกขึ้นยืนได้อย่างรวดเร็ว
"หยุดนะ! ไม่หยุดยิง!" เสียงปืนพกดังขึ้นหนึ่งนัด ปัง! ลูกกระสุนเจาะทะลุใบไม้เฉี่ยวไหล่เขาไปนิดเดียว
แสงวิ่งฝ่าสายฝนและความมืดตัดสนามหญ้าตรงไปยังกำแพงทิศตะวันตกที่มีรถแท็กซี่สีชมพูจอดรออยู่ห่างออกไป หัวใจของหมอกแทบจะทะลุออกมานอกอกขณะทำได้เพียงเฝ้ามองจุดสีแดงในแผนที่ดิจิทัลยุคเก่าที่กำลังหนีตายออกจากวงล้อมของพญามัจจุราช!
"ลุงแสง! สัญญาณ GPS มันจะขาดแล้ว! ฝนตกหนักเกินไป จุดแดงมันหลุดกะพริบ!" หมอกตะโกนลั่นห้อง ทุบโต๊ะคอมพิวเตอร์ด้วยความอัดอั้น หน้าจอ CRT กะพริบคำว่า [Signal Lost] ในวินาทีที่บีบคั้นที่สุด
หมอกปล่อยมือออกจากเมาส์ ลมหายใจสะดุดกึกในความมืดอันเงียบงัน เสียงเม็ดฝนที่ตกกระทบหลังคาสังกะสีหลังร้านกะเพราดูเหมือนจะดังก้องกว่าปกติจนน่ากลัว เด็กหนุ่มตัวสั่นเทากับความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจ... ถ้าลุงแสงเป็นอะไรไปในคืนนี้... หมอกได้แต่เอื้อมมือของเขาไปกำหูฟังแน่น รอคอยเสียงตอบรับจากปลายสาย
แสงวิ่งมาถึงกำแพงทิศตะวันตกโดยไม่สนเสียงตะโกนไล่หลัง ขาสองข้างสปริงตัวเหยียบขอบปูนแล้วกระโดดข้ามรั้วลวดหนามลงมาบนฟุตบาทด้านนอกอย่างทุลักทุเล ร่างของเขากระแทกเข้ากับประตูหลังของรถแท็กซี่สีชมพูที่สตาร์ทเครื่องรออยู่ แสงกระชากประตูเปิดพลางพุ่งตัวยัดร่างเข้าไปนอนราบกับเบาะหลังทันที
"ออกรถ!! ออกรถเดี๋ยวนี้!!" แสงตะโกนสั่งเสียงลั่นพร้อมเสียงหอบหายใจรุนแรง
ปัง! ปัง! เสียงปืนจากทหารอารักขาที่ตามมาถึงกำแพงดังไล่หลังมา กระสุนนัดหนึ่งเจาะเข้าที่ไฟท้ายของรถแท็กซี่จนแตกกระจาย คนขับแท็กซี่ซึ่งเป็นเครือข่ายเก่าของแสงไม่รอช้า กระทืบคันเร่งมิดไมล์ พาหนะสี่ล้อส่งเสียงยางบดถนนฝ่าสายฝนพุ่งทะยานออกสู่ถนนใหญ่หายไปในความมืด ทิ้งเสียงไซเรนและสัญญาณเตือนภัยของตึก ยก.ทบ. ให้ค่อย ๆ เบาบางลง
แสงหยิบแฟลชไดรฟ์ในกระเป๋าขึ้นมามือกำไว้แน่น บาดแผลถลอกที่ไหล่มีเลือดซึมออกมาผสมกับหยาดฝน เขากระชากหมวกหม้อตาลทหารบกและดึงอินทรธนูยศพันเอกออกจากบ่าทั้งสองข้างทันที ก่อนจะยัดพวกมันรวมถึงป้ายชื่อปลอมลงในถุงพลาสติกใต้เบาะเพื่อเตรียมทำลายหลักฐานทั้งหมด แววตาของเขายังคงสั่นไหวตามจังหวะการกระแทกของรถแท็กซี่ที่บึ่งฝ่าความมืด
ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดลงมาบนลานหญ้าหน้าตึก ยก.ทบ. เสียงรองเท้าคอมแบทและเสียงนกหวีดดังระงม ทหารอารักขาสามนายพร้อมอาวุธปืนในมือวิ่งไปหยุดยืนอยู่ที่ริมกำแพงทิศตะวันตก พวกมันพยายามสอดส่องสายตาฝ่าความมืดและม่านฝน มองตามท้ายรถแท็กซี่สีชมพูที่เพิ่งพุ่งตัวหายลับไปกับแสงไฟของถนนใหญ่
"ตามมันไป! ประสานงานตั้งด่านสกัดรถแท็กซี่คันนั้นให้ได้!" นายทหารคนสนิทตะโกนสั่งการวิทยุเสียงลั่นด้วยความตื่นตระหนก
"ไม่ต้องตามแล้ว! หยุด!"
เสียงทรงอำนาจและเยือกเย็นของพลโทอเนกดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้ทหารทุกนายชะงักและหันกลับมาตะเบ๊ะรับ เจ้ากรมยุทธการทหารบกเดินก้าวฉับ ๆ ออกมาจากชายคาตึก ใบหน้าดุดันนิ่งสนิท ไร้แววตื่นตระหนก มีเพียงดวงตาคมกริบที่ฉายแววกรุ่นโกรธและครุ่นคิด
"แต่ท่านครับ มันเป็นคนของไอ้วินัย ปล่อยให้รอดไปแบบนี้..." คนสนิทพยายามท้วง
"กูบอกให้หยุดไง!" อเนกตวาดเสียงต่ำจนผู้ใต้บังคับบัญชาพากันเงียบกริบ "ค่ำคืนทัศนวิสัยแย่ขนาดนี้ แถมมีฝนตกช่วยบังทาง พวกมึงวิ่งตามไปตอนนี้ก็คว้าน้ำเหลว ดีไม่ดีจะทำให้เรื่องนี้แตกตื่นไปถึงหูพวกนักข่าวข้างนอก... ช่วงนี้รัฐบาลกำลังโดนสภาขยี้เรื่องงบประมาณลับอยู่ เราจะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไม่ได้"
พลโทอเนกหมุนตัวกลับ เดินนำทุกคนตรงดิ่งไปยังบันไดทางขึ้นตึกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในใจยังคงนึกถึงใบหน้าของนายนายทหารปลอมคนเมื่อครู่ เขาจำประวัติมันไม่ได้ด้วยซ้ำ รู้แค่เพียงว่าเคยเห็นมันเดินตามหลังไอ้อาจารย์วินัยอยู่แวบ ๆ ตอนทดสอบเครื่องลวงโลก GT-200 ในสภา
มันแฝงตัวเข้ามาในเครื่องแบบเต็มยศ หลบกล้องวงจรปิด และผ่านเครื่องสแกนประตูกลางเข้ามาได้... มันไม่ได้มาเพื่อลอบสังหารแน่ ๆ
"สั่งการลงไป..." อเนกเอ่ยเสียงเรียบขณะก้าวผ่านประตูโถงหินอ่อน "ปิดตายห้องศูนย์ข้อมูลกลางทันที ห้ามใครเข้าออกเด็ดขาด และไปลากคอทหารฝ่าย IT ที่ดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์มาพบกูที่ห้องทำงานภายในสิบนาทีนี้"
"ท่านคิดว่า... มันแอบเข้ามาขโมยข้อมูลเหรอครับ?" คนสนิทถามด้วยสีหน้าถอดสี
"มันเดินออกมาจากทิศทางของห้องเก็บเอกสารยุทธการลับ" พลโทอเนกหยุดเดินแล้วหันมาสบตาคนสนิทด้วยสายตาเยือกเย็น "กูต้องการรู้เดี๋ยวนี้ว่าระบบของกรมยุทธการโดนเจาะลึกแค่ไหน และที่สำคัญที่สุด... มันได้ 'ไฟล์' อะไรออกไปจากตึกนี้!"