“ถ้าเ้ามีเืของข้า…เ้าจะได้ยินเสียงข้า
ถ้าเ้ามีใจของข้า… เ้าจะเป็ข้าได้ในที่สุด…”
เสียงนั้นดังก้องในห้วงฝันอีกครั้ง
แต่คราวนี้ มธุรสไม่ได้แค่ยิน
เธอ “เข้าใจ”
เข้าใจทุกถ้อยคำราวกับเสียงนั้นกำลังพูดผ่านเืในกายเธอเอง
มธุรสลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในเต็นท์พักด้านนอกยังไม่มีแสงอรุณ ความมืดยังห่อหุ้มแนวเขาไว้เงียบเชียบ
เธอลุกขึ้นนั่งช้า ๆแขนเสื้อด้านซ้ายหลุดขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็น “ปานแดง” ที่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิมคล้ายมีลวดลายเปลวไฟแทรกซ้อนในวงกลม
ข้างหัวนอนคือสมุดจารึกโบราณ
ที่เธอจำได้ว่า ควรจะอยู่ในกล่องเก็บของกลางเต็นท์บัญชาการ
แต่กลับมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร?
เธอเปิดหน้าหนึ่งอย่างลางเลือน
ในหน้าว่างเปล่ากลับมีลายมือเขียนขึ้นใหม่เป็ภาษาแปลกตา —และเธออ่านออก
“ผู้ถือปานจักได้ยินเสียงจากดิน
เมื่อคำสาปถูกปลุก
ราชเืจะกลับมามีเสียงอีกครา…”
เช้าวันใหม่: ความเงียบที่ไม่เป็มงคล
แสงแดดอ่อน ๆ ทอดตัวข้ามสันเขาแต่ในแคมป์กลับยังไม่ครึกครื้นอย่างเช่นทุกวัน
เสียงเลื่อยไม้ เสียงจอบเสียงหัวเราะจางลงไปอย่างเห็นได้ชัด
ไม่มีใครพูดถึงศพของโจรสองคนที่ตายไปเมื่อคืนก่อนอีกแล้ว แต่ทุกคน“รู้” ว่ามันยังอยู่ในใจ
ข่าวลือใหม่เริ่มแพร่
“มีใครบางคนเห็นิญญาหญิงสาวผมยาวลอยผ่านหน้าเต็นท์คืนนั้น…”
“แหวนทองที่หายไป...อาจกลายเป็ของมืดไปแล้ว…”
การประชุมที่ตึงเครียด
ในเต็นท์ใหญ่ดร.ชำนาญเรียกประชุมเร่งด่วน
มีเ้าหน้าที่จากสำนักโบราณคดีภูมิภาคมาร่วมด้วย
เ้าหน้าที่หญิงวัยกลางคน ในนาม “อาจารย์ทิพวรรณ” เอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น
“ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการขุดลึกลงไปอีกค่ะ...จากข้อมูลทางวัฒนธรรมพื้นบ้านในแถบนี้มีการกล่าวถึงสุสานราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามแตะต้อง”
ต้องตา แย้งขึ้นมาทันที
“นั่นมันก็แค่ตำนานของชาวบ้านนะคะอาจารย์ถ้าเชื่อทุกอย่าง เราคงไม่เจออะไรใหม่กันพอดี!”
มธุรสนั่งฟังเงียบ ๆสายตาของเธอไม่ละไปจากสมุดจารึกที่เปิดค้างไว้บนโต๊ะ
กลางวันหลังการประชุม
ขณะมธุรสกำลังจัดสมุดบันทึกอยู่ใต้ต้นไม้หลังแคมป์
เสี่ยโตเดินเข้ามา พร้อมกาแฟกระป๋องในมือ
“คุณมธุรส...พักบ้างก็ได้นะครับ”เขายื่นกระป๋องให้ “ผมแอบซื้อมาฝากจากร้านในตัวอำเภอเมื่อวาน”
“ขอบคุณค่ะ”มธุรสตอบเรียบ ๆ รับไว้ แต่ไม่ได้เปิดดื่ม
เสี่ยโตนั่งลงข้าง ๆอย่างไม่เกรงใจนัก
“นี่คุณ...รู้ไหมว่าถ้าผมเปิดรีสอร์ตที่นี่ได้จริงผมจะจ้างคุณมาเป็หัวหน้าฝ่ายโบราณคดีเลยนะ” เขายิ้มกว้าง “เงินเดือนหกหลักสบาย ๆ”
“ขอโทษค่ะฉันไม่ทำงานกับคนที่ใช้เงินซื้อคน”
มธุรสลุกขึ้นทันทีโดยไม่หันกลับมา
เสี่ยโตมองตามหลังเธอไปอย่างไม่สบอารมณ์
“ยิ่งหยิ่งแบบนี้นะ...ยิ่งน่าท้าทาย”
ความสามารถใหม่:"ได้ยินเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน"
ค่ำวันนั้น หลังประชุมมธุรสนั่งอยู่คนเดียวหน้าเต็นท์
สายลมเย็นโชยมา เสียงจิ้งหรีดร้องแ่ ๆ
เธอเริ่มได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ แทรกในสายลม
เสียงหนึ่งดังขึ้นใกล้หู...
“ใต้อุโมงค์นั้น…มีสิ่งที่รอเ้าอยู่…”
เธอเงยหน้ามองไปยังแนวเขาด้านหลังแคมป์ที่ยังไม่ได้ถูกขุด
ตรงนั้นไม่มีอะไรเลย — แต่หัวใจเธอเต้นแรงขึ้น
ดร.ชำนาญเดินมา “ มีอะไรหรือลูกมองหาอะไรอยู่”
มธุรส “พ่อคะ...หนูถามจริงๆ เถอะ ทำไมพ่อถึงปล่อยให้พวกคุณต้องตากับเสี่ยโตเข้ามาเดินเพ่นพ่านในพื้นที่สำรวจได้ตามใจแบบนี้”
ดร.ชำนาญถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยช้าๆ
“พ่อรู้...พวกเขาดูน่ารำคาญ และไม่น่าไว้ใจใช่ไหม”
มธุรสพยักหน้า
“แต่เื่มันมีมากกว่านั้นน่ะลูก...”เขาชะงักไปอึดใจ “ตอนพ่อเรียนปริญญาโทยังไม่มีเงินทุนจะไปทำภาคสนาม...ไม่มีใครสนใจโบราณคดีลึกขนาดนี้เลย...”
เขายิ้มบาง ๆ อย่างเหนื่อยอ่อน
“มีแต่เถ้าแก่ฮุนเจียเ้าของร้านรับซื้อของเก่า ที่เห็นแววแล้วเสนอทุนสนับสนุนหลายแสนบาทพ่อเลยติดหนี้บุญคุณเขามาจนถึงวันนี้”
“แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เื่บุญคุณแล้วนี่คะพ่อมันคือความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของทุกคน...” มธุรสเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย
“พ่อรู้...”ดร.ชำนาญตอบเบา ๆ “แต่บางที...เราก็ห้ามอดีตไม่ได้ง่าย ๆ หรอกลูก”
นักวิชาการใหญ่จำต้องเลือกระหว่างการรักษาสมบัติของชาติกับการตอบแทนบุญคุณ
กลางดึกคืนนั้น
เวลาตีสองมธุรสแอบลุกออกจากเต็นท์พร้อมไฟฉาย เธอเดินตามเสียงในหัวที่บอกให้ไปยังแนวเขา
เมื่อก้าวถึงพื้นดินบริเวณนั้นเธอััได้ทันทีว่า พื้นกลวง
เธอใช้เท้าถูพื้นหญ้าออกเผยให้เห็นแผ่นหินเรียบชิ้นใหญ่คล้ายประตู
บนพื้นหินมีสลักเป็ “รอยมือผู้หญิง” และเส้นโค้งวงกลม
“จงวางมือลง...”
เสียงกระซิบบอกเธอ
เมื่อเธอวางมือซ้อนทับตรงรอย...
พื้นสั่นไหวเบา ๆ — ประตูก้อนหินแง้มออกเผยให้เห็นบันไดหินทอดลงไปสู่เบื้องล่าง
ทางเดินลับใต้ดิน
ภายในอุโมงค์หินอับชื้นและเงียบงันผนังทั้งสองข้างเต็มไปด้วยลวดลายโบราณแปลกตา บางจุดยังมีสีแดงเข้มคล้ายเื
มธุรสเดินไปอย่างระแวดระวัง
จู่ ๆ ก็เห็นห้องโถงเล็ก ๆ ที่มี แท่นหินศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่กลางห้อง
เหนือแท่นมี “รูปสลักสตรี” ผู้หนึ่ง — ดวงหน้านั้น เธอจำได้
อัญญาวดี...
ข้างแท่นมีกระถางกำยานที่เหมือนมีควันบางๆ โชยออกมาแม้ไม่มีไฟ
เมื่อเธอเข้าใกล้ เสียงหนึ่งกระซิบอีกครั้ง
“แท่นนี้สร้างเพื่อการคืนชีพ
เืต้องไหล หัวใจต้องยอม…”
มธุรสถอยหลังหนึ่งก้าว หัวใจเต้นแรงเธอกำลังจะกลับขึ้น
แต่บนเพดานกลับปรากฏ “เงาของหญิงสาวผมยาวลากพื้น” ลอยสวนทางลงมา…
กลับขึ้นมา...แต่ไม่เหมือนเดิม
เช้าวันใหม่มธุรสตื่นบนเตียงของเธอเอง
ไม่มีใครรู้ว่าเธอออกไปไหนเมื่อคืน
แต่ที่หน้าแขนซ้ายของเธอ มี"รอยเื" คล้ายเข็มทิ่มลงสามจุด
และ หน้าใหม่ในสมุดจารึก ก็เขียนขึ้นมาเองอีกแล้ว
“หากเ้าเลือกจะเป็ข้า...
ความตายของอีกห้าคนจะเริ่ม
หากเ้าเลือกจะหนี...
คำสาปจะไม่จบ...”
ค่ำวันเดียวกัน
คัมภีร์กำลังเดินกลับเต็นท์เขาหยุดกะทันหันเมื่อได้ยินเสียงเรียกเบา ๆ จากพุ่มไม้
“คุณคัมภีร์...ทางนี้ค่ะ...”เสียงหวาน ๆ ลอยมากับลม
เขาหันขวับ —ต้องตากำลังยืนอยู่ในเงามืด ดวงตากลมโตเป็ประกายแปลก ๆ
“คุณมาอยู่ตรงนี้ได้ไงครับมันอันตร...”
“ชู่ว์...”เธอเดินเข้าใกล้ วางนิ้วแตะริมฝีปากเขาอย่างอ่อนโยน“คุณอยากรู้ความลับของที่นี่ไหม...ฉันรู้ทางไปยังสุสานของเหล่าเชื้อพระวงศ์ศิขเรศวรที่คุณตามหาอยู่”
แววตาของคัมภีร์พร่าเลือนชั่วขณะ
เขารู้สึกร้อนวูบวาบที่ขมับ เหมือนกำลังฝันทั้งที่ยังลืมตา
มือของต้องตาจับมือเขาไว้แน่น
“ตามฉันมา...”
พวกเขาเดินลัดเข้าป่าทางด้านเหนือซึ่งไม่มีทางเดิน ไม่มีการขุด ไม่มีใครกล้าเข้าไป
แต่ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะลับสายตา
สายลมเย็นวาบก็กระแทกใส่พวกเขาอย่างบ้าคลั่ง
เสียงยอดไม้กระพือไหว และ...
คัมภีร์ล้มลง!เหมือนถูกผลักบางอย่างอย่างรุนแรง
แล้วสติสัมปชัญญะของเขาก็ดับวูบลง.....
ในเต็นท์ผ้าใบกลางแคมป์
มธุรสนั่งกอดเข่าภายใต้กันสาดผ้าใบเก่าๆ ของแคมป์ น้ำฝนหยดแหมะ ๆ ลงบนรองเท้าบู๊ตของเธอ
เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย ั้แ่ได้ยินว่าคัมภีร์หายไป
“ฝนยังไม่หยุดเลย...”
เสียงตัวเองเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงสายฝน
เธอกวาดตามองไปในความมืดเหมือนกำลังภาวนาให้เงาร่างของใครบางคนจะเดินกลับมาอย่างปลอดภัย
ไม่ใช่เพียงเพราะเขาเป็สมาชิกในทีม
ไม่ใช่เพียงเพราะเขาเป็นักศึกษาของพ่อเธอ
แต่มันมากกว่านั้น...แค่เธอยังไม่กล้ารับรู้มันชัดเจน
มือของมธุรสกำเสื้อกันฝนแน่นขึ้น
ภาพคัมภีร์ที่เดินยิ้มเข้ามาแกล้งเธอในวันแรกของการเดินทางยังแจ่มชัด
แต่ตอนนี้...ไม่มีรอยยิ้มนั้น ไม่มีเสียงแซว ไม่มีแม้แต่เงา
“กลับมาเถอะนะ...รสยังไม่ได้ขอบคุณที่พี่ยกกล้องส่องทางไกลให้ฉันเลย…”
เธอไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะได้ยิน
แต่น้ำเสียงนั้นจริงใจพอที่ผีทั้งป่าจะได้ยิน
จบตอนที่ 3
( 9 ส.ค. 68 )
โปรดติดตาม ตอนที่ 4: แหวนแห่งสาง และเงาแรกของการสังเวย