บรื๊นน~
เสียงรถจักยานยนต์สองคันพุ่งมาด้วยความเร็ว บนถนนระยะนี้ค่อนข้างโล่งประกอบกับจำนวนซอมบี้ที่มีจำนวนน้อยมาก ชินเลือกเส้นทางนี้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัด และพุ่งตรงตัดเข้ามาในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งเพื่อตัดไปยังถนนอีกเส้น
ย๊า ฮู๊วว~
มาร์คตระโกนโห่ร้องอย่างสนุกสนาน ชินเปลี่ยนให้มาร์คเป็คนขับส่วนเขาเป็คนซ่อนอยู่ด้านหลัง คอยควงดาบและฟันใส่เหล่าซอมบี้
ระหว่างทางพวกเขาเจอเข้ากับร้านขายอาวุธข้างทาง ถึงมันจะถูกรื้อไปแล้วบ้าง แต่ก็ยังพอมีให้ได้เลือกใช้อยู่พอสมควร ชินบอกให้ แม็ค แอนนี่ และมาร์ค เลือกเปลี่ยนอาวุธที่เหมาะมือมาคนละ1-2อย่าง เพราะพวกเขายังต้องเจอกับการต่อสู้อยู่อีกหลายครั้ง
จนกระทั้งตอนนี้ชิน เหลืออีกเพียงไม่กี่สิบตัวเท่านั้น ก็จะถึงกำหนดตามที่ทักษะได้ระบุไว้
เวลาผ่านไปค่อนข้างเร็ว ดวงอาทิตย์ใกล้ที่จะตกดินอีกครั้ง ชินสั่งให้มาร์คขับรถไปจอดที่ร้านสะดวกซื้อแห่งนึง ตรงทางออกหน้าหมู่บ้าน เพื่อพักและกักตุนเสบียงไว้ในการเดินทางครั้งต่อไป
" คืนนี้ เราจะพักที่นี่กันก่อน"
"โอเคร" แม็คพยักหน้ารับขณะที่หันไปมองด้านในร้านสะดวกซื้อและกล่าวต่อว่า "พี่ใหญ่ ซอมบี้ด้านในให้ผมกับแอนนี้จัดการเอง"
เมื่อเห็นท่าทางที่กระตือรือร้นนี่ของแม็ค เขาก็ไม่อยากขัด ชินทำเพียงพยักหน้าให้และไม่ได้พูดอะไรต่อ แม็คมักพยายามที่จะหาโอกาศเพื่อให้แอนนี่ได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้ให้มากขึ้น 'เขาคงอยากสร้างความเข้มแข็งให้เธอสินะ'
แอนนี่เดินถือดาบซามูไรตามแม็คเข้าไปภายในร้าน ส่วนแม็คยังคงใช้ขวานเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนเป็อันใหม่ที่ดูมีคุณภาพมากกว่าขวานตัดฝืน เขาเปลี่ยนมันมาจากร้านค้าอาวุธ
"พี่ใหญ่ ประตูนี้มันปิดอยู่ให้ผมทำลายมันเลยดีไหม"
"นายจัดการได้เลย" เนื่องจากร้านสะดวกซื้อทุกร้านใช้เป็ประตูอัตโนมัติ เมื่อไม่มีการจ่ายไฟฟ้าประตูจึงไม่สามารถใช้งานได้
เพล้ง เสียงของกระจกที่หน้าร้านแตกออกด้วยแรงกระแทกของผู้วิวัฒนาการระดับ1 กระจกพวกนี้กลายเป็บอบบางและแตกลงอย่างง่ายดาย ไม่นานทั้งคู่ก็กำจัดซอมบี้ที่อยู่ด้านในเสร็จสิ้น
พวกเขาทำความสะอาดภายในร้านทันทีและกว่าจะทำเสร็จมันก็ค่ำแล้ว ชินลากตู้เย็นขนาดใหญ่ไปบังประตูร้านไว้
"ฮู้วว เรียบร้อย" ชินพ้นลมหายใจออกมาขณะที่กำลังดูดน้ำผลไม้อยู่ในมือ เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นก็ถึงเวลามื้อค่ำ
ทุกคนลงความเห็นอย่างพร้อมเพียงกัน พวกเขาต้องกวาดกินทุกอย่างที่ใกล้หมดอายุลงท้องทันที อันไหนที่ต้องผ่านการอุ่นร้อนก่อนจะตกเป็หน้าที่ของแอนนี่
ชินกวาดทุกอย่างและให้แอนนี่ลากรถเข็นเขาไปในครัวด้านหลังร้าน มันมีเตาแก๊สปิกนิกอยู่และยังสามารถใช้งานได้อยู่ในครัว พวกเขากินฉลองกันอย่างเต็มที่จนดึกดื่น
ช่างเป็ค่ำคืนที่สุขสันต์จริงๆ
ผ่านไปแล้วเป็เวลากว่าสามวันที่เกิดเหตุการณ์ไวรัสกลายพันธุ์ ่แรกไม่ใช้เื่ยากเกินความสามารถที่ทุกคนจะรับมือได้ หากผ่านไปสักหนึ่งอาทิตย์เมื่อเสบียงอาหารที่ทุกคนเก็บตุนไว้หมดลง ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะตอนนี้ทุกคนยังคงกลัวอยู่จึงไม่กล้าออกมาด้านนอกมากนัก แต่ต่อไปไม่นานทุกสิ่งอาจจะแย่ลงกว่าเดิม
...
เช้าวันต่อมา
ในหมู่บ้านแห่งนึง มีชายวัยกลางคนกำลังแบกร่างที่ไร้ิญญาขึ้นไปไว้บนท้ายกระบะด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง
หญิงสาวด้านข้างที่สวมชุดสีดำทั้งตัว เธอมีรูปร่างที่สง่างามผมดำเงาสะท้อนกับแสงแดดยามเช้าชวนดูน่าหลงไหล ผิวที่ขาวอมชมพูดูช่างน่าถนุถนอม เสื้อผ้าที่ดูพริ้วไหวไปตามสายลมของเธอแสดงให้เห็นถึงส่วนโค้งเว้วที่น่าดึงดูด เรียวขาที่สวยงามที่ไม่ว่าได้ใครเห็นต่างต้องรู้สึกหลงไหลจนยากที่จะละสายตาไปจากเธอได้ แต่หน้าเสียดายที่ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของเธอได้เพราะผ้าปิดปากสีดำสนิท แต่เพียงแค่เห็นดวงตาก็สรุปได้แล้วว่าเธอนั้นสวยมากแค่ไหน
"พ่อจะพาพวกมันไปด้วยจริงๆเหรอคะ"
ณรินมองไปยังผู้ชายวัยรุ่นอีกสาม3คนด้านหน้าของเธอด้วยสายตารังเกียจ ชายสามคนนี้ คนหนึ่งรูปร่างสูงอวบ ส่วนอีกสองคนนั้นสูงประมาณ170 คนหนึ่งผอมดำเหมือนคนติดยา กับอีกคนผิวขาวดูดีรูปร่างไม่ผอมไม่อ้วน พวกมันมักค่อยใช้สายตาเลมเลียมาที่ณรินทุกครั้งที่พ่อของเธอไม่ทันสังเกตุ
"โธ่ ณริน พวกเราเพือนบ้านในหมู่บ้านเดียวกันนะ พ่อของเธอก็ยังช่วยพวกเราไว้จากพวกซอมบี้ ไม่เอาน่า! อย่าใจดำนักซี๊" ชายที่ดูอ้วนที่สุดพูดขึ้น ชายคนนี้ชื่อว่าโจ้ เขาเลิกคิ้วขึ้นขณะพูดตอบ ทว่าดวงตาของเขาไม่ได้มองไปที่ตาของณรินเลยด้วยซ้ำ สายตาของเขานั้นเลื่อนั้แ่บนลงล่างและจากร่างขึ้นบนอย่างรวดเร็วจนแทบไม่มีใครสังเกตุเห็น
" คิคิ นั้นสิณริน ผมสามารถปกป้องคุณได้นะ ดูสิผมขับรถเก่งแล้วก็... " ชายคนที่พูดอยู่นั้น คือชายที่มี่ร่างกายผอมดำคล้ายคนติดอย่า เขาเป็คนที่ตัวเล็กแต่กับชื่อว่าั์ ั์พูดกับณริน ในขณะที่ส่งรอยยิ้มให้ณริน มันช่างเป็รอยยิ้มที่ดูน่าขยะแขยง
"อย่าหยาบคายได้ไหม พวกแก! พี่ขอโทษด้วยนะน้องณริน เ้าพวกนี้ชอบพูดอะไรไม่ค่อยคิดหรอก "ชายที่ไม่ผอมไม่อ้วนร่างกายของเขาดูสมส่วน เขาเป็คนผิวขาวและเป็หนุ่มฮอตในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอ
"ไม่เป็ไรหรอกตั้ม ดูแลพวกเขาหน่อยก็ดี" ณรินพูดตอบด้วยเสียงเ็า สายของเธอที่มองดูพวกเขาทั้งสามนั้น เต็มไปด้วยความขยะแขยงอย่างถึงที่สุด
" อย่าห่วงเลย... "ตั้มตอบด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่สายตาของเขากับมีแสงประหลาดวาบออกมาแต่เพียงเสี้ยววิมันก็กลับมาเป็ปกติ และไม่มีใครได้ทันสังเกต เขามองไปที่ชายวัยกลางคนอายุ40ปีทางด้านข้างของณริน เขาเป็พ่อของณรินนั้นเอง
" คุณลุงครับมีอะไรให้ผมช่วยไหม? "ตั้มถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ
"ไม่เป็ไร แค่นี้ฉันจัดการได้เตรียมตัวออกเดินทางกันเถอะ" ชัยมองไปยังศพที่ถูกคุมด้วยผ้าสีขาวท้ายรถกระบะ ขณะที่ยืนหันหลังให้เก็บพวกเด็กๆ เขาเอาแต่ยืนจ้องไปตรงนั้นอยู่นานโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา
"พ่อค่ะ พี่ดนัยเขาไปสบายแล้ว ดีเท่าไหร่แล้วที่พี่ไม่ทรมาน เหมือนพวกผีดิบที่เดินอยู่กลางถนนแบบนั้น" ณรินพยายามปลอบใจพ่อของเธอ ขณะมองไปยังดนัยด้วยสายตาที่อ่อนโยน
พวกเขากำลังจะเดินทางไปที่วัดที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อจัดพิธีสวดศพและเผาให้กับดนัยเป็ครั้งสุดท้าย ที่คือสิ่งที่ทั้งสองตั้งใจจะทำ พวกเขาเพียงแค่หวีงว่าในวัดจะยังคงมีพระอยู่ แต่ถ้าหากวัดแรกไม่มีพวกเขาก็จะไปวัดที่สองและสามไปเลื่อยๆ
ด้วยความแข็งแกร่งที่วิวัฒนาการแล้วของชัย เขาสามารถทำแบบนั้นได้ ชัยหลับตาลงสักพักนึงจากนั้นก็หันไปมองชายวัยรุ่นทั้ง เขากล่าวว่า
" เอาล่ะ เอาของขึ้นรถและไปกันได้แล้ว"
...