บทที่ 31 ต้าไป๋ เมี้ยว (รีไรต์)
รองผู้บัญชาการหลี่เพิ่งรู้สึกตัวว่ามีคนฉวยโอกาสไปก่อนแล้ว
“อึ่ม! ร้ายกาจ! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอยู่ ๆ ถึงได้เงียบหายไป ที่แท้ก็โดนฉกไปแบบนี้เอง!”
รองผู้บัญชาการหลี่โมโหกัดฟันกรอดพลางสั่งให้ทุกคนช่วยกันค้นหาโดยรอบ
ลั่วฉิงเทียนอยู่ในพื้นที่นั้นนานถึงสองชั่วโมงจึงออกมา เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่ เธอจึงใช้เถาวัลย์เลื้อยกลับไปที่ยอดเขา
เธอปล่อยต้าไป๋ออกมาและนั่งบนหลังมันเพื่อกลับไป
“ต้าไป๋ เร็วเข้า! ออกไปจากที่นี่กันเถอะ!”
ทันใดนั้นลั่วฉิงเทียนก็นึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้ นั่นคือในชาติที่แล้ว คลังอาวุธของเมืองไห่ถูกโจรกรรม จากนั้นกองทัพจึงพยายามแย่งชิงกลับมาจากพวกโจร
และอาวุธที่เธอเพิ่งได้มานั้นก็น่าจะเป็อาวุธชุดเดียวกันกับที่ถูกขโมยไป
ตอนนี้กองทัพกำลังตามหาอาวุธชุดนี้อยู่แน่ ลั่วฉิงเทียนรู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที เป็เพราะความโลภแท้ ๆ เธอคิดว่าน่าจะเอาออกมาแค่ครึ่งเดียวก็พอ
แต่ตอนนี้ถ้าเธอส่งมันกลับไป มีโอกาสสูงที่ตัวตนของเธอจะถูกเปิดเผย รวมถึงนายพลคนนั้น ลั่วฉิงเทียนรู้สึกคุ้นเคยกับเขามาั้แ่เมื่อวาน
จนกระทั่งเขาออกจากถ้ำเมื่อครู่ลั่วฉิงเทียนก็เพิ่งนึกออกว่าแผ่นหลังของชายคนนี้ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับบุคคลที่ต่อสู้กับเธอที่ท่าเรือวันนั้น
ตอนนี้ลั่วฉิงเทียนไม่กล้าอยู่ต่ออยากจะรีบกลับไป เธอต้องหนีไปให้ไกลที่สุดจากชายคนนี้
ชายคนนี้อันตรายเกินไป
ต้าไป๋ััได้ถึงความตึงเครียดของลั่วฉิงเทียน มันออกวิ่งอย่างสุดกำลัง เ้าเสือขาววิ่งออกไปด้วยความเร็วสูงมาก ไม่ช้าก็ออกห่างจากเขตหลังเขา
ตี้เจียงนั่งอยู่ในรถเลื่อนหิมะ เขาไม่คิดเลยว่าอาวุธที่อุตส่าห์ตามหามาจะถูกคนตัดหน้า
“นายพล ท่านดูสิ นั่นไม่ใช่เด็กสาวเมื่อวานเหรอครับ!”
ตี้เจียงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก็เห็นเสือขาวตัวใหญ่กำลังวิ่งสุดชีวิตอยู่บนพื้นหิมะสีขาวโพลน บนหลังเสือขาวมีเด็กสาวคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่
เส้นผมของเด็กสาวปลิวไสว มองจากระยะไกลดูราวกับภูตหิมะ
“ขับไป!”
ตี้เจียงหรี่ตามองลั่วฉิงเทียน เขารู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ธรรมดาเลย ในขณะนั้นรองผู้บัญชาการหลี่ก็ขับรถมาขวางทางลั่วฉิงเทียนอย่างเชื่อฟัง
ต้าไป๋เห็นรถลุยหิมะขวางทางตัวเองแต่มันไม่มีทีท่าจะหยุด มันะโขึ้นทันที ใช้ขาทั้งสี่ดีดตัว ะโข้ามรถลุยหิมะไปอย่างง่ายดาย แล้วลงสู่พื้นอย่างมั่นคง
รองผู้บัญชาการหลี่เบิกตากว้างมองภาพนั้น
“โอ้พระเ้านี่มันแมวจริง ๆ เหรอ? ทำไมถึงได้ห้าวขนาดนี้!”
พูดจบลั่วฉิงเทียนก็สั่งให้ต้าไป๋หยุด เธอนั่งอยู่บนหลังต้าไป๋ มองตี้เจียงที่เดินลงมาจากรถอยู่ไกลๆ
“มีธุระอะไรหรอคะ?”
เมื่อเห็นตี้เจียงเดินเข้ามาใกล้ ต้าไป๋ก็เริ่มแยกเขี้ยวโก่งตัวเตรียมพร้อมโจมตี ลั่วฉิงเทียนตบศีรษะต้าไป๋เบา ๆ
ต้าไป๋จึงก้มหัวลงอย่างว่าง่าย
ตี้เจียงมองต้าไป๋อย่างประหลาดใจ เขาเปิดหน้าต่างรถแล้วมองไปที่ลั่วฉิงเทียน
“น้องสาว เธอบอกว่านี่เป็แมวไม่ใช่เหรอ?”
ลั่วฉิงเทียน พูดอย่างจริงจังว่า
“ใช่ค่ะ มันคือแมวจริง ๆ ต้าไป๋ ร้องเหมียวหน่อยสิ!”
ต้าไป๋ที่นอนหมอบอยู่บนพื้นส่งเสียง ‘เหมียว’ อย่างไม่เต็มใจ
มุมปากของตี้เจียงกระตุกสองครั้ง นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้ยินเสียงเสือร้องเหมียว
ลั่วฉิงเทียนเงยหน้ามองตี้เจียงแล้วพูดว่า
“พวกคุณยังมีปัญหาอะไรอีกไหมคะ? ถ้าไม่มีพวกเรากลับก่อน!”
ตี้เจียงมองลั่วฉิงเทียนพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ราวกับจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม
“อืม เมื่อวานบอกว่าอย่ามาแถวนี้ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาอีก?”
ลั่วฉิงเทียน เบะปาก
“ฉันออกมาแล้วมันผิดตรงไหน? บนเขานี้มีคำสั่งห้ามรึไง” ตี้เจียงขมวดคิ้วมองลั่วฉิงเทียน
เขามองเธอด้วยแววตาเคลือบแคลงสงสัย
ลั่วฉิงเทียนรู้สึกใจคอไม่ดีเล็กน้อยที่ถูกตี้เจียงมองแบบนั้น จึงพูดต่อว่า
“ต้าไป๋ของฉันหิวแล้วค่ะ บนูเานี้มีกระต่ายกลายพันธุ์ ต้าไป๋ชอบกินมันมาก!”
“ต้าไป๋?” ตี้เจียงจ้องมองเสือตัวใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าครู่หนึ่ง เขามองไม่ออก จึงทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะอย่างเฉื่อยชาแล้วเลื่อนกระจกรถขึ้น
ลั่วฉิงเทียนกลอกตา เขาตบหัวต้าไป๋เบา ๆ
“ไปกันเถอะ เรากลับบ้านกัน!” สิ้นคำต้าไป๋ก็พุ่งออกไปราวกับสายลม
ต้าไป๋วิ่งเร็วมาก แซงหน้ารถลุยหิมะของตี้เจียงไป รองผู้บัญชาการหลี่มองตามหลังต้าไป๋ที่วิ่งจากไปดวงตาฉายแววอิจฉา
“ไม่คิดเลยว่าแมวตัวนี้กลายพันธุ์ได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ถ้ากองทัพเรามีแมวั์กลายพันธุ์แบบนี้บ้างก็ดีสิ!”
ตี้เจียงเหลือบมองรองผู้บัญชาการหลี่อย่างเอือมระอาไม่พูดอะไร จากนั้นรองผู้บัญชาการหลี่พูดต่อ
“ท่านนายพล ทำไมท่านถึงสนใจเด็กสาวคนนั้นนักล่ะครับ”
ตี้เจียง ถอนหายใจ
“ไม่มีอะไร แค่อยากจะแน่ใจว่าเธอเป็หนูที่เรากำลังตามหาหรือเปล่า” หนูที่ขโมยอาวุธในคลังแสงไป หรือบางทีอาจจะเป็เสือก็ได้
ลั่วฉิงเทียนและต้าไป๋ เร่งฝีเท้าไปตลอดทาง ในที่สุดก็เห็นย่านที่อยู่อาศัยหัวอัน เสือหนึ่งตัวกับคนหนึ่งคนเข้าไปในตึกหมายเลขสอง จากนั้นก็รีบวิ่งไปยังชั้นสามสิบสาม
ในตึกหมายเลขหนึ่งหานซั่ว ตื่นแต่เช้าก็ออกตามหาลั่วฉิงเทียนจากบ้านหนึ่งไปอีกบ้านหนึ่ง
เพราะไม่ได้กินอิ่มมาหลายวัน การปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าจึงแทบเอาชีวิตพวกเขาไป
ในที่สุด หลิวซือฉีก็ทรุดตัวลงกับพื้นทางเดินบันได ปฏิเสธที่จะปีนขึ้นไปอีก
ขณะที่หลิวซือฉีมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาก็เห็นร่างเล็ก ๆ ของใครบางคนเดินเข้าไปในตึกหมายเลขสอง
“ทำไมฉันมองเห็นคนที่เพิ่งเดินเข้าไปเหมือนกับลั่วฉิงเทียนเลย?”
คำพูดของหลิวซือฉี ทำให้หานซั่วสุดแสนจะดีใจ
“ไหน?” หานซั่ว ลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็วแล้วรีบวิ่งไปหาหลิวซือฉี หลิวซือฉีชี้ไปที่ตึกหมายเลขสองแล้วพูด
“ฉันเห็นคนหน้าตาเหมือนลั่วฉิงเทียน เข้าไปในตึกสอง แต่ฉันก็ไม่แน่ใจ”
ตอนนี้ชายร่างกำยำที่ขึ้นมาพร้อมกับหานซั่วก็พูดขึ้น
“ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ แสดงว่ายังมีคนอยู่ในตึกสอง พวกเราก็กวาดตึกนี้มานานแล้ว ไม่เห็นแม้แต่เงาหัวใคร รีบไปกันเถอะ อย่ามัวชักช้า ไปกันเลย”
เมื่อพูดจบ ชายร่างกำยำก็เรียกทุกคนลงไปข้างล่าง
ในเวลานี้ลั่วฉิงเทียนไม่รู้เลยว่าหานซั่วและคนอื่น ๆ กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ เธอเข้าไปในพื้นที่ทันทีที่กลับมา
วันนี้เธอฆ่าผู้มีพลังวิเศษไปอีกหนึ่งคน แต่ก็ไม่มีข้อความแจ้งเตือนการเพิ่มระดับของทักษะในพื้นที่ เธออยากเข้าไปดูในพื้นที่
เพื่อดูว่าเธอ้าอีกเท่าไหร่ถึงจะเลื่อนระดับได้
แต่หลังจากเข้าไปในพื้นที่แล้ว ลั่วฉิงเทียน ก็พบว่าเธอยังไม่สามารถทราบได้ว่าเธอ้าอีกเท่าไหร่ถึงจะเลื่อนระดับ เธอจึงนึกถึงตอนที่เธอเปิดใช้งานชิป ชิปที่ฝังอยู่ในแขนของเธอ
เธอม้วนแขนเสื้อขึ้นมาดู บนข้อมือของเธอ ปรากฏรอยสักคล้ายกับธนู
เมื่อเธอเอื้อมมือไปััมัน ภาพของรูปทรงแท่งสีเขียวก็ปรากฏขึ้นในใจของเธอ สิ่งนี้ดูเหมือนแถบประสบการณ์
“หรือว่าถ้าแถบประสบการณ์นี้เต็มฉันก็จะเลื่อนระดับได้?” ลั่วฉิงเทียนหลับตาลงอย่างรวดเร็วและตรวจสอบทักษะทั้งสี่ของเธออย่างรวดเร็ว เธอพบว่ามีแถบประสบการณ์อยู่ใต้ทักษะทั้งสี่
ลั่วฉิงเทียนมองไปที่ทักษะจิตััก่อน เธอพบว่าแถบประสบการณ์ของทักษะนี้มีน้อยมาก
ในขณะที่แถบประสบการณ์ของทักษะสามยิงธนูพร้อมกันนั้นเต็มไปแล้วครึ่งหนึ่ง ดูเหมือนว่าการฆ่าผู้มีพลังพิเศษในวันนี้จะให้ค่าประสบการณ์มากมาย
ส่วนแถบประสบการณ์ของทักษะกับดักและการเจริญเติบโตนั้นมีเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น