“แขกคนใหม่กำลังนำความลับครั้งใหญ่มาสู่โรงเรียน และอาจารย์เดชต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ”
*****
ปากกาหมึกซึมยี่ห้อหรูด้ามสีดำตวัดลงบนแผ่นกระดาษสัญญาลับเนื้อหนาสีขาวนวล เกิดเป็เสียง *แกรก... แกรก...* แ่ต่ำสะท้อนก้องในห้องทำงานอันเงียบสงัด ความตึงเครียดบางอย่างแผ่ซ่านโอบล้อมโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ทันทีที่หัวกระดาษระบุข้อตกลงอย่างเป็ทางการ: *หนังสือแสดงความสมยอมและสัญญาลับสุดยอดวิถีแห่งการควบคุมตัณหาและความเ็ป* ชายวัยกลางคนรูปร่างภูมิฐานทรงอิทธิพลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจ้องมองลายเซ็นของตนเองด้วยแววตาที่สั่นระริกปนความกระหายที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้สูทหรูสีเทาเข้มสั่งตัดราคาแพงระยับ ทุกตัวอักษรของเขาแสดงถึงการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่จะยอมจำนนต่อสัญชาตญาณดิบในเบื้องลึกและสลัดคราบจอมบงการในอดีตทิ้งไป
เขาคือ "คุณเกริก" นักธุรกิจและนักการเมืองระดับแนวหน้าของประเทศ ผู้ซึ่งในชีวิตจริงภายนอกมีแต่อำนาจชี้สั่งคนนับร้อยนับพัน ทุกคำพูดของเขาเป็กฎหมายและสามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางธุรกิจหรือพรรคการเมืองได้ในพริบตา แต่เื้ัหน้ากากผู้นำจอมเผด็จการที่ใครๆ ก็ต้องยอมก้มหัวให้ จิตใจของเขากลับเก็บงำความเหนื่อยล้า ความเครียดกดดันมหาศาล และความว่างเปล่าจนแทบคลั่งที่สะสมมานาน
"ในแต่ละวัน ผมต้องสวมบทบาทเป็คนแข็งแกร่งตลอดเวลาคุณนรเดช" เกริกเอ่ยระบายความในใจพร้อมรอยยิ้มขมขื่น "ที่ออฟฟิศ บอร์ดบริหารทุกคนรอฟังการตัดสินใจของผม ที่พรรคการเมือง สมาชิกสภาทุกคนเกรงกลัวและรอคอยให้ผมเป็คนกุมบังเหียน แม้กระทั่งที่บ้าน ภรรยาของผมเธอก็คาดหวังให้ผมเป็ผู้นำที่สมบูรณ์แบบและแข็งกร้าวอยู่เสมอ ไม่มีพื้นที่ตรงไหนเลยในโลกภายนอกที่ผมจะสามารถแสดงความอ่อนแอ ความเหนื่อยล้า หรือก้มหัวยอมจำนนให้แก่ใครได้ ผมเหนื่อยล้ากับการตัดสินใจเต็มทน ผมเกลียดการต้องเป็ผู้นำ และผมโหยหาการถูกบีบบังคับกักขังอย่างรุนแรงเพื่อที่ประสาทส่วนลึกจะได้รับการปลดปล่อยอย่างแท้จริง ความกดดันในการต้องแบกรับทิศทางชีวิตของผู้คนมากมายมันหนักอึ้งเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ บางคืนผมสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยหัวใจที่เต้นระรัวและเหงื่อชุ่มตัว ผมเบื่อหน่ายหน้ากากแห่งเกียรติยศที่ต้องสวมใส่ทุกเช้า และเริ่มคิดฝันถึงการคุกเข่าอยู่ใต้คำสั่งของผู้อื่น การได้รับการปลดปล่อยสิทธิ์ในการเลือกและตัดสินใจโดยสิ้นเชิงจะเป็ดั่งการประชดโชคชะตาที่แสนวิเศษสำหรับชีวิตที่เหน็ดเหนื่อยของผม"
ผมตั้งใจฟังถ้อยคำระบายอารมณ์ของเขาอย่างสงบและประเมินผลเชิงลึกอย่างจริงใจ "ผมเข้าใจความตึงเครียดทางจิตวิทยาของคุณดีครับคุณเกริก ในทางจิตวิทยาเชิงลึก รสนิยมความยอมจำนนและลดทอนอำนาจในโลกแห่งวิถีพันธนาการและบทลงทัณฑ์ ถือเป็กลไกบำบัดทางจิตใจที่ทรงพลังมากสำหรับผู้มีอำนาจล้นฟ้า การยอมยกการควบคุมร่างกายและสิทธิ์ทั้งหมดให้ผู้อื่นช่วยลดทอนความเหนื่อยล้าของสมองส่วนที่ต้องรับผิดชอบ "และเปลี่ยนความเครียดสะสมเ่าั้ให้กลายเป็ฮอร์โมนแห่งความสุข ผ่านััที่หนักหน่วงและการกระตุ้นอารมณ์จนถึงขีดสุด"
"เรียบร้อยครับคุณเกริก สัญญาฉบับนี้มีผลผูกพันทางกฎหมายและจริยธรรมของสถาบันเราทุกประการ ข้อมูลประวัติการสมัครและรายละเอียดกิจกรรมทั้งหมดของคุณจะถูกเก็บรักษาเป็ความลับสุดยอด ไม่มีวันรั่วไหลออกไปสู่ภายนอกเด็ดขาด" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบสุภาพนิ่งขรึม พลางดึงแผ่นสัญญาสมยอมกลับมาจัดเก็บใส่แฟ้มเอกสารเหล็กนิรภัยข้างโต๊ะทำงานอย่างประณีต
ผมขยับแว่นสายตา เริ่มอธิบายรายละเอียดของเอกสารประเมินขอบเขตการฝึกฝนแบบพันธนาการและบทลงทัณฑ์ที่เราเรียกว่า 'รายการตรวจเช็คข้อตกลงและขอบเขตทางกายภาพ' "ก่อนที่เราจะเริ่มก้าวเข้าสู่ห้องฝึกปีกซ้าย เราต้องกำหนดกรอบการปฏิบัติจริงให้ชัดเจนตามหลักการปลอดภัย สมเหตุสมผล และสมยอมเป็สำคัญ เรามีตารางตัวเลือกกิจกรรมที่จะระบุลงในข้อตกลงปฏิบัติ:
- การพันธนาการด้วยเชือกหรือโซ่เหล็กและกุญแจมือบุกำมะหยี่
- การสวมปลอกคอหนังแสดงสัญลักษณ์ผู้ยอมจำนนอันสมบูรณ์
- การสวมหน้ากากปิดตาตัดประสาทััรับแสง
- การลงโทษทางกายภาพด้วยแส้หรือไม้พายนวด
- การใช้คำพูดกดขี่สั่งการลดทอนตัวตนชั่วคราว"
คุณเกริกตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ พลางใช้นิ้วมือลากติ๊กเครื่องหมายถูกลงในช่องกิจกรรมที่้าเกือบทั้งหมดด้วยมือที่สั่นเทาด้วยความกระหายสยิวพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ "ผมยอมรับข้อตกลงและ้าทั้งหมดครับอาจารย์เดช ผม้าโซ่ตรวน ปลอกคอ และแส้... ได้โปรดลงโทษผมให้สาสมใจเถอะครับ อย่าได้ปรานีนักการเมืองคนนี้เลย"
"เข้าใจแล้วครับคุณเกริก และกฎข้อสำคัญที่สุดคือ 'คำรหัสปลอดภัย' หากบทเรียนหรือการลงทัณฑ์หนักหน่วงจนร่างกายหรือจิตใจของคุณทนไม่ไหว ให้เอ่ยคำว่า **'สีแดง'** กิจกรรมทั้งหมดจะหยุดลงทันทีโดยไม่มีข้อแม้ หรือหาก้าให้เบามือลง ให้เอ่ยคำว่า **'สีเหลือง'** และกฎข้อสุดท้ายคือ ไม่ว่าอาจารย์หรือศรจะสั่งอะไรในห้องเรียนนั้น คุณต้องปฏิบัติตามอย่างว่าง่ายราวกับทาสรับใช้อย่างไม่มีเงื่อนไข ตกลงไหมครับ?"
"ตกลงครับคุณนรเดช... ผมพร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งของพวกคุณทุกประการแล้วครับ" เกริกตอบเสียงแหบสั่น แววตาเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งตัณหาดิบที่ปะทุพลุ่งพล่านยากเกินเหนี่ยวรั้ง
"ดีครับ ถ้าอย่างนั้นกรุณาเดินตามศรผู้ช่วยสอนไปเปลี่ยนชุดคลุมและเตรียมตัวรอผมในห้องปฏิบัติการพิเศษปีกซ้ายได้เลยครับ" ผมเอ่ยแนะนำ พยักหน้าให้ศรที่ยืนคอยอยู่หน้าประตู
ศรพยักหน้ารับคำทักทายคุณเกริกด้วยสายตาดุดันทรงพลังผิดจากลุคขี้เล่นยามปกติ นำทางนักการเมืองใหญ่เดินก้าวไปยังทางเชื่อมตึกปีกซ้ายอันแสนเร้นลับ ทิ้งให้ผมนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับบทเรียนบทสำคัญนี้
ผมลุกขึ้นยืนก้าวเดินไปยังห้องแต่งตัวส่วนตัวด้านหลัง ปลดแว่นสายตาและเสื้อเชิ้ตสีอ่อนที่เป็หน้ากากของอาจารย์ผู้สุภาพเรียบร้อยทิ้งไป สวมใส่เสื้อก้ามหนังสีดำสนิทรัดรูปที่อวดเน้นแผ่นอกกว้างและมัดกล้ามเนื้อแขนขาล่ำสันแข็งแกร่งสมส่วน สวมกางเกงหนังสีดำขลับประดับโซ่เหล็กเล็กๆ ด้านข้าง และสวมใส่รองเท้าบูทหนังยาวหนาหนักสีดำเข้มที่ยามเดินก้าวเท้าจะเกิดเสียงกระทบพื้นปูนดังเป็จังหวะมีน้ำหนักน่าเกรงขาม บนข้อมือทั้งสองข้างสวมปลอกหนังสีดำ และหยิบแส้ขี่ม้าหนังแท้สีดำขลิบทองปลายแส้เรียวบางคมกริบมาถือกระชับไว้ในฝ่ามืออุ่น ปลดปล่อยิญญาแห่งผู้ควบคุมและจอมเผด็จการผู้ควบคุมบทเรียนในเงามืดออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
สองเท้าของผมก้าวเดินอย่างมั่นคงผ่านโถงทางเดินปีกซ้าย แสงไฟนีออนสลัวสีน้ำเงินปนส้มสาดส่องทอดเงาร่างสูงสง่าของผมผ่านกระจกเงาข้างทาง กลิ่นน้ำมันชโลมและกลิ่นหนังอบอวลรุนแรงขึ้นยามเข้าใกล้ประตูห้องปฏิบัติการพิเศษสำหรับวิถีพันธนาการและบทลงทัณฑ์ปีกซ้ายที่เพิ่งขยายใหม่เสร็จสมบูรณ์ เสียงโซ่ตรวนที่กระทบกันดังแว่วมาจากด้านในห้องกระตุ้นสัญชาตญาณเสือร้ายในตัวผมให้ตื่นตัวขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
ผมยื่นมือไปผลักประตูไม้บานใหญ่หนาหนักเปิดออกกว้าง ก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านใน เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นปูนเปลือยดังลั่นมั่นคงสะท้อนความเงียบงันกังวาน *ตึก... ตึก... ตึก...*
ภาพเบื้องหน้าเผยให้เห็นห้องฝึกสลับฉากลึกลับ คุณเกริกได้ปลดเปลื้องสูทหรูหราทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าวัยสี่สิบห้าปีที่มีร่องรอยกล้ามเนื้อจางๆ เขากำลังคุกเข่าอยู่ใจกลางห้องบนพื้นปูนเปลือยที่เย็นเฉียบ สองมือถูกล่ามรั้งด้วยกุญแจมือเหล็กดัดสีดำตรึงไว้กับแท่นเหล็กเตียงนอนด้านหลังในท่าทางกราบศิโรราบ ปลอกคอหนังสีดำถูกสวมใส่ไว้ที่ลำคอหนา บ่าเกร็งสั่นระริกตามอารมณ์ความสยิวกายและความคาดหวังที่พุ่งสูง ศรยืนกอดอกจ้องคุมเชิงอยู่ด้านข้าง แววตาคมกริบเ็าดุจเสือร้ายจ้องตะครุบเหยื่อ
ก่อนที่ผมจะก้าวไปถึง ศรได้ก้มลงจับข้อมือของคุณเกริกเพื่อเช็คอัตราการเต้นของชีพจรอย่างใส่ใจตามขั้นตอนความปลอดภัย "ชีพจรเต้นเร็วและตื่นตัวสูงมากครับอาจารย์ แต่ทุกอย่างปกติและปลอดภัยดี ปลอกคอปรับตั้งระดับเหมาะสมมั่นคงไม่รัดหลอดลมครับ" ศรรายงานด้วยน้ำเสียงทุ้มขรึม เกริกเงยหน้าที่เหงื่อซึมและแดงซ่านขึ้นมองพวกเราด้วยแววตาเว้าวอนระคนละอายใจอย่างหนัก พลางกล่าวทวนคำด้วยเสียงสั่นเครือ "สีแดง... สีเหลือง... ผมจะจำไว้ครับอาจารย์..."
ผมก้าวเดินไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของคุณเกริก จ้องมองลงต่ำไปยังนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลภายนอกที่บัดนี้ไร้ซึ่งอำนาจและศักดิ์ศรี ยอมจำนนราบคาบอยู่แทบเท้าของผมด้วยเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความตัณหากระหายประหนึ่งสัตว์เลี้ยงเชื่องๆ ที่รอคอยบทลงโทษจากผู้เป็นาย แสงไฟนีออนสลัวสีน้ำเงินสะท้อนผ่านหน้ากากหนังครึ่งหน้าของผมเผยให้เห็นั์ตาคมกริบที่ส่องประกายอำนาจมืดลึกลับ
ผมยกแส้ขี่ม้าหนังในมือขึ้นกวัดแกว่งเบาๆ ในอากาศ เกิดเสียงเฉียบคมตวัดลมดัง *ฟึ่บ... ฟึ่บ...* สะกดความเงียบงันให้ระทึกขวัญและปั่นป่วนหัวใจของเกริกจนสะดุ้งตัวสั่นเกร็ง ก่อนจะกดปลายแส้หนังเย็นๆ ลงไปลูบไล้แตะเบาๆ ตรงปลายคางของคุณเกริก เชิดใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มต่ำของเขาขึ้นมาจ้องประสานสายตากับผมโดยตรง
"ก้มหน้าและส่งเสียงตอบรับอาจารย์เดชกับพี่ศรซะเกริก... สลัดหน้ากากจอมบงการภายนอกทิ้งไป แล้วจงเริ่มต้นเรียนรู้คาบเรียนแรกของการเป็ทาสรับใช้อันไร้ค่าของสถาบันเราได้แล้ว!" ผมสั่งการด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็เ็า ทรงพลัง และเปี่ยมด้วยอำนาจสั่งการสวาทอย่างที่สุด ั์ตาของผมทอดมองร่างของนักการเมืองใหญ่ที่คุกเข่าหมดรูปอยู่ตรงหน้าอย่างไร้ความปรานี ยิ่งเห็นเนื้อตัวของเขาสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นและลมหายใจที่หอบกระสับกระส่าย สัญชาตญาณผู้ควบคุมในตัวผมก็ยิ่งตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรง เสียงคำรามของแ่ต่ำของลมภายนอกหน้าต่างยิ่งช่วยเน้นย้ำความโดดเดี่ยวและตัดขาดสิทธิ์เสียงทั้งหมดของเขาในห้องปิดตายแห่งนี้
เสียงสะอื้นด้วยความสุขสมตัณหาและเนื้อตัวที่สั่นสะท้านอย่างยอมจำนนปนเสียวซ่านของคุณเกริกดังสะท้อนก้อง ท่ามกลางประตูบานหนาหนักที่ปิดล็อกสนิทตัดขาดสิ่งรบกวนภายนอก... บทเรียนสวาทในห้องพันธนาการและบทลงทัณฑ์ปีกซ้ายภาคเรียนที่สองกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อนลึกซึ้งเหนือกฎเกณฑ์ใดๆ สืบต่อไป!
...........
*จบภาคเรียนที่สอง*