เช้าวันต่อมาหลังจากที่ได้ลิ้มลองสุราแล้วเมาพับไปอี้เหรินเฟิ่งในที่สุดก็ติดใจในรสสุราเป็ที่เรียบร้อย กลิ่นอันหอมหวน รสชาติอันแปลกใหม่ที่เด็กอย่างเขาไม่เคยได้ัั
เขาตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้วว่าวันข้างหน้าเขาจะต้องลิ้มรสยอดสุราทั่วแผ่นดินไห้ได้ และนับจากวันนี้เป็ต้นไปโลกได้ให้กำเนิดปีศาจสุราอายุน้อยขึ้นมาเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว
หลังจากพักผ่อนไปหนึ่งคืนอี้เหรินเฟิ่งร่างกายก็ได้ฟื้นฟูมาเกือบจะเต็มสิบส่วนแล้วเขาและจินฉานจังได้ออกเดินทางต่อไป
พวกเขาเดินไปตามถนนมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองใหญ่เมืองหนึ่งด้านหน้านี้คือเมืองลู่หนานมีเ้าเป็เขตุปกครองของจอมโหดผู้หนึ่งชื่อว่าลู่หนานจ้าว
อี้เหรินเฟิ่งจ่ายเงินเพื่อเข้ามายังในเมืองสำเร็จก็ตรงเข้าไปหาที่พักก่อนเนื่องจากเริ่มจะค่ำแล้ว ในที่สุดก็ได้เข้าไปพักในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
จัดการเื่ที่พักเรียบร้อยทั้งสองจึงถามทางกับผู้ดูแลร้านหาร้านอาหารมีชื่องภายในเมืองผู้จัดการร้านจึงแนะนำหอเมฆขจีให้แก่อี้เหรินเฟิ่ง
อี้เหรินเฟิ่งเมื่อทราบเส้นทางก็เดินชมเมืองไปตามทางเรื่อยๆจนมาถึงหอเมฆขจีในที่สุด ร้านอาหารร้านนี้เป็หอคอยสูงสิบชั้นตั้งตระหง่านแทงทะลุฟ้า
พอมาถึงหน้าร้านเขาขอห้องส่วนตัวที่ดีที่สุดในทันที พนักงานจึงได้พาเขาขึ้นไปยังชั้นบนสุดชั้นบนสุดนี้มีด้วยกันสามห้อง ตอนนี้เหลือว่างหนึ่งห้องพอดีอี้เหรินเฟิ่งจึงได้เข้าไปใช้บริการในห้องนี้ได้พอดี
ภายในห้องส่วนตัวนี้ตบแต่งอย่างสวยงสมมองออกไปนอกหน้าต่างก็สามารถมองเห็นทั้งเมืองในยามค่ำคืนด้านล่างตามถนนหนทางเต็มไปด้วยผู้คนเดินกันอยู่มากมายเนื่องจากเป็เมืองใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยป่าเขาที่นี่จึงมีประชากรณ์นับล้านคนอาศัยอยู่
อี้เหรินเฟิ่งชื่นชมกับทิวทัศน์พอใจเป็อย่างมากเอ่ยชมกับผู้ดูแลอย่างไม่ขาดปากจากนั้นจึงได้สั่งอาหารที่ผู้ดูแลแนะนำมาเป็จำนวนมาก
ผู้ดูแลเห็นว่าอี้เหรินเฟิ่งเป็คุณชายน้อยที่แต่งตัวดูดีมีราศียิ่งจึงได้สอบถามไปกับอี้เหรินเฟิ่งไปว่า้าชมการแสดงไดๆเป็การส่วนตัวหรือไม่ทางร้านมีทั้งการแสดงขับร้อง เต้นระบำ บรรเลงดนตรีไห้ได้รับชม
อี้เหรินเฟิ่งก็สนใจจึงแจ้งไปว่าอยากชมการบรรเลงพิณ
ผู้ดูแลร้านยิ้มร่าพร้อมกับโฆษณาไปว่า"คุณชายขอรับ การแสดงพิณของทางร้านเรานับว่าเป็อันดับหนึ่งในเมืองลู่หนานแห่งนี้เลยก็ว่าได้เพราะได้ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีอย่าง แม่นางหลานหลานเป็ผู้บรรเลงโดยเฉพาะรับรองว่าท่านจะต้องถูกในแน่นอนขอรับ"
กล่าวจบผู้ดูแลก็จากไปสักพักจึงได้มีพนักงานทยอยยกอาหารออกมา อาหารแต่ละอย่างล้วนแล้วแต่น่ารับประทานยิ่ง
อี้เหรินเฟิ่งเห็นแล้วก็น้ำลายสอเรียกจินฉานออกมากินในทันทีทั้งสองนั่งกินอย่างถูกอกถูกใจ สักพักจึงมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา
"คุณชายขอรับแม่นางหลานหลานมาถึงแล้วขอรับ"
อี้เหรินเฟิ่งจึงได้กล่าวเชิญออกไป
จากนั้นหญิงสาวที่มีผ้าคลุมหน้าปกปิดใบหน้าั้แ่ใต้ตาลงมาก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับพิณโบราณของนาง
ถึงแม้ว่านางจะปกปิดใบหน้าแต่หว่างคิ้วและดวงตาของนางนั้น ช่างหวานซึ้งหยดย้อยยิ่งนักผ้าคลุมหน้าผืนนั้นไม่สามารถปกปิดความงามของนางได้เลย
นางเดินเข้ามางพิณไว้ที่โต๊ะเตี้ยหน้าห้องนั่งลงแล้วกล่าวกับอี้เหรินเฟิ่งว่า "คุณชายข้าขออนุญาตบรรเลงเพลงไห้ท่านเ้าค่ะ"
สิ้นเสียงหลานหลานจึงได้เริ่มบรรเลงพิณไห้ทั้งสองได้รับฟังเสียงพิณอันไพเราะลื่นไหล ดังก้องอยู่ภายในห้อง
บวกกับอาหารเลิศรสอี้เหรินเฟิ่งและจินฉานต่างมีความสุขยิ่ง
โครม !!!!
ทันไดนั้นเอง ประตูห้องโดนถีบเข้ามาเศษไม้กระจุยกระจายอี้เหรินเฟิ่งหันหน้าไปมองด้วยใบหน้าดำมืด
"ไครมันบังอาจมาแย่งหลานหลานของข้า"เสียงโวยวายมาจากหน้าประตู
ผู้ดูแลต่างพยายามเข้ามากันชายผู้นั้นไห้ออกไปจากห้อง
"เ้าเมืองน้อยใจเย็นๆก่อนขอรับทางเราไม่ทราบว่าท่านจะมาในวันนี้จึงปล่อยไห้คุณหนูหลานๆไปบรรเลงเพลงไห้ผู้อื่นในวันนี้"
"ต้องขอโทษด้วยขอรับเดี๋ยวทางเราจะรีบจัดการไห้นะขอรับ"ผู้ดูแลกล่าวอย่างใ
ผู้มามีชื่อว่า ลู่จื่อเป็บุตรชายคนเล็กของเ้าเมือง เขาเป็บุตรชายคนสุดท้อง ต่างเป็ที่รักของคนในบ้านจึงถูกตามใจมาั้แ่เล็ก
ยิงเมืองนี้เป็ของบิดามันด้วยแล้วนั้นมันจึงไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใดในเมืองนี้จริงๆ
เสียงพิณหยุดลงทันไดผู้ดูแลก็รีบวิ่งเข้ามาด้านในรีบกล่าวขอโทษขอโพยกับอี้เหรินเฟิ่งแล้วแจ้งกับอี้เหรินเฟิ่งออกไป
"คุณชายน้อยขอรับ ทางเราต้องขอโทษด้วยขอรับแต่ว่าทางเราต้องขอเชิญแม่นางหลานหลานไปแล้วขอรับ"
"เนื่องจากมีแขกพิเศษ้าให้แม่นางหลานหลานไปบรรเลงดนตรีให้ฟังเป็พิเศษ"
"ซึ่งทางเราไม่สามารถปฏิเสธได้ขอรับขอประทานโทษด้วยจริงๆขอรับ"
อี้เหรินเฟิ่งได้ยินดังนั้นใบหน้าก็เ็าขึ้นมาในทันได เหตุไดถึงต้องมารบกวนเวลาแห่งความสุขของเขาด้วยมันผู้ไดบังอาจมาลองดีกับเขากัน
อี้เหรินเฟิ่งไม่ตอบอะไรแต่กลับเดินตรงไปยังหน้าประตู เขาเห็นชายผู้นั้นแล้ว เด็กหนุ่มผิวขาวซีดคนหนึ่งหน้าแหลมจมูกโด่งยืนโวยวายอยู่
เมื่อเขาเห็นอี้เหรินเฟิ่งเดินออกมาเข้าได้ะโอกมาว่า"ไอ้เด็กน้อย กลับบ้านไปกินนมแม่แกซะ หลานหลานเป็ของข้าเ้าอย่ามายุ่ง"
อี้เหรินเฟิ่งได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้กล่าวอะไรเดินตรงไปหาลู่จื่อเงียบๆพอเข้าไปใกล้ทันไดนั้นอี้เหรินเฟิ่งก็ะโต่อยไปบนใบหน้าของ ลู่จื่อไปนึ่งที ชายหนุ่มกระเด็นไปตามแรงหมัดสลบไสลไปทันได
อี้เหรินเฟิ่งหมดสนุกแล้วโยนเงินถุงใหญ่ไปไห้กับกับผู้ดูแล จากนั้นจึงเรียกจินฉานกลับที่พักในทันที
อี้เหรินเฟิ่งโมโหยิ่งบ่นอุบอิบมาตลอดทางจนถึงห้องพัก
ในส่วนของลู่จื่อนั้นกว่าจะตื่นขึ้นมาอี้เหรินเฟิ่งก็ไปไกลแล้ว เขาโมโหมาก เกิดมายังไม่เคยเสียหน้าเท่านี้มาก่อนนี่มันเมืองของเขานะ
เขาจะต้องแก้แค้น
"ไปตามหาตัวเ้าเด็กนั่นไห้เจอลากคอมันมาไห้ข้า ข้าจะต้องแก้แค้นไห้ได้"ลู่จื่อกล่าวกับผู้ติดตาม
เนื่องจากตอนขึ้นมานั้นผู้ติดตามไม่ได้ขึ้นมาด้วยเขาจึงไม่มีผู้คุ้มกันคอยปกป้องจึงได้โดนต่อยจนสลบไปในที่สุด
เหล่าผู้ติดตามได้พากันกระจายข่าวแล้วออกตามหาตัวอี้เหรินเฟิ่งในทันที
นี่มันกระตุกหนวดเสือชัดๆยังไม่เคยมีไครกล้าลองดีแบบนี้มาก่อน
ในส่วนของอี้เหรินเฟิ่งนั้นเขาไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับเื่นี้เลยเขากับจินฉานได้กลับไปยังห้องพักและเข้านอนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ในเช้าวันต่อมานั้นอี้เหรินเฟิ่งและจินฉานได้ออกมาเดินเล่นตามถนนหนทางพวกเขาไม่รู้เลยว่ามือคืนนั้นลู่จื่อได้ไห้คนออกไปตามหาเขาแทบพลิกแผ่นดิน
แต่เมื่อทั้งสองได้แวะทานอาหารเช้านั้นจู่ๆก็มีกลุ่มชายจำนวนกว่ายี่สิบคนเข้ามาล้อมอี้เหรินเฟิ่งที่ยังกินอาหารอยู่ข้างทางไว้
จากนั้นลู่จื่อที่ดวงตาเขียวช้ำได้เดินออกมาจากกลุ่มคน
เขาชี้หน้าะโด่าออกไปทันที
"เ้าเด็กโสโครกกล้าดียังไงมาลอบกัดข้า วันนี้ข้าจะเลาะฟันหน้าเ้าออกมา แล้วเอาเืของเ้ามาล้างรองเท้าของข้า"ลู่จื่อะโออกไปอย่างโมโห
อี้เหรินเฟิ่งเมื่อเห็นว่าเป็ชายที่เขาต่อยไปเมื่อคืนเขาก็พูดออกไปว่า "เมื่อคืนเ้ายังไม่เข็ดหลาบสินะถึงได้ตามมาตอแยไม่เลิกรา"
พูดจบก็กระโจนเข้าใส่ลู่จื่ออีกครั้งกลุ่มผู้ติดตามทั้งยี่สิบกว่าคนนั้นได้แต่ยืนดูไครจะไปคิดว่าเ้าเด็กนี่จะกระโจนเข้าใส่อย่างไม่กลัวตาย
นี่มันลูกเ้าเมืองนะเฮ้ย !