สำนักสราญรมณ์
เสียงคำรามแห่งความโกรธแค้นของกิ้งก่าเพลิงสวรรค์นั่งสนั่นแทบทั่วทั้งเกาะทำให้ศิษย์ทั่วพรรคธรรมและศิษย์ที่มาจากทวีปเทียนลู่ต่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว โดยเฉพาะกลุ่มอู่หมิงที่ได้หลบหนีไปใกลแล้วแต่ก็ยังไม่รู้สึกปลอดภัยกลัวว่ากิ้งก่าเพลิงสวรรค์จะตามมา"แย่แล้วอู่หมิงเสี่ยวฮุ่ยไม่อยู่!!!!!!!!" จิงเสวี่ยนกล่าวขึ้น"หืม นี่มันหรือว่า แย่แล้วพวกเราจะต้องหนีออกไปให้ใกลกว่านี้" อู่หมิงกล่าวด้วยความกลัวก่อนจะหลบหนีอีกครั้ง"มันเกิดอะไรขึ้น!!!!" หยูเฟยกล่าว"พวกเจ้าอาจจะไม่รู้ว่าจริงๆอาจารย์เสี่ยวฮุ่ยของพวกเรานั้นเป็นพวกขี้ขโมยระดับปรมาจารย์" เจียงเฉินกล่าว"งั้นก็แสดงว่าที่พวกเราต้องหนีให้ใกลกว่านี้และเสียงคำรามด้วยความโกรธของกิ้งก่าเพลิงสวรรค์เมื่อครู่ก็คือ....." กู่ไท่กล่าวพร้อมกับใบหน้าเริ่มซีดลง"มีความเป็นไปได้สูงที่อาจารย์กำลังขโมยสมบัติของกิ้งก่าเพลิงสวรรค์และกำลังหลบหนีมาทางนี้" เจียงเฉินกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างบิดเบี้ยวออกมาและก็เป็นอย่างที่ทุกคนคิด 10 นาทีให้หลังลำแสงสีดำก็พุ่งตรงมายังกลุ่มของอู่หมิงก่อนจะปรากฎร่างของเสี่ยวฮุ่ยที่ไล่ตามมา แต่ที่น่าแปลกคือ กิ้งก่าเพลิงสวรรค์ไม่ได้ตามมาแล้วเพราะมันไม่สามารถตามเสี่ยวฮุ่ยที่มีทั้งความเร็วและขนาดตัวที่เล็กมากๆทัน"ฮ่า ฮ่า เจ้ากิ้งก่าน่าโงนั่นคิดจะจับนายท่านเสี่ยวฮุ่ยผู้นี้ได้งั้นหรือ ชั่งไม่เจียมตัวจริงๆ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เพี้ย!!!!!!!!!!!!"อู่หมิงพุ่งเข้าหาเสี่ยวฮุ่ยพร้อมกับตบเข้าที่หัวเสี่ยวฮุ่ยอย่างแรง "ไอ้กระรอกขี้ขโมย กิ้งก่าเพลิงสวรรค์อาจจะตามเจ้าไม่ทันก็จริงแต่ว่าสำหรับคนอื่นๆไม่ได้มีความเร็วเหมือนเจ้า" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับเริ่มปวดหัวกับนิสัยของเสี่ยวฮุ่ย"อะไรกันนี่เจ้ากล้าทำข้างั้นหรือ อู่หมิงเจ้าอย่าได้ลืมว่าใครที่เป็นคนปรุงยาให้เจ้า" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับแสดงท่าทางของคนที่อยู่เหนือกว่า"งั้นหรือ ถ้างั้นข้าจะนำเรื่องนี้ไปรายงานท่านแม่ให้นางได้รู้ว่าพวกข้าเกือบตายเพราะความโลภของเจ้าก็แล้วกัน" อู่หมิงกล่าวพร้อมบิดยิ้มอย่างมีชัยออกมา"นี่เจ้า!!!!! เจ้ามันสารเลว....จี๊ด...จี๊ด" เสี่ยวฮุ่ยไม่สามารถเถียงได้และเตะพื้นดินด้วยความโกรธคนอื่นเห็นการทะเลาะของอู่หมิงและเสี่ยวฮุ่ยก็อดไม่ได้ที่จะขำออกมา ถึงแม้พวกเขาจะพึ่งหนีจากความตายไได้สำเร็จแต่อย่างน้อยพวกเขาก็ได้รับสิ่งที่มีค่าจำนวนมาก"ต่อจากนี้ข้าว่าจะปิดด่านฝึกตนสักหน่อยส่วนใครต้องการล่าก็สามารถล่าได้โดยไม่ต้องรอข้า" อู่หมิงกล่าว"พวกข้าเองก็ได้รับทรัพยากรจำนวนมากแล้วเช่นเดียวกัน และจากที่ข้าดู ข้างหน้าพวกเราที่เป็นส่วนลึกของเกาะลึกลับจะมีสัตว์อสูรระดับ 5 ที่แข็งแกร่งอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งทางที่ดีควรจะทะลวงระดับเป็นราชันหรืออย่างน้อยก็ควรจะทำให้พลังของพวกเราแตะไปถึงครึ่งก้าวราชันก็ยังดี" เสวี่ยอินกล่าวแน่นอนสำหรับพวกที่อยู่จุดสูงสุดของปราณนภานั้นเป็นเรื่องยากที่จะบรรลุปราณราชัน แต่สำหรับพวกจ้าววั่นที่อยู่เพียงขั้นสูงของปราณนภาก็มีโอกาสสูงที่จะสามารถทะลวงสู่จุดสูงสุดของปราณนภาได้ เมื่อกลับมาถึงที่พักทุกคนต่างก็ใช้อาวธของตนเองขุดถ้ำขนาดเล็กเพื่อสร้างห้องปิดด่านของแต่ละคน ซึ่งแม้แต่อู่หมิงและเสี่ยวฮุ่ยก็ไม่เว้น เสี่ยวฮุ่ยที่ได้สมุนไพรที่จำเป็นสำหรับปรุงเม็ดยาสุริยันและเม็ดยาจันทรามาแล้วก็รีบลงมือปรุงยาทันทีอู่หมิงเองก็บ่มเพาะพลังรอคอยการปรุงยาของเสี่ยวฮุ่ยอยู่เงียบๆ ทางด้านพวกหวังตี้เองก็ไม่ต่างจากอู่หมิงที่ตอนนี้กำลังพยายามทะลวงระดับเพื่อที่จะได้กลับมาแก้แค้นพวกอู่หมิง แต่แน่นอนว่าการทะลวงสู่ปราณราชันไม่ใช่เรื่อง่ายๆในตอนนี้มีเพียงไม่กี่กลุ่มที่กำลังล่าอยู่บนเกาะแห่งนี้ หรือถ้าจะพูดให้ถูกเหลือเพียงแค่กลุ่มสำนักสราญรมย์กลุ่มเดียวที่กำลังล่าสัตว์อสูรพร้อมกับหาทรัพยากรล้ำค่าอยู่กลุ่มเดียว แต่ข้างหลังกลุ่มพวกเขากลับมีคนของนิกายหมัดราชันที่ถูกมัดและลามโซ่เอาไว้ ซึ่งทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่างก็มีสีหน้าที่ซีดขาว แต่ทางด้านผู้หญิงนั้นหนักยิ่งกว่าคือพวกนางมีดวงตาที่เลื่อนลอยราวกับคนที่ตายไปแล้ว"เจ้าพวกนี้แตกสลายง่ายเกินไป ได้ลิ้มรสไม่กี่ครั้งก็เป็นแบบนี้ไปแล้ว" ชายหนุ่มสำนักสราญรมย์กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับมองหญิงสาวจากนิกายหมัดราชันที่มีใบหน้าที่ไร้ชีวา"ก็พวกเจ้าไม่รู้จักคำว่าอ่อนโยนกับพวกนางนี่ แล้วจะให้พวกนางทนต่อความป่าเถื่อนของพวกเจ้าได้อย่างไร" หญิงสาวของสำนักสราญรมย์กล่าว"เฮ้อ ถ้าเป็นแบบนี้จะต้องรีบหาของเล่นใหม่แล้ว อ้อ ข้าได้ข่าวมาว่ามีหญิงสาวจาก หอหิมะโปรยที่มีใบหน้างดงามและหญิงสาวจากหอกระบี่ นามจิงเสวี่ยนและเสวี่ยอิน ที่มีความงามในระดับเทพธิดาอยู่ ซึ่งของเล่นต่อไปเอาเป็นพวกนั้นแล้วกัน" ชายหนุ่มสำนักสราญรมย์กล่าว"ก็ดีนี่ข้าเองก็สนใจชายหนุ่มที่เป็นลูกหลานของเซียนเช่นกัน" หญิงสาวสำนักสราญรมย์กล่าว"เหอะ เหอะ แบบนั้นแหละดี แล้วเจ้าจะได้พบกับความสิ้นหวังที่แท้จริง" ชายหนุ่มจากนิกายหมัดราชันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเครียดแค้น"หืม ดูเหมือนเจ้ากำลังจะบอกข้าว่าพวกข้าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เมื่อเจอกับกลุ่มของชายที่ชื่ออู่หมิง" ชายหนุ่มสำนักสราญรมย์กล่าวชายหนุ่มจากนิกายหมัดราชันไม่ตอบแต่ใช้เรี่ยวรแงที่มีน้อยนิดบิดยิ้มอย่างเย็นชาออกมา และนี่ก็ทำให้ชายหนุ่มสำนักสราญรมย์โกรธและเริ่มออกตามหากลุ่มอู่หมิงทันที ในถานะของอัจฉริยะจากขุมอำนาจใหญ่พวกเขาย่อมมีความหยิ่งเป็นธรรมดาและพวกเขาก็ไม่มีทางยอมรับว่าพวกเขาอ่อนแอกว่าอู่หมิงแต่แน่นอนว่านี่คือแผนของชายหนุ่มจากนิกายหมัดราชัน เพราะจากที่เขาได้ยินมาว่าอู่หมิงนั้นมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากซึ่งสามารถเอาชนะศิษย์หลักได้ใน 1 กระบวนท่า และเมื่อคิดเช่นนั้นเขาก็คิดว่าอู่หมิงคือความหวังเดียวที่จะช่วยพวกเขาให้รอดพ้นจากพวกสำนักสราญรมย์----------------------------------------------------------------------------------------------------------