หลังอิ่มจากมื้อเช้าแล้ว ก็เตรียมออกเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงกันต่อ คาดว่าคงต้องใช้เวลานานถึง 20วันเลยทีเดียว
“ ท่านพี่ เราจะไปเมืองหลวงกันจริงๆหรือเ้าคะ ”
“ อืม “
“ เมื่อไหร่จึงจะกลับบ้านเราหรือเ้าคะ “
“ อีกไม่นาน ข้าจะรีบจัดการงานให้เสร็จแล้วพาเ้ากลับหมู่บ้าน ว่าแต่ทำไมเ้าถึงอยากกลับไปที่นั่นล่ะ ”
“ ข้าแค่ไม่ชอบความวุ่นวายเ้าค่ะ อีกอย่างที่นั่นถึงแม้ว่าจะลำบากแต่ข้ารู้สึกสบายใจมากกว่า อยากทำอะไรก็ไม่ต้องคอยกังวล ข้ามีหลายสิ่งที่อยากทำเ้าค่ะ “
“ อืม ถ้าเ้าชอบที่นั่นงั้นเราจะอยู่ที่นั่นกัน “
เว่ยหยางเอ่ยบอกกับนางออกไป ความจริงแล้วเขาตั้งใจจะพานางกลับมาอยู่ที่จวนของเขา แต่ในเมื่อนางไม่ชอบความวุ่นวายงั้นก็กลับไปอยู่ที่หมู่บ้านก็แล้วกัน แต่คงต้องส่งคนไปสร้างบ้านใหม่เสียก่อน อีกไม่ถึง 4เดือนก็จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เกรงว่ากระท่อมนั่นจะไม่อาจต้านพายุหิมะได้
ตลอดการเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงนั้นราบรื่นไม่มีสิ่งใดเข้ามาก่อกวนพวกเขา และก่อนหน้านี้เขาได้สั่งให้ต้าฝางส่งช่างไปจัดการสร้างบ้านหลังใหม่พร้อมทั้งซื้อที่ดินรอบๆกระท่อมเพิ่มเติมแล้ว
ทางด้านหมู่บ้านนั้นชาวบ้านต่างมาเฝ้าดูการสร้างบ้าน ด้วยเพราะที่ตรงนั้นเป็ของเว่ยหยางชายที่ทุกคนคิดว่าเขาอัปลักษณ์และยากจน บางคนก็คิดสงสารสองผัวเมียไม่รู้ว่าไปทำสิ่งใดให้ใครไม่พอใจหรือไม่
ตอนนี้กระท่อมของพวกเขาถูกรื้อทิ้งจนเกลี้ยงแล้ว มีเพียงเยี่ยหลานที่ยินดี เมื่อได้เห็นว่าเยี่ยหลินจะไม่มีที่ซุกหัวนอน ส่วนตนเองนั้นกำลังจะได้แต่งงานกับชายหนุ่มที่นางหมายปอง ซึ่งนางไม่รู้เลยว่า
ตนเองนั้นโชคร้ายเพียงใดเมื่อต้องพบเจอกับแม่สามีที่ใจคอโหดร้าย รวมทั้งว่าที่สามีที่ดูดีและสุภาพแค่ภายนอกที่เห็นเท่านั้น
“นายหญิงเ้าคะ ลงมาเดินเล่นสักหน่อยดีหรือไม่เ้าคะ “ เสี่ยวถงเอ่ยชวนนายหญิงของตนเมื่อมาถึงจุดพักม้า
“ อืมก็ดี ข้าก็ปวดเมื่อยเหมือนกัน “
เยี่ยหลินลงจากรถม้าเดินเล่นบริเวณแถวนั้นสักพักจึงกลับขึ้นรถม้าและออกเดินทางกันต่อไป อีก2วันก็จะเข้าเขตเมืองหลวงดั่งที่สามีเอ่ยบอกแล้ว
เมื่อมาถึงหน้าประตูเมืองทุกคนก็เข้าแถวรอไม่นาน รถม้าก็มาหยุดที่หน้าประตจวนหลังหนึ่งซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นัก ต้าฝางลงไปเปิดประตูแล้วจึงขับรถม้าเข้าไปด้านใน
“ ถึงแล้วขอรับ “
“ อืม หลินเอ๋อ ถึงแล้วพวกเราลงกันเถอะ “
“ เ้าค่ะ ” นางเอ่ยตอบอย่างสะลึมสะลือเนื่องจากยังไม่ตื่นดี เพราะเดินหลับตาอยู่แบบนั้นจึงทำให้สะดุดล้มลงไปโชคดีที่เว่ยหยางเดินตามมาติดๆจึงดึงนางเอาไว้ได้ทัน ไม่ทำให้ล้มลงไปฟาดพื้น
“ หากเ้าไม่อยากาเ็ก็จงตื่นแล้วลืมตาซะ “
“ เอ่อ ขออภัยเ้าค่ะ ข้าง่วงแล้วก็เพลียด้วย แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ “
เว่ยหยางจึงจับมือของนางเดินเข้าไปที่ห้องพักจากนั้นก็ปล่อยให้นางนอนพักสักตื่น
เขาหลงลืมคิดไปว่านางคงไม่เคยเดินทางไกลขาดนี้มาก่อน ร่างกายจึงอ่อนเพลียอย่างที่เห็น จึงสั่งให้เสี่ยวถงอยู่เฝ้านางจนกว่าจะตื่น แล้วค่อยพาออกไปรับมื้อเย็นที่ห้องโถง
ส่วนตัวเขานั้นออกไปสั่งงานพ่อบ้านของจวนอีกเล็กน้อย ก่อนจะออกไปทำธุระที่จวนของสหายต่อไป เพราะอยากจะรีบทำงานให้เสร็จแล้วพานางกลับไปที่บ้าน
เยี่ยหลินตื่นมาในตอนเย็นแม้จะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอยู่บ้างแต่จะนอนทั้งวันก็คงไม่ดี นางอาบน้ำผลัดเปลี่ยนชุดใหม่แล้วก็ออกไปด้านนอก และได้พบกับพ่อบ้านของจวน
“ คารวะนายหญิง ข้าน้อยต้าหวัง เป็พ่อบ้านของจวนขอรับ “ ต้าหวังเป็ทั้งพ่อบ้านและบิดาของสองคนสนิทของเว่ยหยางด้วย เขาเลี้ยงดูเว่ยหยางมาั้แ่อดีตฮูหยินสิ้นใจในจวนหลังนี้ เมื่อทราบข่าวจากบุตรชายว่านายท่านจะพานายหญิงกลับมาที่จวนก็ดีใจอย่างมาก ที่ได้เห็นว่ายามนี้นายท่านของเขาแต่งภรรยาแล้ว
“ เ้าค่ะ แล้วนี่ท่านพี่ …?”
“ นายท่านออกไปทำธุระขอรับ สั่งว่าให้นายหญิงรับอาหารโดยไม่ต้องรอขอรับ เพราะคงกลับดึก “
” เข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านพ่อบ้านเ้าค่ะ “
“ มิเป็ไรขอรับ เป็หน้าที่ของข้าน้อยอยู่แล้ว “
ต้าหวังเอ่ยตอบ เขารู้สึกดีที่นายหญิงไม่ใช่สตรีที่มีนิสัยเย่อหยิ่งดังเช่นเหล่าคุณหนูในเมือง การพูดการจาที่ดูนุ่มนวลทำให้เขารู้สึกว่านางคู่ควรกับนายท่านของตนแล้ว แม้ว่านางจะเป็เพียงหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาก็ตาม