ท่านอ๋องจอมเย็นชากับพระชายาตัวแสบ

    บทที่ 33 เจ้าสำนักหุบเขาหลานซี

    บทที่ 33 เจ้าสำนักหุบเขาหลานซี


    ลู่จือฉิงมองจนแทบจะตาค้าง เซี่ยมู่รีบดึงชายเสื้อนางเบา ๆ พร้อมส่งสายตาเตือนว่า ‘ให้มันน้อย ๆ หน่อย ไม่ต้องเสียมารยาทเพียงนั้น’


    บุรุษผู้นั้นไม่ได้สนใจสายตาของลู่จือฉิง ก่อนจะเดินไปหาเถ้าแก่ก็หัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดี “ฮ่า ๆๆ ท่านลุงจาง ดูสิ ข้าเอาของล้ำค่าอะไรมาให้ท่านดู”


    เถ้าแก่เฒ่าที่ถูกเรียกว่าท่านลุงจาง ยิ้มจนรอยย่นบนใบหน้ารวมกันเป็นก้อน “คุณชายหลาน คุณชายหลานอุตส่าห์มาเยือน ทำให้ร้านเล็ก ๆของข้าสว่างไสวขึ้นมาเลยทีเดียว”


    “ฮึ่ม” บุรุษผู้นั้นยกมือขึ้นแสร้งทำเป็นโกรธ “ลุงจางพูดอะไรเช่นนั้น นอกจากท่านแล้ว ในเมืองหลวงนี้ยังมีใครดูของล้ำค่าเป็นอีกเล่า”


    ลู่จือฉิงได้แต่มองทั้งสองคนอวยกันไปมา คนหนึ่งบอกว่าร้านสว่างไสว อีกคนบอกว่าเก่งที่สุดในเมืองหลวง ไม่มีใครสนใจนางที่ยืนอยู่ตรงนี้เลย


    “คุณชายหลานกล่าวหนักเกินไปแล้ว ครั้งนี้นำของล้ำค่าอะไรมาให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาอีกเล่า”


    คุณชายแซ่หลานผู้นี้มีนามว่าหลานเฉิง ครั้งนี้ลู่จือฉิงดูไม่ผิด เขาไม่ใช่คนธรรมดาจริง ๆ ในวัยเพียงยี่สิบสองปี เขาก็ได้เป็นถึงเจ้าสำนักแห่งหุบเขาหลานซีแล้ว


    ใต้หล้านี้เมื่อเอ่ยถึงสำนักหุบเขาหลานซีแล้วไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก สำนักหุบเขาหลานซีเป็นสำนักอันดับหนึ่งของยุทธภพ เมื่อกล่าวถึงสำนักก็ถือว่าเป็นคนในยุทธภพ


    สำนักอื่น ๆ ในยุทธภพล้วนแต่ฆ่าฟันกัน แต่สำนักหลานซีไม่เหมือนกัน หลายปีมานี้ทำแต่การค้าขายข่าวสารทั่วหล้า ตราบใดที่ท่านยอมจ่ายในราคาที่เหมาะสม ท่านก็สามารถรู้ทุกเรื่องที่ท่านอยากรู้จากสำนักหลานซีได้


    ราคาที่ว่าไม่ได้หมายถึงแค่เงินทอง ขึ้นอยู่กับว่าคำถามของท่านคู่ควรกับราคาใด บางคำถามถึงขั้นต้องจ่ายด้วยชีวิต


    ส่วนเจ้าสำนักหลานซี ก็คือ ‘คุณชายหน้าหยก’*[1] หลานเฉิง ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในยุทธภพ ว่ากันว่าท่านเจ้าสำนักหลานไม่เพียงแต่รูปงาม ทั้งยังรอบรู้เรื่องต่าง ๆ ถือว่าเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในใต้หล้านี้


    แน่นอนว่าลู่จือฉิงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เลย ตอนนี้นางแค่อยากจะพาเซี่ยมู่หนีออกไปจากใต้จมูกของคนทั้งสองเงียบ ๆ ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอย่างถูกคอ


    แต่พอกำลังจะก้าวขาออกไป นางก็ถูกพัดในมือของหลานเฉิงดึงดูดความสนใจ


    ตอนนี้หลานเฉิงกำลังให้เถ้าแก่เฒ่าคนนั้นประเมินราคา ของล้ำค่าที่ว่าก็คือพัดที่เขานำมาในวันนี้ พอเปิดพัดออกมา ลู่จือฉิงก็ถูกดึงดูดความสนใจไปอย่างสิ้นเชิง


    พัดนั้นเป็นพัดที่พิเศษไม่เหมือนพัดอื่น ๆ ทั่วไป ตัวพัดประณีตงดงามยังไม่ต้องพูดถึงโครงพัดที่แข็งแรงและมีถึงสิบซี่ก็หาได้ยากยิ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือภาพวาดบนพัดต่างหาก ที่ดึงดูดลู่จือฉิงได้อย่างแท้จริง


    ลู่จือฉิงชอบงานศิลปะโดยเฉพาะภาพวาดไม่ว่าจะเป็นยุคปัจจุบันหรือยุคโบราณ ในสมัยใหม่นางมักจะสะสมหนังสือภาพวาดโบราณ ซึ่งในนั้นนางชอบผลงานของคุณชายหลินหลางมากที่สุด และภาพวาดภาพหนึ่งของคุณชายหลินหลางเป็นภาพที่นางโปรดปรานเป็นพิเศษ


    ว่ากันว่าภาพวาดภาพนั้นสูญหายไปนานแล้ว ถึงขั้นมีการโต้เถียงกันในวงการภาพวาดว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ลู่จือฉิงใฝ่ฝันถึงภาพวาดภาพนั้นมาก เคยเห็นคำบรรยายเกี่ยวกับภาพนั้นในหนังสือภาพวาดเล่มหนึ่ง หนังสือเล่มนั้นตั้งชื่อให้ภาพวาดภาพนั้นว่า ‘ไร้บุปผา’


    ลู่จือฉิงจำคำบรรยายนั้นได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นเมื่อเห็นภาพวาดบนพัดเล่มนี้ ลู่จือฉิงก็จำได้ทันทีนี่คือ ‘ภาพวาดไร้บุปผา’ ที่อยู่ในใจของนางมาโดยตลอด


    เซี่ยมู่กำลังจะพาลู่จือฉิงออกไป ตอนนี้มีคนมาเพิ่มอีกหนึ่งคน ไม่รู้ว่าคนผู้นี้จะจำพวกเขาได้หรือไม่ ในเมื่อไม่ได้เป็นขอทานแล้วก็รีบออกไปจากที่แห่งนี้เสียดีกว่า


    แต่ลู่จือฉิงกลับไม่ยอมไปทั้งยังลุกขึ้นยืน เซี่ยมู่ร้อนใจจนกัดฟัน ได้ยินลู่จือฉิงเอ่ยปากถามว่า “สิ่งที่อยู่ในมือคุณชาย เป็นผลงานพู่กันของคุณชายหลินหลางใช่หรือไม่?”


    หลานเฉิงตกตะลึง สตรีผู้นี้นางช่างตาถึงยิ่งนัก นี่เป็นสิ่งที่เขาเสาะหามานานแสนนาน บนภาพไม่มีตัวอักษร ไม่มีตราประทับ เพียงดูภาพก็สามารถเดาได้ว่าเป็นผลงานของคุณชายหลินหลาง อย่าว่าแต่สตรีเลย แม้แต่บุรุษในใต้หล้านี้ก็คงมีไม่กี่คนที่ทำได้


    หลานเฉิงเป็นคนที่ชื่นชอบและให้ความสำคัญกับคนมีความสามารถมากที่สุด เมื่อได้พบสตรีเช่นนี้ก็อยากจะสนทนาด้วยสักสองสามประโยค


    “แม่นางช่างตาถึงยิ่งนัก ข้าน้อยนับถือ ข้าน้อยชื่นชอบผลงานพู่กันอันงดงามของคุณชายหลินหลางมาโดยตลอด โดยเฉพาะภาพวาดหมื่นบุปผานี้ ข้าตามหามานานหลายปี บังเอิญได้มาจากที่แห่งหนึ่งก็รีบนำกลับมาแบ่งปันให้สหายเก่าได้ชื่นชม ไม่คิดว่าจะได้พบปะกับผู้ที่รู้จักและเข้าใจภาพวาดเช่นนี้ด้วย ฮ่า ๆ ช่างเป็นวาสนาจริง ๆ เป็นวาสนาจริง ๆ”


    ลู่จือฉิงก็ชื่นชมคนตรงไปตรงมาอย่างหลานเฉิง รอยยิ้มบนใบหน้าก็ดูจริงใจขึ้นมาหลายส่วน ว่ากันว่าแฟนคลับกับแฟนคลับมักจะเข้าใจกันดีที่สุด คำพูดนี้ไม่ผิดเลยจริง ๆ


    แต่คำว่า ‘ภาพวาดหมื่นบุปผา’ ที่หลานเฉิงเพิ่งกล่าวมานั้นทำให้ลู่จือฉิงรู้สึกแปลกใจ จึงมองไปที่ภาพวาดบนพัดเล่มนั้นแล้วกล่าวว่า “เมื่อครู่คุณชายกล่าวว่าภาพวาดหมื่นบุปผา แต่ข้าน้อยคิดว่าไม่น่าจะใช่นะเจ้าคะ”


    ‘โอ๊ย พูดกับคนแปลกหน้ามันยากจริง ๆ คำพูดมันประดิษฐ์ประดอยจัง’ ลู่จือฉิงบ่นในใจเป็นหมื่น ๆ รอบแล้ว


    “โอ้” ในสายตาของหลานเฉิงก็มีความสงสัย “แม่นางมีความเห็นอย่างไรหรือ?”


    ลู่จือฉิงก็ชอบพูดคุยวิจารณ์ภาพวาดกับผู้อื่น จึงนำคำบรรยายที่เคยอ่านในหนังสือภาพวาดเล่มนั้น รวมกับความคิดเห็นของตัวเองเล่าออกมา “สายตาข้าน้อยอาจจะยังด้อยประสบการณ์ แต่ข้าน้อยคิดว่านี่น่าจะเป็นภาพวาดไร้บุปผาเจ้าค่ะ”


    “ไร้บุปผา?” หลานเฉิงมองไปที่พัดอีกครั้ง บนพัดมีแต่ภาพดอกไม้นานาพันธุ์ซ้อนทับกันไม่รู้จบดูมีชีวิตชีวา ราวกับว่าดอกไม้กำลังแย่งกันเบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิ ยิ่งไปกว่านั้นดอกไม้แต่ละดอกก็เหมือนกับดอกตูมที่เพิ่งผลิบาน ดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ


    ลู่จือฉิงมองไปที่ภาพวาดบนพัด สายตาก็ค่อย ๆ สังเกตภาพได้ชัดขึ้น

     “ท่านลองดูดอกไม้แต่ละดอกสิเจ้าคะ แล้วก็ช่องว่างระหว่างดอกไม้นั้น อันที่จริงแล้วไม่ใช่ดอกไม้หรอกเจ้าค่ะ”


    หลานเฉิงมองดูภาพวาดบนพัดเล่มนั้นอีกครั้ง เหตุใดถึงไม่ใช่ดอกไม้เล่า นั่นมันดอกไม้ชัด ๆ มองอย่างไรก็เป็นดอกไม้


    หลานเฉิงจ้องมองภาพวาดบนพัดเล่มนั้น ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด พลันสายตาก็เริ่มฉายแววความเข้าใจและกระจ่างแจ้งมากขึ้น เพียงชั่วพริบตาก็เผยให้เห็นความประหลาดใจที่ยากจะอธิบาย


    ความประหลาดใจนั้นราวกับเป็นการยกย่องและชื่นชมอย่างถึงที่สุด หลานเฉิงมีพรสวรรค์ คนธรรมดา ๆ ทั่วไปไม่สามารถมองเห็นความลึกลับของภาพวาดนี้ได้ในเวลาอันสั้นได้


    เพราะดอกไม้นั้นที่จริงแล้วไม่ใช่ดอกไม้ แต่เป็นใบหน้าของผู้คน ใบหน้าที่มีสีสันหลากหลายของความสุขและความเศร้าโศกที่รวมเข้าด้วยกัน กลับทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเป็นภาพดอกไม้ที่เบ่งบานอย่างงดงาม


    ภาพวาดพัดของคุณชายหลินหลาง ไฉนเลยจะไม่ทำให้ผู้คนประหลาดใจและชื่นชมได้อย่างไร อันที่จริงหากไม่ใช่เพราะหนังสือภาพวาดเล่มนั้นช่วยลู่จือฉิงไว้ ลู่จือฉิงก็ไม่อาจแยกแยะออกได้ภายในเวลาอันสั้นเช่นกัน ว่าภาพวาดหมื่นบุปผานี้ที่จริงแล้วไม่มีดอกไม้แม้แต่ดอกเดียว


    แต่หลานเฉิงไม่ทราบ ในสายตาของเขาสตรีประหลาดผู้นี้สมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นสหายรู้ใจด้านภาพวาด เป็นปรมาจารย์ด้านภาพวาด อยากจะเชิญนางไปที่จวน เพื่อสนทนาเรื่องภาพวาด ดื่มสุรา และสนทนากันทั้งวันทั้งคืนเสียจริง ๆ


    ลู่จือฉิงยังคงมองภาพวาดนั้นอย่างอาลัยอาวรณ์อยู่เป็นเวลานาน จึงรู้สึกตัวว่าควรจะไปได้แล้ว


    คุณชายหลานผู้นี้ไม่รู้จักพวกนาง ยากที่จะรับประกันได้ว่าคนที่มาทีหลังจะจำได้หรือไม่ หากถูกพบเข้าพวกนางก็จะไม่มีที่ไปอีก เพราะถึงอย่างไรก็เอาชนะคนของอ๋องรุ่ยไม่ได้


    ขณะที่หลานเฉิงยังคงดื่มด่ำกับภาพวาดบนพัดเล่มนั้น ลู่จือฉิงก็พาเซี่ยมู่จากไปแล้ว


    เซี่ยมู่เร่งฝีเท้าไม่รู้ว่าเมื่อครู่ท่านแม่ของเขาพูดอะไรกันแน่ เพราะเขาตัวเตี้ยเกินไปจึงมองไม่เห็นภาพวาดบนพัดเล่มนั้น รู้เพียงว่าต้องรีบพาท่านแม่จากไปโดยเร็ว เขารู้สึกว่าได้กลิ่นอายของชิวหลินรุ่ยอยู่จาง ๆ ลู่จือฉิงยังไม่ทันเลี้ยวเข้าไปในตรอก ก็รู้สึกถึงเงาคนไล่ตามมาข้างหลัง ลู่จือฉิงตกใจจึงรีบหลบไปอีกทาง


    เมื่อมองดูดี ๆ จึงเห็นว่าเป็นคุณชายหลานคนนั้น เขาตามมาทำไม? หรือว่าจำพวกนางได้แล้ว ลู่จือฉิงตกใจจนรีบคว้ามือเซี่ยมู่เอาไว้แน่น


    หลานเฉิงก็รู้สึกตัวว่าตนเองเสียมารยาท จึงถอยหลังไปเล็กน้อยยกมือคารวะ “ข้าน้อยหลานเฉิงทำให้แม่นางตกใจเสียแล้ว”


    ลู่จือฉิงเห็นว่าอีกฝ่ายก็สุภาพเรียบร้อย อีกทั้งใบหน้าภายใต้แสงอาทิตย์ชายหนุ่มยิ่งดูรูปงามมากขึ้น นางจึงนึกถึงหลักการหนึ่งขึ้นมาได้ว่า ‘ไม่มีหลักการใด ๆ ต่อหน้าชายหนุ่มรูปงาม’ ดังนั้นนางจึงยิ้มอย่างมีมารยาทเช่นกัน “คุณชายหลานให้เกียรติเกินไปแล้ว มีธุระอันใดหรือไม่เจ้าคะ?”


    หลานเฉิงกล่าวว่า “ไม่มีธุระอันใดสำคัญ เพียงแต่เมื่อครู่สนทนากับแม่นางอย่างถูกคอ ยากนักที่จะพบสหายรู้ใจเช่นนี้ ข้าบังอาจขอเชิญแม่นางไปพูดคุยกันต่อที่จวนได้หรือไม่?”


    ลู่จือฉิงถึงกับพูดไม่ออก เมื่อครู่สนทนากับนางอย่างถูกคอหรือ? เพียงพูดกันไม่กี่ประโยคเองนะ คนโบราณผูกมิตรกันง่ายถึงเพียงนี้เลยหรือ? ทั้งยังชวนสตรีไปที่บ้านตรง ๆ เช่นนี้ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางผู้นี้ยังมีลูกติดมาด้วย


    ถึงแม้ว่าในใจจะคิดต่อต้านอย่างหนัก แต่ลู่จือฉิงก็ยังคงพยักหน้าตอบอย่างสุภาพว่า “เมื่อครู่ข้าน้อยก็รู้สึกถูกชะตากับคุณชาย อยากจะร่วมดื่มสุรา และพูดคุยกันให้หนำใจไปเลยเจ้าค่ะ”



    [1] คุณชายหน้าหยก หมายถึง ชายที่รูปงามราวกับหยก มีความสามารถในการเข้าสังคมและมีไหวพริบดี เป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก

    คล้ายกับเรื่องท่านอ๋องจอมเย็นชากับพระชายาตัวแสบ ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604