ข้าวขวัญรู้สึกตัวตื่นก็ตอนที่รอบๆ ตัวมืดไปหมด มีเพียงแสงไฟสลัวๆ ลอดมาจากช่องด้านล่างของประตูห้องเท่านั้น เสื้อผ้าของหญิงสาวถูกถอดออกไปทั้งหมดแม้กระทั่งจีสตริง ในตอนนี้ หญิงสาวสวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นโดยมีชั้นในครบทั้งบนทั้งล่าง อย่าบอกนะว่า...นายทิวเป็คนเปลี่ยน!!
เธอนั่งอยู่ข้างเตียงเป็ครู่ กว่าจะรวบรวมสติและเรียงเื่ราวของตัวเองในหัวได้เรียบร้อย เมื่อเรียงได้แล้วกลับพบว่า มันมีแต่ความว่างเปล่า เพราะนอกจากเหตุการณ์ที่เธอเรียบเรียงได้ เธอกลับไม่มีข้อมูลอื่นๆที่สำคัญอยู่ในหัวเลย แต่กลับรู้สึกเหนื่อยสายตัวแทบขาด เพราะร่างกายนั้นตื่นตัวตลอดเวลา
เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอต้องหนีตำรวจ?
แล้วนายวิรุณเป็ใคร? ทำไมถึงได้้าเธอขนาดนั้น?
แล้วทำไมต้องหนีมากับนายทิวแค่สองคน? นายทิวเป็ใคร?
ทำไมพ่อไม่มากับเธอด้วย?
แล้วตอนนี้พ่ออยู่ไหน?
"อ้าว คุณข้าวตื่นแล้วหรือ หิวหรือเปล่า? มากินข้าวก่อนครับ นี่ ต้มจืดเสร็จพอดี ผมกำลังจะเจียวไข่"
นายทิวทักเธอทันทีที่เธอเดินออกมาตรงระเบียงบ้าน ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงเลดูสบายๆ ถ้าไม่นับดั้งจมูกที่บวมเป่งเป็สีช้ำเืช้ำหนองแล้ว หนวดเคราที่ถูกโกนแล้วนั้น ดูเรียบร้อยหน้าตาสะอาดสะอ้านกว่าเมื่อคืนมาก ข้าวขวัญคิดว่า เขาคงเป็คนสนิทของพ่อ คงจะทำงานที่บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เพราะเมื่อคืน เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสแล็คสีดำและสวมรองเท้าหนังกึ่งบู๊ทสีดำ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็แคล่วคล่องว่องไว ราวกับเคยผ่านสนามรบมาก่อนก็ไม่ปาน พ่อคงไว้ใจเขามากถึงกล้าปล่อยให้เธอมากับเขาเพียงลำพัง
"ใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉัน?"
เป็ประโยคแรกที่ทิวไทได้ยินทันทีที่เธอเห็นหน้าเขา
"ไม่ใช่ละครน้ำเน่าแน่นอนคุณข้าว ป้าสาย คนดูแลที่นี่เป็คนเปลี่ยนให้คุณ ผมอดสงสารไม่ได้ เห็นสภาพคุณแล้วน่าจะเปลี่ยนชุดดีกว่า จะได้นอนสบายขึ้น เพราะชุดที่คุณใส่ก็เป็ชุดเก่าที่เดินทางมาจากอเมริกา"
ข้าวขวัญนั่งลงตรงโต๊ะที่อยู่ริมระเบียง มองไปข้างนอกเห็นแต่ต้นไม้สูงใหญ่ ทอดเป็แนวยาวไปสุดลูกหูลูกตาอยู่รอบทิศทาง
"นี่เราอยู่ที่ไหน? แล้วพ่อหล่ะ? ฉันอยากจะไปหาพ่อ ทำไม่พ่อไม่มาที่นี่ด้วยกัน? แล้วทำไมตำรวจถึงต้องมาจับพ่อ? แล้วนายวิรุณเป็ใคร? ฉัน้าคำตอบเดี๋ยวนี้" ข้าวขวัญรัวคำถามใส่ทิวไทเป็ชุด แต่ไม่มีคำตอบจากชายหนุ่ม
"ผมว่าคุณนั่งให้สบายก่อนนะ รอผมเจียวไข่แป๊ปเดียว" ทิวไทปลอบใจแล้วรีบเร่งมือตักแกงจืดใส่ถ้วยและเทไข่ที่ตีไว้ลงกระทะเพราะน้ำมันร้อนพอดี
"ฉันจะไม่อยู่ในสภาพนี้แน่นอน ฉันจะไม่กินอะไรจนกว่านายจะเล่ามาก่อน"
แต่ไม่มีแม้แต่คำเดียวที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่ม ทิวไทเจียวไข่ ตักข้าว ตักต้มจืด จัดโต๊ะจนเรียบร้อย แล้วหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับข้าวขวัญ ชายหนุ่มผายมือไปที่อาหารบนโต๊ะ
"กินก่อนคุณ เดี๋ยวจะปวดท้องเอา เราต้องกินเอาแรงไว้ก่อนดีที่สุด"
"ไม่ นายต้องเล่ามาก่อน"
ทิวไทค่อยๆ นั่งทานข้าวไปช้าๆ เขาไม่เคยได้อยู่ใกล้ชิดผู้หญิงมากนักถ้าไม่นับคนรักไม่กี่คนที่ผ่านมาของเขา ผู้ชายอย่างเขาปลอบใครก็ไม่เป็ พูดเอาใจใครก็ไม่เก่ง ให้เขาไปตีรันฟันแทงกับใครๆ ยังจะดูง่ายกว่านี้ ทำได้ดีที่สุดของเขาก็คือลูกนิ่งอย่างเดียวเท่านั้น
ในที่สุด ความหอมของไข่เจียวและข้าวหอมมะลิที่หุงอยู่ในหม้อก็ทำให้ข้าวขวัญต้องหยิบช้อนส้อมขึ้นมาทานอาหารเพื่อประทังชีวิต ข้าวขวัญนั่งทานไปอย่างเงียบๆ ในหัวมีแต่ความว่างเปล่าเพราะยังตั้งตัวไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะพยายามลำดับเหตุการณ์อย่างไรก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองผ่านเหตุการณ์เ่าั้มาได้จริงๆอย่างปลอดภัย
เมื่อคืนมาถึงเมืองไทย ข้าวขวัญรีบนั่งแท็กซี่มาที่บ้านเพื่อที่จะเซอร์ไพรส์บิดาที่ไม่ได้พบกันสามปีกว่าเกือบสี่ปีแล้ว พอเหยียบบ้านได้ก็พบว่าบิดาของตัวเองมีแขกสำคัญคือไอ้บ้ากามวิรุณ และเมื่อกำลังอาบน้ำอยู่ก็ได้ยินเสียงคนเอะอะ เสียงคล้ายปืน เธอจึงรีบออกมาจากห้องน้ำ และเห็นว่าตำรวจบุกมาที่บ้าน มีการระดมยิงกันราวกับในหนังฮอลลีวูด แล้วนายทิว คนสนิทของพ่อก็ได้พาเธอออกมาแถมยังพกเอาไอ้เสี่ยบ้ากามติดรถมาปล้ำเธอจนเกือบจะเสียท่ามัน ก่อนที่ไอ้เสี่ยนั่นจะถูกนายทิวถีบลงรถไป แล้วพอตื่นขึ้นมา หญิงสาวก็พบว่าตัวเองอยู่ไหนก็ไม่รู้!!
หนึ่งวันพันเื่จริงๆ ...ข้าวขวัญเอ๋ยย...
"เฮ้อออ!"
ข้าวขวัญถอนหายใจยาวโดยไม่รู้ตัว แล้วกลับวางช้อนส้อมลงทั้งๆที่ทานไปเพียงไม่กี่คำ
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น! แล้วนี่ฉันอยู่ที่ไหน?"
จู่ๆ ข้าวขวัญก็ะเิออกมาอีกรอบ แต่ทิวไทนั้นสติดีอยู่แล้วเพราะเขารู้ตัวว่าต้องรับมือกับอารมณ์ของหญิงสาวอย่างไรใน่นี้
"คุณไม่อยากรู้หรอกว่าคุณอยู่ที่ไหน"
"อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน ฉันถามนายดีๆ นะ แล้วนายเป็ใคร"
"เราอยู่กลางสวนปาล์ม ส่วนผม ก็เป็พนักงานบัญชีที่บริษัทรับเหมาของเสี่ย"
ทิวไทพยายามตอบให้น้อยที่สุดและใช้ความเงียบเข้าสู้ เพราะเขาไม่มีวิธีอื่น หากหญิงสาวพอจะรู้สักนิดว่าเสี่ยขจรศักดิ์ บิดาของตัวเองทำงานทำการอะไร เขาเองคงไม่ต้องลำบากใจขนาดนี้เลย แต่ก็นั่นแหละ ข้าวขวัญใสสะอาดราวกับนางเอกในนิยายที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา ถูกเลี้ยงให้เติบโตมาอย่างดี จนคิดไปว่าโลกคงไม่ได้โหดร้ายเกินไปนัก เพราะมีบิดาที่อบอุ่นแสนดีและรวยล้นฟ้า คอยโอบปีกปกป้องลูกน้อยไปเสียทุกเื่
ทิวไทแอบถอนหายใจอย่างเงียบๆ นางฟ้าตก์ชัดๆ! ปัญหาคือ นางฟ้าตกมาอยู่ในความรับผิดชอบของเขานี่สิ เื่ใหญ่
"ถอนหายใจทำไม? ฉันเห็นนะ นายเล่ามาเถอะฉันรับได้ทั้งนั้น"
ทิวไทก็ต้องถอนหายใจอีกครั้ง แล้วเงียบแทนคำตอบ และนั่นก็ยิ่งทำให้ข้าวขวัญแผลงฤทธิ์ใส่เขา คุณหนูลูกเสี่ยขจรศักดิ์นี่มันนิสัยลูกคนเดียวชัดๆ ถูกตามใจจนเคยตัวล่ะสิ มีพร้อมทั้งพ่อทั้งเงิน ราวกับไข่ในหินก็ไม่ปาน
"ถ้าอย่างนั้น ฉันก็จะไม่กินข้าว"
"ก็แล้วแต่คุณเลย" ทิวไทไม่มีวิธีปลอบใดๆ ก็เอาที่เธอสบายใจก็แล้วกัน เพราะยังไงๆเขาก็คงไม่ปริปาก
"คุณข้าว คุณจะไปไหน?"
ทิวไทถามเมื่อเห็นข้าวขวัญรวบช้อนส้อมแล้วเดินลงบันไดบ้านไป ข้าวขวัญไม่ตอบเขา แต่เดินตัวปลิวลงบ้านไปโดยไม่ฟังเสียงเขาเลย
"มืดๆ แบบนี้ ในสวนน่าจะมีแต่งู"
ทิวไทพูดลอยๆ ขึ้นมาแล้วตักข้าวใส่ปากต่อ แต่ข้าวขวัญก็ยังเดินลงบันไดต่อไปจนถึงข้างล่าง ผู้หญิงบ้าอะไร ดื้อชะมัด!
"อ้าว! คุณข้าว ตื่นแล้วหรือคะ นี่ค่ะ ลุงนพให้เอากล้วยน้ำว้ามาให้ แล้วนี่คุณข้าวจะไปไหนหรือคะ?"
ข้าวขวัญงงๆ กับหญิงชราตรงหน้า รอยยิ้มกับท่าทีที่แสดงต่อข้าวขวัญนั้น ราวกับว่ารู้จักหญิงสาวเป็อย่างดี
"โตเป็สาว ป้าสายแทบจำไม่ได้เลยคะ หนูข้าวสวยเหมือนคุณขวัญเรือนไม่มีผิดเลยค่ะ" ป้าสายยังพูดต่อเนื่องโดยยังไม่ให้ข้าวขวัญได้ตั้งหลักแต่หญิงสาวก็ดีใจที่ป้าสายพูดถึงมารดาของตนเอง
"ป้ารู้จักแม่ขวัญเรือนของข้าวด้วยหรือคะ" ข้าวขวัญถามด้วยความดีใจ เพราะมีเพียงไม่กี่คนที่จะรู้จักแม่ขวัญเรือนของเธอ เพราะเื่มันก็ผ่านมาตั้งไม่รู้ว่ากี่สิบปีแล้ว และพ่อ ก็ห้ามไม่ให้เธอเอ่ยถึงแม่เลย
"ทำไมป้าสายจะจำไม่ได้ ตอนเล็กๆ คุณหนูข้าวขวัญยังมาที่บ้านสวนนี่อยู่เลย แต่คงจำไม่ได้หรอกค่ะ ตอนนั้นยังขวบสองขวบอยู่มั้ง? ขึ้นไปข้างบนนะคะ ไปนั่งคุยกันค่ะ ข้างล่างนี่มืดออก ทีหลังไม่ต้องลงมานะคะ ดึกๆ ดื่นๆ งูมันชุมค่ะ"
ข้าวขวัญกับป้าสายเดินกลับขึ้นมาข้างบนด้วยกันแล้วนั่งคุยกันที่โต๊ะอาหาร
เออแนะ! เจอป้าสายก็เดินจูงมือกันกลับขึ้นมาง่ายๆ ทีเขาะโเรียกคอแทบแตก แม่คุณก็ไม่หันกลับมาสักนิด! แต่ทิวไทก็ได้ยินหัวข้อสนทนาของทั้งสองคนแล้ว ชายหนุ่มไม่แปลกใจหรอก ที่หญิงสาวจะเดินกลับขึ้นเรือนมาง่ายๆ เมื่อทั้งสองคนมาถึง ทิวไทจึงขอตัวลงไปเช็ครถ
"ป้าสายคุยกับคุณข้าวตามสบายนะครับ เดี๋ยวผมขอไปดูรถนิดนึง แล้วคุณข้าว คุณต้องกินข้าวนะ เดี๋ยวผมจะมาดู"
ทิวไทสั่งเธอแล้วเดินลงบันไดบ้านไป เชอะ!ดีแต่สั่ง บ้าอำนาจไม่เบานะนายทิว ถ้าเจอพ่อ ฉันจะฟ้องพ่อให้ดู
"กินข้าวเสียหน่อยนะคะคุณหนู กินไปด้วย ฟังป้าเล่าไปด้วยค่ะ จะได้กินได้เยอะ ๆ"
ป้าสายเลื่อนจานข้าวของเธอให้ ข้าวขวัญอารมณ์เย็นลงแล้วเพราะจะได้ฟังเื่ของแม่ เธอจึงเริ่มตักอาหารเข้าปาก
แล้วเื่ต่าง ๆ เกี่ยวกับขวัญเรือน มารดาของข้าวขวัญก็ค่อยๆ ออกมาจากปากป้าสาย