ความรู้สึกแรกคือกลิ่น... มันไม่ใช่กลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลที่ฉันคุ้นเคยก่อนสติจะดับวูบ แต่เป็กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่อบอวลอยู่ในอากาศ ผสมกับกลิ่นคาวเืที่ทำให้กระเพาะอาหารมวนจนอยากจะอาเจียน
"ไป๋เยว่ฉือ... เ้าแสร้งสลบไสลไปก็ไร้ประโยชน์ ในเมื่อกล้าลงมือสังหารซิงอวี๋ เ้าก็ต้องกล้ารับผิดชอบด้วยชีวิต!"
เสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยียบราวกระบี่ที่เพิ่งถอนออกจากฝักน้ำแข็งดังขึ้นข้างใบหู ฉันพยายามปรือตาที่หนักอึ้งขึ้น ภาพที่เห็นคือเพดานไม้แกะสลักลวดลายวิจิตร และเงาร่างสีดำสายหนึ่งที่ยืนค้ำหัวฉันอยู่
วินาทีที่สายตาโฟกัสได้ชัดเจน หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้น
บุรุษตรงหน้าสวมอาภรณ์สีนิลเดินดิ้นทองคำ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับภาพวาดที่์ตั้งใจรังสรรค์ ผิวขาวซีดรับกับเส้นผมสีเงินยวงที่ทิ้งตัวยาวถึงบั้นเอว และที่โดดเด่นที่สุดคือ ปานแดงรูปจันทร์เสี้ยว เล็กๆ ที่หางตาข้างซ้าย...
เขามองมาที่ฉันด้วยดวงตาคมกริบสีรัตติกาลที่เต็มไปด้วยความรังเกียจชิงชัง
‘เดี๋ยวนะ... ผมสีเงิน? ปานแดงจันทร์เสี้ยว? จิ่วอ๋อง เย่เสวียนเยว่?’
สมองของฉันประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง นี่มันตัวร้ายจากนิยายเื่ ‘บุปผาร่วงโรยที่วังบูรพา’ นิยายที่ฉันเพิ่งปั่นตอนล่าสุดจบก่อนจะหัวใจวายคากองต้นฉบับไม่ใช่หรือไง!
"ท่านอ๋อง... ได้โปรดเมตตา คุณหนูเพียงแค่..." เสียงสั่นเครือของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นข้างเตียง เธอคือ อาฝู สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ที่ฉันเขียนให้มีจุดจบถูกโบยจนตายเพื่อปกป้องเ้านายโฉด
"เมตตา? นางวางยาพิษในน้ำชาของซิงอวี๋ หากข้าไปไม่ทัน ป่านนี้นางเอกของข้าจะเป็เช่นไร!"
เย่เสวียนเยว่แค่นยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาเอื้อมมือหนามาบีบคอฉันทันทีที่ฉันเริ่มขยับตัว แรงบีบนั้นมหาศาลจนฉันเริ่มหายใจไม่ออก ใบหน้าหล่อเหลานั้นโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน
"ไป๋เยว่ฉือ... ข้าเตือนเ้าแล้วว่าอย่าล้ำเส้น สัญญาหมั้นหมายระหว่างสองตระกูลไม่ใช่โล่คุ้มภัยของเ้าอีกต่อไป"
‘บ้าจริง! นี่มันฉากเปิดตัวนางร้ายที่ต้องถูกส่งเข้าคุกใต้ดินนี่นา!’ ในฐานะคนแต่ง ฉันรู้ดีว่าหลังจากนี้ไป๋เยว่ฉือจะถูกขังและถูกทรมานจนตายในอีกสามตอนข้างหน้า เพื่อเปิดทางให้พระเอกและนางเอกครองรักกันอย่างมีความสุข
ไม่ได้การ... ฉันจะมาตายในนิยายที่ตัวเองเขียนไม่ได้!
ฉันรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด มือที่สั่นเทาเอื้อมไปจับข้อมือหนาของเขาไว้ ดวงตาของฉันจ้องลึกเข้าไปในตาของจอมมารที่กำลังจะฆ่าฉัน
"ทะ...ท่านอ๋อง..." เสียงของฉันแหบพร่า "ท่านคิดว่า... ถ้าข้าตาย... ใครจะบอกท่าน... ว่าศพของท่านแม่ท่าน... จริงๆ แล้วถูกซ่อนอยู่ที่ใด?"
มือหนาที่บีบคอฉันชะงักกึก แรงบีบค่อยๆ คลายออกทันที ดวงตาของเย่เสวียนเยว่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาเมื่อครู่เปลี่ยนเป็ความสงสัยและระแวดระวังอย่างรวดเร็ว
เื่ศพของมารดาเย่เสวียนเยว่ คือปมใหญ่ที่สุดที่ฉันวางไว้ในตอนที่ 300 ของเื่ ซึ่งในตอนนี้... ไม่มีใครในโลกนี้รู้เื่นี้นอกจากฉันที่เป็คนเขียน!
"เ้าพูดว่าอะไรนะ?" เขาเค้นเสียงถาม แรงกดดันมหาศาลทำเอาอาฝูที่นั่งคุกเข่าอยู่ถึงกับเป็ลมล้มพับไป
ฉันพยายามสูดอากาศเข้าปอดพลางยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แม้จะเจ็บคอจนแทบขาดใจ "ข้ารู้... มากกว่าที่ท่านคิด เย่เสวียนเยว่... ถ้าอยากรู้... ก็จงไว้ชีวิตข้าเสีย"
จอมมารนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ความเงียบในห้องกดดันจนแทบได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น เขาจ้องหน้าฉันราวกับจะค้นหาความจริง แต่สิ่งที่เขาพบมีเพียงแววตาของหญิงสาวคนใหม่ที่ไม่ได้โง่เขลาและบ้าคลั่งรักเขาเหมือนแต่ก่อน
"ไป๋เยว่ฉือ... เ้าเปลี่ยนไป" เขาปล่อยมือจากคอฉันแล้วสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง "ข้าจะให้เ้ามีชีวิตอยู่ต่ออีกสักพัก แต่อย่าคิดว่าจะหนีไปไหนได้ ตราบใดที่ข้ายังไม่ได้สิ่งที่้า... เ้าคือ 'นักโทษ' ของข้า ไม่ใช่คู่หมั้น!"
เขาสั่งการด้วยเสียงอันดังให้ทหารเฝ้าหน้าห้องอย่างเข้มงวด ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
ฉันทิ้งตัวลงบนหมอนอย่างหมดแรง เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายทั่วแผ่นหลัง
‘รอดไปได้หนึ่งฉาก...’ ฉันคิดในใจ พลางมองเพดานไม้แกะสลักอย่างปลงตก
‘แต่ทางข้างหน้ายังมีอีก 499 ตอน... ไป๋เยว่ฉือเอ๋ย ชีวิตใหม่ในรอยหมึกของเ้านี่มันช่าง... เร้าใจจริงๆ!’