ซินซินเกิดมาบนโลกใบนี้นับเป็เวลาก็ได้เป็เวลากว่าสามวันแล้วตอนนี้ซินน้อยสามารถลืมตาของตัวเองกวาดมองได้โดยรอบแล้วซินน้อยได้กลายเป็ขวัญใจของโรงหมอแห่งนี้ไปแล้วด้วยนั่นเป็เพราะเด็กน้อยคนนี้ไม่งอแงเหมือนเด็กคนอื่นเลยเวลาจะกินก็ร้องแอ๊ๆ
เวลารู้สึกไม่สบายตัวก็ร้องแอ๊แค่คำเดียวทุกคนต่างพากันคิดว่าเด็กอะไรหนอทำไมช่างรู้ความได้ขนาดนี้กันโดยปกติเด็กที่เกิดมาก็จะตัวแดงๆ ผิวย่นๆ แต่สำหรับซินกลับแตกต่างทุกอย่างมีแค่วันแรกเกิดเท่านั้นที่มีลักษณะเหมือนทารกทั่วไป
แต่พอเริ่มวันที่สองขึ้นมาซินตัวน้อยกินนมเก่งมากและก็ช่างเป็โชคดีที่น้ำนมแม่มีเพียงพอต่อความ้าของเ้าตัวน้อยนี้ตอนแรกทั้งหมอและพยาบาลรวมทั้งพ่อและแม่ก็กังวลหากเ้าตัวน้อยกินมากเกินไปก็อาจจะทำให้ท้องอืดหรือจะไม่สบายได้
แต่ทุกคนก็พากันแปลกใจเพราะเ้าตัวน้อยนี้ไม่มีอาการใดๆ เลยทั้งสิ้นแต่กลับมีเนื้อมีหนังเพิ่มขึ้นมาอีกต่างหากผ่านไปแค่สามวันเ้าตัวน้อยตอนนี้มีแก้มที่อวบอิ่ม ปากแดงน้อยๆ ทีมักจะมีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา เวลาอารมณ์ดีมากๆ เ้าตัวน้อยก็มักจะฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเหงือกสีแดงของตน
พาให้คนที่เห็นต่างชุ่มชื่นหัวใจไปตามๆกัน หลงจินเป่าได้ตั้งชื่อให้เ้าตัวน้อยว่าหลงซินซินเพราะตัวเขาได้ฝันเห็นเ้าแม่หนี่วามาบอกว่าเด็กคนนี้จะเป็ดาวนำโชคของเขาและครอบครัวั้แ่นั้นมาทุกคนก็มักจะพากันเข้ามาทักทายเด็กคนนี้กันเป็ประจำ
“ซินน้อยลูกรักดวงใจของพ่อวันนี้ก็อารมณ์ดีเหมือนเดิมเลยเด็กดีวันนี้เราจะได้กลับบ้านกันแล้วนะดีใจไหมลูก” ซินซินคิดตามที่พ่อของตนพูดคุณย่าของเราใจดีมากพี่ชายถึงจะดูเซ่อๆไปบ้างแต่ก็ยังนิสัยดี
“อือ อา” ซินซินยิ้มจนเหงือกบานออกมา
จนจินเป่าต้องเอามือกุมหน้าอกตัวเองอ่าลูกสาวใครกันช่างน่ารักเสียจริงน่ารักเสียจนเขาไม่อยากให้ใครมาเห็นลูกสาวของตนเลยเพราะกลัวว่าจะมีคนมาขโมยลูกของเขาไป
เมื่อทำเื่ออกจากโรงหมอแล้วพ่อแม่ลูกสามคนก็เป็ห่วงแม่และลูกชายที่อยู่ที่บ้านเช่นกัน เพราะั้แ่วันแรกที่ซูเหมยมาคลอดซินซินแม่ก็มาเพียงแค่วันเดียวแล้วก็บอกว่าตอนกลับไปก็จะกลับไปทำเื่หย่ากับพ่อของเขา เขาเองก็ได้แต่หวังว่าจะผ่านไปด้วยดี
แต่นี่ก็สองวันแล้วที่แม่ของเขาเงียบหายไป เขารู้สึกใจคอไม่ดีเท่าไหร่นักเมื่อทั้งสามคนเดินมาถึงในสถานที่รอรถโชคดีที่พวกเขาไม่ต้องรอนานก็สามารถขึ้นรถกลับหมู่บ้านของตนได้เลย
“จินเป่า เหมยเหมยนี่ลูกคนเล็กของเธอสองคนเหรอน่าตาน่ารักดีแท้” ป้าเจียงคนที่อยู่ข้างบ้านของจินเป่าทักสองสามีภรรยาขึ้นมา
“สวัสดีครับ/ค่ะป้าเจียง ไม่ทราบว่าป้าเจียงเห็นแม่ของผมบ้างไหมครับ” จินเป่าถามกับป้าเจียงถึงเื่แม่ของตน
“ป้าเห็นเมื่อสองวันก่อนนะวันนั้นเยว่จินได้ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านและคณะกรรมการประจำกองพลให้มาทำเื่หย่าและหนังสือตัดขาดออกจากบ้านหลงวันนั้นมีเื่มีราวกันใหญ่โตเชียวล่ะแต่ป้าก็เข้าใจอาเยว่นะทนมาได้ตั้งหลายปีเป็ป้านะไอ้ผัวชั่วแบบนั้นเืหัวมันคงออกไปนานแล้ว” ป้าเจียงแกพูดขึ้นมาอย่างใส่อารมณ์
ทุกคนที่อยู่ในรถก็ต่างพยักหน้าเห็นด้วยเพราะเยว่จินเป็คนดีไม่น่าจะต้องมาพลาดแต่งงานให้กับเ้าชั่วอย่างตาอี้ได้เลยคนที่อยู่ในรถไถทุกคนส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็ญาติกันอย่างตาและยายของเขาแม้จะอยู่ในเมืองแต่พื้นเพของตาก็เป็คนในหมู่บ้านจิวหูแห่งนี้
ทางด้านเ้าตัวน้อยที่มองคนนู้นทีคนนั้นทีด้วยความใส่ใจพร้อมเก็บข้อมูลที่ชาวบ้านเหล่านี้ต่างพูดถึงปู่ของตนมาด้วย “แล้วมีเื่อะไรเกิดขึ้นหรือครับร้ายแรงหรือเปล่าแม่กับลูกชายของผมเป็ยังไงบ้างครับป้าเจียง” จินเป่าเองก็เอ่ยถามออกมาอย่างร้อนใจทางด้านซูเหมยเองก็เป็กังวลเช่นเดียวกัน
“จะมีอะไรก็นางอี้เหลียนนะสิโวยวายอยากได้เงินถึงเอาเื่ของหลานมาขู่เยว่จินว่าอยากจะหย่าก็ได้แต่ถ้าจะจินเป่าและฮัวเหมยตัดขาดจากตระกูลหลงต้องมีเงินมาจ่ายหนึ่งพันหยวนนางคนนี้มันชั่วไหมล่ะเงินตั้งมากมายขนาดนั้นเยว่จินจะไปเอามาจากไหนอีนางแม่รองนั่นยังบอกอีกนะว่าหากไม่มีลูกทั้งสองของเยว่จินรวมทั้งหลานก็ยังเป็คนของตระกูลหลงอยู่ดี” ป้าเจียงพูดขึ้นมาด้วยความเดือดดาล
“ใช่ยังมีอีกนะนางอี้เหลียนมันบอกว่าจะให้ฮัวเหมยแต่งงานไปอยู่กับลูกชายของคนขายเนื้อที่ชื่ออาฮุยด้วยใครๆก็รู้กันทั้งนั้นว่าเ้าผู้ชายคนนี้วันๆ ไม่ทำอะไรทั้งี้เีขี้เหล้าติดการพนันว่าง่ายเื่ชั่วๆทุกอย่างมันทำทั้งหมด” คราวนี้เป็ป้าจูซิ่งเอ่ยขึ้นมาบ้าง
“ละแล้วอย่างนี้แม่ผมจะทำยังไงไม่ใช่แม่ตบตีกับแม่รองไปแล้วเหรอแล้วพ่อก็ไม่เคยเข้าข้างพวกผมเลยป่านนี้แม่กับลูกผมไม่แย่ไปแล้วเหรอครับ” จินเป่าตอนนี้เริ่มนั่งไม่ติดซะแล้ว
“โอ๊ยไม่แย่หรอกเพราะตอนแรกทุกคนก็คิดว่าจะแย่เหมือนกันแต่เพราะเยว่จินเป็คนฉลาดไงเลยเอาตัวลูกอย่างหลานและฮัวเหมยรวมทั้งหลานๆตัวน้อยพ้นจากตระกูลหลงมาได้ ”ป้าจูซิ่งก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
“เยว่จินเธอมีหนังสือตัดขาดเื่ลูกนานแล้วั้แ่ตอนที่เธอคลอดหลานออกมานั่นแหละจินเป่าตอนนั้นอี้เหลียนมันมักจะหาเื่มารังแกหลานอยู่บ่อยๆ ตอนยังเด็กแม่ของหลานก็เลยได้ไปเสนอเงินส่วนหนึ่งซึ่งเป็สินเดิมให้กับย่าของหลานและให้ย่ากับปู่และพ่อของเ้ายินยอมลงหนังสือตัดขาดเื่ลูกของเธอทุกคนทั้งหมดหากทางนั้นไม่ทำตามในหนังสือสัญญาสามารถแจ้งทางการมาจับได้ทันที” ป้าเจียงก็พูดขึ้นมาอย่างคนรู้จริง
“ตอนนั้นป้าเองยังเสียดายเงินแทนเลยเงินตั้งสามร้อยหยวนเลยนะป้าว่าน่าจะเป็สินเดิมของเยว่จินทั้งหมดเลยด้วยพอนางอี้เหลียนอยากจะได้เงินขึ้นมาอีกจึงได้หน้าแหกไปเพราะว่ามันไม่รู้เื่ราวในครั้งนั้นและมันก็ไม่รู้มีความมั่นหน้ามาจากไหนเป็แค่เมียรองมีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับลูกของเมียหลวง" ป้าจูซิ่ง ก็มีอารมณ์โมโหขึ้นมาอีกรอบ
ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ในรถต่างก็พูดคุยถึงเื่นี้กันอย่างมากเพราะตระกูลหลงจัดว่าไม่ใช่ตระกูลเก่าแก่ของหมู่บ้านจิวหูแห่งนี้แล้วนิสัยของคนตระกูลนี้นับวันยิ่งแสดงแต่ด้านแย่ๆออกมาให้เห็นทั้งเห็นแก่ตัว ขี้อิจฉา เอาเปรียบ ซินน้อยก็ตั้งใจฟังและก็เก็บข้อมูลจนตอนนี้ตาน้อยๆ ของเธอก็เริ่มหรี่ลง หรี่ลงจนหลับไป
ทางด้านซูเหมยก็โอบกอดลูกน้อยของเธอให้กระชับขึ้นเพราะกลัวลูกสาวตัวน้อยจะหนาว่นี้เป็่ต้นฤดูหนาวแล้วอากาศจึงค่อนข้างเริ่มเย็นลงเล็กน้อยยิ่งในขณะที่รถไถเคลื่อนที่ลมก็จะยิ่งตีเข้ามาเธอต้องปกป้องลูกน้อยผู้น่าสงสารคนนี้ให้ดีที่สุดเนื่องด้วยลูกสาวเธอคลอดก่อนกำหนดจึงมีโอกาสที่จะป่วยง่ายกว่าเด็กทั่วไป
รถใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็เข้ามาในเขตหมู่บ้านตอนนี้จินเป่าเองก็สงสัยในเมื่อแม่ของเขาหย่าจากชายผู้นั้นแล้วจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ
“ป้าเจียงป้าพอจะรู้ไหมครับว่าตอนนี้แม่ผมไปอยู่ที่ไหนกัน” จินเป่าถามขึ้นเพราะเขากลัวแม่จะลำบาก
“อยู่ที่ดินติดชายเขาข้างทะเลสาบจิวหูนะเห็นผู้ใหญ่บ้านบอกว่าที่ตรงนั้นเป็ที่เก่าแก่ของตระกูลซูทุกคนก็เพิ่งมารู้ก็ตอนที่เยว่จินหย่านี่แหละเพราะแม่ของหลานเก็บเป็ความลับไว้เป็อย่างดีจนได้หย่าและมีหนังสือตัดขาดจากตระกูลหลงแล้วนั่นแหละถึงได้บอกความจริงออกมา” ป้าเจียงพูดขึ้น
“พูดแล้วก็สมน้ำหน้าคนบ้านหลงนะโดยเฉพาะเ้าชั่วตาอี้นะมันคงจะคิดเสียดายที่ดินผืนนี้เหมือนกันแหละเพราะที่ดินตั้ง12หมู่เลยนะและยังมีบ้านอิฐหลังใหญ่ถถึงห้าห้องนอนเลยทีเดียวแต่ก่อนว่าที่ดินตรงนี้เป็ของเศรษฐีคนไหนกันที่แท้ก็เป็ของคนใกล้ตัว ฮ่าๆป้าละสะใจชะมัดยิ่งได้เห็นหน้าชายโฉดหญิงชั่วพวกนั้นด้วยยิ่งรู้สึกดีที่พวกมันต่างพากันพ่ายแพ้ให้กับคนที่พวกมันดูถูกมาตลอด” ครั้งนี้เป็ป้าจูซิ่งเป็ผู้พูด
ฝ่ายจินเป่าเมื่อรู้ว่าแม่และลูกชายของตนมีที่อยู่แล้วก็เบาใจตอนนี้รถไถก็ได้จอดที่หน้าบ้านของผู้ใหญ่บ้านแล้วจินเป่าก็ได้มองเห็นแม่และลูกชายของตนส่งยิ้มมาให้พวกเขาทั้งสามเมื่อพากันลงจากรถแล้วก็รีบเดินตรงมาหาผู้เป็แม่ทันที
“แม่ครับอากาศเริ่มเย็นแล้วแม่ไม่หนาวเหรอครับจะออกมายืนรอผมทำไมกันแล้วอาซานล่ะลูกหนูหนาวไหมครับ” คนที่เป็ทั้งลูกชายและพ่อเอ่ยถามทั้งสองคนด้วยความเป็ห่วง
“อาเป่าลูกเข้าไปทำเื่เปลี่ยนสกุลเถอะแม่ได้ตัดขาดจากทางนั้นมาแล้วตอนนี้อาซานก็เปลี่ยนมาเป็ซูไท่ซานแล้ว” แม่รีบบอกลูกชายของตนเมื่อได้ยินที่แม่บอกจินเป่าก็ปฏิบัติตามทันที
เมื่อเข้าไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านและทำการเปลี่ยนชื่อสกุลของตนและลูกสาวตัวน้อยแล้วทั้งห้าคนต่างก็พากันเดินกลับบ้านหลังใหม่ของพวกเขาทันทีแต่ช่างเป็โชคร้ายที่ระหว่างเดินได้มาเจอกับอี้เหลียนเข้า
“แหมๆๆ ลูกสามแม่รองได้ข่าวว่าลูกได้ลูกสาวมาเหรอสงสัยว่าเด็กคนนี้จะเป็หายนะของครอบครัวบ้านใหญ่ของพวกลูกแล้วล่ะเพราะเกิดมาวันแรกก็ทำให้ย่าของตนหย่าขาดจากปู่และทำให้พ่อและพี่ชายก็มาถูกตัดขาดจากตระกูลด้วย ช่างเป็เด็กที่นำหายนะมาจริงๆนะจ๊ะ” คำพูดจีบปากจีบคอของอี้เหลียนที่แสนจะแสบแก้วหูได้ปลุกให้ซินซินตื่นขึ้น จริงๆ ซินซินตื่นั้แ่คนขี้เหร่คนนี้ว่าเธอเป็ตัวหายนะแล้ว
ทางด้านครอบครัวทั้งสี่คนเมื่อได้ยินคำพูดแย่ๆ ที่ออกมาจากปากของอี้เหลียนก็ต่างพากันโมโหและเยว่จินก็กำลังจะเอ่ยปากโต้เถียงออกไปแต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรก็ได้มีบางสิ่งบางอย่างมาจัดการแทนเธอซะแล้ว
ทางด้านซินน้อยที่ตอนนี้กำลังอยากจะจัดการคนก็ได้คิดว่าหากมีผึ้งบินมาต่อยปากเน่าๆ ของคนแบบนี้ได้จะดีสักแค่ไหนกันเพราะว่าบางทีเผื่อในอนาคตอยากจะพูดจะจาอะไรจะได้รู้จักระวังปากเอาไว้บ้างและพอสิ้นสุดความคิดของซินซินก็ได้มีผึ้งบินมาจากไหนไม่รู้สามสี่ตัวแล้วทุกตัวต่างก็มุ่งเป้าไปที่ปากของอี้เหลียนทันที
เมื่อทุกคนที่อยู่ตรงนี้ได้เห็นเหตุการณ์ต่างก็นิ่งค้างด้วยไม่เคยเห็นเื่แบบนี่มาก่อนผึ้งบินมาต่อยแค่คน คนเดียว ทางด้านซินน้อยที่ตอนนี้ได้แต่ยิ้มร่าด้วยความชอบใจอยากได้หายนะเหรอได้เลยนี่ยังไงล่ะพอใจกับหายนะของตัวเองครั้งนี้ไหมฮิิฮิ