Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 93

            ก่อนหน้านี้เซี่ยเจิงอยู่ในห้องนอนของตัวเองแต่ตอนนี้กลับสวมเสื้อคลุมออกมายืนอยู่ด้านนอกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...เพราะชวีเสี่ยวปอเห็นไฟถนนเรียงเป็นแนวยาวด้านหลังของเซี่ยเจิงผ่านกล้องหน้าโทรศัพท์มือถือ

     

            “ฉันเพิ่งตื่นเอง นอนอะไรเล่า” ชวีเสี่ยวปอตอบออกไปก่อน“ร้อนนิดหน่อยเลยถอดเสื้อออก” ชวีเสี่ยวปอขยับกล้องลงมาด้านล่างเล็กน้อยแต่ทันใดนั้นก็รู้สึกเขินอายจึงยกขึ้นมาทันที : “ฉันต้องฟิตหน้าท้องสักหน่อยแล้ว”

     

            “นาย...” เซี่ยเจิงสูดลมหายใจเข้าไปอย่างไม่เป็นตัวของตัวเองพร้อมทั้งรูดซิปเสื้อลงมาเล็กหน้อย “นายใส่เสื้อเถอะ”

     

            “อ๋า? ” ชวีเสี่ยวปอพูดหยอกล้อไปทันทีทั้งยังหยิบโทรศัพท์ส่ายไปส่ายมาที่ด้านล่าง “ทำไมเหรอ นายดู... ”

     

            “ไม่ใช่” เซี่ยเจิงพูดแทรกเขาขึ้นมา“หมู่บ้านที่นายอยู่ฉันไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่”

     

     

            ในขณะที่ชวีเสี่ยวปอวิ่งออกมาตลอดทางเซี่ยเจิงก็กำลังยืนอยู่บนถนนฝั่งตรงข้ามประตูหน้าหมู่บ้าน แต่กำลังยืนหันหลังอยู่ทิ้งไว้เพียงด้านหลังศีรษะอันกลมทุยให้เขาเห็น

     

            ชวีเสี่ยวปอตะโกนเรียกเขาไป ส่วนเซี่ยเจิงเองก็หันกลับมาทันทีพร้อมทั้งวิ่งข้ามมา

     

            ในตอนที่โอบกอดกันดูเป็นธรรมชาติมากชวีเสี่ยวปอคว้าเอวของเซี่ยเจิงเข้ามากอดเอาไว้แน่น ทั้งๆที่เพิ่งจะเจอกันไปเมื่อตอนเที่ยงแท้ๆ แต่เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงต้องกอดแน่นถึงเพียงนี้

     

            “ว่าไง——” เซี่ยเจิงลากเสียงยาวพร้อมทั้งตบไปทีด้านหลังของชวีเสี่ยวปออย่างเบามือ

     

            ทั้งสองคนกอดกันอยู่อย่างนั้นประมาณสิบกว่าวินาทีได้ชวีเสี่ยวปอปล่อยมือออกมาก่อน แล้วเซี่ยเจิงถึงปล่อยตาม ชวีเสี่ยวปอส่งสายตาไปให้เขาเซี่ยเจิงจึงหันกลับไปมองปรากฏว่าในป้อมยามหน้าหมู่บ้านมีคนยืนมาเพื่อมองสำรวจไปยังด้านนอกพอดี

     

            “นายมาได้ยังไงเนี่ย? หลังจากวางโทรสายนายก็มาเลยเหรอ?” ชวีเสี่ยวปอดึงเขาให้เดินเข้ามาด้านข้างแล้วทั้งสองคนก็ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด

     

            “ก็นายบอกว่าเบื่อไม่ใช่เหรอ” เซี่ยเจิงถูกเขาดึง

     

            “เพราะแค่ฉันบอกว่าเบื่อ? ” ชวีเสี่ยวปอเบิกตากว้าง“เซี่ยเจิง นายนี่ก็มีความรักเป็นเหมือนกันนะเนี่ย”

     

            ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะไม่เคยคิดว่าถ้ามีความรักตัวเขาเองจะเป็นแบบไหนเพราะถึงยังไงเรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้มีมาตรฐานตายตัวแต่ทันทีที่ได้ยินชวีเสี่ยวปอพูดในโทรศัพท์ว่าเบื่อความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ “ไปหาเขา” ดังนั้นเขาจึงทำเช่นนี้ลงไป

     

            “ไม่ดีเหรอ? ” คำพูดนี้ของชวีเสี่ยวปอไม่ได้ถือว่าเป็นคำชมอะไรอย่างมากก็เป็นเพียงคำพูดจิกกัดเท่านั้นแต่เซี่ยเจิงกลับถูกคำพูดนั้นทำให้หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาแล้วจึงถามย้อนกลับไปประโยคหนึ่ง

     

            เขารู้สึกว่าตัวเองแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย

     

            หลังจากที่คบกับชวีเสี่ยวปอแล้วความลับอันน่าอายของเขาที่ไม่อาจจะเปิดเผยให้ใครรับรู้ได้เหล่านั้นล้วนกลายเป็นสิ่งที่ไม่ควรค่าให้เขาต้องกังวลใจอีกต่อไป

     

            เขาสามารถซื่อสัตย์กับตัวเองได้มากขึ้นอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่มั่นคงเหล่านั้นกลับค่อยๆ สงบลงไปเมื่อได้เห็นคนคนนี้

     

            และที่เขาสามารถมองทะลุเขาไปในหัวใจของตัวเองได้เช่นนี้ ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะเขารู้ว่าชวีเสี่ยวปอจะคอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ

     

            เขาไม่ต้องรู้สึกขยะแขยงกับคำว่า “เป็นคนประเภทเดียวกับโจวเจ๋อหยวน”อีกต่อไป เพราะเขากับชวีเสี่ยวปอต่างหากคือคนประเภทเดียวกันที่แท้จริง

     

            “ดี ดีมากเลยละ” ชวีเสี่ยวปอรีบยกนิ้วโป้งขึ้นมาให้เซี่ยเจิงทันที“หวังว่านายจะพยายามต่อไปนะ”

     

            ทั้งสองคนยืนคุยกันที่หน้าประตูหมู่บ้านอยู่นานสองนานหลังจากนั้นชวีเสี่ยวปอก็คิดอยากจะให้เซี่ยเจิงอยู่ค้างที่นี่เลยแต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ เขาไม่สามารถปล่อยให้แม่ของเซี่ยเจิงอยู่บ้านคนเดียวเพียงลำพังในตอนนั้นเองเขาจึงตีเข้าไปที่บั้นท้ายของเซี่ยเจิงหนึ่งทีอย่างไม่อาจทำใจจากและไม่เต็มใจให้ไปแต่สุดท้ายเขาทั้งสองคนเรียกรถแท็กซี่ และชวีเสี่ยวปอก็ส่งเซี่ยเจิงให้นั่งรถออกไปจนเรียบร้อย

     

            ในตอนที่กลับเข้ามาในหมู่บ้าน ชวีเสี่ยวปอจงใจมองไปยังห้องของยามหน้าประตูแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ชายคนเมื่อครู่นี้จ้องมองเข้าอย่างตกตะลึงชวีเสี่ยวปอเองก็จ้องกลับไปอย่างไม่เกรงใจเช่นกัน จนทำให้อีกฝ่ายต้องรีบนั่งลงชวีเสี่ยวปอกำลังอารมณ์ดี ทั้งยังไม่อยากจะพูดอะไรกับอีกฝ่ายจากนั้นจึงวิ่งกลับเข้าบ้านไป

     

     

            เนื่องจากตอนบ่ายนอนเต็มอิ่มเกินไปหน่อยชวีเสี่ยวปอจึงนอนไม่หลับจนกระทั่งเวลาตีสองกว่าถึงค่อยหลับไป ในตอนที่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาสิบโมงเช้าแล้ว

     

            เมื่อมองไปยังนาฬิกาชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกตกใจขึ้นมาทันทีดวงตายังไม่ทันที่จะลืมขึ้นมาเต็มที่เขาก็ยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาซือจวิ้นทันที

     

            “ฮัลโหล? ปอเอ๋อร์เหรอ? ” เสียงของซือจวิ้นฟังดูแล้วเหมือนว่าจะยังไม่ตื่นดีสักเท่าไหร่ชวีเสี่ยวปอคิดว่าคงจะเป็นเพราะโทรศัพท์สายนี้ของตัวเองปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมา

     

            “ยังนอนอยู่เหรอ? อีกเดี๋ยวมาบ้านฉันนะ”ชวีเสี่ยวปอเอ่ยขึ้น

     

            “ได้” ซือจวิ้นตอบออกมาอย่างมีความสุขแต่หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงขยับอยู่ครู่หนึ่งดูเหมือนว่าซือจวิ้นจะลุกขึ้นมานั่งแล้ว แต่จู่ๆ ก็ถอนหายใจจนดังผ่านลำโพงออกมา : “แล้ว เซี่ยเจิงไปด้วยไหม? ”

     

            “เขาจะมาไม่มามันเกี่ยวอะไรกับที่นายจะมาด้วย”ชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าคำถามนี้ของซือจวิ้นดูแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วจึงพูดต่อออกไปว่า : “เขาไม่ได้มานายตื่นแล้วก็มาได้เลย เดี๋ยวฉันสั่งเดลิเวอรี่เอง”

     

            หลังจากวางสายไป ชวีเสี่ยวปอจึงกระโดดลงจากเตียงไปเปิดหน้าต่างวันนี้อากาศค่อนข้างดี แสงแดดส่องเข้ามาจนสว่างไปทั่งทั้งห้อง

     

            ชวีเสี่ยวปอขยับตัวไปมาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงฮัมเพลง“ฉันชอบอาบน้ำผิวพรรณดี๊ดี” แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำอย่างลวกๆ หลังจากที่เขาออกมาก็สั่งเดลิเวอรี่ไปทันทีเวลาช่างเหมาะเจาะ เมื่ออาหารมาส่งซือจวิ้นก็มาถึงพอดี

     

            ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนเคย คือทานอาหารก่อนเป็นอันดับแรก

     

            ชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เจ้าเล่ห์มากจริงๆยังไงก็ต้องสารภาพเรื่องนี้กับซือจวิ้นตอนทานข้าวเพราะถ้าดูจากนิสัยของซือจวิ้นแล้ว ต่อให้เขาจะรู้สึกไม่พอใจแค่ไหนก็จะไม่ทำถึงขนาดวางตะเกียบในตอนทานข้าวลงแล้วเดินหนีออกไป

     

            ชวีเสี่ยวปอคนคนนี้ไม่เคยมีความคิดสิ้นเปลืองให้กับความเอิกเกริกเลยสักครั้งเดียวแม้แต่ซือจวิ้นเมื่อมองไปยังอาหารกล่องน้อยใหญ่ที่วางอยู่เต็มโต๊ะก็ยังถอนหายใจออกมา

     

            ทั้งสองคนพูดเรื่องอื่นไปเพียงเล็กน้อยและในที่สุดชวีเสี่ยวปอก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาขึ้นมา เอ่ยขึ้นว่า : “ที่จริงแล้วฉันมีเรื่องจะบอกกับนาย”

     

            ซือจวิ้นกำลังก้มหน้าทานข้าว ไม่ได้สนใจอะไรมากแม้แต่หน้าก็ไม่ได้เงยขึ้นมา พลางตอบกลับไปว่า : “บอกก็บอกสิต้องเป็นทางการขนาดนี้เลย”

     

            เมื่อชวีเสี่ยวปอคิดขึ้นมาได้ว่าอีกเดี๋ยวถ้าซือจวิ้นฟังจบแม้แต่ข้าวก็จะทานไม่ลงเขาไม่อาจทนไม่ได้จริงๆ จึงวางตะเกียบในมือของตัวเองลง แล้วพูดขึ้นว่า : “นายกลืนข้าวในปากลงไปก่อน”

     

            ในขณะนั้นเองซือจวิ้นถึงได้เงยหน้าขึ้นมามองเขาโดยที่ข้าวเต็มปากพร้อมทั้งส่งเสียงตอบรับที่แฝงด้วยความสงสัยเล็กน้อย

     

            “ปอเอ๋อร์” ซือจวิ้นพูดขึ้น : “ฉันรู้สึกว่า...ช่างเถอะที่จริงฉันก็มีเรื่องจะถามนายเหมือนกัน”

     

            “ถ้างั้นนายถามมาก่อนเลย” ชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าถ้าตัวเขาพูดออกมาก่อนซือจวิ้นอาจจะถามไม่ออกแล้วก็ได้

     

            “ก็ได้” ซือจวิ้นถูมือไปมาที่ด้านข้างต้นขาของตัวเองอย่างรู้สึกประหม่าพร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าไป

     

            “นายกำลังคบกับเซี่ยเจิงใช่ไหม? ”

     

            ชวีเสี่ยวปอตัวแข็งขึ้นมาทันที เขาเบิกดวงตากว้างมองไปยังซือจวิ้นซือจวิ้นก็มองมาที่เขาเช่นกัน หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที ชวีเสี่ยวปอจึงพูดออกมาว่า :

     

            “นายรู้ได้ยังไง? ”

     

            พอพูดประโยคนี้จบเขาก็เห็นซือจวิ้นเอนตัวพิงไปด้านหลังราวกับรู้สึกผ่อนคลายและโล่งใจทั้งยังถอนหายใจออกมา

           

            “เป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วย”

           

            ตอนนั้นเองชวีเสี่ยวปอถึงได้รู้สึกตัวว่าคำพูดเมื่อครู่นี้ของเขาถือเป็นการยอมรับว่าซือจวิ้นทายถูกไปโดยปริยาย

     

            ซือจวิ้นมองเขาเหมือนมีอะไรจะพูดออกมา

     

            ชวีเสี่ยวปอเกาศีรษะ แล้วทั้งสองคนก็จ้องมองกันเช่นนี้อยู่หลายวินาทีชวีเสี่ยวปอถึงจะพูดออกไปอย่างเขินๆ ว่า :

     

            “เรื่องที่ฉันจะบอกก็คือเรื่องนี้นี่แหละ”

     

            รู้สึกกระอักกระอ่วนสุดๆ

     

            ตอนนี้ในหัวสมองของชวีเสี่ยวปอราวกับว่ามีลมพายุลูกใหญ่พัดผ่านเข้ามาจนทำให้แผนการที่เขาคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้ยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมดต้องพูดอะไรยังไงถึงจะทำให้ซือจวิ้นยอมรับได้ง่ายขึ้นต้องอธิบายอย่างไรจึงจะสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นความคิดเหล่านี้กลับกลายเป็นสิ่งไร้ค่าที่ถูกพายุลูกใหญ่ลูกนี้พัดถล่มลงมา

     

            ซือจวิ้นนี่ก็ช่างคาดไม่ถึงเสียเหลือเกิน

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน