หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มท่ี่ 3 บทที่ 86 บุปผาน้ำแข็ง (ยามหนึ่ง)

            ในวันที่หกเดือนสิบ หิมะยังคงโปรยปรายลงมาเป็นวันที่สอง

            หิมะตกแล้ว

            หิมะตกครั้งแรกเป็นสัญญาณของการเข้าสู่เหมันต์อย่างเป็นทางการ

            ผ้าหลากสีที่แขวนไว้บนภูเขากระดูกโดนหิมะปกคลุมจนกลายเป็นสีขาวโพลน ทำให้ทั้งภูเขาดูศักดิ์สิทธิ์ดุจวิหารของเทพเซียน

            เฉินโย่วที่ยังคงหลับใหลพลันตื่นขึ้นอย่างมึนงงด้วยเสียงอึกทึก นางเห็นว่าพี่ชายและพี่อู่แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ชุดที่พี่ชายสวมแม้จะดูหนาไปสักหน่อย บนร่างสวมชุดยาวที่ทอจากขนสัตว์ บนคอก็พันผ้าพันคอที่ทอจากขนสัตว์ด้วยเช่นกัน แต่รวมๆ แล้วทำให้เขาดูรูปงามนัก

            พี่อู่ยังคงแต่งตัวเรียบง่ายไม่ต่างจากวันปกติ เขาร่างกายแข็งแรงยิ่ง ทั้งยังไม่กลัวหนาวแม้แต่น้อย

            เด็กหญิงยังคงทำตาปรือ ไม่อยากลุกขึ้นจากที่นอนเท่าใดนัก

            เด็กหญิงหันหน้าไปมองก็เห็นว่ากระทั่งพี่สวินที่ยังตาปรือก็ถูกพี่อู่ฉุดขึ้นมาเช่นกัน แต่ถึงกระนั้นพี่สวินก็ยังคงนั่งสัปหงกต่ออยู่ดี

            เมื่อเห็นว่าพี่สวินน่าเวทนายิ่งกว่านางเสียอีก นางก็พลันรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมา ทว่านางก็มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นได้ไม่นาน สุดท้ายก็โดนพี่ชายลากให้ลุกขึ้นมาเช่นกัน

            “ด้านนอกหิมะตกแล้ว น้องสาวรีบลุกขึ้นมาเร็ว อีกประเดี๋ยวพวกเราจะออกไปกันแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะเก็บบุปผาน้ำแข็งได้” เสี่ยวอู่กล่าวขึ้นเสียงดัง

            “พี่อู่โกหกเจ้าแล้ว บุปผาน้ำแข็งอะไรกัน มีแต่ในตำนานทั้งนั้น” อาสวินที่ยังไม่ตื่นดีกล่าวขึ้นอย่างหยิ่งผยอง ท่าทางดูไม่สงบเสงี่ยมเช่นปกติ

            “แต่ว่าพวกท่านผู้เฒ่าเล่ามาเช่นนี้นี่นา ยามหิมะแรกโปรยปราย หากเราได้พบบุปผาน้ำแข็ง ปีนั้นเราก็จะโชคดีไปทั้งปี ทั้งบุปผาน้ำแข็งยังเป็นยาวิเศษ ไม่ว่ารอยแผลเป็นจะน่าเกลียดเพียงใดก็รักษาได้” เสี่ยวอู่โต้ขึ้นอย่างมั่นใจ ไร้ความเคลือบแคลง

            อาลู่มองเสี่ยวอู่กับอาสวินปะทะฝีปากกัน เขาเพียงแค่ยิ้มน้อยๆ ส่วนมือนั้นก็ยังไม่หยุดดึงเด็กหญิงให้ลุกขึ้นมา

            เขาไม่เชื่อเรื่องบุปผาน้ำแข็งเท่าใดนัก ชอบเพียงแค่เวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับน้องชายน้องสาวเท่านั้น โดยเฉพาะในเวลาเช่นนี้

            ไม่นานทุกคนก็แต่งตัวเรียบร้อย

            ยามนี้บนภูเขาทอผ้าเองได้แล้ว กระโปรงที่เฉินโย่วสวมอยู่ตอนนี้แม้จะบางแต่ก็อบอุ่นนัก ราชครูเป็นคนคัดขนแกะให้เป็นพิเศษแล้วจึงให้คนบนภูเขาช่วยกันทอขึ้น

            ผ้าขนแกะพวกนี้เป็นแบบเดียวกันกับที่ขายให้คนข้างนอก

            เหล่าปาก็ตื่นแล้วเช่นกัน เมื่อครู่จึงได้ยินเรื่องที่เด็กๆ กล่าวว่าจะออกไปหาบุปผาน้ำแข็งกัน ใบหน้าของชายชรามีรอยยิ้มจางๆ คิดในใจว่าเด็กเหล่านี้ยังเยาว์นัก คงแค่อยากจะเล่นหิมะกระมัง

            ถึงแม้จะหาไม่เจอแต่เขาก็ไม่กล้าหัวเราะพวกเด็กๆ อยู่ดี ถึงอย่างไรเขาก็ยังเชื่อว่าไม่มีทางหาพบ เพราะเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องหลอกเด็กเท่านั้น ทว่าเขาก็ชอบที่เด็กๆ ดูกระตือรือร้นเช่นนี้

            “รีบไปเสีย อีกประเดี๋ยวข้าจะทำอาหารเช้าไว้รอพวกเจ้า”

            เฉินโย่วน้อยจูงมือพี่ชายแล้วจึงพยักหน้ารับทราบ “ตกลงเจ้าค่ะ ท่านอาปา ตอนเช้าข้าอยากกินน้ำแกงแกะ น้ำแกงแกะอร่อยยิ่งนัก”

            เหล่าปาได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าด้วยความยินดี วันนี้ยังมีกระดูกจากเมื่อคืนเหลืออยู่ เอามาตุ๋นน้ำแกงแล้วดื่มในวันหนาวๆ เช่นนี้คงจะอุ่นกายไม่เบา

            อาลู่ผลักประตูกระท่อมให้เปิดออก นอกกระท่อมไม่มีทุ่งหญ้าสีทองอีกแล้ว มีแต่เพียงท้องทุ่งสีขาวโพลน สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาจึงมีเพียงสีขาวอยู่ทุกหนทุกแห่ง

            เมื่อคืนหิมะตกยาวนานตลอดคืน หิมะตกต้องตามฤดูกาลเช่นนี้ย่อมเป็นนิมิตหมายอันดีในการเก็บเกี่ยว

            ปีหน้าต้องเป็นปีที่ดีแน่

            เหล่าปามองเด็กทั้งสี่เดินออกจากกระท่อมไปพร้อมกับรอยยิ้มเต็มหน้า 

            ยามที่ประตูถูกผลักออก สายลมเย็นๆ พลันพัดเข้ามา ทว่าเขากลับไม่รู้สึกหนาวแต่อย่างไร กลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาด้วยซ้ำ

            เหล่าปาจึงสวมผ้ากันเปื้อนแล้วเริ่มลงมือทำอาหาร

            สาเหตุที่เขาสวมผ้ากันเปื้อนนั้นไม่ใช่เพราะเกิดนึกพิถีพิถันขึ้นมา แต่เป็นเพราะชุดผ้าขนสัตว์ที่เพิ่งได้มาใหม่นี้ ยามสวมแล้วเขาก็รู้สึกกังวลใจนัก กลัวว่าจะทำเลอะ

            ชุดนี้เป็นชุดที่เฉินโย่วให้เหล่าแม่นางบนภูเขาทำให้เขาเป็นพิเศษ โดยตัดให้พอดีกับหลังที่ปูดนูนขึ้นมาของเขา ชุดนี้จึงมีเพียงแค่ชุดเดียว ทั้งยังเป็นสิ่งที่เด็กหญิงตั้งใจทำให้เขา

            ด้านนอกกระท่อมอาลู่จะอุ้มเฉินโย่วขึ้นมา แต่เฉินโย่วกลับปฏิเสธอย่างองอาจ

            “ข้าอยากจะเดินเอง” เด็กหญิงกล่าวขึ้นอย่างกระตือรือร้น

            หิมะยังคงโปรยปราย ผมจุกน้อยๆ ของเฉินโย่วบัดนี้ได้ถูกหมวกใบน้อยสีแดงครอบไว้ บนหมวกยังมีหิมะสีขาวเกาะอยู่

            ร่างน้อยสวมชุดขนสัตว์สีขาว ด้านนอกสวมชุดคลุมมีหมวกสีแดงทับไว้ ยามเดินย่ำลงไปบนหิมะจึงงดงามเกินจะหาคำใดมาบรรยาย

            อาสวินยังคงทำตาปรือเพราะยังสะลึมสะลืออยู่ ในใจก็นึกอิจฉาน้องสาวที่มีคนอาสาจะอุ้มนาง

            เขานั้นไม่อยากจะเดินเองเลยด้วยซ้ำ ทว่าหากเขาเอ่ยปาก พี่ชายแสนทึ่มของตนอย่างพี่อู่จะต้องยอมแบกเขาแน่ๆ ทว่าพี่ลู่คงจะไม่ยอม

            อาสวินจึงได้แต่คิด แล้วเดินตามพวกเขาไป

            ไม่นานนักเฉินโย่วก็เริ่มกระโดดโลดเต้น รอยเท้าบนพื้นหิมะจึงเป็นรอยลึกบ้างตื้นบ้าง คดเคี้ยวไปตลอดทาง

            ยามนี้ยังเช้านัก

            กระทั่งฟ้าก็ยังไม่สว่างด้วยซ้ำ

            แต่ว่าเพราะมีหิมะตก ทั่วทั้งฟ้าดินจึงมีเพียงสีขาวรวมกันเป็นเนื้อเดียว ราวกับพวกเขาได้ไปเยือนอีกโลกหนึ่ง

            เด็กทั้งสี่คนเดินไม่เร็วและไม่ช้า ทว่ากลับพบแต่หิมะและหิมะเท่านั้น ไม่ยักจะเห็นบุปผาน้ำแข็งในตำนาน

            อาลู่เดิมทีก็ไม่ได้มีความหวังว่าจะหาเจ้าดอกไม้นั่นเจอ เพียงแค่อยากจะพาเหล่าน้องชายน้องสาวออกมาเดินเล่นเท่านั้น อีกทั้งเขายังชอบดูหิมะ ทว่าเพียงเดินไปได้พักหนึ่งอาสวินก็มีท่าทีลิงโลดขึ้นมา

            ในมือปั้นหิมะก้อนหนึ่งปาใส่เสี่ยวอู่

            เสี่ยวอู่หนังหนา หิมะแค่นี้จึงไม่อาจระคายผิวเขาได้ ทว่าเฉินโย่วเมื่อเห็นว่าพี่สวินรังแกพี่อู่ก็รีบปั้นหิมะปาใส่พี่สวินคืน

            แม้แต่อาลู่ก็เริ่มกอบหิมะขึ้นมาปั้น แล้วเริ่มปาใส่คนอื่น

            ทุกคนจึงพากันลืมเรื่องที่ออกมาตามหาบุปผาน้ำแข็งกันหมด ต่างคนต่างเร่งปั้นก้อนหิมะมาปาใส่กัน

            อาลู่เพราะต้องเป็นพี่ชายคนโต ยามปกติจึงต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่อยู่เสมอ ทั้งที่ความจริงเขาก็ยังคงเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น

            บัดนี้ยามที่เขายิ้มกว้างจนเห็นรอยบุ๋มตรงมุมปาก จึงทำให้ทั้งใบหน้างดงามนัก 

            บนพื้นที่หิมะทับถมกันสูงเช่นนี้ ต่อให้ปาหิมะกันจนล้มลงก็ไม่เจ็บอันใด

            กระทั่งเหล่าปาที่ทำอาหารอยู่ในกระท่อมก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นอยู่ด้านนอก เขายืนคนโจ๊กในหม้อไปก็ฮัมเพลงที่ตนก็ไม่รู้ชื่อไปพลาง

            โจ๊กในหม้อนั้นทำจากข้าวขาวล้วนๆ แต่ละเม็ดอวบอ้วนนัก

            เตาด้านข้างยังต้มน้ำแกงแกะไว้ เมื่อเริ่มเดือดกลิ่นของมันก็หอมฟุ้งขึ้นมา

            เจ้าอินทรีเสี่ยวอวี้ที่อยู่ด้านล่างของสระกระดูก เมื่อได้ยินเสียงก็รีบบินออกไปหา

            เจ้าเสี่ยวอวี้หาที่อยู่ใหม่ให้ตัวเองได้แล้ว มันเป็นถ้ำที่อยู่บนหน้าผาที่ตั้งตระหง่านติดกับสระกระดูก

            ปกติแล้วยามกลับมา มันก็จะมาอาศัยอยู่ที่นี่

            ยามที่มันบินออกไปร่วมสนุกกับคนอื่นๆ เจ้าราชาม้าที่ไม่รู้โผล่มาจากที่ใดก็ออกมาร่วมสนุกด้วยเช่นกัน

            เพียงพริบตาบรรยากาศพลันคึกคักยิ่งกว่าเดิม

            เฉินโย่วน้อยนั้นช่างคล่องแคล่ว แม้ว่าอายุจะยังน้อย แต่ทักษะการหลบหลีกกลับยอดเยี่ยม

            เสี่ยวอู่นับว่าเสียเปรียบที่สุด แม้ว่าทักษะการต่อสู้ของเขาจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ติดที่ร่างกายของเขานั้นแข็งแรงเกินไป จึงไม่กล้าออกแรงปาหิมะใส่ใคร ดังนั้นจึงได้แต่โดนคนอื่นๆ รุมปาหิมะใส่ตน

            เมื่อมองร่างที่เต็มไปด้วยเศษหิมะของเสี่ยวอู่ เฉินโย่วก็พลันหัวเราะเสียงดัง

            ทันใดนั้นนางจึงถูกพี่สวินปาหิมะใส่ ทันทีที่เสียงแผละดังขึ้น ร่างของเด็กหญิงพลันล้มลง

            ตรงด้านข้างที่เด็กหญิงยืนอยู่นั้นบังเอิญเป็นทางลาดพอดี จึงทำให้ร่างของนางกลิ้งหลุนๆ ลงไป

            ภาพเด็กหญิงกำลังกลิ้งหลุนๆ นั้นทำเอาเหล่าพี่ชายตกใจจนขาอ่อน

            น้องสาวกลิ้งไถลลงจากเนินลาดแล้วจึงหยุดลงเพราะชนเข้ากับเนินดิน

            อาลู่พลันออกวิ่งไปตรงหน้าเด็กหญิง ทว่าฝีเท้าก็พลันต้องหยุดชะงัก

            เพราะน้องสาวที่เพิ่งจะกลิ้งลงมาจากเนินลาดนั้น บัดนี้ได้ลุกขึ้นมานั่งแล้ว ทั้งตรงหน้านางยังมีบุปผาน้ำแข็งดอกหนึ่ง

            ดอกไม้ตรงหน้าย่อมเป็นบุปผาน้ำแข็งในตำนานอย่างแน่นอน เพราะบัดนี้ทั้งฟ้าดินล้วนแล้วแต่เป็นสีขาวโพลน มีเพียงเจ้าดอกไม้ดอกนี้ที่เป็นสีฟ้าเด่น อีกทั้งสีฟ้าของมันยังส่องประกายอ่อนโยนออกมา

            อาสวินก็พลันตกตะลึง ตำนานเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริงหรือนี่

            ใบหน้าของเสี่ยวอู่พลันปรากฏแววตื่นเต้น

            “น้องสาวหาบุปผาน้ำแข็งเจอแล้ว ดียิ่งนัก”

            เฉินโย่วที่เพิ่งกลิ้งลงมาจากเนิน บัดนี้ยังรู้สึกมึนอยู่เล็กน้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นดอกไม้ดอกโตอยู่ตรงหน้าตน กำลังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมา

            “ดูท่าแล้วน่าจะรสชาติดีแน่ๆ เลย” เฉินโย่วกล่าวขึ้นด้วยความดีใจ

            เหล่าพี่ชาย “...”

            “มันไม่ได้มีไว้กิน ตามตำนานเล่าว่าหากเห็นบุปผาน้ำแข็งสีฟ้า ก็หมายความว่าปีนี้ย่อมเป็นปีที่สงบสุข นอกจากจะเป็นดอกไม้แห่งความสงบสุข มันยังเป็นดอกไม้แห่งความงามอีกด้วย ว่ากันว่าดอกของมันใช้รักษารอยแผลเป็นได้” อาสวินอธิบายให้ทุกคนฟัง

            “ทว่าหากไม่กินมันเสีย ยามพระอาทิตย์ขึ้นมันก็จะละลายหายไปอยู่ดี” เฉินโย่วกล่าวไปก็ชี้ไปยังขอบฟ้า

            ขอบฟ้าเริ่มมีแสงตะวันแต่งแต้มขึ้นมาแล้ว

            อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะขึ้นแล้ว

            เจ้าอินทรีเสี่ยวอวี้ก็พลันนิ่งค้าง

            เจ้าราชาม้าก็พลันชะงักฝีเท้าเช่นกัน

            สัญชาตญาณของสัตว์นั้นดีกว่ามนุษย์มาก พวกมันพากันหยุดอยู่หน้าแสงตะวันคงเพราะกำลังพยายามช่วยบังแสงเหล่านั้นไม่ให้มาถึง

            เฉินโย่วนับว่ามือเท้าว่องไวมาตลอด

            เมื่อเห็นว่าแสงตะวันเริ่มสาดส่องลงมาบนทุ่งหญ้า นางก็รีบเด็ดเจ้าบุปผาน้ำแข็งมาเก็บไว้

            ยามที่นางกำลังเด็ดดอกไม้นั้น ทั้งเจ้ามืดและเสี่ยวอวี้ที่กำลังหันหน้าหาแสงตะวันอยู่นั้นก็พลันหันกลับมามองนางอย่างพร้อมเพรียง

            เจ้าสัตว์สองตัวนี้แย่งกันจะมาที่นี่ให้ได้ ทั้งยังกางปีกยืดขาช่วยกันบังแดดก็เพราะบนผืนหิมะมีบุปผาน้ำแข็งงอกขึ้นมา อีกทั้งในมือของเด็กหญิงตอนนี้ยังมีเจ้าบุปผาน้ำแข็งอยู่จริงๆ

            ยามแสงแดดตกกระทบ ก็ปรากฏประกายแวววาวราวกับหยดน้ำออกมา

            เพียงพริบตาก็เรืองรองไปทั้งสี่ทิศ ดูแล้วช่างงดงามอย่างน่าประหลาด จากนั้นก็ละลายหายไปกลางฝ่ามือของเฉินโย่ว เพียงพริบตาก็ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่

            ทั้งอาลู่และเสี่ยวอู่ก็ได้แต่นิ่งค้างด้วยความตกใจ

            หากไม่มีเจ้ามืดและเสี่ยวอวี้กำลังตีกันอยู่ด้านข้าง พวกเขาคงคิดว่าเรื่องนี้เป็นแค่ภาพลวงตา

            “รู้สึกอย่างไรบ้าง” อาลู่ถามขึ้นอย่างระมัดระวัง

            คิ้วของเฉินโย่วพลันขมวดเข้าหากัน ใบหน้าน้อยๆ ทำท่าทางครุ่นคิด “เหมือนว่าจะรู้สึกอิ่มขึ้นมา”

            เหล่าพี่ชาย “...”

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808