บทที่ 28 ก็แค่เด็กบ้านนอก
โม่เชียนตอบขณะเล่นด้วยสีหน้าปกติ
แต่หัวใจของกู้ซิงกั๋วกลับถูกเติมจนเต็มด้วยสารพัดอารมณ์ที่หลากหลาย มันราวกับว่าเขาบังเอิญสะดุดกล่องเครื่องเทศกล่องหนึ่งล้ม
เขามองโม่เชียนด้วยความเห็นอกเห็นใจ และรวบรวมความกล้าอยู่นานก่อนจะถาม
“แล้ว... แล้วพ่อแม่ของเธอล่ะ? ”
ทันทีที่โม่เชียนได้ยินคำว่า ‘พ่อแม่’ เธอก็เงยหน้าขึ้น กระพริบตาต่อเนื่องกันอยู่พักใหญ่ ในใจรู้สึกลังเล “ตอนนี้ฉันพูดเื่พวกนั้นไม่ได้แล้ว เอาไว้ฉันจะบอกคุณตอนเดือนหน้าแล้วกัน”
“หืม? ”
กู้ซิงกั๋วสะดุ้ง
ไม่คาดคิดเลยว่าสาวน้อยคนนี้จะเก็บเื่พ่อแม่ของตัวเองเป็ความลับ
แต่เขาก็คาดเดาได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ว่าเด็กน้อยคนนี้คงถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง ด้วยเหตุนั้นเธอจึงไม่อยากพูดถึงพวกเขา
เพียงคิดถึงสิ่งนี้ ดวงตาของกู้ซิงกั๋วก็คล้ายรู้สึกผิดแปลกไปจากปกติ
เหมือนจู่ ๆ บ่อน้ำตามันก็แตก ไหลรินลงมาอาบแก้มของเขา
กู้ซิงกั๋วแอบเช็ดน้ำตา “แล้วปกติตอนอยู่ในวัดเต๋าเธอทำอะไรบ้างล่ะ? อยู่ที่นั่นไม่รู้สึกเบื่อบ้างเหรอ? ”
“ไม่เลย” โม่เชียนดูสับสน ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงถามแบบนี้
ก่อนจะเริ่มเล่าให้อีกฝ่ายฟัง ว่ากิจวัตรประจำวันในวัดเต๋าของเธอยุ่งเหยิงมากแค่ไหน
“พอตื่นเช้าก็ต้องออกกำลังกายตอนเช้า ทำอาหารเช้า จุดธูปไหว้บรรพจารย์ นั่งสมาธิ 3 ชั่วโมง ่บ่ายนั่งสมาธิอีก 3 ชั่วโมง แล้วก็ขึ้นไปเก็บสมุนไพร เล่นกับเสือและหมาป่า สุดท้ายก็วาดกระดาษยันต์ในตอนเย็น แต่ละวันที่ผ่านไปฉันยุ่งมากเลยล่ะ”
บนใบหน้าของโม่เชียน ไม่มีร่องรอยของความคับข้องใจปรากฏอยู่เลย
แต่แน่นอนว่าคนที่ฟังกลับรู้สึกคล้ายถูกกระแทกเข้าที่ใจอย่างแรง...
กู้ซิงกั๋วมองเธอด้วยความเห็นอกเห็นใจ ด้วยสายตาราวกับพ่อแม่ที่แก่เฒ่ากำลังมองดูลูกซึ่งจากบ้านไปไกลแล้ว
พอคิดถึงชีวิตที่ทั้งน่าสงสารและน่าสังเวชของสาวน้อย ผู้อาศัยอยู่บนูเามาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ชายวัยกลางคนก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากถอนหายใจออกมายาว
เขาไม่สามารถควบคุมห้วงอารมณ์ของตัวเองได้เลย เกือบจะร้องไห้เพราะะเืใจจากเื่ที่ได้ฟังอยู่รอมร่อ
แต่ในขณะเดียวกัน กู้ซิงกั๋วกลับรู้สึกภูมิใจกับตัวเองเป็พิเศษ ด้วยถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็พ่อที่ดีมาโดยตลอด เซี่ยงเว่ยคงไม่สามารถมีชีวิตที่สุขสบายเช่นทุกวันนี้ได้
ดูโม่เชียนตัวน้อยผู้น่าสงสารคนนี้สิ เธอลำบากมาั้แ่เกิดเลย
ไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอเกิดมาในครอบครัวของไอ้สารเลวคนไหน!
...
บทสนทนาระหว่างทั้งสองจบลงเพียงเท่านี้
คนหนึ่งยังคงเล่นทองคำแท่ง ในขณะที่อีกคนรู้สึกประทับใจในตัวเองมาก จนเกือบจะนึกจัดพิธีมอบรางวัลคุณพ่อดีเด่นให้กับตัวเองอยู่แล้ว
แม้ว่าภาพตรงหน้าจะดูขัดแย้งกัน ทว่ากลับดูเข้ากันอย่างน่าประหลาด
จนกระทั่งมีเสียงคำรามของรถสปอร์ตดังมาจากด้านนอก ก่อนขับเข้ามาในสนามพร้อมกับเสียงเบรกดัง ‘เอี๊ยด…’
กู้ซิงกั๋วตบต้นขาตัวเอง
“อา! ลูกสาวคนโปรดของฉันกลับมาแล้ว! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็หยุดคุยกับโม่เชียน ยืนขึ้นแล้ววิ่งเหยาะ ๆ ออกไปจากห้องนั่งเล่น
เพียงมองรอยยิ้มกว้างและจังหวะการก้าววิ่งที่แทบจะไม่ต่างไปจากเหาะของกู้ซิงกั๋ว มันสามารถบอกได้เลยว่าเขามีความสุขแค่ไหน
และในเมื่อกู้เซียงเวยกลับมา ทั้งคฤหาสน์จึงพากันระดมพล
คนรับใช้หยุดทำงาน รีบออกมาต้อนรับคุณหนูเจ็ดกลับบ้าน
แม่บ้านจางวิ่งออกไปทักทายเธอเป็อันดับแรก
เธอเอื้อมมือไปเปิดประตูรถให้คนที่อยู่ด้านใน
ทำให้ทุกคนได้เห็นหญิงสาวหน้าตาสวยดูทันสมัยก้าวขาลงจากรถในทันที
นี่คือลูกสาวคนที่เจ็ด ลูกสาวคนสุดท้องของตระกูลกู้... กู้เซียงเวย!
ใบหน้าของเธองดงามไม่มีที่ติ ผมเป็ลอนเองก็ดูโดดเด้งเข้ากันกับรูปร่างได้เป็อย่างดี ทุก ๆ อย่างประกอบเข้ากันเป็หญิงสาวที่ดูมีความมั่นอกมั่นใจในตัวเองสูง
กู้เซียงเวยเดินไปข้างหน้าด้วยรองเท้าส้นสูงขนาดเจ็ดเิเและใบหน้าเ็า
แม่บ้านจางเดินตามหลังเธอไปติด ๆ พร้อมรายงานสถานการณ์ภายในบ้านด้วยเสียงแ่เบาว่า
“คุณหนู วันนี้นายน้อยหกพาผู้หญิงคนหนึ่งมาที่นี่ เขาบอกว่าเธอเป็คนที่ช่วยภรรยาของตัวเองเอาไว้ และจะมาอยู่กับพวกเราประมาณสองสามวันค่ะ”
เมื่อกู้เซียงเวยได้ยินสิ่งนี้เธอก็หยุดชะงักในทันที “ผู้หญิงคนนั้นอายุเท่าไหร่? มาจากไหน?”
“ได้ยินเธอบอกกับคุณท่านว่าอายุ 20 ปีและมาจากหมู่บ้านต้าต้าวค่ะ” แม่บ้านจางตอบไปตามความเป็จริง
“เฮอะ ก็แค่เด็กบ้านนอก”
กู้เซียงเวยเยาะเย้ย สะบัดผมด้วยความเหยียดหยาม
จากนั้นก็เดินเข้าไปในคฤหาสน์
“คุณหนูเจ็ด!” แม่บ้านจางหยุดเธออีกครั้ง
“มีอะไรอีก?”
กู้เซียงเวยหยุดอย่างไม่เต็มใจ
แม่บ้านจางรีบไปข้างหน้าและกระซิบข้างหูของกู้เซียงเวย
“ผู้หญิงคนนี้... ดูเหมือนคุณผู้หญิงมากเลยค่ะ”
“อะไรนะ? ”
ใบหน้าของกู้เซียงเวยครึ้มลงในทันที…
ใบหน้าของเซี่ยงเว่ยมืดหม่นลงทันทีที่ได้ฟังเื่ราวของแม่บ้านจาง
มีผู้หญิงหน้าตาสวยเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว!
กว่าจะขับพวกพี่สะใภ้ออกไปจากบ้านสำเร็จก็เสียแรงและลำบากไปตั้งเยอะ ทำไมพวกเขาถึงยังพาคนแบบนี้เข้ามาอีก?
กู้เซียงเวยกัดฟัน เดินเข้าไปในคฤหาสน์
ในเวลานั้นกู้ซิงกั๋วเดินออกมาพอดี เมื่อเขาเห็นลูกสาวก็ยิ้มกว้างทันที “เซี่ยงเว่ยกลับมาแล้ว พ่อคิดถึงลูกจังเลย! เป็ยังไงบ้างเรียนยากมากไหม? มาเถอะเข้าไปกินข้าวกัน วันนี้พ่อครัวเฉินทำอาหารโปรดของลูกไว้ทั้งหมดเลย”
เมื่อเห็นผู้เป็พ่อ กู้เซียงเวยซึ่งมีใบหน้าดำคล้ำก็รีบเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว เธอเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมาก่อนเอ่ย
“พ่อคะ พ่อพึ่งเจอหนูไปเมื่อ 3 วันที่แล้วไม่ใช่เหรอ? ”
แม้ว่ากู้เซียงเวยจะไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว แต่เธอก็อาศัยอยู่ที่มหาวิทยาลัยเป็ครั้งคราวเท่านั้น ส่วนใหญ่เธอจะอาศัยอยู่ที่บ้านมากกว่า
อย่างไรเสียการกลับมาของเธอในแต่ละครั้งกลับกินเวลาแสนสั้น
กู้ซิงกั๋วดันกู้เซียงเวยเข้าไปในบ้าน
“แค่ไม่ได้เจอเพียงวันเดียวก็เหมือนผ่านฤดูใบไม้ร่วงไปสามหน ลูกไม่กลับมาตั้ง 3 วัน มันก็เหมือนเวลาผ่านไปถึง 27 เดือนเชียวนะ ใช่ไหมล่ะ? ”
กู้ซิงกั๋วไม่สนเื่ที่เธอจะอยู่ที่นี่ไม่นานเสียเท่าไหร่ เพราะยังไง ๆ เขาก็คิดถึงลูกสาวคนนี้ตลอดเวลาอยู่แล้ว
สองพ่อลูกเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นพลางพูดคุยและหัวเราะ ซึ่งในเวลานี้โม่เชียนไม่ได้อยู่ห้องนั่งเล่นอีกต่อไปแล้ว เพราะกู้ไป๋เหยี่ยลงมาพาเธอไปยังห้องนอนแขก
ตอนนี้กู้ไป๋เหยี่ยและกู้เส่าถิงสนทนาถกเถียงกันจนจบแล้ว พอสองพี่น้องเดินลงมายังชั้นล่าง พวกเขาก็เห็นโม่เชียนกำลังเล่นกับทองคำแท่งอยู่ในห้องนั่งเล่น
ดูท่าสาวน้อยคนนี้คงไม่เคยได้ยินคำโบราณ ที่เขาว่ากันว่าคนเราไม่ควรเปิดเผยความมั่งคั่งของตนออกไปมาก่อน
ถึงความเป็ไปได้ที่จะมีคนในตระกูลกู้มาขโมยของของเธอไปจะเท่ากับศูนย์ แต่พวกเขาก็ไม่เคยเห็นคนที่มีการกระทำโจ่งแจ้ง เอาทองคำแท่งจำนวนมากมาเล่นประกอบคำในที่สาธารณะแบบเธอมาก่อน
ราวกับกลัวว่าคนอื่นจะไม่เห็นว่าเธอร่ำรวยอย่างงั้นแหละ!
กู้ไป๋เหยี่ยรีบบอกให้โม่เชียนเก็บข้าวของ จากนั้นค่อยพาเธอไปที่ห้องนอนสำหรับแขกบนชั้นสาม พร้อมขอให้เธอเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าที่ดูดีขึ้น
กู้ไป๋เหยี่ยจัดแจงธุระของโม่เชียน ก่อนจะลงไปชั้นล่าง ซึ่งเป็เวลาเดียวกันกับที่กู้เซียงเวยก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่น
กู้ไป๋เหยี่ยรีบวิ่งเข้าไปกอดน้องสาวผู้แสนล้ำค่าของตนเองในทันที “เซี่ยงเว่ย วันนี้น้องเลิกเรียนสายเหรอ? หรือน้องเพิ่งไปเดทกับใครมา? ”
“ไม่ใช่สักหน่อย พี่หกกำลังพูดถึงเื่อะไรเนี่ย! ”
กู้เซียงเวยกระทืบเท้าของตนเองด้วยความโกรธ
กู้ไป๋เหยี่ยรู้สึกขบขันกับท่าทางเ่าั้ แถมยังตามไปจั๊กจี้จมูกของเธอด้วยความรัก “พี่ล้อเล่นน่า! ไปล้างมือแล้วเตรียมกินมื้อเย็นกันเถอะ”
“ฮึ่ม” กู้เซียงเวยยักไหล่อย่างงอน ๆ ก่อนวิ่งไปเข้าห้องน้ำ
เธอปิดแล้วพิงบานประตู พร้อมหายใจอย่างหนัก เมื่อกี้หัวใจของหญิงสาวแทบกระดอนออกจากลำคออยู่รอมร่อ เธอนึกว่าพี่หกดันไปรู้อะไรบางอย่างเข้าซะแล้ว...