“เ้าจะตามข้ามาแบบนี้ตลอดเวลาเลยเหรอ?”
เอี้ยนเฟยซาหันไปพูดกับม้าสีขาวที่ตามหลังมาไม่ห่าง เป็เวลาเกือบหนึ่งชั่วยามแล้วที่เขาไม่อาจสลัดหลุดพ้นจากมันได้ ฝีเท้าของม้าตัวนี้สมกับที่ได้รับการยกย่องว่าเป็ยอดอาชาไนย มันตามติดและทิ้งระยะห่างจากเขาสามวาตลอดครั้งหนึ่งเขาะโขึ้นไปขี่อยู่บนหลังมัน กลับถูกสะบัดหลุดลอยออกมาในทันใดแถมยังถูกมันไล่เตะอีก จนต้องหลบหนีวุ่นวาย
เอี้ยนเฟยซารู้สึกรำคาญม้าตัวนี้เหลือเกิน จนใจที่ไม่สามารถหนีจากมันได้ วิชาดมเหงื่อของมันคงสุดยอดกว่าจมูกของสุนัขเสียอีกเมื่อหนีไม่พ้นก็เลยเดินเคียงข้างกับมันเสียซะเลย
หนึ่งคนหนึ่งม้าเคียงคู่มุ่งหน้าสู่ยอดเขา
“เ้าเคยเห็นเทพดาบเพลิงต่อสู้หรือไม่ ข้ารู้สึกเสียดายเหลือเกินที่เกิดช้าไปไม่มีโอกาสยลฝีมืออันยอดเยี่ยมของท่าน หากข้าเกิดยุคเดียวกับท่านคงแล่นตะลุยปราบหมู่มารด้วยกันแล้ว ช่างน่าเสียดาย”
................
“ทำไมเ้าไม่ตอบคำถามข้าหยิ่งมากนักเหรอ? อ้อ เ้าเป็ม้านี่ ไม่สามารถพูดได้ ฮา ฮาหากว่าเ้าพูดได้ขึ้นมา ข้าคงใจนฉี่ราดแน่นอน ฮา ฮา”
เอี้ยนเฟยซาเหลียวมองเ้าม้าวิเศษพร้อมกับพูดว่า
“เ้ามีชื่อหรือยังเมื่อเอาแต่เดินตามข้าแบบนี้ ขอขอตั้งชื่อให้เ้านะ ชื่อว่า....หม่าเฉียอ้าย(ม้าใจแคบ) ดีหรือไม่ หรือว่า....โอ๊ย...”
ยังไม่ทันชายหนุ่มจะพูดจนจบประโยคขาหลังข้างซ้ายของเ้าม้าแสนรู้ก็ดีดใส่สีข้างแล้วเขาต้องรีบใช้วิชาตัวเบาดีดหนีออกมา เ้าม้าเหมือนจะยังคงโกรธอยู่ทำท่าทางฮึดฮัดจ้องเขม็งมายังเอี้ยนเฟยซา
“ตกลงๆ ข้าขอโทษก็ได้ เ้าม้าบ้านี่ฉลาดชะมัด เอาเป็ว่าเ้าแซ่หม่า นามโชงิ(ฉลาด)ดีหรือไม่ หม่าโชงิ ฮั่นแน่ กระดิกหางแบบนี้ชอบล่ะสิ งั้นเรียกสั้น ๆว่าโชงิก็พอ เราดีกันแล้วนะห้ามทำร้ายข้าอีก”
เอี้ยนเฟยซาเดินไปหาโชงิด้วยความระมัดระวัง ปฏิกิริยาของมันเปลี่ยนไปบ้างแล้ว มันไม่ระแวดระวังชายหนุ่มอีกแล้วเมื่อมันได้ชื่อที่ไพเราะปานนี้ แม้แต่ม้าเองก็ยังคงรู้จักสำนึกบุญคุณ
เอี้ยนเฟยซาขยับกายเดินเข้าไปใกล้โชงิอีกนิดเพื่อลองลูบหัวมันดู ปรากฏเงาดำวูบหนึ่งพุ่งผ่านช่องว่างระหว่างเขาและเ้าม้าแสนรู้เขาก็เห็นจอมยุทธ์ผู้หนึ่งย่อมรู้ว่านี่ไม่ใช่ภูตผีปิศาจแน่นอน เป็ร่างผู้หนึ่งที่อยู่ในชุดดำแต่ความเร็วของท่าร่างทำให้คนแล้วม้าต้องสะดุ้งใชั่วพริบตาเดียวร่างนั้นก็หายลับไปแล้ว
“นี่มันวิชาตัวเบาแบบไหนกันกลับมีท่าร่างที่รวดเร็วถึงเพียงนี้ โชงิเ้าเคยพบเจอยอดยุทธ์เช่นนี้มาก่อนหรือไม่เกิดมาเพิ่งเคยพบเจอกับยอดฝีมือระดับนี้ ยุทธภพนี่เต็มไปด้วยยอดฝีมือจริง ๆแค่วันแรกที่มาถึงที่นี่ก็พบพานยอดฝีมือถึงสองคน คนหนึ่งพละกำลังมหาศาลอีกคนก็วิชาตัวเบาล้ำเลิศ”
เ้าม้าหมุนตัวกลับมาคล้ายจะออกวิ่งตามคนชุดดำ แต่เมื่อเห็นว่าเอี้ยนเฟยซาไม่ได้โดดขึ้นหลังของมันจึงมีท่าทีสงบลง
“เ้าพบเห็นคนชุดดำผู้หนึ่งผ่านมาหรือไม่”
สิ้นเสียงก็ปรากฏสตรีอาภรณ์ขาวทิ้งตัวลงข้างตัวเองเอี้ยนเฟยซาถึงอ้าปากค้าง หาใช่เพราะวิชาตัวเบาหรือการมาแบบเงียบเชียบของสตรีผู้นี้ไม่แต่เป็เพราะความงามของผู้นี้ใบหน้าขาวผ่องสวยซึ้งเ็านั้นสะกดชายหนุ่มจนมิอาจตอบคำถามได้ เขามิเคยพบเจอสตรีใดงดงามเท่านี้มาก่อนความงามที่สะกดผู้คนเช่นนี้กลับมีอยู่จริงหัวใจของบุรุษหนุ่มเต้นระทึกแทบหลุดออกจากร่าง
“ข้าถามเ้าว่าเห็นคนชุดดำผ่านมาบ้างไหมเ้ากลับมองหน้าข้าแล้วเงียบ ตอบคำถามมาสิ”
“เอ่อ..อ้า..ข้า..ข้าขออภัยเป็เพราะความงามของเ้า...อ้อ..เมื่อกี้คนชุดดำผ่านมาจริง มันโลดแล่นลงเขาไปแล้ว”
“ขอบใจมากข้าต้องรีบไปแล้ว”
พูดจบก็พุ่งทะยานไปทางทิศที่คนชุดดำไปด้วยท่วงท่าอันงดงามเอี้ยนเฟยซาจ้องเงาหลังสตรีผู้นั้นตาไม่กะพริบ หญิงงามนางนี้เป็ผู้ใดเขาลืมถามชื่อแซ่เพราะมัวแต่ตกตะลึงในความงามของนาง
“ข้าตกหลุมรักนาง...โชงิเ้าเข้าใจหรือไม่ข้ากำลังมีความรัก”
โชงิสะบัดหัวไปมาคล้ายไม่เห็นด้วยเอี้ยนเฟยซาก็เห็นบุรุษสองคนกำลังพุ่งมาทางพวกเขาด้วยความเร็วที่ไม่ธรรมดาวิชาตัวเบาแม้จะไม่รวดเร็วเหมือนกับคนชุดดำและไม่สง่างามเท่าสตรีอาภรณ์ขาวแต่ก็แสดงออกถึงความเป็ยอดฝีมือผู้หนึ่ง
ทั้งสองหาได้สนใจหนึ่งคนหนึ่งม้า พุ่งผ่านทั้งคู่ไปอย่างไม่สนใจเหลียวแล เอี้ยนเฟยซายกสองมือจะโบกทักทายก็ไม่ทันการณ์แล้วจึงได้แต่ส่ายหัวไปมา
“ชายชุดดำเป็ใครกันนะถึงมีคนไล่ตามตั้งหลายคน”
โชงิไม่ได้ตอบคำถามแต่กลับเดินหน้าไปเรื่อยๆ เอี้ยนเฟยซาได้แต่ตบหน้าผากตนเองและหัวร่อออกมา จะหาคำตอบจากม้าตัวหนึ่งนั้น มันเป็ไปไม่ได้เลย
ทั้งสองเดินทางไปอีกครู่หนึ่งก็พบหญิงสาวสองคนกำลังใช้วิชาตัวเบาเหาะเหินลงมา ทั้งสองล้วนเป็สาวงามที่สะกดจิตใจชายหนุ่มเป็อย่างยิ่งหนึ่งใบหน้าสวยร่างสูงโดดเด่น แววตาสดใส จมูกโด่งเป็สัน ปากเชิดเล็กน้อยเป็สาววัยรุ่นโฉมสะคราญ ส่งยิ้มมาให้ชายหนุ่ม อีกคนเป็สาวงามโตเต็มวัยรูปร่างสมส่วน แววตาแลดูหยิ่งทระนงไม่เป็มิตรเท่าที่ควร
ทั้งสองคือยมทูตน้อยหานหนี่ว์และกระบี่ดอกท้อหูเทียนฉิน
“เ้าเห็นชายชุดดำผ่านมาหรือไม่?”
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์หยุดลงตรงหน้าเอี้ยนเฟยซาพร้อมกับคำถามที่เอ่ยจากปากด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานชายหนุ่มเบิกตาโตจ้องมองหญิงสาวเนิ่นนาน จึงตอบ
“ชายชุดชุดผ่านไปก่อนตามมาด้วยสตรีงดงามนางหนึ่ง แล้วตามติดมาด้วยยอดฝีมืออีกสองคน แล้วก็..แล้วก็มีนางงามสองคนมายืนอยู่ตรงหน้าข้า...”
“ข้าถามประโยคเดียวแต่คำตอบของเ้าเล่ามาละเอียดครบเลย ว่าแต่...สตรีงดงามที่เ้าเอ่ยถึงกับข้าใครงดงามกว่ากัน”
เอี้ยนเฟยซาจ้องหน้ายมทูตน้อยหานหนี่ว์ด้วยความประหลาดใจ ไม่น่าเชื่อว่าสาวงามจะลดตัวลงมาสนทนากับคนจรเช่นเขาจึงทำท่าคิดครู่หนึ่งจึงตอบ
“สตรีคนนั้นงดงามสูงส่งแต่แววตาเ็าลึกลับคล้ายประติมากรรมชั้นสูงแต่น่าเสียดายที่ทำมาจากน้ำแข็ง งดงามแต่ไร้ชีวิตชีวาส่วน..เ้านั้นคล้ายกุหลาบแดงเบ่งบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมเย้ายวนแจกจ่ายความงามประดับโลกใบนี้ให้งดงามยิ่งขึ้น”
ยมทูตน้อยหานหนี่ว์หัวร่อคิกคักสะบัดฝ่ามือเบา ๆ กระแทกใส่หน้าอกชายหนุ่มคราหนึ่งพร้อมกับพุ่งตัวตามติดหูเทียนฉินที่พุ่งตัวออกนำไปก่อนแล้ว
เอี้ยนเฟยซาไม่ได้ปัดป้องหรือเกร็งกำลังภายในป้องกันฝ่ามือของหญิงสาวไม่ได้ทำร้ายเขา แค่ัักับหน้าอกแ่เบาแต่ฝ่ามือที่ัักับแผ่นอกคล้ายฉุกกระชากหัวใจชายหนุ่มไปด้วย แม้จะกั้นด้วยเสื้อผ้าหนึ่งชั้นแต่เขารู้สึกได้ถึงความอ่อนนุ่มของฝ่ามือนั้น
“ผู้คนเรียกเราเรียกว่ายมทูตน้อยหานหนี่ว์จดจำไว้ด้วย..”
เอี้ยนเฟยซามองดูร่างสวยสง่าของสองโฉมสะคราญจากไปแต่จิตใจของเขากลับว้าวุ่นนัก ชายหนุ่มเริ่มตกหลุมรักเสียแล้ว การออกเดินทางครั้งนี้จะเป็ครั้งแรกที่เขาได้รู้จักกับความรักแล้วหญิงใดที่เขาตกหลุมรัก แม้แต่ตัวเองก็ตอบไม่ได้
“โชงิข้าตกหลุมรัก ข้ากำลังมีความรัก แต่เ้ารู้ไหม? ปัญหาคือข้าตกหลุมรักสตรีทั้งสามคนคนหนึ่งงดงามสูงส่ง คนหนึ่งงดงามเ็า อีกคนงดงามสดใส เ้าลองบอกข้าทีสิว่า ข้าควรเลือกใครดีอ้อ ลืมไปว่าเ้าพูดไม่ได้ งั้นค่อยตัดสินใจก็แล้วกัน”
ทั้งคู่เดินทางต่อไประยะหนึ่งโชงิเห็นหญ้าข้างทางที่เขียวสดจึงเดินเล็มกิน เอี้ยนเฟยซาจึงโดดขึ้นกิ่งไม่ใหญ่กิ่งหนึ่งเอนตัวนอนลงบนกิ่งไม้ มองดูเ้าม้าคู่ปรับเล็มหญ้าอย่างสบายใจทันใดนั้นก็ปรากฏเสียงฝีเท้ามากมาย เมื่อกวาดสายตาไปยังทางเดินก็พบเห็นบุรุษผู้หนึ่งถือดาบใหญ่เล่มหนึ่งอีกผู้หนึ่งแบกโล่ใหญ่สีดำเหาะเหินเคียงคู่ลงจากเขาพร้อมกัน ด้านหลังตามมาด้วยเหล่าชาวยุทธ์หลายพันคนตามติดมาฝุ่นคลุ้งกระจายจนมองไม่ออกว่าใครเป็ใคร
ผ่านไปเกือบครึ่งธูปไหม้ชาวยุทธ์กลุ่มสุดท้ายได้ลงจากเขาไป เอี้ยนเฟยซาพอจะรู้ว่าเกิดอันใดขึ้นการแย่งชิงศัสตราเทพเกิดขึ้นแล้ว มันกำลังเริ่มต้นและไม่จบลงง่าย ๆ อย่างแน่นอน เขาะโลงมาจากต้นไม้พร้อมกับออกเดินทางอีกครั้ง โชงิเองก็เลิกเล็มหญ้า มันออกเดินตามชายหนุ่มอีกครั้ง