เสียงลมพัดวูบผ่านเรือนฝึกเงียบสงัด กลิ่นไม้หอมจากเตาอั้งโล่ผสมกับกลิ่นชื้นอ่อน ๆ ของฝนที่เพิ่งหยุดตก หยดน้ำเล็ก ๆ เกาะตามขอบหน้าต่างไม้ไผ่ยังคงไหลรินช้า ๆ
เหมยซูหลินนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้อง เหงื่อซึมทั่วแผ่นหลังจนเส้นผมเล็ก ๆ เกาะติดผิว ริมฝีปากซีดเล็กน้อย ลมหายใจขาดเป็ห้วง ลมปราณที่นางเพียรฝึกมาตลอดเช้ากลับตีกลับเข้าจุดตันเถียนกลางอก ความแน่นแผ่ซ่านจนร้อนวูบขึ้นถึงลำคอ
“อึก… ท่านอาจารย์… ข้า… ข้าหายใจไม่ออก”
น้ำเสียงสั่นพร่าหลุดจากริมฝีปาก ก่อนร่างบอบบางจะเอนล้มอย่างไร้เรี่ยวแรง
ซ่งอวิ๋นเหอที่ยืนเฝ้าสังเกตอยู่เงียบ ๆ รีบก้าวเข้ามา ปลายนิ้วเขาวางลงบนจุดชีพจรที่ข้อมือ ตรวจความไหลเวียนพลัง แววตาคมหรี่ลงเล็กน้อย คิ้วขมวดชัด
“ลมปราณตีกลับเข้าหัวใจ… หากช้าเพียงครู่เดียว เ้าจะาเ็ถึงขั้นจิตแตก”
น้ำเสียงทุ้มเรียบ แต่แฝงแรงกดดันจนหัวใจนางสั่นไหว
เขาเงยหน้ามองศิษย์สาว ดวงตาเยือกเย็น แต่ลึกลงไปมีแววบางอย่างที่นางอ่านไม่ออก
“ไม่มีทางเลือก… ต้องเปิดจุดปราณเดี๋ยวนี้”
ไม่รอให้นางตอบรับ อวิ๋นเหอรวบตัวศิษย์ขึ้นอุ้ม ร่างในชุดฝึกเปียกชุ่มเหงื่อแนบอก ไอร้อนจากร่างเขาโอบล้อมอยู่รอบตัวนางในทันที กลิ่นไม้หอมจากชายเสื้อคลุ้งอยู่ข้างแก้ม
เตียงฝึกไม้ด้านข้างรับน้ำหนักทั้งคู่ เสียงไม้กระทบเบา ๆ ดังในห้องเงียบ
เขาวางนางลงอย่างมั่นคง มือใหญ่ยังคงตรึงหัวไหล่ทั้งสอง สายตาไม่ละไปจากดวงตาที่เบิกกว้างของนางแม้แต่วินาทีเดียว
“วางใจ… ข้าจะทำให้เ้ากลับมาได้”
ประโยคนั้นคล้ายปลอบใจ แต่โทนเสียงกลับลึกและหนักจนนางอดกลืนน้ำลายไม่ได้
ซ่งอวิ๋นเหอขยับเข้าใกล้จนปลายผมยาวดำขลับของเขาแตะไหล่นาง มือใหญ่เลื่อนจากหัวไหล่ลงมาจรดข้อมือ ลูบไล้เป็วง ก่อนกดจุดเบา ๆ
ลมหายใจของนางสะดุดเมื่อความร้อนจากฝ่ามือแผ่ซ่านเข้าสู่ผิว
“หลับตา… ปล่อยกายว่าง… แล้วปล่อยให้ข้าจัดการ”
เสียงกระซิบชิดใบหู ส่งความสั่นไหวไหลผ่านแผ่นหลัง
เขาเริ่มจากปลายนิ้วเท้าขาวเนียน ฝ่ามืออุ่นครอบไว้ บีบคลึงเล็กน้อยแล้วกดจุดอย่างชำนาญ
ทุกครั้งที่ปลายนิ้วเขากดลง ความรู้สึกวูบวาบก็แล่นขึ้นขา
ริมฝีปากเขาโน้มลงััหลังข้อเท้า จุมพิตแ่ราวกับจะปลอบโยน แต่กลับทำให้หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม
“อาจารย์… นี่… จำเป็หรือไม่…” เสียงถามขาดห้วง เพราะจังหวะกดจุดของเขาช่างพาใจลอย
“ทุกจุด… สำคัญหมด หากพลาดแม้แต่ตำแหน่งเดียว พลังเ้าจะติดขัดไปอีกนาน”
คำตอบจริงจัง แต่ดวงตาที่มองนางกลับไม่ต่างจากเปลวไฟที่พร้อมเผาไหม้
มือและริมฝีปากไต่ขึ้นเรื่อย ๆ จากข้อเท้าสู่่น่อง ไล้ผ่านหัวเข่าเข้าสู่ต้นขาด้านใน
ซูหลินสะดุ้งเฮือกกับความใกล้ชิดที่ไร้ช่องว่าง
เสียงหายใจของทั้งคู่ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลบความเงียบของเรือนฝึก
“ผ่อนลมหายใจ… อย่าเกร็ง”
เสียงเขาทุ้มต่ำ ขณะฝ่ามืออีกข้างสอดใต้ผ้าฝึกบาง ๆ กดลงบนหน้าท้องแบนราบ จากนั้นเลื่อนสูงขึ้น ช้า ๆ
ฝ่ามืออุ่นของซ่งอวิ๋นเหอเลื่อนสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ผ้าฝึกบางเบาไม่อาจกั้นไอร้อนที่ซึมเข้าสู่ผิวได้แม้แต่น้อย
ปลายนิ้วเขากดลงบนจุดเหนือสะดือเล็กน้อย ก่อนจะเวียนวนช้า ๆ ราวกับกำลังเขียนยันต์ลึกลับบนเรือนกายนาง
แรงกดนั้นไม่หนักไม่เบา แต่กลับส่งกระแสวูบวาบแล่นผ่านช่องท้องขึ้นสู่ยอดอก จนปลายนิ้วเท้าของนางขดเกร็งโดยไม่รู้ตัว
“อ๊ะ… อื๊อ…” เสียงสั่นหลุดออกจากลำคออย่างไม่ตั้งใจ
ซูหลินกัดริมฝีปาก พยายามกลั้นไว้ แต่ยิ่งกลั้น เสียงก็ยิ่งแ่พร่าออกมา
หัวไหล่เล็กสั่นน้อย ๆ ขณะมือบางเผลอยกขึ้นจับแขนเสื้อของเขาแน่น
ริมฝีปากของเขาโน้มลงแตะเนื้อผิวเหนือสะดือ
จูบแรกช้าและแน่นราวกับ้าประทับตรา
จูบที่สองไล่สูงขึ้นเพียงครึ่งนิ้ว ปล่อยความร้อนลามไปทั่วหน้าท้อง
จากนั้นจูบต่อ ๆ มาเว้นระยะสั้นลงเรื่อย ๆ จนราวกับไม่ยอมให้นางได้พักหายใจ
ความร้อนจากลมหายใจเขาปะทะผิวทุกครั้งทำให้นางสะดุ้งเฮือก
“ฮึม… เสียงเ้าหวานยิ่งกว่าที่คิด”
เขากระซิบชิดหน้าท้อง เสียงทุ้มต่ำสั่นะเืลงไปในผิว
ก่อนจะไต่ขึ้นสูงอย่างจงใจให้ช้าลง ยืดเวลาทรมานหวานลึกนี้ให้นานที่สุด
“อาจารย์… ข้า… ฮึก… จะไม่ไหวแล้ว…”
เสียงนั้นพร่าและสั่นสะท้านราวกับกำลังวิงวอน
ลมหายใจของนางติดขัด มือกำผ้าปูเตียงจนข้อนิ้วซีด
“อีกนิดเดียว… เ้าจะโล่งเหมือนกำเนิดใหม่”
น้ำเสียงทุ้มต่ำข้างหูนั้นแฝงทั้งคำสั่งและการปลอบในคราวเดียว
มืออีกข้างของเขาสอดมาประคองแผ่นหลังให้เอนขึ้นเล็กน้อย
ปลายนิ้วสากไล้ผ่านแนวกระดูกสันหลัง ทำให้ร่างนางแอ่นตามโดยไม่รู้ตัว
ริมฝีปากเขาแนบสนิทกับอกนุ่ม ผ่านผ้าฝึกที่บางจนไร้ความหมาย
แรงกดและจังหวะของการกดจุดนั้นแม่นยำราวกับรู้ว่าตรงไหนจะทำให้นางสะท้านได้ที่สุด
เขาสลับระหว่างกดหนักแล้วผ่อนเบา จังหวะดึงให้ช้าจนหัวใจของนางเต้นผิดจังหวะ
“อื๊อ… อ๊ะ… อ๊า… ฮึก…”
เสียงครางขาดห้วงดังขึ้นพร้อมกับการบิดกายเล็กน้อย
ต้นขาของนางสั่นระริก ปลายนิ้วเท้าจิกลงบนเตียง ร่างร้อนผ่าวราวกับถูกไฟโอบล้อม
ทุกครั้งที่เขาผละออก เพียงครู่เดียวก็กลับมากดจุดเดิมซ้ำ ราวกับ้าให้นางจดจำัันี้ไปตลอด
“ซูหลิน… จดจำไว้ให้ดี ทุกจังหวะนี้คือวิชาที่ไม่มีในตำรา”
เสียงเขาหนักแน่น แต่แฝงรอยยิ้มบางที่มุมปาก
เมื่อความแน่นกลางอกสลายไปจนหมด ซูหลินก็เหลือเพียงลมหายใจหอบถี่และหัวใจที่เต้นรัวจนเจ็บอก
ซ่งอวิ๋นเหอค่อย ๆ ผละออกเล็กน้อย ดวงตาคมยังไม่ละจากใบหน้าแดงจัดของนาง
หยดเหงื่อเล็ก ๆ เกาะตามไรผมและซอกคอ ยิ่งขับให้นางดูบอบบางจนเขาอยากตรึงไว้ทั้งร่าง
“สำเร็จแล้ว… ลมปราณเ้ากลับมาเป็ปกติ”
เขาเอ่ยเสียงต่ำ ราวกับเป็ทั้งคำประกาศและคำเตือน
“แต่คราวหน้า… เ้าต้องจำวิธีนี้ให้ขึ้นใจ”
ซูหลินยังคงนอนหอบอยู่บนเตียงฝึก
เสียงครางสุดท้ายยังติดอยู่ในลำคอ และในหัวของนางมีเพียงคำถามวนซ้ำ
นี่คือการรักษา… จริง ๆ หรือ