บทที่ 23 กว่าจะรู้
หนึ่งเดือนผ่านไป
"ท่านอ๋องขอรับ ไม่มีเบาะแสเลยขอรับ!"
.
.
สามเดือนผ่านไป
"เมืองนี้ก็ไม่มีขอรับ!"
.
.
หกเดือนผ่านไป
"นำตัวมาแล้ว ทว่านางมิใช่พระชายาขอรับ!"
.
.
เก้าเดือนผ่านไป
"สตรีที่อุ้มทารกในอ้อมกอดเป็เพียงชาวนาของหมู่บ้านนี้ขอรับ!"
.
.
จวบจนกระทั่งย่างเข้าสู่หนึ่งปี
"ท่านอ๋อง..." ทหารยศใหญ่ผู้หนึ่งก้าวเข้ามาหาผู้บังคับบัญชา สีหน้าท่าทางดูก็รู้ว่ามิได้รับข่าวดีอันใด "...ไม่พบพระชายาขอรับ"
หานโจวกัดฟันก่อนตะคอกเสียงดังลั่น "ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าข้า!"
จากนั้นบุรุษหนุ่มที่สีหน้าคล้ายกับอมทุกข์มาตลอดก็ะโขึ้นม้า ก่อนควบกลับจวนอย่างบ้าคลั่ง
ครั้นถึงจวนและเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ หานโจวก็กวาดสายตามองดูบ่าวรับใช้มากมายที่มารอต้อนรับเขา แต่ยิ่งมองสีหน้าของเขาก็ยิ่งคล้ำลง ห้องโถงแห่งนี้ไม่มีน้ำกรุ่นกลิ่นดอกไม้ ไม่มีร่างของหญิงบอบบางผู้หนึ่งยืนต้อนรับ ไม่มีน้ำเสียงอ่อนหวานพร้อมกายหอมของนางยืนอยู่ที่นี่
ไม่มี!
เขาสะบัดผ้าคลุมออกก่อนจะสาวเท้าเร็วๆ ไม่สนใจจะนั่งพักให้หายเหนื่อย ไม่สนแม้แต่จะหาเวลางีบหลับแม้กระทั่งตนเองไม่ได้นอนมาสองคืนเต็ม
ช่างเถิด ถึงล้มตัวลงนอนข้าก็นอนหลับไม่สนิท เป็เช่นนี้มานานหลายเดือน หมอเข้ามาตรวจรักษาก็ไม่หายขาด
เทียบยาใดก็ล้วนแล้วแต่ไร้ประโยชน์
เพราะข้างกายข้าไม่มี 'นาง'
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หานโจวก็พบว่าเขาก้าวเข้ามาเหยียบเรือนที่ถูกปิดเงียบมาหลายเดือน คำสั่งเด็ดขาดของเขาจึงทำให้แถวนี้ไร้บ่าวรับใช้เข้ามาใกล้
เรือนตรงหน้านี้คือสถานที่ที่เคยมีความทรงจำเกี่ยวกับหญิงผู้หนึ่ง
...ลี่จู...
ผู้หญิงคนนั้นคือเมียของเขา
แม่ของลูก
ขายาวของชายหนุ่มก้าวเข้าไปด้านใน สำรวจและหยุดลงหลังพบเตียงหลังใหญ่
หานโจวนั่งลง ใช้ปลายนิ้วไล้บนผิวหมอนที่ลี่จูเคยนอนหนุนเป็ประจำ
ััตรงปลายนิ้วช่างเย็นชืด เวลาผ่านกลิ่นคุ้นเคยก็เลือนหาย
นางไม่อยู่แล้ว...
หานโจวยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นแสดงออกถึงความฝืนอยู่มาก มีเพียงแววตาที่สื่อถึงความรู้สึกโศกเศร้าลึกล้ำชัดเจน
"เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ หากเ้ายอมกลับมา...ข้าจะทำเพียงดุเ้าเบาๆเท่านั้น" น้ำเสียงยังคงดุดัน แต่เจือด้วยแววขอร้องที่ไม่อาจปิด
"..."
ไร้เสียงใดของสรรพสิ่งภายในห้องเอ่ยปากตอบรับ
เพราะคนที่สมควรได้ฟังคำถามนี้...ไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว
__________________________________________________