“ก่อนกลับช่วยแวะไปที่นี่ก่อนที”
เฉินรุ่ยมองตามมือหนาที่กดเปลี่ยนแผนที่ไปศูนย์การค้าขนาดใหญ่ของเมือง การไปที่นั่นจะทำให้เราถึงจุดหมายปลายทางดึกขึ้นไปอีก
“อาทิตย์นี้ฉันต้องเข้าไปพบคุณพ่อ ่นี้มีคอลเลคชั่นใหม่ของนาฬิการุ่นที่ท่านชอบพอดี ถ้าท่านเห็นคงจะพอใจมาก”
“มือคุณไปโดนอะไรมา” เฉินรุ่ยทักเมื่อเห็นรอยแผลที่หลังมือ
“อุบัติเหตุน่ะ”
คาร์ลตอบก่อนจะถอดเสื้อปลดเนกไทไปวางไว้ด้านหลัง เฉินรุ่ยขับตรงไปที่ศูนย์การค้าแห่งนั้นตามจีพีเอส ่เวลาเลิกงานถนนเส้นหลักรถติดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คาร์ลสั่งเปิดเพลงขณะที่เขานั่งหลับตาผ่อนคลายอารมณ์แล้วก็หลับไปจริงๆ
เฉินรุ่ยเรียกคาร์ลเมื่อถึงจุดหมาย แต่เขากลับหลับสนิท เขาจึงเอื้อมมือไปแตะแขนอีกฝ่าย เขย่าเบาๆ คาร์ลลืมตาทันทีมือหนายกขึ้นมาจับข้อมือเฉินรุ่ย อาจเพราะปฏิกิริยาตอบกลับไวเกินไป เฉินรุ่ยพลิกข้อมือกลายเป็ว่าเขาจับข้อมืออีกฝ่ายไว้แทน คาร์ลมองเขา สายตาคู่นั้นดูล้าเต็มที
“ผม แค่จะบอกว่าถึงแล้วครับ” เฉินรุ่ยปล่อยมือก่อนจะดับเครื่องยนต์ เขาเหลือบมองคนที่นั่งด้านข้าง คาร์ลลูบหน้าตัวเองก่อนจะเงยหน้า แล้วหันมามองเขา
“ไปกันเถอะ”
ลงจากรถเฉินรุ่ยก็เดินตามหลังคาร์ลไปที่ร้านนาฬิกาทันที คนในร้านรู้อยู่ก่อนแล้วจึงนำถุงกระดาษที่สกรีนชื่อแบรนด์ออกมายื่นให้คาร์ล
“นายชอบนาฬิกาไหม” คาร์ลถามขณะเดียวกันก็มองไปยังนาฬิกาเรือนหนึ่งในตู้โชว์
“ผมไม่ใส่เครื่องประดับครับ” เมื่อก่อนอาจไม่ใส่เพราะมันง่ายต่อการถูกจดจำ ปัจจุบันที่ไม่ใส่เพราะมันเปลือง เก็บรักษายาก ค่าซ่อมอีกถึงแม้มูลค่ามันจะสูงขึ้นสำหรับนักสะสมในอนาคตแต่เฉินรุ่ยไม่ใช่นักธุรกิจหรือนักลงทุน อีกทั้งไม่จำเป็ต้องรักษาภาพลักษณ์เพื่อความน่าเชื่อถือเหมือนอีกฝ่าย
“น่าเสียดาย”
“...” เฉินรุ่ยไม่ได้ตอบอะไร แค่รับถุงของขวัญมาถือไว้ให้แล้วเดินตามหลังอีกฝ่ายออกจากร้าน
ถึงรถเหตุการณ์ก็วนกลับไปเหมือนตอนขามา เพลงถูกเปิดเเละผู้โดยสารก็หลับเสียสนิท ดูเหมือนว่า่นี้ปริมาณงานจะทำให้เขาพักผ่อนได้ไม่เพียงพอ
เฉินรุ่ยพารถขึ้นทางด่วนเพื่อขับออกนอกเมือง ระหว่างทางเขาก็สังเกตเห็นรถคันหนึ่งที่ขับตามมาในระยะประชิด เมื่อเขาเบี่ยงซ้ายมันก็เบี่ยงซ้าย เขาไปขวามันก็ตามมา เฉินรุ่ยเหลือบมองคนที่นั่งด้านข้างแล้วจึงมองกระจกหลัง RY9623 เลขทะเบียนของรถคันนั้น หลักฐานพวกนี้สามารถบันทึกผ่านกล้องท้ายรถ อย่างไรก็ตามถ้าเขาเป็คนร้ายก็ไม่มีทางใช้ทะเบียนของจริง
เพราะรถที่ขับเหวี่ยงไปมาผิดปกติทำให้คาร์ลที่หลับอยู่ลืมตาตื่นขึ้นมา เขาหันไปทางคนขับที่ไม่ได้มีทีท่าต่างไปจากเดิม นอกจากการขับที่ทำเอาเขาเวียนหัว
“มีคนตามเรามาครับ”
เฉินรุ่ยพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตื่นแล้ว คาร์ลมองผ่านกระจกด้านหลัง เขาขมวดคิ้วมุ่นอยากจะดุที่คนเด็กกว่าไม่ปลุกเขา แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ทำให้เขาต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน คาร์ลต่อสายหาแมต ส่งพิกัดรถตัวเองไปให้ทันทีก่อนจะหันกลับไปมองรถที่ตามมา พวกเขาทั้งคู่ขับรถเกินที่กฎหมายกำหนดไปมาก
“คนของฉันกำลังมาเธอแค่ประคองรถไปเรื่อยๆ ก็พอ” คาร์ลบอก
รถคันนั้นพยายามจะแซงแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ตีคู่ขึ้นมาเบียดก็ไม่ได้ สุดท้ายจึงพยายามขับจี้รถพวกเขา คาร์ลมองคนที่นั่งด้านข้าง เด็กคนนี้นอกจากจะรักษาความสงบบนสีหน้าได้เหมือนปกติ ซ้ำยังดูเหมือนจะสบายอารมณ์อยู่มาก คล้ายกับว่านี่เป็เื่ปกติและไม่มีอะไรคณามือเขา ขณะที่ความเร็วนั้นทำให้สายตาจับภาพด้านข้างแทบไม่ได้
“ถ้าเส้นตายวันนี้เขาจะตามเราไปจนสุดทาง แต่ถ้าไม่ใช่เดี๋ยวเขาก็ถอดใจเพื่อหาโอกาสที่ดีกว่านี้เองครับ คุณไม่ต้องกังวล อีกฝ่ายไม่น่าจะมีอาวุธอะไร ถ้ามีเขาคงเอาออกมาใช้แล้ว" เพราะเห็นคนด้านข้างเอาแต่มองหน้าเขาเฉินรุ่ยจึงตีความไปว่าคาร์ลเป็กังวล
"และต่อให้มีอาวุธจริง คำสั่งที่เขาได้มาน่าจะ้าทำให้เหตุการณ์นี้เป็อุบัติเหตุ คนบนรถคันนั้นไม่สามารถใช้อาวุธได้หรอกครับ”
เฉินรุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หวังให้อีกฝ่ายคลายกังวล คาร์ลมองคนตรงหน้าก่อนจะรับสายจากแมต ปลายสายบอกว่าอยู่ห่างจากรถเขาไปเพียง 3 กิโลเมตรเฉินรุ่ยได้ยินอย่างนั้นก็เลิกคิ้วขึ้น
“รถคันนี้พัง คุณเสียดายไหม”
“เธอหมายความว่ายังไง”
“คุณอยากจับคนร้ายไหมครับ ถ้าเราทำให้รถคันนั้นนิ่งสนิท ระยะทาง 3 กิโลเมตรจะพอให้คนของคุณจับคนร้ายที่หยุดอยู่กับที่ได้พอดี"
"คุณเสียดายรถคันนี้ไหมครับ”
“เธอไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้น” พูดออกมาพร้อมกัน
ถึงจะถามเหมือนขอการตัดสินใจจากคาร์ล ทว่าคำตอบที่ได้ก็ไม่ทันแล้ว เฉินรุ่ยลดความเร็วลงทันที ใน่เสี้ยววินาทีที่เฉินรุ่ยตามหลัง เขาก็ชนเข้ากับท้ายรถคันนั้น
ด้วยความเร็วที่ขับมาทำให้รถทั้งคู่เหวี่ยงทันที ขณะหมุนคว้างเฉินรุ่ยประคองรถสลับกับดึงและปล่อยเบรกมือเป็ระยะจนประคองรถไว้ได้ เมื่อตั้งหลักได้แล้ว เขาก็เหยียบคันเร่งพุ่งเข้าชนรถคันนั้นซ้ำอีกจนหน้ารถยุบติดกับขอบทาง รถจอดนิ่งสนิท เท้าของเฉินรุ่ยเหยียบที่เบรกมิด มืออยู่กับเกียร์ซึ่งเปลี่ยนเป็เกียร์ P ดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองด้านข้างเช็กความปลอดภัยของคาร์ล ใบหน้าคมยังคงความเงียบขรึม จนเขาเดาอารมณ์ไม่ถูก
“คุณโอเคไหม”
“ฉันไม่เป็ไร” ได้ยินแบบนั้นเขาก็ปลดล็อกเข็มขัดนิรภัย สิ่งที่คิดคือจะลงไปลากคอพวกนั้นลงมา
“เธอจะทำอะไร” คาร์ลดึงมือเฉินรุ่ยเอาไว้
จังหวะเดียวกันรถของพวกแมตก็มาพอดี รถเ่าั้จอดล้อมพวกเขาไว้ แมตเดินลงมาเคาะกระจกรถ เฉินรุ่ยใช้มือข้างที่เหลือลดกระจกลง
“ทุกคนปลอดภัยดีใช่ไหมครับ”
“ปลอดภัยดี ฝากนายจัดการเื่ที่เหลือด้วย” คาร์ลตอบกลับไป
แมตรับคำสั่งก่อนจะเดินไปสั่งงานกับรถคันที่ตามมา มือคาร์ลยังคงจับเฉินรุ่ยไว้แน่น จนแมตเดินวนกลับมาอีกครั้ง
“ผมจะให้นิคไปส่งพวกคุณ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมผมจะติดต่อเข้าไปนะครับ”
คาร์ลถึงได้ปล่อยมือเฉินรุ่ยเพื่อเปิดประตูลงจากรถ เฉินรุ่ยหันไปคว้าของด้านหลังรถมาถือไว้ก่อนจะเปิดประตูตามลงมา สถานการณ์ข้างล่างคือสภาพรถคันนึงที่ถูกอัดก้อปปี้เสียคนขับไม่สามารถออกมาได้ เละยับเยิน เฉินรุ่ยมองภาพนั้นนิ่ง ก่อนที่คาร์ลจะดึงมือให้เขาตามไปขึ้นรถ
ระหว่างที่นั่งในรถไม่มีใครพูดอะไร ด้านหน้ารถมีทีมของแมตนั่งอยู่ 2 คน เพราะไม่ได้สนทนาด้วยเฉินรุ่ยจึงไม่รู้ชื่อของทั้งสอง เขาอยู่ในสภาพตื่นตัวเต็มที่ นั่งตัวตรงในมือประคองกอดถุงของขวัญและเสื้อสูทคาร์ลที่เอาลงมาจากรถด้วย
พวกเขาทั้งคู่นั่งเงียบไปตลอดทาง ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมา ในหัวเฉินรุ่ยคิดหาวิธีขุดรากถอนโคนนับพันก่อนจะคิดได้ว่าการที่คาร์ลได้ตัวของอีกฝั่งไว้ในมือคงทำให้การสืบสาวไปถึงต้นตอน่าจะไม่ใช่เื่ยากอะไร
ในเื่ที่เมิ่งเมิ่งแต่งนั้นอุบัติเหตุที่เป็ต้นเหตุคร่าชีวิตคาร์ลไม่ได้เกิดเวลานี้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าความจริงแล้วเหตุการณ์วันนี้ควรดำเนินไปในทางใดเขาเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบในอนาคตอย่างแน่นอน
ทางด้านคาร์ลเขาไม่พอใจกับสิ่งที่เฉินรุ่ยทำแม้แต่น้อย ถึงจะเป็เหตุการณ์เฉพาะหน้าแต่ความเสี่ยงมากเกินไป เหตุการณ์แบบนี้ที่จริงพวกเขาสามารถปล่อยไปและรอจนกว่าคนของเขาจะมาจัดการก็ยังได้ หรือหากจับคนร้ายไม่ได้แต่ชีวิตเขาทั้งคู่ยังปลอดภัยย่อมดีกว่า
นอกจากเื่อุบัติเหตุอีกอย่างที่ติดในใจคาร์ลก็คือสายตาเฉินรุ่ยต่อเหตุการณ์ทั้งหมด มันไร้ความรู้สึกอย่างเคยแต่จับจ้องไปยังคนร้ายซึ่งกลายเป็เหยื่อในตอนสุดท้าย เขาไม่รู้ว่าเฉินรุ่ยจะทำอะไรแต่จากสายตาเด็กคนนั้น ย่อมไม่ใช่เื่ดี
เสียงข้อความจากมือถือดังขึ้น เป็ของเฉินรุ่ย เขาเอามันออกมาดู
“เื่วันนี้ คุณไม่บอกพี่เมิ่งเซียนได้ไหมว่าผมทำอะไร” เฉินรุ่ยพูดขึ้นเมื่อเห็นข้อความของเมิ่งเซียนส่งมาบอกให้เขาตอบกลับเมื่อถึงที่หมายเรียบร้อยแล้ว คาร์ลมองเฉินรุ่ยที่ก้มมองข้อความในมือถือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขา
“วันนี้เรามีเื่ต้องคุยกัน ถ้าเราตกลงกันได้ เื่วันนี้ฉันจะไม่บอกเมิ่งเซียน”
เกิดความเงียบงันขึ้นจนกระทั่งรถเข้าจอดในเขตบ้าน คาร์ลลงจากรถและเดินนำไป เฉินรุ่ยลงเดินตาม
นิคซึ่งเป็คนขับเคาะพวงมาลัยเป็จังหวะ เขาเคยหาประวัติเด็กคนนั้น บวกกับเหตุการณ์วันนี้ เขาไม่คิดว่าเฉินรุ่ยจะเป็คนธรรมดาทั่วไป เด็กที่เติบโตใน ZG0 แล้วมีชีวิตรอดออกไปได้ครบสามสิบสอง เขาไม่แน่ใจว่าจิตใจของคนพวกนี้จะยังปกติดีอยู่ไหม
เดินเข้าบ้านมาคาร์ลก็เปิดไฟในห้องนั่งเล่น เข้าไปนั่งลงที่โซฟาเดี่ยว เฉินรุ่ยเดินตามเข้ามานั่งลงในโซฟาตัวถัดไป ของที่ถือไว้ก็กอดเอาไว้บนตัก คาร์ลมองเสื้อสูทตัวเองที่ถูกกอดไว้ ก่อนจะเอ่ยปาก
“วางของลงก่อน”
เฉินรุ่ยทำตามคำสั่งทันที วางเสร็จก็มองหน้าคาร์ลตรงๆ สายตาแบบนี้นี่แหละที่ทำให้คาร์ลรู้สึกว่าคนตรงหน้าเป็เด็กที่จัดการได้ยาก สายตาแบบที่ไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาเลย
“วันนี้มีเื่ที่เธอทำไม่ถูกต้อง และฉันไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีกในอนาคต เธอรู้ไหมว่าฉันหมายถึงเื่อะไร”
“เื่อุบัติเหตุ?” เฉินรุ่ยตอบ คาร์ลส่ายหน้า
“นั่นไม่ใช่อุบัติเหตุ เธอตั้งใจทำมัน เราหลีกเลี่ยงมันได้เฉินรุ่ย”
“ครั้งนี้เราหลีกเลี่ยงได้ ในอนาคตมันก็จะเกิดขึ้นอยู่ดี”
คาร์ลเลียริมฝีปากแล้วถอนหายใจออกมา เขาเคยคิดว่าอเล็กเซย์เป็เด็กดื้อ ตอนนี้เขาเจอเด็กที่ดื้อกว่าอเล็กเซย์เท่าตัว
“ฉันเชื่อว่าทุกครั้งจะมีวิธีที่ดีกว่า สำคัญสุดคือรักษาชีวิตเราทั้งคู่ให้รอด ไม่ว่าเื่คนร้ายหรืออะไรก็ตาม ฉันจะหาวิธีแก้ปัญหาได้อย่างแน่นอนหลังจากที่พวกเราปลอดภัยทั้งคู่"
เฉินรุ่ยเข้าใจวิธีการคิดของคาร์ล เพราะอีกคนกุมทรัพยากรมากกว่าครึ่งของเื่นี้ไว้ในมือถือ จึงคิดว่าการจัดการอะไรสักอย่างไม่ใช่เื่ยาก
แต่คาร์ลไม่รู้ว่าทรัพยากรเ่าั้ไม่ได้สร้างมาเพื่อเขา มันจะถูกฉกฉวยไปในที่สุด หากเขาพลาดอะไรไปแม้แต่น้อย
"วิธีการและการตัดสินใจของเธอมันอันตราย ไม่ว่าวันนี้เธอจะอยู่กับฉันหรือตัวคนเดียว ความเสี่ยงตรงนั้นทำให้โอกาสที่จะใช้ชีวิตในอนาคตของเธอหายไปครึ่งหนึ่ง หากว่าสุดท้ายแล้วเราไม่รอด มันจะมีประโยชน์อะไรหากจับคนร้ายได้หรือไม่ได้ เธอเข้าใจไหม”
“คุณจะปลอดภัย” เฉินรุ่ยตอบออกมาทันที สายตาของเขาก็บอกแบบนั้น นั่นทำให้คาร์ลถอนหายใจออกมา เขารู้สึกว่าเด็กตรงหน้าไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เขา้าสื่อไป ทุกอย่างที่พูดมาเขาแค่หวังว่าเฉินรุ่ยจะใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย
“ฉันไม่ได้ห่วงแค่ตัวเอง” คาร์ลบอก ขณะที่กำลังคิดหาถ้อยคำมาอธิบายเด็กตรงหน้าใหม่ให้เห็นคุณค่าชีวิตของตัวเอง คำพูดเฉินรุ่ยกลับดึงความสนใจเขาไป
“ขอบคุณที่ห่วงผม แต่ว่าถ้าวันนี้ผมไม่ตัดสินใจแบบนี้ ผมไม่คิดว่าคนของคุณจะจับเขาได้"
“จับเขาไม่ได้ไม่ใช่ปัญหา” พวกเขาจ้องตากัน
“มันจะมีครั้งต่อไป ถ้าเรารอดจากเขา แน่นอนว่าครั้งต่อไปอาจไม่ใช่เขาที่มาทำร้ายคุณอีก”
“หลังจากที่เกิดเหตุการณ์วันนี้ ฉันย่อมต้องหาทางป้องกันอย่างดี เฉินรุ่ย” และดูเหมือนว่าประเด็นโต้เถียงนี้จะไม่มีใครยอมใคร
"คนนี้ เขาอาจชวดรายได้งามจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา แต่คนต่อไป หรือวิธีการต่อไปที่จะจัดการคุณจะดีกว่านี้ มีประสิทธิภาพกว่านี้แน่ ถึงวันนั้น คนที่อยู่ข้างคุณไม่ใช่ผมแต่เป็ลุงทอม คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
มันแปลว่าเป็ห่วง...แต่เขาก็ห่วงเด็กตรงหน้าไม่ต่างกัน เขายังเด็ก ด้วยความสามารถระดับนี้ถ้าเลือกเส้นทางอื่นที่สามารถต่อยอดย่อมไปได้ไกลแน่ แต่ดันบอกว่าอยากเรียนสัตววิทยาเพื่อหลีกหนีจากประเทศนี้ ถ้าอยากหนีจากที่นี่จริงก็ไม่ควรเอาตัวเข้ามาพัวพันกับความขัดแย้งของใคร
“หลังจากวันนี้ฉันจะจัดทีมด้านความปลอดภัยใหม่ ย่อมรัดกุมกว่านี้มาก”
เฉินรุ่ยเงียบลง ที่คาร์ลพูดมาเขาเข้าใจดี หากมองในสถานะเดียวกันคือเขาไม่เคยรับรู้เื่ราวในหนังสือเล่มนั้นผ่านความฝัน เขาย่อมคิดไม่ต่างกัน ใครจะไม่รักชีวิต
“ทางเลือกที่เธอเคยบอกแบบที่เธอเดินผ่านมา มันเป็แบบไหนหรือ ที่ทำให้เธอไม่อยากเดินกลับไป”
“...” ทางที่สุดท้ายแล้วเขาเป็ได้แค่ตัวประกอบไร้ชื่อฝั่งตัวร้าย จะตอบออกไปได้ยังไงคำถามแบบนี้
“เฉินรุ่ย เธอตอบไม่ได้งั้นหรือ เธอเคยบอกว่าอยากมีชีวิตของตัวเอง ชีวิตที่เธอฝันไว้เป็แบบไหน บอกฉันหน่อยได้ไหม”
“...” แบบที่มีความทรงจำเป็ของตัวเอง ได้กินของที่อยากกิน ได้ัั ได้รับรู้และััความสวยงามเ่าั้ด้วยตัวเอง เขาแค่อยากตายแบบที่ไม่มีเื่ต้องเสียใจ เขาแค่อยากใช้ชีวิต มันเท่านั้นเอง
“แล้วเหตุการณ์วันนี้ สิ่งที่เธอคิดและทำ มันคือทางไหนกัน”
เกิดความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง คาร์ลรู้สึกว่าเด็กตรงหน้านั้นคงผ่านประสบการณ์มามากมาย การกระทำหลายอย่างถ้าเทียบกับคนใน ZG0 เด็กคนนี้สามารถกลายเป็ ‘มือขวา’ ของผู้มีอำนาจสักคนหรือทำงานด้านความปลอดภัยในองค์กรใหญ่ๆ ได้ แต่งานแบบนั้นถ้าเลือกจะหนีออกมาแล้ว ก็ไม่ควรแสดงตัวให้เป็ที่้า หลังจากนี้ไม่นาน ไม่ว่าใครก็ตามที่้าทำร้ายเขาจะสืบเื่ของเขา บุคคลรอบตัวเขา คาร์ลเป็ห่วงคนตรงหน้า
“เหตุการณ์วันนี้ ผมไม่รู้สึกเสียใจกับตัวเองในภายหลังแน่ครับ” ได้ฟังแบบนี้ คาร์ลไม่รู้จะจัดการอย่างไรแล้วจริงๆ
“เฉินรุ่ย เธอดื้อเกินไปแล้ว” คาร์ลมองตาคนตรงหน้าอย่างอ่อนใจ อีกฝ่ายจ้องตาเขากลับด้วยใบหน้าจริงจัง เด็กดื้อ
“ถ้าผมรู้ว่าตัวเองช่วยคุณได้แต่กลับเลือกที่จะปล่อยคุณไป ไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น ปล่อยให้คุณเป็ใครก็ได้ที่เเค่เดินผ่านมาจะเป็จะตายไม่สนใจ ผมที่เป็แบบนั้นจะต่างอะไรกับตอนนั้น” ที่ฆ่าใครก็ได้ ฟังคำสั่งและทำไปโดยไร้ความรู้สึก จะต่างอะไรกันหรือ
คาร์ลถอนหายใจออกมา เพราะแบบนี้ เด็กคนนี้ยิ่งไม่ควรอยู่รอบตัวเขาอีก
“พรุ่งนี้หลังจากเรากลับไป เธอไม่ต้องมาขับรถให้ฉันอีก” คาร์ลไม่พูดอะไรต่อจากนั้น มันไม่จำเป็ ใบหน้าอีกฝ่ายยังคงเรียบนิ่ง คาร์ลเห็นรอยยิ้มเยาะก่อนมันจะหายไป เฉินรุ่ยลุกขึ้นยืน
“ได้ครับ ถ้านี่เป็ข้อตกลงของคุณ ผมอยากให้คุณปิดเื่นี้กับ
พี่เมิ่งเซียนและฮ่าวกง นี่เป็ข้อตกลงของผม”
“ได้สิ”
พอคาร์ลรับปาก เฉินรุ่ยก็เบาใจ เขาพูดคำว่าฝันดีออกมาเบาๆ เพราะเฉินรุ่ยเข้าใจว่าเป็คำพูดสำหรับตัดบท พูดเสร็จก็เดินออกไป ทิ้งให้คาร์ลอยู่ในห้องเพียงคนเดียว นั่งอยู่สักพักเขาถึงค่อยหยิบเสื้อสูทของตัวเองขึ้นมาและเดินขึ้นห้องนอน
ระหว่างที่คาร์ลนั่งคิดอะไรอยู่บนเตียงมือก็ััได้ถึงรอยยับบนเสื้อสูท มันเหมือนถูกขยี้จนผ้าเนื้อดียับย่นชัดเจน ทั้งที่ใบหน้าไร้ความรู้สึกขนาดนั้นแท้ๆ เขานึกถึงตอนที่เฉินรุ่ยให้เขาตัดสินใจ ในเวลากระชั้นชิดเฉินรุ่ยกลับวิเคราะห์พฤติกรรมคนร้ายออกมา แล้วตัดสินใจทำมันทันที อีกฝ่ายจะชนโดยใช้รถฝั่งเขาทันทีก็ได้แต่กลับชะลอและเอาตัวเองเข้าเสี่ยง ที่บอกว่าเขาจะปลอดภัย หมายถึงความครั้งเสี่ยงนี้เขาปลอดภัยแน่ แต่ไม่ได้หมายถึงตัวเองจะปลอดภัยไปด้วย
“เธอดื้อเกินไปแล้ว”
ทีมของเธอเมิ่งเซียนกับฮ่าวกงงั้นเหรอ กลายเป็ว่าคนสำคัญของเธอตอนนี้เหลือเพียงสองคนนี้แล้วสินะ
⚖️