บทที่ 39 ราชาแบกความผิดหมื่นปี (รีไรต์)
ต้วนชุนฮวาขมวดคิ้วจนเป็นปมแน่น เมื่อวานเธอได้ยินสามหน่อสามต้านกลับมาบอกว่า หลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานถอนหญ้ารวมกันไปทั้งหมดเท่าไหร่
เปาเซี่ยงตั่งพยายามหาเรื่องหลินเนี่ยนผู้หญิงคนนี้ และทำอย่างออกนอกหน้าสุด ๆ!
“หัวหน้าหมู่บ้าน ตกลงเมื่อวานยุวชนหลินกับยุวชนหลิวถอนหญ้าไปได้เท่าไหร่กันแน่ บอกให้เราฟังหน่อยสิ!” แม่ของต้าต้านยืดคอถามเสียงดัง
สะใภ้ใหญ่หลี่ว์รีบผสมโรงไปด้วย “ใช่ ถ้าคุณจะตำหนิคนก็ต้องบอกให้พวกเรารู้ด้วยว่ายุวชนทั้งสองท่านนี้ถอนไปได้เท่าไหร่”
หัวหน้าหมู่บ้านหน้าคล้ำดำเขียวไปแล้ว พลางเอ่ยขึ้นว่า “จะพูดออกมาทำไม? ต้องไว้หน้าให้คนหนุ่มสาว แค่วันนี้พวกเขาทำภารกิจสำเร็จ เรื่องนี้ก็จะผ่านไป!”
หลินเนี่ยน “หัวหน้าหมู่บ้าน คุณพูดออกมาเถอะค่ะ ฉันอยากรู้ว่าฉันกับสหายหลิวหย่งหนานต่างกับเหล่าสมาชิกตรงไหน จะได้ฮึกเหิมตามให้ทัน!”
“นอกจากนี้ยังอยากถามว่า สถิติที่สูงที่สุดในการถอนหญ้าของหมู่บ้านเราในหนึ่งวัน คนหนึ่งถอนได้กี่หมู่ ถ้ารู้ความต่าง ฉันกับสหายหลิวหย่งหนานจะได้ตั้งเป้าหมายได้”
“หัวหน้าหมู่บ้าน คุณไม่ต้องห่วงเรื่องไว้หน้าฉันกับหลิวหย่งหนานหรอกนะคะ การปกป้องเสมือนผู้ใหญ่ในบ้านที่คุณมีต่อเรา เรารับรู้ได้แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นการทำร้ายพวกเรา และไม่ต้องกลัวว่าเราจะขายหน้า เรายอมรับทุกคำตำหนิได้ค่ะ! มีแค่การทำแบบนี้เท่านั้น พวกเราถึงจะเติบโตได้ และจะได้ศึกษาวิถีชาวนาชนชั้นกลางผู้ยากจนได้ดียิ่งขึ้น!”
“ที่บอกว่าครูที่เข้มงวดทำให้ผู้เรียนมีความยอดเยี่ยม ก็เหมือนที่หัวหน้าหมู่บ้านปกป้องพวกเรา กลัวว่าจะทำร้ายจิตใจของพวกเราเป็นเรื่องที่ดี แต่แบบนี้ก็ทำให้เราสูญเสียกำลังใจที่จะแสวงหาความก้าวหน้าได้ง่าย ไม่คิดอยากก้าวหน้า ซึ่งขัดต่อความตั้งใจเดิมที่องค์กรให้เราลงมารับการศึกษา”
เปาเซี่ยงตั่ง “...”
ยัยตัวซวยนี่ ทำไมถึงพูดเก่งขนาดนี้เนี่ย?
ปากพ่นออกมาราวกับปืนกล พูดเสียจนทำให้คนปวดหัว
ห่วงใยปกป้องกับผีน่ะสิ!
ถ้าห่วงใยปกป้อง เขาจะตั้งใจหาเรื่องตอนประชุมเช้าได้ยังไงล่ะ?
ในใจของตัวเขาเองย่อมรู้ดี ชาวบ้านส่วนใหญ่เองก็รู้ดี คำพูดของหลินเนี่ยนโดนใจจนทุกคนหัวเราะกันยกใหญ่
คำพูดไม่กี่ประโยคของแม่หนูน้อยจี้จุดหัวหน้าหมู่บ้าน ตอนนี้เขาขี่หลังเสือแล้วลงยาก อิหลักอิเหลื่อจะตายอยู่แล้ว
แต่พวกสะใภ้ใหญ่หลี่ว์ดันจดจำคำพูดของหลินเนี่ยนเอาไว้จนขึ้นใจ ในอนาคตถ้าเธอกลับเมืองจะยกบ้านที่สร้างเสร็จแล้วให้คนที่ดีกับเธอที่สุด
แม้จะบอกว่าสร้างบ้านได้แค่ข้างโรงเลี้ยงวัว แต่บ้านที่อยู่ข้างโรงเลี้ยงวัวก็เป็นบ้านนี่?
ตอนนี้ทุกบ้านทุกครัวเรือนต่างก็มีคนเยอะ ถ้าได้บ้านมาอีกหลัง ใครก็ได้ในบ้านแยกออกไป บ้านก็จะได้กว้างขวางมากขึ้นหน่อย
“หัวหน้าหมู่บ้าน ทำตามที่หลินเนี่ยนบอกเถอะ รีบให้เจ้าหน้าที่จดคะแนนออกมาพูดเถอะ ตกลงเมื่อวานสหายหลินเนี่ยนถอนหญ้าไปได้เท่าไหร่กันแน่!”
“นั่นน่ะสิ พูดออกมาให้หมด แค่เรื่องขี้ปะติ๋วทำไมถึงพูดวกไปวนมาอย่างนี้ ถ้าพูดวกไปวนมาแล้วได้เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ฉันก็เป็นได้เหมือนกัน!”
“เจ้าหน้าที่จดคะแนนล่ะ ทำไมคุณถึงหดตัวเป็นนกกระทาไปได้? คุณทำเรื่องอะไรที่มีลับลมคมในใช่ไหม? จดคะแนนให้สหายหลินเนี่ยนกับสหายหลิวหย่งหนานไว้ว่ายังไง?”
“ถึงยังไงวันนี้ก็ยังไม่ได้ทำงาน เดี๋ยวฉันต้องไปดูทางทิศตะวันตก ดูว่าตกลงยุวชนหลินกับยุวชนหลิวถอนไปได้เท่าไหร่ ถอนเกลี้ยงหรือเปล่า พวกเขาสองคนเพิ่งจะมายังไม่เข้าใจอะไร ขนาดพื้นที่หนึ่งหมู่คือเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้เลย ถ้าถูกสุนัขอย่างคุณหลอก ฉันจะก่อกวนคุณให้ตายไปเลย!”
เจ้าหน้าที่จดคะแนนเหงื่อตกเต็มตัว พลางมองไปที่เปาเซี่ยงตั่ง
เปาเซี่ยงตั่งนึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าหลินเนี่ยนจะมีกลุ่มคนหนุนหลังได้เร็วขนาดนี้ ทั้งยังเป็นเหล่าคุณป้าแม่สามีที่ไม่ใช่คนที่จะไปยั่วยุได้ง่าย ๆ ในหมู่บ้านอีกต่างหาก
“ไปเอาสมุดคะแนนงานออกมาอ่านสิ!” หัวหน้าหมู่บ้านจนปัญญาแล้ว สถานการณ์ในตอนนี้ ไม่อ่านไม่ได้
เจ้าหน้าที่จดคะแนนทำได้เพียงกัดฟันไปหยิบสมุดคะแนนงาน และเพราะการข่มขู่ของคุณย่าหยางอู่ เขาจึงแก้คะแนนงานบนสมุดกลับมา
อืม ก่อนหน้านี้เขาได้รับคำสั่งจากหัวหน้าหมู่บ้าน ต่อสู้กับหลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานอะไรไม่เข้าใจทั้งนั้น ไม่รู้ว่าการจดคะแนนงานต้องดูต่อหน้า ดังนั้นจึงจดให้หลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานเป็นห้าเฟิน สามคะแนนงาน
แต่เจ้าหน้าที่จดคะแนนไหนเลยจะรู้ ไม่ว่าจะเป็นหลินเนี่ยนหรือว่าหลิวหย่งหนาน ต่างก็ไม่ใช่คนโง่ ที่พวกเขาเลิกงานแล้วกลับไปหน่วยยุวชนเลยไม่ไปคลังเก็บของ เป็นเพราะกำลังให้ ‘โอกาส’ หัวหน้าหมู่บ้านอยู่
“หลินเนี่ยน หนึ่งหมู่ ห้าคะแนนงาน”
“หลิวหย่งหนาน หนึ่งหมู่ ห้าคะแนนงาน”
เมื่อสิ้นเสียงเจ้าหน้าที่จดคะแนน ทุกคนต่างก็วิจารณ์กันกระหึ่มขึ้นมาโดยพลัน
ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา เห็นแววตาของหัวหน้าหมู่บ้านเปลี่ยนไปก็วิพากษ์วิจารณ์กันเจี๊ยวจ๊าวว่าตกลงหลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานไปล่วงเกินเขาตรงไหน ไม่นึกเลยว่าจะถูกเขาเล่นงานโดยใช้วิธีแบบนี้
เด็กวัยหนุ่มสาวยังไม่เข้าใจอะไร ยังคิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านทำเพื่อพวกเขาอยู่เลย!
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ หนังหน้าของเปาเซี่ยงตั่งก็ถูกคนกระชากออกมาย่ำไปย่ำมาบนพื้น
เดือดดาลจะตายอยู่แล้ว!
น่ารำคาญจริง ๆ!
เขาถูกบีบให้ยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยเงื้อมมือของเด็กสาวคนนี้ติดต่อกันหลายครั้งแล้ว!
เปาเซี่ยงตั่งอายุปูนนี้แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่หกคะเมนล้มลงไปติดต่อกันด้วยเงื้อมมือของเด็กสาวคนหนึ่ง!
เขาจ้องเจ้าหน้าที่เขม็งทีหนึ่ง ติงเฉียงเซิ่งราชาแบกความผิดหมื่นปี
หลิวหย่งหนานไม่ให้โอกาสราชาแบกความผิดหมื่นปี เขาเดินหน้าไปดูสมุดข้างกายเจ้าหน้าที่จดคะแนน เจ้าหน้าที่จดคะแนนจึงซ่อนโดยอัตโนมัติ
“ดูไม่ได้?”
“เพราะมีเรื่องปิดบังหรือว่ามีความลับ?”
เจ้าหน้าที่จดคะแนน ‘…’
ยุวชนสมัยนี้ทำไมถึงได้จัดการยากขนาดนี้เนี่ย!
เปาเซี่ยงตั่งจนใจ เขาทำได้เพียงหยิบสมุดคะแนนงานออกมา
หลังหลิวหย่งหนานเปิดอ่านเสร็จ ก็พูดเสียงดังว่า “เรื่องนี้วางใจได้เลย ผมคิดว่าผมกับหลินเนี่ยนเป็นพวกที่โหล่ ไม่นึกเลยว่าจะไม่ใช่!”
“ที่แท้ในหมู่บ้านถอนหญ้าได้สูงสุดคือหกเฟิน ห้าคะแนนงาน”
“พวกเราเพิ่งมาใหม่ ถอนได้หนึ่งหมู่ห้าคะแนนงานก็นับว่าเข้าใจได้”
เจ้าหน้าที่จดคะแนนเอ่ยขึ้นอย่างเลือดขึ้นหน้า “ยุวชนหลิว ถอนหญ้าหนึ่งวันให้ได้มากสุดคือห้าคะแนนงาน สำนักงานหมู่บ้านไหนก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น!”
หลิวหย่งหนานรีบขอโทษอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษนะครับเจ้าหน้าที่จดคะแนน ผมเข้าใจผิดเอง ผมคิดว่าผมกับยุวชนหลินไปล่วงเกินคุณตรงไหน เพราะงั้นคุณก็เลยจดคะแนนงานพวกเราน้อย”
“ความคิดของผมคับแคบเอง ผมผิดเอง”
“ผมต้องขอโทษคุณด้วยนะครับ!”
เจ้าหน้าที่จดคะแนน “...” ขอบคุณ! ไม่จำเป็น! นายไม่ต้องมาเน้นย้ำว่าฉันกำลังหาเรื่องพวกนายอยู่!
เมื่อหลิวหย่งหนานพูดจบ ราชาแบกความผิดหมื่นปีติงเฉียงเซิ่งก็กัดฟันก้าวออกมา “หัวหน้าหมู่บ้าน ขอโทษนะครับ เพราะผมไม่ได้พูดให้ชัดเจนเอง เมื่อวานคุณถามผมใช่ไหมครับว่าพวกยุวชน หลินเขามีความคืบหน้าในการทำภารกิจให้สำเร็จบ้างหรือเปล่า ผมบอกคุณว่าทำเสร็จไปหนึ่งในสามส่วน แต่นั่นเป็นภารกิจสิบวันที่ผมวางไว้ให้พวกเขา”
หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวโทษเขาอย่างเดือดดาล “แล้วทำไมเมื่อกี้นายไม่พูดล่ะ?”
“ถ้านายพูด ฉันจะตำหนิยุวชนหลินกับยุวชนหลิวเหรอ?”
ติงเฉียงเซิ่งพูดอธิบายแบบเขิน ๆ ว่า “หัวหน้าครับ เมื่อคืน...เมื่อคืนผมไม่ได้นอน วันนี้สมองก็เลยเบลอ ๆ ก่อนหน้านี้คุณพูดอะไรผมไม่ได้ยิน...”
เปาเซี่ยงตั่งแค่นเสียงทีหนึ่ง “ติงเฉียงเซิ่ง ฉันขอเตือนนายเลยนะ ทัศนคติในการทำงานของนายแบบนี้ใช้ไม่ได้ ต้องทบทวนตัวเอง! ครั้งนี้นายนอนหลับไม่เต็มอิ่ม ฉันว่าพวกยุวชนหลินเขาไม่เอาความกับนายหรอก แต่ห้ามให้มีครั้งต่อไปอีก ครั้งหน้าถ้านายยังทำผิดแบบนี้อีก อย่าหาว่าฉันทำเป็นไม่แยแสก็แล้วกัน!”
“การแสดงออกของยุวชนหลินกับยุวชนหลิวควรค่าได้รับการชื่นชม หวังว่าวันข้างหน้าพวกเธอจะรักษาท่วงทีต่อไป ถอนหญ้าได้วันละหนึ่งหมู่ เป็นต้นแบบให้คนในหมู่บ้าน!”
หลินเนี่ยนพูดขึ้นอย่างลำบากใจ “หัวหน้าหมู่บ้าน ฉันกับยุวชนหลิวจะทำให้สมกับความคาดหวังของคุณค่ะ!”
“แต่พูดตามตรงนะคะ เมื่อวานพวกเราสองคนไม่กล้าเข้าห้องน้ำกันเลย พยายามถอนสุดชีวิต วันนี้น่องกับข้อมือของพวกเราเลยสั่นไปหมด เจ็บมากจริง ๆ!”
“คงเป็นเพราะพวกเราไม่เคยทำงานเกษตร พอมาทำก็เลยห้าวหาญ จนทำให้กล้ามเนื้อได้รับความเสียหาย เดาว่าวันข้างหน้า พวกเราไม่เพียงถอนหญ้าไม่ได้วันละหนึ่งหมู่ ไม่แน่ว่าอาจจะเตะถ่วงคนในหมู่บ้านอีก!”
คุณย่าหยางอู่รีบถูแขนหลินเนี่ยน “ให้ตายเถอะยัยหนูทำไมไม่พูดให้มันเร็ว ๆ ล่ะ แต่ก็ช่างเกินไปจริง ๆ!”
“งานมีวันทำเสร็จเสียที่ไหนกัน! ฟังย่าอู่นะ หนึ่งวันหนูถอนหญ้าสามสี่เฟินก็พอแล้ว!”
“ถึงยังไงพวกหนูสองคนก็ไม่ได้ต้องพึ่งคะแนนงานเลี้ยงชีวิตนี่”
คุณป้าคนอื่น ๆ “ใช่ ๆๆ ฟังที่คุณย่าหยางอู่ของหนูพูดถูกต้องแล้ว!”
“เราทำงานเท่าไหร่ ได้คะแนนงานเท่าไหร่ ทำงานได้น้อย คะแนนงานก็ได้ไม่เยอะ เขามีสิทธิ์อะไรมาตำหนิหนู?”
“หนูกับยุวชนหลิวเพิ่งมา อย่าถูกคนอื่นขู่ล่ะ!”
“พอถึงสิ้นปีใครกล้าบอกว่าพวกหนูไม่พัฒนา บอกว่าพวกหนูขี้เกียจเอยเตะถ่วงเอย พวกเราจะไปหาหัวหน้าให้วินิจฉัยความผิดที่ประชาคม!”
เปาเซี่ยงตั่ง “…”
ชิชะ!
ตกลงหญิงชราพวกนี้เห็นเขาอยู่ในสายตาบ้างหรือเปล่า?