บทที่ 5 จับคู่เลขาหน้าห้อง
เสียงรองเท้าส้นสูงเหยียบลงบนพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่มของทางเดินชั้น 28 ดังแ่เบาและเนิบนาบสะท้อนในความเงียบสงัดยามค่ำคืนของโรงแรมหรู
หลิวรุ่ยสาวเท้าเดินไปตามระเบียงทางเดินยาวของโรงแรมหรูระดับห้าดาวอย่างช้า ๆ หัวใจของเธอบีบตัวรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่ก้าวเข้าใกล้ห้องสูทหมายเลข 2808 แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟระย้าทองหรูหราที่ติดกำแพงคอยส่องกระทบใบหน้าหวานสลัวให้ดูเย้ายวนใจ ระหว่างทางเดินเธอแวะหยุดมองเงาสะท้อนของตนเองในบานกระจกบานใหญ่ที่ประดับตกแต่งอยู่ริมกำแพง
ภาพสะท้อนเผยให้เห็นภาพเลขานุการส่วนตัวมาดเรียบหรูในชุดทำงานเชิ้ตขาวและกระโปรงทรงสอบสีดำ ทว่าแววตาสีเข้มภายใต้แว่นตากรอบบางบัดนี้กลับฉ่ำเชื่อมสั่นระริกชวนฝัน ผิวแก้มเนียนทั้งสองข้างขึ้นสีแดงก่ำร้อนผ่าวราวกับคนจับไข้ ลมหายใจอุ่นร้อนหอบสะท้านถี่กระชั้นจนแผ่นอกอวบอัดกระเพื่อมไหวรวดเร็วภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวทำงานที่เธอจงใจปลดกระดุมเม็ดบนสุดออกไปเพื่อระบายความร้อนรุ่มในกาย
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อคลุมสูทสั่นเตือนเป็จังหวะกระชั้น พร้อมกับแผ่คลื่นความร้อนแปลกประหลาดที่แล่นตรงเข้าสู่ท้องน้อยของเธออย่างต่อเนื่อง ยิ่งลิฟต์แก้วพาทะยานสูงขึ้น ความ้าลึก ๆ ที่มีต่อเ้านายหนุ่มเฉินเทียนอวี่ก็ยิ่งปะทุพลุ่งพล่านจนร่องรักของเธอขับน้ำหวานอุ่นชื้นแฉะเยิ้มชุ่มซึมซับกางเกงชั้นในลูกไม้สีดำตัวบางจนรู้สึกเฉอะแฉะทุกก้าวที่ก้าวเดิน มันเปียกแฉะสั่นไหวจนต้องขบฟันแน่นเพื่อระงับความเสียวซ่านในกายที่จู่โจมเข้ามาอย่างรุนแรงไร้เหตุผล
หลิวรุ่ยหยุดยืนอยู่หน้าบานประตูไม้บานใหญ่ป้ายทองเลขห้อง 2808 เธอสูดลมหายใจร้อนเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกสติอันพร่ามัวพลางกระชับแฟ้มเอกสารงบการเงินและสัญญาในอ้อมแขนแน่น ก่อนจะยื่นปลายนิ้วสั่นเทาเคาะลงบนแผ่นไม้หนาหนักพยายามควบคุมความสั่นเทาของร่างกายอย่างสุดความสามารถ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
สิ้นเสียงเคาะเพียงชั่วอึดใจ บานประตูใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกกว้างโดยคนภายในทันที
เฉินเทียนอวี่ปรากฏตัวต่อหน้าเลขาคนสวยในสภาพที่หลิวรุ่ยไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิตทำงานร่วมสองปี เสื้อสูทสากลเนื้อดีและเนกไทสีเข้มภูมิฐานถูกสลัดทิ้งกองไว้บนโซฟาด้านหลัง เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงแบรนด์หรูปลดกระดุมบนออกเผยให้เห็นแผงอกแกร่งตึงแน่นแผ่ซ่านไออุ่นชายดิบเด่นชัดและมีขนหน้าอกบางๆ รำไรชวนัั แขนเสื้อเชิ้ตเชิ้ตขาวถูกพับม้วนรั้งขึ้นลวก ๆ ถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนล่ำที่มีเส้นเืพาดผ่านชัดเจน แสดงพลังกายสมบูรณ์เพศชายแบบเต็มร้อย
ใบหน้าคมคายหล่อเหลาไร้ที่ติของประธานหนุ่มขึ้นสีระเรื่อ แววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่เคยเฉยเมยเ็าบัดนี้กลับดูวูบวาบพรั่งพรูไปด้วยไฟตัณหาความ้าดิบและดวงตาแดงก่ำจับจ้องมองเรือนร่างสะคราญของเลขาตรงหน้า หลิวรุ่ยสั่นสะท้านสมองพร่าเลือนเมื่อประสานสายตาสบตากับเขาในระยะห่างเพียงลมหายใจผ่านเป่ารดกันข้ามหน้าประตูห้องสวีทสลัวแห่งนี้
"เอ่อ... เอกสารสัญญาและรายงานงบการเงินที่ท่านประธานสั่ง... นำมาส่งแล้วค่ะ..." หลิวรุ่ยพึมพำเสียงสั่นพร่าไม่เป็ภาษา
"เข้ามา..." เฉินเทียนอวี่สั่งเสียงแหบต่ำห้าว แววตาของเขาจับจ้องมองเนินอกขาวสะพรั่งและเรียวปากอิ่มระเรื่อของเลขาสาวอย่างหิวกระหาย
หลิวรุ่ยก้าวเท้าเดินเข้ามาภายในห้องนอนสูทระดับเพรสซิเดนเชียลสูทอันหรูหราอลังการ เสียงประตูห้องพักปิดลงกลอนอัตโนมัติดัง *แกร๊ก* ด้านหลัง ปลุกเร้าความเปลี่ยวเหงาและกิเลสตัณหาของชายหญิงคู่รักให้เตลิดไปไกล ภายในห้องกว้างใหญ่สลัว แสงไฟสีอบอุ่นส่องสว่างแ่เบาตัดกับกระจกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่สูงจรดเพดานที่ยาวตลอดแนวห้อง เผยให้เห็นวิวแสงสีระยิบระยับดุจทะเลดาวของมหานครปักกิ่งและตึกระฟ้าตระหง่านฟ้าเบื้องล่างอย่างโอ่อ่าสวยงาม
---
"เอาเอกสารวางไว้บนโต๊ะทำงานตรงนั้น..." เฉินเทียนอวี่พูดพลางก้าวเท้าเดินนำเธอไปที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ริมกระจกใสวิวปักกิ่ง
หลิวรุ่ยเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย ร่างกายของเธอยิ่งร้อนรุ่มมากขึ้นเมื่อสูดกลิ่นฟีโรโมนของแอป Rust เลเวล 2 ที่อบอวลคลั่งอยู่ในห้องพักแห่งนี้ ทั้งสองคนขยับเข้ามาทรุดนั่งลงเคียงข้างกันที่ขอบโต๊ะทำงานเพื่อเปิดแฟ้มเอกสารสรุปข้อตกลงร่วมกัน ทว่าระยะห่างของไหล่กว้างและไหล่บางที่เบียดชิดกันทำให้อุณหภูมิกายของทั้งคู่พุ่งสูงทะยานเกินต้านทาน
กลิ่นน้ำหอมสปอร์ตบุรุษจางๆ ผสมกลิ่นเหงื่ออุ่นร้อนของเฉินเทียนอวี่ทำให้สมองของหลิวรุ่ยเตลิดไปไกล นิ้วมือเรียวบางของหลิวรุ่ยสั่นระริกขณะจับกระดาษชี้แจงหัวข้อเงื่อนไขสัญญา ลมหายใจของเธอหอบกระชั้นถี่จนเนินหน้าอกอวบสั่นไหวรวดเร็ว ยอดอกสีชมพูคัดตึงแข็งเป็ไตเบียดชิดกับเนื้อผ้าเชิ้ตเชิ้ตขาวตัวบางจนประธานหนุ่มเผลอกวาดสายตาจ้องมองอย่างอดไม่ได้
ความเงียบงันพัดพาความร้อนและตัณหาเข้าโจมตีสติสตัง ความปวดรัดแ่าที่แก่นกายหนาภายใต้กางเกงทำงานของเฉินเทียนอวี่ขยายใหญ่แข็งโป๊กเบียดเป้ากางเกงอึดอัดจนต้องขยับบิดโคนขาแก้ความเสียวซ่าน
"ตรงสัญญานี้... ทางนักลงทุนปักกิ่งขอแก้ไขอัตราดอกเบี้ยและยอดจ่ายล่วงหน้า..." หลิวรุ่ยพึมพำเสียงแหบพร่าสั่นสะท้าน เธอพยายามเพ่งมองตัวเลขในรายงานแต่ตัวอักษรกลับพร่ามัวเลือนราง ร่องเนื้อกลีบเกสรส่วนตัวเปียกแฉะน้ำรักไหลรินชุ่มกางเกงในตัวจิ๋วจนเกิดริ้วความวาบหวามในท้องน้อยแทบกักสติไม่อยู่แล้ว
ในวินาทีที่จังหวะหายใจของทั้งสองใกล้ชิดกันขีดสุด หลิวรุ่ยเอื้อมส่งปากกาให้เขา ทว่าฝ่ามือสั่นระริกจนสะดุดปัดโดนขอบแฟ้มเอกสาร ทำให้แผ่นกระดาษข้อตกลงทั้งหมดร่วงหล่นกระจายว่อนเต็มพื้นพรมขนสัตว์สีเข้มหลังโต๊ะทำงาน
"ว้าย! ขอโทษค่ะท่านประธาน!" หลิวรุ่ยอุทานใ รีบทรุดกายก้มลงเก็บแผ่นกระดาษบนพื้นอย่างลนลาน
เฉินเทียนอวี่ทรุดกายลงก้มเก็บเอกสารพร้อมกับเธอทันที ในจังหวะความวุ่นวายท่ามกลางความมืดสลัว ปลายนิ้วและฝ่ามือของทั้งสองคนเอื้อมแตะแผ่นกระดาษแผ่นเดียวกัน ััปะทะอุ่นร้อนของฝ่ามือใหญ่แกร่งของเฉินเทียนอวี่ทับลงบนฝ่ามือนุ่มของหลิวรุ่ยฉับพลัน
*วิ้ง...*
กระแสคลื่นกระตุ้นตัณหาสะกดรักระดับ 2 ะเิขึ้นทำงานรุนแรงในิญญาของทั้งสองคน เฉินเทียนอวี่ไม่ยอมปล่อยมือเรียวบาง เขากระชับฝ่ามือใหญ่ร้อนกุมบีบรัดข้อมือของหลิวรุ่ยแน่นรั้งลืมสิ้นความสัมพันธ์ประธานเลขา ดึงรั้งให้เลขาสาวปล่อยเอกสารร่วงพรูลงสู่พื้นพรมโดยสิ้นเชิง
ก่อนจะกระชับดึงร่างอวบอัดให้ลุกยืนขึ้นปะทะแผ่นอกกว้าง แล้วก้าวเท้าเดินเบียดร่างกายกดดันรั้งร่างระหงของเธอให้ถอยร่นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสะโพกและแผ่นหลังของหลิวรุ่ยเบียดกระแทกชนเข้ากับกระจกแก้วใสบานั์ริมหน้าต่างอาคารสูงตึกระฟ้าของปักกิ่งอย่างหมดทางหลบเลี่ยง
*ตึก...*
แผ่นหลังเผชิญลมหนาวเย็นเฉียบปะทะจากกระจกด้านนอก ทว่าเนื้อตัวด้านหน้าของเธอกลับปะทะกับแผงอกแกร่งและร่างกายอันแสนร้อนระอุประหนึ่งไฟกามของเฉินเทียนอวี่ ชายหนุ่มใช้ท่อนแขนล่ำทั้งสองข้างยันค้ำขอบกระจกพรางกักขังเรือนร่างของหลิวรุ่ยไว้ในอ้อมอกอย่างสมบูรณ์แบบ แสงไฟสีสวยระยิบระยับของปักกิ่งภายนอกส่องอาบแผ่นหลังและขับเน้นใบหน้าหวานระเรื่อของเธอให้ยั่วยวนขึ้น
เฉินเทียนอวี่ยื่นปลายนิ้วแกร่งถอดแว่นตากรอบบางของหลิวรุ่ยออกช้า ๆ วางลงบนโต๊ะทำงานข้างเคียงอย่างนิ่มนวล เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยกลมโตหวานหยาดเยิ้มฉ่ำเปียกน้ำตาราคะที่สั่นระริกเต็มไปด้วยความสยบจำนน ไร้ทางสู้ต่อต้านต่อตัณหาดิบและกิเลสแอป Rust อีกต่อไปแล้ว
---
"เลขารุ่ย... รู้ไหมว่า่เวลาประชุมเมื่อกี้... ผมไม่มีสติมองเอกสารเลยสักนิด" เฉินเทียนอวี่เอ่ยเสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหูเล็ก ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดผิวแก้มและซอกคอขาวเนียนของเธอจนเธอสะท้านขนลุกซู่
"ท่ะ... ท่านประธาน..." หลิวรุ่ยครางสยิวเบาๆ ในลำคอ ร่างกายอ่อนระทวยแทบยืนไม่อยู่
ฝ่ามือใหญ่แกร่งของเฉินเทียนอวี่เลื่อนต่ำลงมาลูบไล้บีบเฟ้นบดขยี้สะโพกผายทรงกลมกลึงและเอวคอดกิ่วของเธอผ่านเนื้อผ้ากระโปรงทำงานทรงสอบสีดำแน่นมือสะใจ ความหนักหน่วงของฝ่ามือชายหนุ่มปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาของเลขาสาวจนกิเลสตัณหาครอบงำเต็มร้อยละร้อย แก่นกายร้อนปูดตึงโป่งของเฉินเทียนอวี่ดันแ่ากระทบหน้าท้องส่วนล่างของเธอผ่านเสื้อผ้าจนหลิวรุ่ยััได้ถึงความใหญ่โตของมัน
"แล้วคุณล่ะ... ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแง้มอกแบบนี้... ตั้งใจจะยั่วผมใช่ไหม หลิวรุ่ย..." เฉินเทียนอวี่กระซิบถามพลางกดน้ำหนักตัวเบียดสะโพกบดถูไถแก่นกายร้อนเป้ากางเกงสู้เนินเนื้ออุ่นของเธออย่างเร่งเร้า
หลิวรุ่ยผวาเฮือก แอ่นอกอวบหยุ่นเบียดชิดกับแผงอกตึงแกร่งของเขาอย่างไม่ยอมถอย สองมือเรียวยกขึ้นโอบรอบคอหนาของเ้านายหนุ่ม ยอมสยบให้กิเลสตัณหาของแอป สะกดบงการร่างกายและสติไปอย่างสิ้นเชิง ปล่อยให้อารมณ์รักและฟีโรโมนปั่นป่วนในร่างนำพาทางไป
"อื้อ... ท่านประธาน... รุ่ยทนไม่ไหวแล้ว..." หลิวรุ่ยเอ่ยตอบน้ำเสียงสะอื้นหวานสยิว ดวงตาฉ่ำปรือไร้แว่นตาจดจ้องริมฝีปากหนาของเขาอย่างยอมรับชะตากรรม รอยเนื้อนุ่มเบียดชิดแแ่ริมหน้าต่างกระจกใสของอาคารระฟ้า เฉินเทียนอวี่แสยะยิ้มร้อนผ่าวก่อนจะโน้มใบหน้าซุกไซร้จุมพิตลงบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างตะกรุมตะกราม ทิ้งให้ความหวาดเสียวระทึกท่ามกลางวิวแสงสีเมืองปักกิ่งโหมพัดกระพือความร้อนแรงที่จะะเิขึ้นในบทถัดไปอย่างสิ้นเชิง...
---