ระพีพรรณยืนอยู่หน้าบ้านที่ใหญ่โตมโหฬารของผู้เป็อา ซึ่งมีขนาดที่ไม่ได้แพ้บ้านของพ่อเธอเลย แต่จะผิดกันก็ตรงที่ บ้านอานั้น ดูสวยเป็ระเบียบ ด้วยเพราะมีคนดูแลไม่ขาด ซึ่งตรงกันข้ามกับบ้านตัวเอง
“เชิญเลย ยัยเพลง เข้าบ้านก่อนลูก” เสียงกำธรเรียก พร้อมกับออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง
“สวัสดีค่ะคุณอา”เธอไหว้เขาด้วยความนอบน้อม
“โอ้โห ไม่เจอตั้งนาน โตเป็สาวแล้วนะเรา ไปเราไปนั่งคุยกันที่เรือนกล้วยไม้ของอาดีกว่า กำลังออกดอกสวยเชียว และอีกอย่างก็อากาศกำลังดี เดี๋ยวอาจะให้เด็กยกอะไรไปให้ทีหลัง” เขาบอกผู้เป็หลาน
“คุณอาสบายดีหรือเปล่าคะ แล้วอาพริ้งกับน้องๆ ไปไหนกันหมดคะ”
เมื่อทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในสวนกล้วยไม้ ที่เต็มไปด้วยกล้วยไม้นานาพันธุ์ ที่ออกดอกสวยงาม
“อาแกพาน้องไปซื้อของเตรียมจะเอาไปเรียนนอกกันจ๊ะ แล้วว่าแต่เราเถอะกลับมาั้แ่เมื่อไหร่ ไม่เห็นบอกอาเลย”
กำธรถาม เพราะเขาเองก็ห่างจากครอบครัวพี่ชายไปนานพอสมควร ด้วยเพราะความโกรธที่พี่ชายตัดพี่ตัดน้อง แต่เขาก็ยังคงโทรไปหาโป่งที่บ้าน เพื่อสอบถามอาการของพี่ชายอยู่ไม่เว้น และก็หยิบยื่นเงินให้โป่งเอาไว้ใช้สอยบ้าง ถึงจะไม่มาก แต่เขาก็ยังดีใจที่ได้ทำ
“เพลงมาได้ไม่กี่วันค่ะคุณอา มัวแต่ยุ่งๆ เื่ที่บ้านก็เลยยังไม่มีเวลามากราบคุณอาค่ะ เพลงต้องขอโทษด้วยนะคะ”
เธอบอกพร้อมกับไหว้เขาด้วยความนอบน้อม ซึ่งทำให้เขาประทับใจในตัวหลานสาวคนเดียวของเขาไม่น้อย ในสายตาเขาแล้ว ระพีพรรณนั้น ช่างแตกต่างจากระพีพงศ์ผู้พี่กับพ่อยิ่งนัก
เพราะเธอจะอ่อนน้อม กิริยามารยาทเรียบร้อย มองโลกในแง่ดีเสมอ ซ้ำยังเป็คนขี้สงสารคนอีกด้วย นี่ถ้าพี่ชายได้แบบน้องบ้าง บ้านก็คงจะไม่ตกอยู่ในวิกฤตแบบนี้เป็แน่ แต่จะโทษระพีพงศ์ซะทั้งหมดก็คงไม่น่าจะใช่ เพราะด้วยความที่เป็วัยรุ่น แล้วไม่มีแม่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด บวกกับพี่ชายเขาเองนั้นมัวแต่ทำงานหาเงิน จนไม่มีเวลาได้อยู่ดูแลลูกซึ่งอยู่ใน่หัวเลี้ยวหัวต่อ แล้วเงินก็เข้าไปมีอำนาจในการชดเชยความรักที่เขามีต่อลูกแทบทุกครั้ง ไม่ว่าลูกจะขอเท่าไหร่ เขาก็ไม่เคยจะเกี่ยงเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าเขาจะเตือน จนถึงขั้นห้ามปรามพี่ชายเขาก็ไม่ฟังเอาเสียเลย
“อาเองก็มัวแต่ยุ่งๆ ไม่ค่อยได้ไปดูพ่อเราเท่าไหร่ พอว่างได้ไปแล้วพ่อเราก็แทบจะไล่ลุงตะเพิดออกมา เพราะโกรธที่ตั้งใจมาหาลุงแล้วเกิดอุบัติเหตุ ดูเอาเถอะพ่อเรา ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย แต่อาก็ไม่โทษหรอกนะ พี่กำพลก็แย่พอควรอยู่แล้ว ลืมได้ก็จะลืม ไหนๆ ก็เืก็นเดียวกันแล้ว เอ่อ! ว่าแต่เพลงมาหาอามีอะไรหรือเปล่า ดูสีหน้าแล้วไม่ค่อยจะดีเลย”
กำธรถามออกไปอย่างนั้น แต่ในความคิดก็พอจะเดาออกว่าหลานสาวมาด้วยเื่อะไร
“เพลงต้องขอโทษแทนคุณพ่อด้วยนะคะ ที่ทำให้คุณอาโกรธ แต่เพลงก็ดีใจค่ะ ที่คุณอาไม่ถือโทษโกรธท่านตอบ ตอนนี้จิตใจคุณพ่อท่านแย่มากแล้วค่ะ ที่เพลงมานี่ก็มีเื่จะปรึกษาคุณอาค่ะ” ระพีพรรณบอกเล่าความจำเป็ที่จะต้องให้เขาช่วย
“เงินเยอะขนาดนี้ อาจะไปหาได้จากที่ไหนล่ะ ยัยเพลง แล้วเวลาก็เหลืออีกไม่กี่วัน จริงๆ แล้วอาเองก็พอจะรู้เื่ที่พ่อเราไปทำไม่ดีกับครอบครัวคุณลัดดาอยู่บ้าง แต่ก็รู้ไม่หมดหรอก เ้าโป่งโน่นมันรู้ดี แต่ก็เอาเถอะอาจะลองโทรขอความช่วยเหลือจากพรรคพวกดูก่อน แล้วว่าแต่ถ้าเพลงได้เงินจากเพื่อนของอาแล้วเอาไปใช้ทางโน้น เพลงก็ต้องหาเงินมาใช้คนอื่นอยู่ดี แล้วเมื่อไหร่มันจะหมดล่ะลูก” เขาให้แง่คิด ทั้งๆ ที่รู้ว่าสิ่งที่บอกหลานออกไปนั้น เขาก็แทบจะมองไม่เห็นทาง
“ถ้าได้บริษัทคืน เพลงก็คงจะเข้าไปบริหารเอง เผื่อจะได้เงินมาใช้หนี้ได้บ้างค่ะ” เธอบอกออกไปทั้งๆ ที่ตัวเองก็แทบจะไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะทำได้หรือไม่
“หรือถ้าเพลงหาเงินไม่ทันที่เขากำหนด เพลงก็คงจะต้องทำงานใช้หนี้ตามที่เขาระบุเอาไว้ค่ะ”
“ถ้าเราพอหาเงินมาไถ่กิจการกับบ้านคืนได้ ลุงก็จะยอมเข้าไปช่วยทำงานหาเงินให้อีกแรง เพลงเองก็เพิ่งจะจบมาไม่ใช่เหรอ แล้วงานที่ทางนี้เพลงเองก็ยังไม่มีประสบการณ์ แล้วเพลงจะทำได้เหรอ” กำธรอดห่วงไม่ได้
“เพลงก็คิดว่าจะเชิญคุณอาไปช่วยเหมือนกันค่ะ เพราะลำพังเพลงเอง ก็ทำไม่ได้ หรือถ้าได้ก็คงจะต้องเรียนรู้อีกนานค่ะ แล้วที่สำคัญเพลงก็ไม่ค่อยจะชอบงานพวกนี้ด้วย หรือไม่อย่างนั้นก็อาจจะให้คุณอาทำคนเดียว ส่วนเพลงก็จะเปิดบริษัทพวกออกแบบตามที่เพลงเรียนมาค่ะ” เธอบอกแผนการที่มีในความคิดตอนนี้
“แล้วถ้าเกิดเราหาเงินมาไม่ทันล่ะ เพลงจะทำยังไง จะต้องไปทำงานงานพวกนี้เหรอ แล้วเพลงไม่เคยทำเลยนะ แล้วที่ทางโน้นเขาให้เราทำงานพวกนี้ มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่หรือเปล่า ฟังดูแล้วมันดูจะง่ายๆ ยังไงก็ไม่รู้นะเพลง เงินตั้งเยอะตั้งแยะ จะคืนให้ง่ายๆ แค่นี้เหรอ” กำธรอดที่จะห่วงหลานสาวไม่ได้
“เพลงยังไม่ได้คิดไปถึงเื่นั้นค่ะคุณอา เพลงคิดแค่ว่าพอจะมีใครที่จะช่วยให้เพลงยืมเงินจำนวนนี้ได้บ้าง ตอนนี้ก็ให้เพื่อนๆ ลองช่วยอีกแรงค่ะ” เธอบอกไปตามความคิดจริงๆ เพราะตัวเองก็ให้คำตอบกับคำถามของกำธรไม่ได้เหมือนกัน
“เอาเป็ว่าอาจะลองดูอีกแรงหนึ่งนะ แล้วยังไงอาจะโทรไปหาเราอีกที แต่อาอยากจะให้เพลงทำใจไว้ด้วย มันไม่ใช่เงินน้อยๆ ถ้าคนไม่มีเงินเหลือใช้จริงๆ ก็ไม่มีใครให้ยืมหรอกนะ แล้วเงินอาเองก็มีไม่มากขนาดนั้น ถ้าเอาไปช่วยเพลงแล้ว เกิดมีอะไรฉุกเฉินมาช่วยตัวเองไม่ได้ มันก็ยิ่งจะแย่ไปกันใหญ่นะ อาอยากให้เพลงเผื่อใจสำหรับความผิดหวังเอาไว้บ้าง สมบัติมันเป็ของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ เพลงตัวคนเดียวจะไปทำอะไรได้ลูก”
กำธรให้แง่คิดแก่เธอ ซึ่งก็ทำให้เธอแทบจะเห็นด้วยเกือบทั้งหมด แต่ติดตรงที่ความสงสารพ่อ ที่สร้างกิจการกับบ้านมากับมือ เธอคิดว่าพ่อคงจะรักและอยากจะได้มันคืนไม่น้อย และความหวังสุดท้ายที่พ่อมีก็คือเธอนั่นเอง
“ขอบคุณค่ะคุณอา เพลงจะจำคำของคุณอาเอาไว้ค่ะ เอ่อ! เพลงมีของฝากมาฝากคุณอากับอาพริ้ง และก็น้องๆ ด้วยค่ะ นี่ค่ะเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ เพลงเขียนชื่อไว้ที่กล่องแล้วค่ะ” ระพีพรรณเปิดเป้ใบเขื่องที่สะพายไปด้วยเพื่อหยิบของออกมาวางไว้ตรงหน้าผู้เป็อา
“ไม่น่าลำบากเลยนะเรา เงินทองก็ยิ่งไม่ค่อยมีอยู่ด้วย แต่ยังไงอาก็ขอบใจเพลงมากๆ นะ” กำธรบอกและรับถุงของฝากจากมือหลานสาว
“ไม่เป็ไรค่ะ งั้นเพลงคงต้องขอตัวนะคะคุณอา ว่าจะไปหาเพื่อน ว่าได้เื่ยังไงบ้าง เพลงลาเลยนะคะ” เพราะรู้ว่ากำธรนั้นเวลาว่างไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่
“เพลงไม่รอกินข้าวพร้อมอาพริ้งเหรอลูก แต่กว่าจะกลับก็คงอีกนาน นี่อาก็จะต้องออกไปธุระข้างนอกอีกชั่วโมงกว่าๆ นี่ ยังไงก็เอาไว้วันหลังมาเที่ยวบ้านอาบ้างนะ ส่วนเื่นั้นอาจะติดต่อกลับไป” เขาลุกเดินไปส่ง
“ค่ะคุณอา งั้นเพลงไปนะคะ สวัสดีค่ะ” เธอไหว้ลาอา แล้วก็เดินออกจากบ้านไปในที่สุด กำธรมองตามหลังหลานสาวคนเดียวแล้วก็อดทอดถอนใจแทนไม่ได้ แล้วเขาจะช่วยหลานได้ยังไงกัน ตัวเขากับธุระกิจก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมายนัก แต่เขาก็ให้สัญญากับตัวเองว่าจะช่วยเธอให้ถึงที่สุด
+++++
“คิดอะไรอยู่ครับแม่” ดนุพรเดินเข้ามาหาแม่ที่นั่งรับลมอยู่สนามหญ้า
“ดำ!กลับมาั้แ่เมื่อไหร่ลูก แม่ไม่เห็นเลย” ลัดดาใช้มือสองข้างเข็นล้อให้หันมาหาลูกชาย
“ได้สักพักแล้วครับ พอดีไปอาบน้ำแล้วก็มาหาแม่นี่ล่ะครับ” เขาบอกแม่พร้อมๆ กับเดินเข้าไปช่วยเข็นรถให้เข้าไปนั้งที่ซุ้มที่สร้างเอาไว้พักผ่อน
“ลูกนายกำพลติดต่อมาหรือยังดำ” เพราะลูกเคยบอกเอาไว้เมื่อหลายวันมาแล้ว
“ยังเลยครับแม่ อีกสองวันก็จะถึงกำหนดแล้ว คงหาไม่ได้หรอกครับ ใครจะช่วยพวกมัน เงินตั้งมากมายขนาดนั้น” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ชิงชังผู้ที่ถูกพูดถึงยิ่งนัก
“แล้วถ้าเกิดเขาหากันมาได้ล่ะ ดำ” ลัดดาไม่วายที่จะห่วงเื่นี้ เพราะถ้าศัตรูหัวใจของเธอสามารถทำได้ตามที่ลูกชายบอกเอาไว้ โอกาสที่เธอจะได้แก้แค้นก็จะหมดไป
“ข้อแรก ผมว่าไม่มีทางที่พวกนั้นจะหาได้ ข้อสอง ถึงหาได้ มันก็แค่เงินต้นนี่ครับแม่ แต่ดอกเบี้ยผมยังไม่ได้บอกพวกมันไป จะยังไงซะ ลูกนายกำพลมันก็ต้องมารับกรรมอย่างไม่มีทางเลือกหรอกแม่”
เขาบอกถึงแผนการที่เตรียมเอาไว้ แรกทีเดียวเขาคิดจะยึดสมบัติทั้งหมดแล้วนำไปขายทอดตลาด เพราะคิดว่ากำพลคงจะปล่อยให้หลุดไปแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีทายาทนายกำพลดิ้นรนมาหาถึงที่ จนทำให้เขาได้ความคิดดีๆ ที่จะให้กำพลได้รับความเ็ป เพิ่มจากเดิมที่กำลังได้รับอยู่ในตอนนี้
“แม่อยากจะเห็นหน้ามันจริงๆ เลยดำ มันคงคิดไม่ถึงนะ ว่าเราจะได้มีโอกาสเอาคืนกับลูกของมัน แม่ยังนึกสะใจไม่หาย ที่เราส่งไอ้พีเข้าคุกคราวนั้น มันรักลูกมาก รักจนลืมไปว่า คนอื่นๆ เขาก็รักลูกเขาเหมือนกัน พูดแล้วแม่เกลียดมันจริงๆ เลย ไอ้คนใจร้าย ใจโหด ไอ้คนสับปลับ” ลัดดาพูดด้วยอารมณ์โกรธจัด เมื่อนึกถึงการกระทำของกำพลเมื่อหนหลัง
“อีกไม่นานหรอกครับแม่ อีกไม่นาน มันจะได้รับรู้รสชาติของการสูญเสียว่ามันจะเป็ยังไง ผมว่าแม่เข้าบ้านก่อนเถอะครับ อาหารเย็นคงจะตั้งแล้ว” เขาบอกแม่ แล้วก็เข็นรถเข้าบ้านไปด้วยหัวใจเบิกบาน ที่จะได้ทำอะไรๆ ที่อยากจะทำมานานแล้ว
ระพีพรรณจ้องมองใบหน้าผอมซูบของพ่อ ที่นอนทอดร่างอยู่บนเตียงแล้วก็รู้สึกใจหายยิ่งนัก กับภาพที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าตัวเองในเวลานี้ ทั้งๆ ที่เมื่อไม่นานมานี้ ภาพของผู้ชายที่แข็งแรง ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยยังอยู่ในความทรงจำเธออยู่เลย แต่ตอนนี้กับความเป็จริง มันช่างบั่นทอนจิตใจเธอเสียนี่กระไร พ่อคงจะเสียใจมากที่ทุกอย่างกลับกลายเป็แบบนี้ แล้วเธอจะทำยังไงดี อีกสองวันแล้วสินะที่จะถึงกำหนดเส้นตาย แล้วเธอจะทำยังไง
“เพลงนี่อานะ ตอนนี้อาหาได้ทั้งหมดก็สิบห้าล้าน จากเพื่อนๆ กับลูกค้าที่สนิทกัน ถ้าจะเอาจริงๆ เขาก็ไม่เอาหลักประกันอะไรหรอก เขาเชื่อเครดิตอา เงินของอาเองก็มีให้ได้ประมาณสิบล้านเห็นจะได้ แล้วเพลงล่ะหาได้เท่าไหร่” เสียงกำธรกรอกมาตามสายเมื่อเช้านี้
“ของเพลงยังได้ไม่เท่าไหร่ค่ะคุณอา ส่วนใหญ่เพื่อนๆ กันก็เป็พวกเรียนหนังสือทั้งนั้น ที่ได้มาก็ไปขอพ่อแม่ที่พอจะมีมาให้ ประมาณสิบล้านค่ะ ยังขาดอยู่อีกตั้งเยอะ เพลงไม่รู้จะไปหาที่ไหนแล้วค่ะคุณอา” ระพีพรรณบอกออกไปอย่างสิ้นหวัง พร้อมๆ กับทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้
“แล้วเพลงจะทำยังไงดี” กำธรถามกลับมา
“เพลงยังคิดไม่ออกค่ะ เอาไว้รอดูพรุ่งนี้อีกวันนะคะ ถ้าไม่ได้เพลงก็คงจะต้องเลือกอีกทางค่ะ แต่ยังไงเพลงก็กราบขอบพระคุณ คุณอามากๆ นะคะ ที่ช่วยเพลง แล้วเพลงจะติดต่อกลับไปนะคะ”
หญิงสาวนั่งลงข้างเตียงแล้วก็น้ำตาคลอเบ้าด้วยความหนักใจ กับเงินที่หามาได้แค่สามสิบห้าล้าน เธอก็ปรารถนาที่จะได้อีกแค่สิบห้าล้านเท่านั้น แล้วเธอจะไปหาได้จากที่ไหน กับเวลาที่เหลือแค่สองวัน โทรศัพท์ถูกกดไปหาคนที่เธอคิดว่าจะเป็ที่พึ่งสุดท้ายของเธอ นั่นคือ ธนากร ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็คนที่รู้ใจเธอมากที่สุด หรือจะเรียกได้ว่าเป็คนที่เธอมีใจให้ก็ว่าได้ เพราะเธอเป็คนที่ไม่ค่อยจะมีเพื่อนผู้ชายมากนัก ส่วนใหญ่ชีวิตจะหมดไปกับการเรียน และอยู่กับโสภาตลอดเวลา
“ก๊อปเหรอคะ เพลงนะคะ” เสียงกรอกไปตามสายด้วยความเคยชิน
“เอ่อ! ก๊อปไม่อยู่เหรอคะ” เธอถามคนที่มารับโทรศัพท์ ซึ่งเป็เสียงผู้หญิง และเสียงนี้เธอจำได้แม่นยำว่าเป็เสียงของ ยดา หรือมิ้นท์ ผู้ที่เฝ้าคอยแย่งความสนใจจากธนากรไปจากเธอ ั้แ่อยู่เมืองนอกแล้ว
“มิ้นท์เหรอ เพลงฝากให้ก๊อปช่วยโทรกลับด้วยนะ พอดีมีเื่ด่วน”
เธอฝากข้อความเอาไว้ แต่ก็ไม่ทันจะได้เื่อะไร ปลายทางก็วางสายแล้ว เธอพยายามโทรกลับไปอีก แต่ก็ดูเหมือนว่าสายจะไม่ว่างแล้ว เธอละความพยายามในการติดต่อทางโทรศัพท์ในที่สุด เพราะโทรเท่าไหร่สายก็ไม่ว่างเลย
หญิงสาวรู้โดยสัญชาตญาณว่า ถูกยดาขัดขวางเสียแล้ว จึงไม่รอช้ารีบไปต่ออินเตอร์เนท ผ่านคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปทันที แล้วส่งอีเมล์ไปหาธนากรเกี่ยวกับเื่ที่เธอรอคำตอบจากเขา หลังจากที่ได้เล่าเื่ต่างๆ ให้เขาฟังไปแล้ว และขอให้เขาช่วยหาเงินมาสมทบตามที่เขาจะพอช่วยได้
เธอรู้ดีว่าเื่นี้ไม่น่าจะเหนือบ่ากว่าแรงสำหรับลูกมหาเศรษฐีอย่างเขา แค่เพียงโทรมาขอความช่วยเหลือจากผู้พ่อแค่นั้น แต่เธอก็อดกังวลไม่ได้ หากเื่ต่างๆ มันไม่เป็ไปตามที่เธอคาดคิดเอาไว้ เสร็จจากส่งข่าวสารให้ธนาการแล้ว หญิงสาวเดินกลับมานั่งทรุดตัวลงข้างๆ เตียงผู้พ่อด้วยหัวใจที่อ่อนล้าอีกครั้ง
สิ่งนี้คือสิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับเธอเลยแม้แต่น้อย ชีวิตเธอทั้งชีวิตนับั้แ่จำความได้ เงินไม่เคยเป็ปัญหากับเธอเลย อยากจะได้เท่าไหร่พ่อก็หยิบยื่นให้ โดยไม่คิดจะไตร่ถาม ว่าเอาไปใช้อะไร จะมากน้อย หรือจะบ่อยครั้งแค่ไหนที่เธอโทรข้ามทวีปมาพ่อไม่เคยบ่น จัดการหาให้ตามที่้า ชีวิตเธอและพี่ชายเกิดมาพบกับความสะดวกสบาย และเพรียบพร้อม จนจะเรียกได้ว่าคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด เธอไม่คาดคิดเลยว่าจะเจอะเจอกับปัญหาอันหนักอึ้งขนาดนี้ น้ำตาแห่งความเสียใจมันไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากให้พ่อต้องเห็นจึงรีบสงบสติ แล้วก็ล้มตัวลงนอนกับที่นอนใกล้เตียงผู้เป็พ่อในที่สุด
+++++
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ