แก้วนพคุณ

    สวนยายขวัญ

    พวกภารดีออกจากโฮมสเตย์เกือบเที่ยง สาวิชโทรมาบอกภารดีว่า          ให้พวกหล่อนมากินข้าวที่บ้านยายขวัญเพราะอัมพวาบอกยายไว้แล้ว  ว่าจะมีแขกมาเที่ยวที่บ้านหลังจากโทรมาสักพักสาวิช ก็มาถึงโฮมสเตย์   เพื่อนั่งรถไปพร้อมกับพวกภารดี

                “ไม่ไกลหรอกครับห่างจากตลาดน้ำประมาณ 4 – 5 กิโล” ไกด์นำทางบอกลูกทัวร์เมื่อคืนหลังจากกลับจากร้านอาหารภารดีคุยไลน์กับสาวิชและขอไลน์ของอัมพวาจากเขาด้วยหล่อนจะได้ส่งรูปที่ถ่ายที่ร้านอาหารให้สาวน้อยบ้านสวน...สาวิชเลยตั้งกลุ่มไลน์ใหม่เป็นสามคนมีเขา ภารดี      และอัมพวาคุยไปคุยมาอัมพวาจึงชวนให้ภารดีมาเที่ยวที่สวนยายของหล่อน ช่วงนี้ผลไม้เยอะมากพวกเขาจะได้เอาผลไม้กลับไปกินที่กรุงเทพด้วยไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าพวกภารดีจะมีเวลามาเที่ยวที่สมุทรสงครามอีก

                “คราวหน้าถ้ามาอีกแล้วจำทางไม่ได้ก็ถามชาวบ้านได้สวนยายขวัญน่ะใครๆ ก็รู้จักทั้งนั้นแหละ ยายขวัญคนดังของอำเภอ” สาวิชเล่าไปหัวเราะไปจนคนในรถจินตนาการแตกต่างกันไปว่าคนดังระดับอำเภอนั้น     จะดังในแง่ไหน แต่ก่อนที่สาวิชจะได้อธิบายว่าคนดังของอำเภอนั้นดังในแง่ไหนรถของพวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทางพอดี

                “เลี้ยวตรงนี้เลยครับ”สาวิชชี้ปากทางเข้าสวน สวนยายขวัญไม่มีป้ายบอก เป็นทางเข้าเล็กๆที่รถแทบจะสวนกันไม่ได้ ดูเปลี่ยวอยู่เหมือนกัน ถ้าจะมาแถวนี้ในตอนกลางคืน อัมพวาบอกว่าที่บ้านหล่อนนั้นมีแต่ผู้หญิงผู้หญิงสามคนดูแลสวนทั้งหมด ผู้คนสมัยนี้น่ากลัว พวกหล่อนไม่กลัวกันหรืออย่างไรนะ? นพคุณสังเกตรอบๆถ้าที่ผ่านเข้ามานั้นเป็นสวนของยายขวัญทั้งหมด คำว่า “สวนร้อยเอเคอร์”ที่สาวิชบอกไว้ที่ร้านอาหารนั้นดูจะไม่เกินจริงเลย

                “สวนยายขวัญเริ่มจากตรงไหนเหรอครับ?”นพคุณถามสาวิชเพราะเขาสงสัย บางทีอาจจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิดก็ได้

                “ก็ตั้งแต่ปากทางเข้านั่นแหละสองข้างทางนั่นก็สวนยายแกทั้งนั้น ส่วนใหญ่แกคุมเองทั้งหมด...แก่แล้วแต่ยังเปรี้ยว”สาวิชตอบยิ้มๆ เขาเน้นคำว่าแก่และนั่งขำอยู่คนเดียว รถเข้ามาจอดในตัวบ้าน บ้านยายขวัญเป็นบ้านไม้สองชั้น รอบๆ บ้านนั้นเป็นต้นไม้ครึ้มไปหมดพริมาเห็นอัมพวายืนรออยู่แล้ว ข้างๆ สาวบ้านสวนเป็นผู้หญิงสองคน คนหนึ่งตัวสูงกว่าคนอื่นๆอายุหล่อนน่าจะอ่อนกว่าหรือไม่ก็พอๆ กับพริมา ส่วนอีกคนเป็นผู้หญิงที่ดูสูงวัยที่สุดในนั้นแต่พริมาเดาไม่ถูก ถ้าหล่อนคือ “ยายขวัญ”ที่สาวิชบอกนั้น “ยาย” จะอายุเท่าไหร่พริมาคิดว่าคนเป็นยายต้องอายุไม่ต่ำกว่าหกสิบหรือมากกว่านั้น แต่นี่ดูเหมือนว่า“ยาย” ของอัมพวาหรือที่สาวิชเรียกว่า “แก่แล้วยังเปรี้ยว” นั้นดูแล้วอายุไม่น่าจะเกินห้าสิบด้วยซ้ำ พวกเขาลงจากรถและเข้าไปทักทายเจ้าของบ้านที่ยืนยิ้มรออยู่พริมาลงมาเป็นคนสุดท้ายเพราะภารดีบอกว่าอยากเห็นสีหน้าของสองสาวที่ยังไม่เคยเห็นว่าหลานสาวและลูกสาวของทั้งสองฝ่ายนั้นหน้าตาละม้ายคล้ายกันขนาดไหนเมื่อคืนหล่อนย้ำกับสาวิชและอัมพวาว่าอย่าเพิ่งเอารูปของพริมาให้คนที่บ้านดูเอาไว้ให้เห็นเองกับตาน่าจะสนุกกว่า

            “เฮ้ย!”

            “อุ้ย!”เสียงอุทานพร้อมกันเป็นของสองสาวที่ทุกคนรอดูท่าทางอยู่แล้ว เสียงแรกเป็นของยายขวัญ ขนาดคนเป็นยายแท้ๆยังแปลกใจ ส่วนอีกเสียงเป็นของใบบุญที่อัมพวาแนะนำว่าคือ “น้าสาว” ของหล่อนพริมาที่ไม่เก่งคณิตศาสตร์...และยังเจ็บช้ำกับการสอนการบ้านเจมส์ใช้สมองอย่างหนักในการคำนวณและเรียบเรียงอายุของสาวๆบ้านสวนแต่ละคน ถ้าใบบุญเป็นน้าก็แสดงว่าเป็นน้องของแม่แต่อัมพวาก็ดูจะแก่กว่าน้าสาวของตัวเองเสียอีก แสดงว่ายายขวัญมีลูกหลง?แต่อัมพวาบอกว่าบ้านหล่อนไม่มีผู้ชายและตาก็ตายไปนานแล้วตั้งแต่หล่อนยังไม่เกิดเพราะฉะนั้นถ้ายายขวัญได้ลูกคนที่สองที่น่าจะห่างจากลูกคนแรกเป็นสิบๆ ปีแล้วลูกสาวของยายล่ะจะอายุเท่าไหร่ตอนที่มีหลานให้แกแล้วลูกสาวแกไปไหน? แล้วตกลงยายขวัญอายุเท่าไหร่นะ? เห็นหน้ายุ่งๆ ของพริมาสาวิชก็หัวเราะ เขาเข้ามาจูงมือสาวน้อยช่างสงสัย ให้ไปยืนใกล้ๆ กับหลานยายขวัญ แม้หลายคนจะเห็นภาพนี้แล้วเมื่อวาน    แต่ก็ยังอดแปลกใจไม่ได้อยู่ดีภารดีควักกล้องออกมาถ่ายรูปรัวๆ อีกหลายรูป คเชนทร์เองก็ไม่น้อยหน้าเหมือนกัน พวกเขานั่งกินข้าวกันที่ใต้ถุนบ้านลมพัดเย็นสบาย...ยายขวัญที่ตอนนี้ยังไม่หายแปลกใจ หล่อนยังจ้องพริมาเป็นระยะ เหมือนดูให้แน่ใจว่าพริมาเป็นคนจริงๆภารดีแอบขำเพราะยายขวัญนั้นอาการคล้ายหล่อนเมื่อวานไม่มีผิดจากการสอบถามพวกเขาถึงรู้ว่าแท้จริงแล้ว     ยายของอัมพวาอายุแค่สี่สิบแปดปีเรียกว่าคุณยายยังสาวก็ว่าได้ และดูเหมือนพวกแม่พวกยายยังสาวจะคุยกันถูกคอภารดีขอไลน์ของพี่ขวัญ       (อันนี้หล่อนบอกว่าเรียกยายคงจะไม่เหมาะ) เอาไว้ติดต่อหล่อนจะกลับมาเที่ยวที่บ้านนี้อีกแน่ๆ อัมพวาและใบบุญรับช่วงเป็นไกด์ต่อจากสาวิช        สองสาวบ้านสวนพาพวกพริมาไปเก็บลำไยในสวนสวนลำไยของยายขวัญขุดเป็นร่องน้ำไว้หลายร่องมันเหมือนบ่อปลาขนาดใหญ่ที่มีแนวดินผุดขึ้นมาเป็นแนวยาวในบ่อเว้นระยะห่างเท่าๆ กันการจะลงไปเก็บลำไยในบ่อนั้น         ต้องลงเรือพายไปเก็บจากแนวดินแต่ละแนวมีต้นลำไยไม่ต่ำกว่าสิบต้น       ในแต่ละแนวดินและลำไยแต่ละต้นของยายขวัญก็ดกเหลือเกิน กว่าจะเก็บได้หมด ในแต่ละแถวน่าจะใช้เวลาเป็นวันๆแล้วผู้หญิงแค่สามคนจะทำไหวได้ยังไงนะ

                “จ้างคนเก็บทั้งนั้นแหละยายขวัญแค่รอรับตังค์ ไม่ต้องไปขายเองมีคนมารับมาเก็บให้เสร็จสรรพในสวนนี่แหละ”สาวิชช่วยบรรยายแก้ความสงสัยให้พริมาและเพื่อนๆขณะพายเรือพาคนกรุงไปเทียบแนวดินเพื่อขึ้นไปเก็บลำไยพวกเขาเก็บลำไยกันมามากทีเดียว อัมพวาบอกว่าให้เก็บไปเยอะเท่าไรก็ได้เท่าที่พวกเขาจะเอาไปไหว พริมากับยามาคุยกันว่าจะเอาไปฝากเพื่อนที่โรงเรียนด้วยเพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็กินไม่หมดแน่ๆ

                “เดี๋ยวไปเก็บชมพู่กับมะม่วงด้วยนะคะ”ใบบุญหันมาบอกนพคุณ  เวลาไม่มีอะไรทำเขาชอบสังเกตสิ่งรอบตัวและตอนนี้เขาสังเกตน้าสาวของอัมพวาใบบุญเป็นคนยิ้มเก่ง หล่อนคุยจ้อแข่งกับสาวิชตลอดเวลาที่พวกเขาเก็บผลไม้กันแต่ที่น่าสนใจคือสาวน้อยไม่เหมือนอัมพวาเลย แต่จะไม่เหมือนอัมพวาก็ไม่แปลกเพราะหลานสาว(ที่อายุมากกว่า) ของใบบุญเป็นลูกครึ่ง...ไม่เหมือนกันก็ปกติแต่กับยายขวัญที่เป็นแม่ดูยังไงใบบุญก็ไม่มีส่วนคล้ายด้วยเหมือนกัน อาจจะเหมือนฝั่งพ่อนพคุณเดาไปเรื่อย ในขณะที่ใบบุญและสาวิชแข่งกันนำเสนอผลผลิตอยู่นั้นต่างจากอัมพวาที่ไม่ค่อยจะพูดอะไรนักเพราะหล่อนไม่ใช่คนช่างจ้อหรือว่าญาติและเพื่อนของหล่อนแย่งพูดหมดแล้วอันนี้นพคุณก็ยังไม่แน่ใจ

            “ไม่มาช่วยเก็บก็ไม่ต้องมาขอกินเลยนะ” ยามาหันไปบ่นคเชนทร์     ที่ตอนนี้เอาแต่เดินถ่ายรูปไปทั่ว

            “โห..น้องปลาดุกฟูใจร้ายจัง พี่ก็กำลังทำงานไงจ๊ะเดี๋ยวพี่จะถ่ายรูปสวยๆ ให้น้องปลาดุกฟูนะคะถ่ายให้สักครึ่งตัวดีไม๊ เอาสวยๆ” คเชนทร์กดชัตเตอร์ เขาถ่ายรูปยามาออกมาครึ่งตัวจริงๆครึ่งตัวแบบแบ่งครึ่งตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ใช่ครึ่งตัวแบบแบ่งท่อนบนหรือท่อนล่างในรูปจึงทำให้เห็นสวนลำไยแต่มีตัวยามาแค่ครึ่งตัวฝั่งซ้ายติดอยู่ริมๆ ขอบๆ ของรูป

            “ถ่ายแบบนี้ไปไกลๆ เลยไป” ยามาฮึดฮัดหมอนี่ไม่ช่วยแล้วยังมากวนประสาทหล่อนอีก คเชนทร์หัวเราะชอบใจ

            “ฮ่าๆ แหม...พี่ล้อเล่นจ้า มาๆ ถ่ายให้สวยๆ ดีๆเลย” ยามาเบะปาก หล่อนไม่ได้หวังอะไรกับไอ้คเชนทร์ขี้โม้นักหรอกแค่ไม่มากวนประสาท         ให้ปวดหัวแค่นี้หล่อนก็ดีใจแล้ว พริมาก็กำลังง่วนกับการเก็บลำไยในชีวิตหล่อนเพิ่งจะเคยเห็นสวนลำไยก็วันนี้ ตอนอยู่บ้านตากับยายก็อยู่แต่ในตลาดจะเห็นลำไยก็มาเป็นลังแล้ว ไม่เคยเห็นลำไยบนต้นแบบนี้สักที    ไหนจะชมพู่กับมะม่วงอีก ถ้าให้มาที่นี่บ่อยๆหล่อนจะต้องมีความสุขมากแน่ๆ ระหว่างที่ สาวน้อยกำลังเก็บผลไม้นั้นก็มีสาวิชตามคอยประกบตลอดเวลา นพคุณจำได้ ที่ทะเลเมื่อปีก่อนสาวิชก็ชอบเข้ามาคุยกับพริมาแบบนี้โรคเก่าของเขาจะกำเริบอีกแล้ว...หงุดหงิด! พริมาช่างขี้สงสัยเหลือเกินหล่อนถามโน่นถามนี่ได้ตลอดเวลาและสาวิชก็ดูจะตอบคำถามของหล่อนได้หมด ไม่ใช่สวนตัวเอง สักหน่อยทำไมรู้ดีนักนะนพคุณแอบคิดในใจ

            “ลองชิมดูไหมคะ?” เสียงอัมพวาถามขึ้นหล่อนแกะลำไยแล้วยื่นให้นพคุณ เด็กหนุ่มรับมาตามมารยาท ความจริงเขายังไม่อยากจะกินลำไยตอนนี้แต่จะปฏิเสธก็ดูจะน่าเกลียดเกินไป ลำไยบ้านยายขวัญเนื้อเยอะเม็ดเล็กตอนแรกกะว่าจะชิมแค่ที่อัมพวายื่นมาให้แต่เอาเข้าจริงเขากินไปหลายลูกจนเห็นแววตาขบขันของฝาแฝดพริมานั่นแหละเขาถึงรู้ตัว

            “เก็บท้องไว้กินมะม่วงกับชมพู่ด้วยนะ” อัมพวาแซวนพคุณแปลกใจเพราะสาวน้อยคนนี้ไม่ค่อยจะพูดมากนัก แต่วันนี้หล่อนกลับมาชวนเขาคุย

            “คุณอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิดเลยเหรอ?”นพคุณหาเรื่องคุย พริมาเกิดที่สวิสฯ แล้วอัมพวาล่ะ เป็นลูกครึ่งเหมือนกันบางทีหล่อนอาจจะเกิดที่เมืองนอกเหมือนลูกครึ่งหลายๆ คน

            “ไม่ได้เกิดที่นี่หรอกค่ะเกิดที่ชุมพร” อัมพวาเล่าไปก็ตัดกิ่งลำไยไปด้วย นพคุณแปลกใจ บ้านแม่ บ้านยาย อยู่สมุทรสงคราม แล้วทำไมหล่อนไปเกิดไกลถึงชุมพรอาจจะบ้านพ่อ...แต่ถ้าพ่อเป็นฝรั่ง...เห็นหน้านพคุณยุ่งเหยิง อัมพวายิ้มขำ...หลายคนก็สงสัยแบบเขานี่แหละแต่หล่อนก็ชอบตอบคำถามคนเหล่านั้นไว้แค่นี้ แต่นพคุณดูจะไม่ได้อยากรู้เหมือนคนอื่นๆเขาแค่ถาม...ถ้าหล่อนไม่อยากบอกดูแล้วเด็กหนุ่มตรงหน้าก็คงจะไม่ใช่คนเซ้าซี้อะไร

            “ตอนมาอยู่ที่นี่ก็หกขวบแล้วยายไปรับมาจากชุมพร...รับแม่กับฉันมาพร้อมกัน” อัมพวามีแววตาเศร้าแค่วูบเดียวแต่นพคุณที่สังเกตอยู่แล้ว    เขาเห็นและรู้สึกได้ทันที

            “ลำไยนี่...เตี้ยแบบนี้ก็มีลูกแล้วเหรอ?”นพคุณเปลี่ยนเรื่อง           เขาไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น รู้มากไปก็แค่นั้นไม่ได้ช่วยอะไร แถมบางเรื่องทำ    จิตตกเสียเปล่าๆ

            “เตี้ยแบบนี้ เพราะคอยตัดค่ะ เค้าเรียกทรงเตี้ยระยะชิดปลูกไว้สองปีก็ได้ผลผลิตแล้วค่ะแต่ต้องคอยดูแลตัดกิ่งหน่อยนะ” อัมพวายิ้มพอใจ...นพคุณ ทำให้หล่อนเห็นมุมดีๆของพวกผู้ชายขึ้นมาบ้าง เสียงหัวเราะของพริมาทำให้ทั้งสองคนชะงักนพคุณขมวดคิ้วเขากลับไปทำหน้าเหมือนตอนก่อนที่หล่อนเข้ามาชวนคุยไม่มีผิดก่อนเข้ามาชวนคุยหล่อนเห็นแล้วว่านพคุณดูหงุดหงิด และตัวต้นเหตุทำให้หงุดหงุดก็อยู่ใต้ต้นลำไยถัดไปสองสามต้น...น่าสนุก! เพราะอยากรู้ว่าจะเหมือนที่เพื่อนหล่อนคิดไหมอัมพวาเลยขอเข้ามาลองเชิงดูเสียหน่อย และหล่อนก็เห็น...สาวน้อยน่ารักคนนั้นคอยมองมาทางนี้บ่อยๆและคนทางนี้ก็ใช่ย่อย ถ้าเขาเผลอ...ซึ่งก็ดูจะเผลอบ่อยเสียเหลือเกินเขาจะคอยหันไปมองทางนั้น...ทางที่แม่สาวฝาแฝดของหล่อนยืนอยู่ ฮึ! สาวิชทำงานดี...สาวิชเคยเล่าเรื่องที่ทะเลให้หล่อนฟังตอนแรกหล่อนก็คิดว่าเพื่อนอาจจะเพ้อเจ้อมโนไปเรื่อยเปื่อยตามสไตล์คนช่างฝันแต่ที่ไหนได้เซ้นส์ความรัก ของเพื่อนรักหล่อนนี่ช่างแม่นยำเหมือนที่เจ้าตัวชอบอวยตัวเองพอได้เห็นท่าทางนพคุณ ตั้งแต่เจอกันเมื่อวาน...เพื่อนรักอัมพวาเดาถูก สองคนนี่มีsomething wrong!

            “ทะแม่งๆ แปลกๆ แหละแก ฉันดูออกคนผู้ชายนะหล๊อหล่อ         แต่หน้านี้หงิกตลอดเวลา ส่วนแม่สาวที่ฉันบอกว่าหน้าเหมือนแกน่ะน่ารัก    ยัยนั่นใสๆ แบ๊วๆ อ่อนต่อโลก เหมือนนิยายออนไลน์จากเว็บเด็กดีที่ฉันชอบอ่านไม่มีผิด”สาวิชเคยเล่าไว้เมื่อปีก่อน ตอนนั้นอัมพวายังจำท่าทางประกอบของเพื่อนได้ เหมือนที่หลายคนชอบเปรียบเทียบ...สาวิช“เล่นใหญ่รัชดาลัย” และเขาเป็นอย่างนั้นเสมอเวลาเล่าเรื่องที่ถูกใจวันนี้หล่อนกับสาวิชแบ่งงานกันทำคนหนึ่งเข้าชาร์จผู้หญิงส่วนหล่อนชาร์จผู้ชาย

            “แกไม่ต้องอะไรมากหรอก..ฉันรู้แกไม่ชอบผู้ชายก็แค่ลองสังเกตดูว่าจริงอย่างที่ฉันบอกรึเปล่า”เห็นเพื่อนรบเร้าอัมพวาก็บ้าจี้เล่นไปกับเขาด้วย และก็จริงอย่างสาวิชว่าสองคนนี้มีsomething wrong! อัมพวาคิดเอาเองจากเรื่องที่สาวิชเล่ามา หล่อนก็พอจะจับใจความได้ว่าพ่อของนพคุณกับแม่ของพริมาเป็นแฟนกันในมุมของพ่อแม่นั้นหล่อนไม่อยากจะคาดคะเน   แต่ในมุมของนพคุณหล่อนเข้าใจ แม่ของเขาตายไปไม่นานอยู่ๆพ่อเขาก็เอาผู้หญิงเข้ามาอยู่ในบ้าน ถ้าเป็นหล่อนก็คงจะทำใจไม่ได้ แล้วนี่ถ้าเกิดมีปัญหาความรักของตัวเองเข้ามาอีกความวัวยังไม่หายความควายเข้ามาแทรก     และคนที่ดูแล้วจะคิดมากคิดเยอะคิดรอบคอบแบบเด็กหนุ่มคนนี้เขาจะสับสนขนาดไหนอายุแค่นี้ต้องเจอกับเรื่องแบบนี้หล่อนเข้าใจดี แล้วเขาจะยอมรับหัวใจตัวเองยังไง ในเมื่อความรักของพ่อกับแม่เลี้ยงเขายังยอมรับไม่ได้      ไหนจะความความสัมพันธ์ของพวกเขาอีก มันจะไปในทิศทางไหน?อัมพวาเห็นใจนพคุณอย่างที่สุด...หล่อนเข้าใจเขาดีเชียวล่ะ

            “ความรักบางทีมันก็ห้ามไม่ได้นะคะ ถ้าเจอคนดีๆบางทีเงื่อนไขต่างๆ เราก็ต้องมองข้ามไปบ้าง ใครจะว่าหรือพูดอะไร ก็ช่างเขาเถอะไม่มีใครรู้เรื่องของเราเท่ากับตัวเราหรอกถ้ามัวแต่มาสนใจความคิดหรือคำพูดของคนอื่นคนที่ทุกข์ก็คือเรา”นพคุณไม่เข้าใจว่าเด็กสาวคนนี้หมายถึงใครหรือหล่อนต้องการจะสื่อสารอะไร?อัมพวาพูดเสร็จก็เดินไปสมทบกับพวกพริมา     หล่อนอยากรู้เหมือนกันว่าสาวิชพูดอะไรพริมาถึงหัวเราะเสียงดังจนคนแถวนี้ยืนลุกลี้ลุกลนอยู่ไม่สุข

             

             พวกเด็กๆ กลับมาจากในสวนแล้ววัยรุ่นทั้งหลายช่วยกันขน    ผลไม้ไปไว้ท้ายรถแล้วไปนั่งเล่นใต้ต้นไม้ข้างบ้าน ยายขวัญเอาข้าวเหนียวเปียกลำไยมาเสิร์ฟแขกหล่อนบอกว่าลำไยปีนี้ผลผลิตดี กินไม่หวาดไม่ไหว ต้องแปรรูปสารพัดนี่ก็กำลังศึกษาการทำลำไยอบแห้งและลำไยกระป๋อง ถ้าปีไหนผลผลิตเยอะจนราคาตกต่ำ ก็เอาไปขายแบบอื่นที่ขายได้ทั้งปีและราคาดีน่าจะดีกว่า

            “เอาไปทำวุ้นก็ได้ค่ะลูกแก้วเคยเห็น”พริมาเปิดรูปในมือถือให้ยายขวัญดูใบบุญดูจะสนใจอยู่ไม่น้อยหล่อนชอบทำครัวและของกินที่บ้านก็ฝีมือหล่อนทั้งนั้น

            “ถ้าให้ข้าทำก็เผามันไปเลย ไอ้ครัวน่ะ”ยายขวัญบอกไปหัวเราะไป คเชนทร์ยิ้มพยักพเยิดว่ามีอีกคนที่น่าจะเผาครัวได้ดีไม่แพ้กันยามารู้ว่าเขาหมายถึงใคร...หล่อนขว้างลำไยใส่หัวเขาและมันก็แม่นเหมือนจับวาง     กำลังจะปาอีกถ้าพริมาไม่ห้าม

            “อย่าเล่นของกินสิปลาทู” นพคุณแปลกใจ ที่ยามาไม่ดื้อเหมือนทุกที...แถมเพื่อนพริมายังรู้สึกผิดหันไปขอโทษยายขวัญที่เอาลำไยมาปาเล่น

            “ช่างมันเถอะฮ่าๆพ่อแง่แม่งอน...แบบนี้ถ้าได้กันสงสัยลูกจะดก” ยายขวัญพูดตรงจนหลายคนอดยิ้มขำไม่ได้คเชนทร์ดูจะชอบใจ ส่วนยามาได้แต่นั่งหน้าเจื่อน

            “ดีครับผมชอบ ลูกเต็มบ้านสนุกดี”เพราะที่บ้านเขาก็คนเยอะ       ถ้าเขาจะมีลูกก็อยากมีเยอะๆเหมือนกัน

            “สนุกบ้าอะไรของนายล่ะ!” ยามาแหวใส่นพคุณเห็นหล่อนหน้าแดง...เพื่อนพริมาก็มีมุมนี้เหมือนกันเขาไม่อยากจะเชื่อ ยามาเหมือนจะเห็นว่าเขามองอยู่ หล่อนหันมาตั้งท่าจะแหวใส่เขาอีกคนแต่นพคุณไวกว่าเขาหลบตาทัน เพื่อนพริมาจึงได้แต่มองตาขวางกลับมา ยายขวัญพาพวกภารดีไปดูปืนที่แขวนเรียงรายเต็มผนังส่วนใหญ่จะเป็นปืนลูกซอง

            “สะสมน่ะ ชอบ บางทีว่างๆ ก็เอามายิงเล่น นี่ก็ฝึกลูกฝึกหลานให้มันยิงเป็นทุกคนแหละแต่ไอ้บุญน่ะมันไม่ชอบได้ยินเสียงปืนแล้วปิดหูวิ่งเข้าบ้านทุกที”คุณนพรักษ์หายข้องใจแล้วว่าทำไมผู้หญิงสามคนถึงอยู่กันในบ้านสวนแบบนี้ได้อย่างไม่กลัวหลังบ้านมีคอกหมา ส่วนใหญ่จะเป็นหมาไทย...ทั้งบางแก้วและหลังอาน

            “เอาเข้าคอกก่อน มันดุ”ยายขวัญหันมาบอก หมาในคอกส่งเสียงเห่า เพราะมีผู้มาเยือนที่พวกมันไม่รู้จักจนยายขวัญหันไปด่านั่นแหละพวกนั้นถึงเงียบ

            “สวยๆ ทั้งนั้นเลยนะครับ”คุณนพรักษ์เกาะคอกดูอย่างสนใจ      ไทยหลังอานสีเม็ดมะขาม...เขาเคยเห็นในเพจที่ภารดีเอาให้ดูตอนหาสัตว์เลี้ยงให้ลูกสาวแต่จากหมาสุดท้ายภรรยาของเขาตัดสินใจซื้อไก่แจ้ให้พริมาแทน

            “เอาไปสักตัวสองตัวไหมล่ะ?นี่ก็เพิ่งออกลูกมันหย่านมแล้ว           ไม่ไหวเยอะเป็นฝูงนี่ว่างๆ ว่าจะฝึกให้มันลากแคร่พาไปซื้อของที่ตลาด”

            “ที่บ้านก็มีไก่แจ้อยู่ตัวหนึ่งครับ”คุณนพรักษ์เสียดายเจ้าหมาหลังอาน แสนสวย...ขนาดไก่แจ้ยังเป็นปัญหาถ้าเอาหมาไปอีกตัวเขาว่าจะยิ่งไปกันใหญ่

            “อยากได้ก็มาเอาไปนะไม่ขายหรอกให้ฟรี มีคนมาขอซื้อตัวตั้งหลายบาท แต่จะขายก็สงสารมัน แต่มาคิดๆ ดูถ้าเขาเสียตังค์มาซื้อก็คงจะเอาไปดูแลอย่างดีนั่นแหละ”

            ใต้ต้นไม้พวกพริมายังนั่งเล่นกันอยู่เพราะเข้าสวนกันจนเหนื่อย     จึงไม่อยากจะลุกไปเดินเล่นที่ไหนอีกสาวิชนั่งประกบพริมาชวนสาวน้อยคุยตลอด จนอัมพวาแอบสงสารใครบางคน...เพื่อนหล่อนนี่เล่นสนุกเกินไปแล้วใบบุญแยกไปตลาด หล่อนบอกว่าพรุ่งนี้จะทำกับข้าวไปวัด

            “ยังไม่ได้ไปซื้อของเลยค่ะคราวหน้ามาเที่ยวกันอีกนะคะไว้บุญจะทำกับข้าวรอ” สาวน้อยยิ้มและบอกลา หล่อนขี่มอเตอร์ไซค์ไปแล้วเหลือไว้แต่นพคุณ สาวิช พริมา ยามา คเชนทร์และอัมพวา สาวิชสวมวิญญาณไกด์       ชี้ให้พริมาดูบ่อปลาหลังบ้านคอกหมา สวนมะนาวฝั่งโน้นที่พวกหล่อนไม่ได้ไป (หมดแรงแล้วเดินไม่ไหว)และเล้าไก่

            “เล้าไก่เหรอ?”พริมาสนใจเป็นพิเศษเพราะที่บ้านของหล่อนก็มีไก่ นพคุณยิ้ม เขาเผลอมองสาวน้อยที่ทำท่าตื่นเต้นจนเกินเหตุจะอะไรนักหนาขนาดบ้านไอ้ตุลย์หน้าหมายังมีเล้าไก่เลยแล้วบ้านสวนร้อยเอเคอร์ของยายขวัญ จะมีบ้างก็ไม่น่าจะแปลกยามานั่งมอง...ไอ้ขี้เก๊กนี่ชักจะยังไง วันนี้เดี๋ยวก็หงุดหงิด เดี๋ยวก็แอบยิ้มแล้วเพื่อนพริมาที่รู้จักกันที่ทะเลนี่ก็ท่าทางแปลก    จะว่ามาชอบยัยลูกแก้วก็ไม่น่าจะใช่ เซ้นส์หล่อนมันบอก

            “นี่! ถามอะไรหน่อยสิ พี่น่ะ เป็นเกย์ป่ะ?” สาวิชที่กำลังคุยเล่นอยู่กับพริมาแทบสำลักคำพูดเพื่อนพริมาคนนี้นี่เหลือทนจริงๆ เขาเห็นตั้งแต่  เมื่อวานแล้วว่าหล่อนค่อนข้างพูดตรงๆ(ปากไม่ดี) แต่ช่างฉลาด และที่น่าโมโห คือเพื่อนรักของเขานี่สิ...อัมพวากำลังนั่งหัวเราะหล่อนหัวเราะจริงจัง      แบบถ้าคนไม่ค่อยสนิทกันจะไม่ค่อยได้เห็นนัก

            “ไอ้หมิ้น! แกหยุดหัวเราะเลยนะ” อัมพวายังคงขำอยู่ หล่อนเพิ่งรู้ นอกจากหล่อนกับสาวิชที่คอยสังเกตพวกนี้แล้วก็ยังมีคนสังเกตพวกหล่อนด้วยเหมือนกัน

            “ปลาทูว่า...พี่น่ะ! ไม่เป็นเกย์ก็เป็นตุ๊ด ไม่งั้นอย่างยายขวัญมีเหรอจะให้ผู้ชายแท้ๆเข้าออกบ้านได้สะดวกแบบนี้บ้านนี้ก็มีแต่ผู้หญิงจะปล่อยให้หลานสาวแสนสวยไปไหนมาไหนกับผู้ชายได้ยังไงขืนมีผู้ชายเข้ามาแหยมไม่ดูตาม้าตาเรือ ปลาทูว่ายายขวัญได้ยิงปืนขึ้นฟ้าแน่ๆ“ยามาวิเคราะห์ได้ตรงจุด จนนพคุณกับคเชนทร์นั่งเงียบวิเคราะห์ตามส่วนพริมาหล่อนไม่ได้มีท่าทีแปลกใจอะไร เพราะรู้มาตั้งนานแล้ว

            “ลูกแก้วไม่ได้บอกอะไรใครเลยนะคะ”พริมาหันไปบอกสาวิชที่ตอนนี้หรี่ตามองหล่อนอยู่

            “ปกติก็เกลียดอยู่แล้วนะชะนีน่ะยิ่งเจอชะนีฉลาดยิ่งเกลียด!” นพคุณ และคเชนทร์อ้าปากค้างพร้อมกันหมายความว่าอย่างไร? สาวิชเป็น...อย่างนั้นหรือ?
                “นั่นไง!” ยามาตบแคร่เสียงดัง คเชนทร์ที่ไม่ได้สนใจสาวิชตั้งแต่แรกเขาเห็นแล้วว่าเพื่อนพริมาที่เจอกันเมื่อวานนั้นเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดี ออกจะหน้าตาดีที่สุดในนี้เสียด้วยซ้ำ และยิ่งเห็นสาวิชชอบคุยเล่นกับพริมาแล้วนพคุณฮึดฮัด เขาก็ยิ่งสะใจ แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าสาวิชจะ...โถ!เสียดายหน้าตาหล่อๆ...หล่อแบบนี้แล้วไม่ได้ใช้อย่างที่ธรรมชาติให้มาช่างเสียของจริงๆ     นพคุณนึกทบทวน เขาพลาดอะไรไป? ตั้งแต่ที่ทะเลคราวก่อนมาจนถึงตอนนี้ทำไมเขาถึงไม่สังเกตหรือเพราะความหวงบังตา ไม่สิ! หวงบ้าหวงบออะไรแต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะดูเหมือนเด็กหนุ่มหน้าตาดี (มาก)คนนี้จะเป็นที่ถูกอกถูกใจพริมาเป็นพิเศษ และเขาไม่ชอบใจเลย แต่ตอนนี้พริมาจะชอบเขามากแค่ไหนก็ได้...เขาโอเค โอเคมากๆยามาเห็นแล้วพอหล่อนถามสาวิช และได้คำตอบ ทุกคนทำหน้าแตกต่างกันไอ้หน้าหมีนี่หนักสุด หล่อนเห็นเขานั่งอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น...อัมพวาก็เอาแต่หัวเราะส่วนเพื่อนของหล่อน...ยัยลูกแก้วนี่น่าจะรู้มานานแล้ว แต่คนที่น่าหมั่นไส้ที่สุดคือไอ้ขี้เก๊ก...ที่ตอนนี้นั่งยิ้มหน้าบานเกินความจำเป็นจะดีใจอะไรนักหนาที่รู้ว่าสาวิชไม่ใช่ชายแท้...ตอนนี้ยามายังไม่รู้ว่าสาวิชเป็นคิงหรือเป็นควีน...แต่หล่อนจะไม่ถามต่อหรอกนะหมั่นไส้คนมีความสุข!

    คล้ายกับเรื่องแก้วนพคุณ ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159