ฉลามคลั่งรัก 1: โซล อิลเดนสัน
#ฉลามคลั่งรัก
แสงแดดไล่เลียร่างกายบ่งบอกว่ายามเช้ามาไวขนาดไหนแต่ร่องรอยจากกิจกรรมเมื่อคืนยังตอกย้ำถึงความสนุกที่เกือบขาดใจกลิ่นกายของผู้ชายที่หิ้วมาจากปาร์ตี้ทำให้ผมยกยิ้มนิดหน่อยเหม่อมองเ้าของบอดี้ที่นอนอยู่ข้างกาย ใบหน้าของเขาชวนหลงใหล ถ้าเกิดผมเป็ผู้หญิงก็คงจะตกหลุมรักได้ไม่ยาก
เสียดายนะที่ผมไม่ใช่ผู้หญิง
“ผมคิดว่าคุณควรเลิกแกล้งหลับได้แล้ว ดีแลน”
กึก !
“ผมไม่มีเวลานอนมองคุณทั้งวันหรอก”ผมจับจ้องคนที่หลุดขำ สุดท้ายแล้วคนขี้แกล้งก็ถูกผมจับได้ แน่สิคิดว่าผมไม่เห็นหรือไงว่าเขาแอบยิ้มตอนเห็นผมลืมตาตื่นแล้วแกล้งหลับตอนที่ผมมานอนเท้าคางมองหน้าเขา
“โดนจับได้ซะแล้ว”
“คุณหลอกคนไม่เก่ง” ผมกระซิบหัวเราะเบา ๆที่จับผิดได้ “คุณต้องห้ามยิ้มสิตอนโดนผมจ้องไม่งั้นผมก็รู้หมดว่าคุณไม่ได้หลับ”
“ใครที่โดนคุณจ้องมันก็ต้องเขินกันทั้งนั้น”
“หืม ?”
“โดยเฉพาะผมน่ะ โคตรเขินเลย”เขาขยิบตาเอื้อมมือมาลูบแก้มบางที่เขาหอมไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบดวงตาสีดำแพรวพราวยามผมขยับตัวแล้วเสื้อที่ใส่หลวม ๆ มันร่นลง “ผมคิดว่าผมจะต้องกินคุณอีกสักรอบก่อนเราจะจากกัน”
“แย่จัง ผมรีบซะด้วย”
“ผมขอแค่สิบนาที”
“เวลาคุณหมดั้แ่เมื่อคืนแล้ว” ผมดักทางดันใบหน้าหล่อๆ ออกจากร่างเพราะเขาทำท่าจะไซ้ซอกคอผมริมฝีปากร้อนกดจูบลงรั้งสายตาผมให้หันไปสบแล้วกัดปากมองคนเ้าเล่ห์ “อย่ามายั่วผมเชียว”
“หึ...”
“ดีแลน”
“แค่รอบเดียว”
“…”
“แล้วผมจะปล่อยคุณไป”กระซิบเสียงแหบที่ฟังแล้วเซ็กซี่ยิ่งกว่าอะไรเขาแลบลิ้นเลียไปตามเรียวนิ้วผม กดริมฝีปากลงบนปลายนิ้วผมเบา ๆหากแต่ร้อนผ่าวยิ่งกว่าเอาไฟมาลน ขบกัดข้อนิ้วผมจูบปลอบที่หลังมือแล้วตามไปจูบต่อที่ปาก
แรกเริ่มผมปิดปากต่อต้านคนที่เอาใจเก่ง สักพักก็ทนต่อแรงปรารถนาตัวเองไม่ไหว
ปลายลิ้นชื้นถูกสอดเข้าไปกวาดต้อนความหวานแล้วบดเคล้าเป็การปลอบ กัดปากผมน้อย ๆ ให้ส่งเสียงร้องโถมกายมาหาขณะที่มือก็เริ่มซุกซนเข้าไปในเสื้อคลุมอาบน้ำ ผมหัวเราะสบตากับเขาอย่างไม่กลัวเกรง คล้องคอคนที่กำลังจะเริ่มเกมรักอีกครั้ง
ซึ่งผมขอบอกไว้อย่าง...
ในคู่นอนที่ผ่านมาดีแลนดีที่สุดเลย
“คุณมีเวลาให้ผมแล้ว โซลJ”
ปลุกอารมณ์เก่งชะมัด
หยาดใสกระเซ็นตามแรงขับของเรือInboard Cruisers ลำใหม่ผมเพิ่งสั่งซื้อไปเมื่อเดือนก่อนเป็เรือที่มีห้องนอนเหมาะกับคนที่ต้องออกไปไหนมาไหนบ่อย ๆ อย่างผมเสียงเครื่องยนต์ไม่ได้ทำให้บรรยากาศวันนี้เสียไปเท่าไหร่ผมขยับแว่นกันแดดยกมือป้องแสงสะท้อนของยามบ่าย
ผิวน้ำของทะเลใสต้องกับแสงที่ส่องลงมาจากอาทิตย์ผมยกยิ้มเมื่อคิดว่าตอนนี้ผมกำลังจะไปไหน
สถานที่เดียวที่ทำให้ผมมีความสุขยิ่งกว่าตอนที่มีเซ็กซ์กับผู้ชาย
เราเรียกมันว่าEDS
หรืออีกชื่อคือศูนย์วิจัยกลางทะเล
“คุณโซล !”เสียงเรียกดังมาจากยอดแทงก์น้ำให้ผมยกมือโบกไปมาทักทายตอนที่เข้ามาใกล้ผมกวาดตามองสถานที่ขนาดใหญ่ทุกส่วนถูกเนรมิตให้เหมือนอีกโลกที่ถ้าทะลุเข้ามาแล้วคงยากที่จะออกไปมีสระน้ำแล้วก็ส่วนที่พักผ่อนหย่อนใจ
ถ้ามันไม่ได้ถูกตั้งอยู่กลางทะเลสีใสบางทีอาจจะกลายเป็แหล่งท่องเที่ยวไปแล้ว
กึก !
“ยินดีต้อนรับกลับครับ”
“ขอบคุณครับ” ผมยกยิ้ม กล่าวกับพนักงานคนหนึ่งที่มีหน้าที่ทำความสะอาดเขามาช่วยผมให้ขึ้นจากเรือและเตรียมเอาเรือไปเก็บในโรงจอดรวมถึงช่วยถือของที่ผมข้ามฟ้าข้ามทะเลไปซื้อให้
ผมจะออกไปเดือนละครั้งเพื่อดูว่าเราขาดอะไรจริง ๆ จะสั่งให้คนขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาส่งก็ได้แต่ผมชอบไปัับรรยากาศของโลกแห่งความจริงมากกว่า
และสร้างสีสันให้ตัวเองเล็กน้อยด้วย
“หวังว่าคงไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นนะครับ”
“มีสิ คุณไม่อยู่มันต้องมีอยู่แล้ว”
“อ๊ะ !” ผมสะดุ้ง ลากสายตาไปมองคนที่เดินกอดอกมาหาดวงตาสีฟ้าบ่งบอกถึงความเกรี้ยวกราด ขณะที่ผมหัวเราะเบา ๆแล้วส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “ไม่คิดว่าผมจะเจอคุณเป็คนแรกงัดตัวเองออกจากแล็บได้ด้วยเหรอครับ เอริค"
เ้าของชื่อกลอกตาใส่ผม ถอนหายใจแสดงความหงุดหงิดอันเป็ท่าทีประจำ
“ผมมารอคุณทุกวัน เพราะคุณหายไปเกือบเดือน”
“แค่เกือบ แปลว่าไม่ถึง” ผมขบขันผิดกับอีกคนที่จริงจังเกินเหตุเอริคเป็หัวหน้าทีมวิจัยที่ผมเป็เ้าของจึงไม่แปลกถ้าจะเห็นท่าทีซีเรียสตลอดเวลาของเขา เขามองหน้าผมสบตากันด้วยแววตาต่อว่า นั่นเลยเป็เหตุว่าทำไมเมื่อสองปีก่อนผมเลือกที่จะลดระดับความสัมพันธ์
ไม่มีใครอยากบ้าตายกับคนที่เครียดตลอดเวลาหรอกจริงไหม
“อย่างน้อยผมก็กลับมา”แก้ตัวเพื่อให้บทสนทนามันเดินต่อ ก่อนจะโยนกล่องขนมที่จำได้ว่าเขาชอบไปให้ “นี่ถือเป็การไถ่โทษที่ผมหายไป คุณจะได้เลิกบ่นสักที”
เอริครับผมเลยอาศัยจังหวะนั้นเดินหนีเข้าศูนย์วิจัยแต่ผมคงคิดน้อยที่คิดว่าการโยนขนมให้จะทำให้เขาเลิกวุ่นวายกับผม ร่างสูงเดินตามมาฝีเท้าย่ำก้าวรัวเร็วไม่ต่างจากผมที่พยายามเดินหนีถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้คว้าแขนผม ไม่ได้รุนแรงเหมือนเมื่อก่อน
คงรู้ว่านั่นคืออีกสาเหตุที่ทำให้เราต้องเลิกกัน
“นี่ผมเป็ห่วงคุณอยู่นะ เข้าใจบ้างสิ”
“แต่ผมก็ไม่ได้เป็อะไรหนิ ปกติดีทุกอย่าง” ผมยักไหล่ทำให้เห็นว่าผมปลอดภัยและสบายดีแค่ไหน“อีกอย่างทำอย่างกับว่าผมไม่เคยหายไปนี่ไม่ใช่ครั้งแรกคุณก็รู้”
“แต่นั่นมันแค่สองอาทิตย์ นี่มันเป็เดือน”
“ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าแค่เกือบเดือน อย่ามาคืนคำ” การต่อล้อต่อเถียงเป็สิ่งเดียวที่ผมชอบทำกับเขาการได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดมันทำให้ผมรู้สึกประสบความสำเร็จกับการกวนประสาทต่อให้นาทีต่อมาผมจะรำคาญมากก็ตาม “และช่วยเลิกเดินตามผมได้แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็เงาหรือไง”
“ผมทำได้มากกว่าที่คิดอีก”
“งั้นเก็บไว้ในความคิดเถอะเพราะวันนี้ผมจะไม่เถียงกับคุณเยอะหรอก” ผมตบแขนเขาเบา ๆ สองสามทีเป็การให้กำลังใจ“ผมว่าคุณเครียดมากไป พักสักหน่อยก็คงจะดี”
“โซล...!”
“ผมเองก็จะพักเหมือนกัน ขับเรือมาค่อนวันปวดตัวไปหมด”
“นี่ !”
“เอาไว้พรุ่งนี้ผมจะรีบไปพบ เจอกันตอนสิบโมงที่ห้องควบคุม บาย” ผมโบกมือลาไม่รอให้เขาพูดมากก็เดินเข้าห้องที่เป็ระบบเซนเซอร์คัดบุคคลยกมือห้ามไม่ให้อีกคนเดินเข้ามาไม่งั้นเดี๋ยวระบบความปลอดภัยจะทำงานแล้วทุกคนจะวิ่งวุ่นกันไปหมด
ห้องนี้เป็ห้องส่วนตัวของผมนั่นแปลว่ามีแค่ผมที่เข้าได้
เอริคกัดปากแน่นมองผมที่ยืนบ๊ายบายจนบานประตูปิดลงไปผมหันหลังให้ถอนหายใจแล้วส่ายหัวไปมา
“ขี้บ่นไม่เลิก” บ่นอุบอิบแล้วเดินลงบันไดศูนย์วิจัยนี้มีส่วนที่อยู่ใต้ทะเลเป็ห้องกระจกที่ลากยาวไว้ดูสรรพสิ่งข้างใต้ห้องนอนผมก็เป็หนึ่งในนั้น แต่มันถูกแยกชั้นไม่เชื่อมกับส่วนไหนผมไม่ชอบให้ใครเข้ามาด้านใน นั่นเลยเป็เหตุผลว่าทำไมผมต้องมีเซนเซอร์คัดกรองบุคคล
คนที่จะผ่านมาได้คือคนที่ผมให้ผ่านมาเท่านั้นถ้าไม่ให้คนที่บุกรุกจะถูกช็อตด้วยไฟฟ้าและเสียงสัญญาณเตือนจะดังลั่นไม่ต่างจากสัญญาณไฟไหม้
และมันคงไม่ดีถ้ามีคนหัวใจวายตายเพราะเื่แค่นี้
“ผมกลับมาแล้ว”พึมพำบอกอากาศเสียงแ่ กวาดตามองโลกของตัวเองที่ถูกสร้างเอาไว้ตัวห้องถูกสร้างด้วยกระจกใส มองเห็นว่าใต้ท้องทะเลมืดและมีอะไรบ้างผมยกยิ้มมองฝูงปลาน้อยใหญ่ว่ายวนไปมามันไม่ต่างจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่เราสามารถเห็นพวกมันใกล้ ๆ ได้
แต่คงไม่มีใครคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตท่ามกลางพวกมัน
“อยู่ไหนนะ”ผมกัดปากลุ้นระทึกขณะมองหาสิ่งมีชีวิตที่ผมอยากเจอที่สุด ด้วยความที่ด้านล่างนี้มันมืดไฟจากห้องนอนผมจะเป็ที่เดียวที่ดึงดูดพวกนักล่า เพราะงั้นตอนสร้างห้องนี้ขึ้นมาผมจึงใช้กระจกที่มีความหนามาก หนาชนิดที่ว่าต่อให้เอาอะไรมาปาก็คงไม่มีวันแตก
ถ้าถามว่าทำไมผมต้องสร้างให้หนาขนาดนี้...
เผอิญข้างใต้นี่มีสิ่งไม่ดีที่ชอบพุ่งชนและกัดห้องผมอยู่
“หึ แกล้งกันสินะ”ผมกลอกตาเมื่อนึกถึงไอ้ตัวร้ายสิ่งเดียวที่จะล่อผู้ล่าได้คือเสียงของความกลัวหรือน่าสงสาร ผมเดินไปตรงลำโพง มันเชื่อมกับทะเลด้านนอกโดยมีตัวกั้นผมจะใช้มันเรียกหาสิ่งที่ทุกคนพยายามต่อต้านมัน
โซนาร์ที่ถูกติดไว้เปล่งเสียงของลูกวาฬที่เป็อาหารอันโอชะ
มันคือเสียงของเ้าตัวน้อยที่ตายไปเมื่อเดือนก่อนโดยฝีมือของเพชฌฆาตตัวใหญ่
แรกเริ่มมันดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ทว่าสักพักผมก็เริ่มเห็นอะไร
“มาแล้ว”ผมยิ้มกว้างเมื่อเห็นบางอย่างเคลื่อนไหวในความมืดเร่งเสียงวาฬน้อยให้ดังขึ้นหลอกล่อให้เ้าตัวโตว่ายมาหาแวบแรกมันเป็แค่ฉลามตัวเล็กที่วนเวียนมา สักพักพอระยะห่างเริ่มลดลงขนาดใหญ่โตมันก็ปรากฏตรงหน้า
ั์ตาสีดำแพรวพราวจับจ้องผมขณะที่ผมไล่มองฟันกรามที่เรียงตัวสลับไปมาเคยคิดว่านี่คือการยิ้มทักทายของปลาฉลามหรือเปล่า แต่มันก็แค่ลักษณะปกติของผู้ล่า
ตรงหน้าผมคือฉลามที่มีอายุยาวนานที่สุด
ขนาดตัวเกือบ90 ฟุตทำให้มันกลายเป็ผู้ล่านัมเบอร์วันของท้องทะเลนี้
“ไง”ผมทัก ทาบมือกับกระจก เหม่อมองขณะที่หัวใจเต้นระรัวเอาหน้าผากไปแนบราวกับตอนนี้ไม่มีอะไรมาขวางกั้น สูดหายใจเข้ารับรู้ถึงการมีตัวตนของกันและกัน
มันคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าชีวิตนี้ผมอยู่เพื่ออะไร
“ฉันกลับมาแล้ว ดาย”
มีชีวิตอยู่เพื่อความตายยังไงล่ะ
เช้าวันใหม่ถูกต้อนรับด้วยกลิ่นกาแฟอ่อน ๆ จากคนขี้บ่น
เอริคส่งกาแฟให้ผมตอนเดินออกมาจากห้องนอนในเวลาสิบโมงตรงนั่นแปลว่าผมไปไม่ทันตามเวลาที่นัดเขาไว้เมื่อวาน ร่างสูงถอนหายใจตอนผมยิ้มรับ ไม่มีคำทักทายราวกับใบ้กินเป็ท่าทีปกติที่ผมไม่เห็นมาเกือบเดือน
ซึ่งไม่เห็นน่ะดีกว่าไม่มีใครอยากอารมณ์บูดั้แ่เช้าหรอก
“ตอนคุณไม่อยู่ ดายกินวาฬที่เราเลี้ยงเข้าไป”
กึก !
“ส่วนหัวอยู่ในท้อง ส่วนหางอยู่ใน...”
“คุณโซลลลล !” ทันทีที่เปิดประตูเข้าห้องควบคุมทุกคนในนั้นก็พร้อมใจเรียกเ้าของศูนย์วิจัยที่เดินมาพร้อมกับหัวหน้าขี้บ่นผมเกือบทำแก้วกาแฟตก ดีที่จับไว้สองมือเลยหกไปเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองทุกคนที่จัดอะไรเต็มห้องทำงานไปหมด
ผมอ้าปากเหวอมองป้ายต้อนรับและพลุสายรุ้งที่เขายิงกันบางส่วนมันติดอยู่บนหัวผมจนต้องดึงออก ไม่งั้นผมคงกลายเป็ต้นคริสต์มาสให้พวกเขาเล่นกัน
“โว้ว นี่พวกคุณจัดปาร์ตี้ต้อนรับผมเหรอเนี่ย ?”
“ก็คุณหายไปนานนี่นา พวกเราก็คิดถึง” จอร์แดนหัวเราะ เขาคือหนึ่งในสมาชิกทีมวิจัยของผมมีหน้าที่ควบคุมจอมอนิเตอร์และตรวจเช็กว่าโซนาร์จับการเคลื่อนไหวอะไรได้บ้าง“พอรู้ว่ากลับมานี่พวกเราแทบไม่นอนเลยนะ รีบเตรียมงานต้อนรับ”
“หรือก็คือหาเื่อู้งานกัน”เอริคขัด “นั่นมันงานถนัดของพวกนาย”
“ไม่จริงสักหน่อย พวกเราก็ทำงานนะ” แนชลีย์ยู่ปากเธอเป็มันสมองของที่นี่ “ตอนคุณโซลไม่อยู่พวกเราก็ทำงานอย่างหนักไม่มีใครอู้เลยนะคะ”
“ผมเชื่อครับ เพราะผมดูพวกคุณผ่านกล้องวงจรปิด”
“!!!”
“คงไม่ได้ลืมใช่ไหมว่าผมเรียกดูได้ผ่านมือถือ คุณเป็คนทำให้ผมเอง” ผมยกยิ้มขณะที่แนชลีย์หน้าเหวอเธอคงลืมว่าติดตั้งตัวเรียกดูกล้องวงจรปิดไว้ในมือถือผมเพราะงั้นต่อให้ผมอยู่ไกลแค่ไหนผมก็รู้ทุกการเคลื่อนไหวรวมถึงปาร์ตี้ที่แอบจัดกันตอนผมไม่อยู่
แต่ผมจะทำเป็ไม่รู้หักล้างกับที่พวกเขาต้อนรับการกลับมาของผมแล้วกัน
“แต่ยังไงก็ขอบคุณนะครับ ผมซื้อของมาฝากพวกคุณด้วยนะเอาไว้เดี๋ยวให้เบอร์นาร์ดเอามาให้ทีหลัง”
“แค่คุณกลับมาอย่างปลอดภัยก็ถือว่าดีมากแล้ว”พี่ใหญ่ของทีมอย่างคุณหมอโอเว่นพูดด้วยน้ำเสียงลื่นหูที่ทำเอาผมยิ้มให้อย่างน่ารักยกกาแฟขึ้นจิบข้ามส่วนที่หกไปดูจอมอนิเตอร์ รวมถึงจออื่น ๆ ที่แสดงถึงข้อมูลหลาย ๆส่วน
หนึ่งในนั้นมีกล้องที่เราทิ้งลงไปในก้นทะเลลึกมันเป็จุดที่พวกเราสำรวจกันอยู่
“มีอะไรคืบหน้าบ้าง” ผมถาม จ้องมองแนวปะการังที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความลึกที่เกินจะหยั่งถึง“ส่งยูโฟร์ลงไปสำรวจตามที่ผมสั่งหรือยัง”
“ส่งไปแล้วค่ะคุณโซล แต่มันดันเกิดปัญหา”
“หืม ?”
“ดีแลนกัดมันแตกก่อนที่มันจะถึงพื้นซะอีก”แนชลีย์พูดพร้อมเปิดภาพวิดีโอตอนที่เ้าฉลามั์พุ่งเข้ามากัด คมเขี้ยวของมันตัดผ่านทุกเหล็กแข็งกระทบเข้ากับกล้องจนมันขึ้นรอยแตกให้ได้เห็น“แถมยังทำลายเรือดำน้ำตัวใหม่ที่เราส่งตามไปด้วย”
อีกภาพหนึ่งเป็ภาพตอนที่เรือดำน้ำขนาดเล็กกำลังส่องไฟไปที่พื้นทะเลมีโขดหินและสัตว์เล็กเต็มไปหมด ทว่าไม่นานนักมันก็ถูกพุ่งชน
ภาพปรากฏรอยเขี้ยวของเ้าตัวร้ายตัวเดิม
“เราเก็บกู้ขึ้นมาไม่ได้ระบบถูกตัดขาดจนไม่รู้ว่าตกอยู่ส่วนไหน”
“ก่อนหน้านี้มันเกือบกินพนักงานทำความสะอาดคนหนึ่งพอเขาจะขับเรือหนีมันก็ไปดักรอไว้” โทมัสผู้ช่วยแนชลีย์เปิดกล้องตัวใหม่มันเป็ภาพของเ้าฉลามตัวใหญ่ที่ว่ายวนเวียนอยู่รอบเรือในนั้นมีพนักงานที่ผมจำได้ว่าผมเพิ่งจ้างเขามาทำงานเมื่อเดือนก่อน
ก็แค่คนล้างหินล้างท่อไม่ได้สำคัญเท่าทีมวิจัย
“เขาขู่จะฟ้องถ้ารับรองความปลอดภัยไม่ได้”
“ทำงานกลางทะเลจะเอาที่ไหนไปปลอดภัย สิ่งที่ปลอดภัยคืออยู่ให้ห่างทะเลไว้”ผมพึมพำส่ายหน้าให้กับการขู่นั่นตอนผมสัมภาษณ์งานเขาก็บอกว่าทำได้และจะพยายามอย่างหนัก แต่นี่อะไร อยู่ได้ไม่นานก็จะไปซะแล้ว
เขาคงเห็นแก่เงินที่ผมเสนอเท่านั้น
“มีอะไรอีกที่ผมต้องรู้ ?”
“ดายกินเอ็มเน็ตไปแล้ว”
“หา ?” ผมขมวดคิ้ว “วาฬที่เราจับมารักษา?”
“ใช่ค่ะ ส่วนหัวอยู่ในท้องดาย ส่วนหลังอยู่ในปากดีแลน” แนชลีย์ทำหน้าหวาดเสียว มันคือสิ่งที่เอริคพูดกับผมก่อนหน้านี้แต่โดนขัดผมรีบห้ามปรามไม่ให้พวกเขาเปิดกล้องวงจรปิดในตอนนั้น ผมรู้ดีว่าสภาพมันจะเป็ไงเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันทำ “และดูเหมือนมันกำลังเล็งลูกวาฬในบ่อเพาะเลี้ยงของเราถ้าเกิดปล่อยออกไปมีหวังคงไม่รอด”
“แล้วไงต่อ”
“แล้วไงต่อ...แล้วไงต่อเหรอ ?” เอริคย่นคิ้วใส่เขามองหน้าผมที่ทำเอาทุกคนรีบหลุบตาลงต่ำ “คุณพูดได้ไงว่าแล้วไงต่อมันทำลายเรือดำน้ำ อุปกรณ์และคนของเรา แถมจ้องจะกินวาฬที่เราเลี้ยงอยู่”
“แต่ก็ไม่มีคนตายหนิ เพราะถ้ามีผมคงได้ยินคุณพูดว่าเสียใจด้วยนะมีคนตายในภารกิจ”
“แล้ววาฬที่ตายล่ะ ?”
“มันเป็เื่ของธรรมชาติเราห้ามมันได้ที่ไหน”
“แล้วต้องให้มีคนตายก่อนหรือไงคุณถึงจะรู้ว่าพวกมันอันตราย”
“แล้วคุณมีไอเดียเสนอไหมล่ะลืมหรือเปล่าว่าเราคือศูนย์วิจัยระบบนิเวศใต้ทะเล”ผมยกยิ้มกวนประสาท หากแต่ทุกคนรู้ดีว่ามันคือการชวนปะทะ “นั่นแปลว่าเราต้องศึกษาทุกสิ่งที่เรากำหนดไว้และดีแลนกับดายก็คือปัจจัยหลักที่พ่อผมก่อตั้งศูนย์วิจัยนี้ขึ้นมา”
ผมกดหน้าจอเปิดภาพเ้าฉลามพี่น้องที่ตัวใหญ่เกือบ 90 ฟุตพวกมันมีขากรรไกรที่ใหญ่มาก ลำตัวก็ใหญ่กว่าฉลามทั่วไปเกือบสิบเท่าอายุขัยของพวกมันมากกว่าพวกเราทุกคนในศูนย์วิจัยรวมกันเสียอีกและทุกคนบนโลกไม่คิดว่ามันจะอยู่ที่นี่
มันคือเมกาโลดอนฉลามล้านปีที่ควรจะสูญพันธุ์ไปแล้ว
“ถ้าไม่มีมันป่านนี้ศูนย์วิจัยนี่โดนะเิทิ้งไปแล้วและคุณรวมถึงทุกคนก็จะตกงาน”ผมผายมือทำให้เห็นว่าผมทำไรได้บ้าง “แต่เพราะมันยังอยู่ผมจึงมีหน้าที่สานต่อเป้าหมายของพ่อ คุณเข้าใจไหม ?”
“…”
“ส่วนเื่เรือดำน้ำ คุณคิดว่าต่อให้เราไม่ส่งยูโฟไปแล้วมันจะไม่ทำลายเหรอนอกเหนือจากศึกษาพวกมันคือเราต้องศึกษาสิ่งที่อยู่ก้นทะเลอีกนะอย่าลืมเจตนารมณ์ของเราสิ เอริค”
“…”
“และอย่ามาพูดเหมือนว่าเราต้องฆ่ามันอีก เพราะมันมีค่ามากกว่าคุณ” ใบหน้าผมนิ่งเรียบ วางแก้วกาแฟที่เขาชงให้ลงบนโต๊ะ บรรยากาศดี ๆหายวับไปเมื่อเราสองคนประชันฝีปากกัน เอริคเป็แบบนั้น ดื้อรั้นและหัวแข็งเขาชอบอ้างว่ามันไม่ถูกต้องที่เราเลี้ยงเ้าอสูรกายของทะเล
เมกาโลดอนควรตายไม่ใช่ว่ายวนเวียนอยู่แถวนี้
“กลับไปทำงานต่อ และอย่าให้ผมได้ยินคุณพูดมากอีก”
ผมเดินออกมาส่ายหน้าแล้วจุดบุหรี่ขึ้นสูบควันสีขาวคละคลุ้งตอนผมพ่นพลางทิ้งตัวลงนั่งบนแทงก์น้ำสูงมันเป็จุดเดียวที่มองเห็นวิวโดยรอบได้ดีที่สุด เวลาผมหงุดหงิดหรือมีเื่ทุกข์ผมจะมานั่งอยู่ตรงนี้ มองเ้าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายว่ายไปมา ทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่พวกมันล้วนผ่อนคลายความหงุดหงิดผมได้บ้าง
แต่ถ้ามีตัวใหญ่กว่าพวกตัวน้อยจะรีบหนีไปเหมือนถูกกระชากออกจากวงโคจร
ครีบยาวๆ ที่พ้นเหนือน้ำเป็สิ่งที่เตือนให้รู้ว่าไม่มีใครออกไปจากที่นี่ได้ ถ้ามีใครคิดจะย่างกราย...
พวกเขาจะไม่ตายดี
‘เราต้องรักพวกมันให้มากนะลูก พวกมันน่าสงสาร’
‘แล้วพวกมันจะทำร้ายเราไหม ?’
‘ถ้าเราไม่ทำ มันก็จะไม่ทำอะไร’
‘…’
‘ลูกต้องรักมันเหมือนที่รักชีวิตตัวเองนะโซล’
ควันสีขาวกระจายตัวออกตอนผมเป่าลมใส่เศษเสี้ยวความทรงจำไหลเข้ามาตอกย้ำถึงการถูกพันธนาการไว้มีหลายครั้งที่ผมอยากจะยุบทีมวิจัยแล้วหนีไปให้ไกลแต่หลังจากนั้นสักสองนาทีผมก็รู้ว่าตัวเองทำแบบนั้นไม่ได้
ไม่งั้นิญญาพ่อแม่ที่ตายไปคงร้องไห้
พวกท่านคงเสียใจที่ผมทอดทิ้งสิ่งที่ท่านเหลือไว้ให้เป็อย่างสุดท้าย
“พ่อคงรับไม่ได้ถ้าผมทิ้งมันไปสินะ” ผมพึมพำ อัดนิโคตินเข้าปอดแล้วปล่อยออก สบตากับเ้าเมกาโลดอนตัวพี่ดายมีขนาดใหญ่กว่าดีแลนนิดหน่อย ตรงครีบมีรอยแหว่งเกิดจากการบุกไม่เลือกหน้าเมื่อสองปีก่อนมันทำลายเรือขนส่งสินค้าที่ขนยาบ้าข้ามฟาก
เรือถูกทิ้งร้างอยู่ใต้มหาสมุทรส่วนผู้คน...
ก็ตายเกลื่อนทะเล
คุณคงคิดภาพออกว่ามันน่าหดหู่แค่ไหนชิ้นส่วนร่างกายกระจัดกระจายตอนที่พวกเราไปถึง ตั้งใจว่าจะไปให้การช่วยเหลือแต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว ตอนที่ตำรวจมาสอบสวนเราก็ต้องเก็บเงียบ
เราบอกไม่ได้ว่าเมกาโลดอนฆ่าพวกเขา
ถึงผมจะมั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเขาจะไม่เชื่อว่าเราพูดจริงก็ตามแต่มันก็มีพวกที่สนใจเื่พวกนี้อยู่
และผมจะไม่ยอมให้เหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้นซ้ำสองแน่ๆ
จ๋อม !
ผมโยนเหรียญเงินลงทะเล เรียกความสนใจจากดายที่กำลังจะว่ายหนีไปมันคงกำลังหิวดูได้จากท่าทีงุ่นง่านของมันผมเหล่ไปมองก็พบสาเหตุที่ทำให้มันมาวนเวียนอยู่แถวนี้
ลูกวาฬตัวเล็กที่เรารับเลี้ยงดูมันพลัดจากแม่เมื่อสองเดือนก่อน และเพื่อปกป้องไม่ให้มันถูกกินเราเลยสร้างบ่อขนาดใหญ่กั้นตาข่ายที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อไม่ให้เ้าสองพี่น้องพังเข้ามากินอย่างน้อยก็ต้องให้มันโตกว่านี้แล้วเราอาจจะพามันไปปล่อยที่อื่น
แต่คิดว่าตราบใดที่มันยังส่งเสียงได้มันก็ยังกลายเป็อาหารอันโอชะของเครื่องจักรสังหารอยู่ดี
“น่าสงสาร” ผมถอนหายใจจ้องมองเ้าปลาตัวใหญ่ที่พยายามชนทางเดินเพื่อเข้ามาในนี้ จริง ๆเรามีบ่อที่เชื่อมกับทะเล เอาไว้จับพวกฉลามที่โดนทำร้ายมารักษา ส่วนหนึ่งคือจับมาศึกษาเพื่อไปพัฒนายาตัวใหม่แต่นาน ๆ ทีเราจะเปิดให้มันเข้ามาได้
ไม่มีใครอยากใตายตอนเห็นดายหรือดีแลนลอดเข้ามา
“อ้าวคุณโซล ไปนั่งทำอะไรตรงนั้นครับ”
กึก !
“เดี๋ยวก็ตกลงมาหรอก ลงมาเถอะครับ !” ผมโบกมือให้เบอร์นาร์ดเขากำลังทำความสะอาดทางเดินไม่ไกลจากจุดที่ดายว่ายอยู่เท่าไหร่เ้าตัวเอามือป้องแสงเพื่อมองผมที่อยู่บนจุดสูงสุดของศูนย์วิจัย มันแทบจะสูงเท่าหอคอยส่งสัญญาณของเรา
“ผมว่าจะะโลงไปเล่นน้ำ !”
“อ๊ะ !”
“ผมอยากว่ายน้ำสักหน่อย” ผมะโบอกเขาชี้ไปที่บ่อด้านล่าง มันคือบ่อที่เราเปิดไว้ดักปลาฉลามตอนนี้มันถูกปิดไว้ดูจากไฟสัญญาณที่ขึ้นสีแดง “อยากว่ายกับผมไหมเบอร์นาร์ด!”
“โอ๊ย ไม่ดีหรอกครับ ผมว่ายน้ำไม่เก่ง”
“หึ”
“แต่เล่นน้ำคนเดียว เดี๋ยวก็โดนฉลามลากไปกินหรอกครับคุณโซล...เหวอ !”
ตู้ม !
“เบอร์นาร์ด !” ผมกำลังจะหัวเราะให้กับคำหยอกล้อของเขาแต่ก็ต้องเปลี่ยนเป็เบิกตากว้างเมื่อเขาหงายหลังลงไปในทะเลเพราะแรงกระแทกอย่างแรงของดายเสียงน้ำกระจายตัวดังพอที่จะทำให้เ้าตัวร้ายเบี่ยงเบน มันหันมามองคนที่ว่ายน้ำไม่เก่งพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำแต่ด้วยชุดและน้ำหนักตัวทำให้การช่วยเหลือตัวเองเป็ไปอย่างยากลำบาก
เขากลายเป็เป้านิ่งชั้นดี !
“บ้าจริง !” ผมสบถ ะโไปสระด้านล่างรีบว่ายขึ้นทางเดินไปหาเบอร์นาร์ด วิ่งแข่งกับความเร็วของปลาฉลามแล้วกัดมือตัวเองจนเืออกมากลั้นใจกดแผลให้หยาดแดงหยดลงบนทะเล กลิ่นเืจะทำให้ฉลามไขว้เขวผมเลยะโลงทะเลอีกฝั่งหวังล่อดายมาหา
แต่ผมเหมือนจะลืมไปว่านอกจากดายแล้วยังมีอีกตัวที่พร้อมจู่โจมเข้ามา...
ครีบที่โผล่พ้นน้ำบ่งบอกว่าดีแลนกำลังตรงมาหาผม