Sol xx Mifa 1
“มีฟา!! หมูกระทะไหมเย็นนี้” มิลเพื่อนในกลุ่มฉันเอ่ยถามเมื่อเรากำลังเก็บของใส่กระเป๋านักเรียน วิชาสุดท้ายของวันแล้วและตอนนี้เรากำลังเตรียมตัวกลับบ้านด้วยกัน
“ไปด้วย ๆ ร้านเดิมได้ไหม” ตอบกลับเพื่อนมือก็ล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้าสู่ช่องแชทของครอบครัวที่ประกอบไปด้วยพ่อ แม่ และพี่ชายอีกสองคน
“ได้ เก็บของแปบ” มิลยิ้มกว้างดีใจ จากนั้นก็เก็บของใส่กระเป๋าต่อ โดยที่ปากก็ขยับเอ่ยชวนเพื่อนในกลุ่มคนอื่น ๆ ด้วย กลุ่มเพื่อนเรามีทั้งหมดหกคน มีฉัน มิล ริค มาร์ช แฟง ดาวเหนือและซอล เรารู้จักกันตั้งแต่มัธยมต้นแล้ว อ้อ มีเพียงดาวเหนือที่รู้จักตั้งแต่ม.ต้น แต่เพิ่งจะได้ทำความรู้จักและเข้ากลุ่มมาช่วงแรกที่ขึ้นม.หกกัน เราทุกคนเข้ากันได้ดีเลยล่ะ ไปเที่ยวไปดูหนังด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง
“เปิดตี้หมูทะใครไปบ้าง”
“ไปด้วย ๆ ” ริคยกมือบอก สายตามองมาร์ชเป็นการบังคับกลายให้ไปด้วยกัน รายนั้นมีเหรอจะปฏิเสธริค
“อือไป” มาร์ชตอบ
“เยี่ยม! แฟง เหนือ ซอลไปด้วยกันนะ” ริคชวนคนอื่น ๆ ต่อ
“ขอโทษนะ เรามีนัดกับพี่ไว้อ่ะ” ดาวเหนือเอ่ยเสียงติดเกรงใจ
“ไม่เป็นไร ๆ แต่หน้าครั้งหน้าไปด้วยกันนะ”
“ได้เลย” เหนือยิ้มให้เราทุกคน ฉันก้มหน้ากดส่งข้อความบอกพี่ ๆ ในกลุ่ม ว่าวันนี้จะกลับช้าเพราะไปกินหมูกระทะที่ร้านพร้อมกับเพื่อน ๆ คนแรกที่โทรเข้ามาหาเมื่อเห็นข้อความไม่ใช่พ่อหรือแม่แต่เป็นพี่ชายคนโตอย่างพี่มีเงิน
“ค่ะพี่”
(จะกลับกี่โมง?) ดุจริงพี่ชายฉันเนี่ย
“ก็สองทุ่มมั้ง”
(ถึงร้านแล้วส่งโลเคชันมา พี่จะไปรับตอนกลับ)
“ได้ค่ะ หนูวางก่อนนะคะจะออกจากห้องเรียนแล้ว”
(ครับ)
“แหม มีพี่ชายหวงแบบนี้มันดีจังเลยนะ” แฟงเอ่ยแซวเมื่อเห็นว่าฉันวางสายจากพี่ชาย คนอื่น ๆ ก็มองแล้วขำเบา ๆ เป็นแบบนี้จนเพื่อนในกลุ่มชินกันเสียแล้วล่ะที่พี่ชายฉันทั้งหวงทั้งห่วงแบบนี้
“น่าจะชินได้แล้วนะ”
“มันก็ชินแหละ แต่ก็อดขำไม่ได้ พี่ชายแกตามประคบประหงมมากขนาดนี้”
“ช่างเถอะน่า ไปกันเลยไหมล่ะ” ฉันเปลี่ยนเรื่อง เพราะรู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อย
“เอาสิ”
เมื่อตกลงกันได้เราก็ใช้เวลาเดินทางจากโรงเรียนมาจนถึงร้านหมูกระทะร้านโปรดก็เกือบครึ่งชั่วโมง เราเดินทางถึง
ร้านก็เข้าไปจับจองโต๊ะนั่งกันทันที เพื่อน ๆ นั่งกระจายกันไป ฉันนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งด้านข้างมีซอลและแฟงนั่งประกบข้าง
“รับเครื่องดื่มอะไรคะ” พนักงานเดินเข้ามาถามพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตร
“น้ำเปล่ากับโค้กครับ” ซอลตอบ วันนี้แปลกไปนิดหน่อยเพราะซอลเงียบกว่าทุกวัน ปกติเขาจะเฮฮาและพูดคุยกับเพื่อน แต่วันนี้เขาเอาแต่มองหน้าจอโทรศัพท์อย่างเป็นกังวลเหมือนกำลังรอใครสักคนตอบข้อความ
“เราไปตักหมูก่อนนะ” ฉันบอกแฟงจากนั้นก็ลุกออกจากโต๊ะเดินไปยังจุดบริการที่มีเนื้อหมูและผักวางเรียงอยู่ สามชั้นสไลค์ เนื้อหมูสไลค์ ของโปรดฉันเลยล่ะ ฉันตักสิ่งที่ชอบใส่จานจากนั้นก็เดินไปโซนผักใช้ที่คีบ คีบผักที่ต้องการใส่ตะกร้าผักเสร็จแล้วก็เดินกลับมาที่โต๊ะ แต่เหมือนที่ว่างของฉันที่เคยนั่งตอนนี้มีร่างบาง ๆ ของใครสักคนนั่งอยู่ และเธอคนนั้นกำลังคุยกับซอลอยู่อีกด้วย ท่าทีหงอยเหงาของซอลหายไปราวกับว่าคนที่เขารอตลอดทั้งวันคือคน ๆ นี้ ริคและมาร์ชที่นั่งฝั่งตรงข้ามซอลเงยหน้าเจอฉันพอดี พวกเขาทำหน้าเป็นห่วงแต่ฉันยิ้มน้อย ๆ เดินไปนั่งที่เก้าอี้ว่างมุมโต๊ะที่อยู่คนละมุมกับซอล
“จะไปเอากุ้งอะไปด้วยไหม” มิลที่นั่งตรงข้ามเอ่ยถามฉันที่เพิ่งวางจานลงบนโต๊ะเสร็จ
“ไปด้วย ๆ ” ฉันรีบตอบ รู้สึกไม่อยากนั่งอยู่ที่นั่นเลยสักวินาทีเดียว
“งั้นไปด้วยกัน” จากนั้นฉันและมิลก็เดินออกจากโต๊ะอีกครั้ง กุ้งและหมึกถูกตักใส่จานรวมถึงน้ำจิ้มสุดแสนจะอร่อย ฉันเป็นคนถือถาดส่วนมิลเป็นคนเลือกกุ้ง
“จู่ ๆ ยัยนั่นก็เข้ามานั่งข้าง ๆ ซอล” มิลเล่าให้ฟังเสียงเบา
“เหมือนพวกเขาจะงอนกันเลยล่ะ ยัยนั่นทำหน้างอแล้วยังตัดพ้อซอลไม่หยุด เห็นแล้วหมั่นไส้”
“อือ บางทีพวกเขาอาจจะกำลังคบกัน” ใช่ ฉันมั่นใจแบบนั้นจริง ๆ ว่าพวกเขาคบกัน
“ฟาแก...”
“เรารู้น่ามิล เขาไม่ได้คิดอะไรกับเราเสียหน่อย เดี๋ยวก็แยกกันแล้วนี่นา เราไม่อยากให้เขารู้ว่าเราคิดเกินเลยกับเขา”
“เฮ้อ อยากให้พี่มีเงินมาตีแกจริง ๆ ทำไมชอบทำให้ตัวเองเจ็บกันนะ” มิลดุเสียงเข้ม ฉันยิ้มอ้อนส่งกลับไปแทนไม่อยากให้เพื่อนหมดสนุกและคิดกังวลเรื่องของฉัน ที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะฉันหวั่นไหวไปเอง เรื่องนี้ไม่มีใครผิดเลยนอกจากฉัน เพียงเพราะอีกฝ่ายทำดีด้วยเลยหลงคิดว่าเขาชอบ แต่ฉันเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเขามีคนที่ชอบอยู่แล้วและตอนนี้เหมือนกับเขากับคน ๆ นั้นก็กำลังคบกันอยู่ ฉันเองก็ควรจะหยุดคิดอะไรแบบนี้ได้แล้ว
“ไปนาน นึกกุ้งจะหมดร้านแล้วเสียอีก” ริคเอ่ยแซวเมื่อฉันและมิลเดินกลับมา
“หมดอะไรกันล่ะ เราเลือกไม่ถูกต่างหากว่าจะเอาอันไหนมา” ฉันตอบเสียงงอแง ริคหัวเราะก่อนจะชวนให้นั่งกินกันต่อ มาร์ช นอกจากดูแลริคแล้วยังใจดีคีบหมูมาใส่จานให้ฉันด้วย ฉันแทบจะไม่ปรายตามองซอลและผู้หญิงคนนั้นเลย แม้จะรู้สึกว่าถูกจ้องมองมาจากฝั่งนั้นก็ตาม
“พวกนายจะสอบเข้าคณะอะไรกันเหรอ?” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยถาม เราต่างมองหน้ากันไปมา ฉันจึงเอ่ยตอบเป็นคนแรก
“เราว่าจะเข้านิเทศอะ” ฉันตอบ
“เราจะเข้า...” เสียงแฟงที่กำลังจะตอบหายไปเมื่อเจ้าของคำถามเอ่ยขัดอย่างไม่พอใจกับคำตอบของฉัน
“ทำไมอยากเข้าเหมือนซอลเลยล่ะ ตามซอลไปเหรอ?” ฮะ? อะไรของเธอกัน
“เตย...” ซอลเอ่ยดุคนของเขา แต่เหมือนผู้หญิงคนนั้นจะไม่ยอมหยุดนี่สิ
“ก็ซอลเคยพูดจริง ๆ นี่คะ ซอลบอกเราเองนี่ว่าตั้งใจจะเข้านิเทศเพราะมีคนอยากเข้าวิศวะตามซอลอะ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเป็นที่ชื่อมีฟานี่ใช่ไหมคะ แล้วตอนนี้พอซอลจะเข้านิเทศทำไมเธอถึงจะตามไปเข้านิเทศล่ะ” อ่า เขาตั้งใจจะเข้าคณะนิเทศเพราะไม่อยากให้ฉันเข้าที่เดียวกับเขาใช่ไหม ถ้าไม่อยากให้เข้าตาม เขาจะมาชวนฉันไปเรียนด้วยกันกับเขาทำไม ให้ฉันอ่านหนังสือเตรียมสอบพร้อมกับเขาทำไม
“เตยพอได้แล้ว” ซอลเอ่ยห้ามอีกครั้งแต่น้ำเสียงกลับเข้มขึ้นจนอีกฝ่ายยอมเงียบในที่สุด
“กินต่อเถอะ” ฉันเอ่ยบอกเพื่อนมือก็ยื่นไปคีบหมูบนกระทะไม่สนใจทั้งซอลและคนของเขาอีกเลยกระทั่งกินเสร็จ มิลเดินกอดแขนฉันระหว่างที่เรากำลังเดินออกจากร้าน พี่มีเงินมารอรับที่หน้าร้านแล้วล่ะ เมื่อเห็นรถพี่ชายฉันก็รีบเอ่ยลาเพื่อนพร้อมกับโบกมือลา จากนั้นก็รีบเดินไปขึ้นรถของพี่ชายที่จอดอยู่ไม่ไกล
“พี่เงินสวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้พี่ชายหลังจากรัดเข็มขัดนิรภัยเสร็จแล้วเรียบร้อย
“สวัสดีครับ เป็นไงอร่อยไหม” พี่ชายตัวสูงผิวขาวเอ่ยถาม ฉันมีพี่ชายสองคน ทั้งสองคนหน้าคล้ายกันมากตาคมกันทั้งคู่ ผิวขาวจัด ร่างสูงสมส่วนจนบางทีก็อิจฉาตัวเองที่มีพี่ชายหล่อมากขนาดนี้ ส่วนความสูง ฉันสูงนะแต่ก็ไม่เท่าพี่ชายทั้งสอง ผิวเราได้แม่มาทั้งสามคนเลยล่ะ ผิวขาวจนเหมือนฉีดยา หนุ่ม ๆ บ้านเราได้นิ้วเรียวยาวตามแบบคุณพ่อรวมถึงฉันด้วย
“ทำไมมองหน้าพี่แบบนั้นล่ะ” พี่มีเงินถามอย่างสงสัย แต่น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“ภูมิใจจัง มีพี่หล่อ” เอ่ยชมไปตรง ๆ จนอีกฝ่ายหัวเราะลั่นอย่างพอใจที่ได้ยินคนเป็นน้องอย่างฉันเอ่ยชม
“หล่อทั้งบ้านครับคุณ”
“พี่ไม่มีบินเหรอ”
“ไม่มี มีอีกทีก็มะรืน พรุ่งนี้พี่มาส่งเองนะ”
“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่พี่มีตังค์ไปไหนไม่ยอมตอบไลน์หนูเลยตั้งแต่เมื่อวาน”
“โทรศัพท์ตกเปิดเครื่องไม่ติด พรุ่งนี้พี่จะพาไปซื้ออยู่”
“หนูอยากได้ใหม่ด้วย” เครื่องนี้ก็ติด ๆ ดับ ๆ แล้วนะ อยากได้ใหม่อะ
“งั้นตอนเย็นเลิกเรียนพี่จะมารับ แล้วไปซื้อพร้อมกัน”
“โอเค!! ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ”
“ครับ ดูไว้ด้วยนะว่าอยากได้รุ่นไหนไปถึงจะได้ไม่เลือกนาน”
“รับทราบ!”
=====
นุโนสปอยด์เรื่องนี้ค่ะแม่!!! หนูไม่รู้จะสปอยด์อะไร มันดูยุ่งเหยิงและหักมุมไปหมด เฮ้อ