ริโอะเอ่ยเสียงเบา
เซเรียหน้าแดงขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเธอหันรีหันขวางมองไปตรงทางเดินก่อนจะพยักหน้าแล้วเชิญริโอะเข้ามาในห้อง
“เข้ามาก่อนจ้ะ”
เสียงปิดประตูดังตามหลังร่างของทั้งสองที่หายเข้าห้องไป
ในขณะที่ริโอะยังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มอธิบายจากตรงไหนดีเซเรียก็ตรงโผเข้ากอดเด็กชายเอาไว้
“อ...อาจารย์?”
เขาเปล่งเสียงออกมาอย่างตกใจเมื่อสัมผัสเข้ากับไออุ่นของเซเรียผ่านชั้นผ้าบางๆ
ร่างของทั้งสองแนบชิดมากจนสัมผัสได้แม้กระทั่งจังหวะหัวใจของหญิงสาว
เมื่อผ่านไปได้ครู่หนึ่งเซเรียก็ผละออกแล้วหมุนตัวริโอะสำรวจรอบๆ
“บาดเจ็บตรงไหนไหมจ๊ะ?”
“มันจั๊กจี้นะครับ ผมไม่ได้เป็นอะไร”
ริโอะพูดกลั้วหัวเราะ
“ดีจังเลย...”
น้ำตาเซเรียรื้นขึ้น เธอยิ้มอย่างเบาใจ
อา...ริโอะตัวจริง เขาปลอดภัย
เซเรียคลายกังวลจึงเอ่ยออกมาอย่างโล่งอก
“คงได้ยินอะไรมาบ้างแล้วสินะครับ?”
“อือ มีคนบอกว่าเธอผลักสเตรียดไปชนองค์หญิงจนเกือบเป็นอันตรายแล้วเธอก็ฆ่ามิโนทาลอสคนเดียว...”
“มีแค่เรื่องสัตว์ประหลาดเท่านั้นที่เป็นจริงครับ”
เด็กชายตอบอย่างระอา
“อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด! อาจารย์รู้ว่าเธอไม่มีทางทำแบบนั้นแน่!”
“ขอบคุณที่เชื่อผมนะครับ”
“แหงสิ!”
เซเรียตอบทันควัน
“ดีใจจริงๆ ครับ ไม่มีใครเชื่อผมเลย”
พูดแล้วริโอะก็อมยิ้มเซเรียโอบกอดริโอะโดยที่เด็กชายไม่ทันได้ตั้งตัวอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรนะ ใครไม่เชื่อ ข้าเชื่อ อาจารย์รู้จักเธอดีที่สุด”
เจ้าโปรดจงรู้ไว้ ถึงใครไม่เห็น ข้านี่แหละที่มองเห็นคุณค่าของเจ้า
เซเรียต้องการบอกริโอะแบบนั้น
“อาจารย์...”
อุ่นจัง
ครั้งสุดท้ายที่เราได้สัมผัสความอบอุ่นแบบนี้มันเมื่อไรกันนะ
เด็กชายรู้สึกดี เขาจึงปล่อยให้อาจารย์สาวโอบไว้ตามอำเภอใจ

“นี่....เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”
ในที่สุดเซเรียก็เอ่ยถาม
“ครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า...”
“ห้ะ?! ไม่มีส่วนไหนที่เธอผิดเลยนะ!”
ทันทีที่ริโอะเล่าจบ เซเรียก็โพล่งขึ้นอย่างเหลืออด
“ผมจะผิดหรือไม่ผิด คนที่ตัดสินคงไม่ใช่ผมหรอกครับ”
เด็กชายเอ่ยอย่างปลงตก
ในสังคมที่พวกเขาอยู่นี้ผู้มีอำนาจมากกว่ามีสิทธิ์ตัดสินความถูกต้องความถูกต้องจึงไม่มีความหมายกับคนอ่อนแอ มันมีไว้เพื่อคนที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น
“มันก็จริง... แต่เธอกำลังจะกลายเป็นแพะรับบาปนะ!”
เซเรียตะโกน นัยน์ตาของเธอแฝงความโศก
“ต่อให้ผมเล่าให้พวกเขาฟัง คงไม่มีใครเข้าข้างผมหรอกครับต้นเหตุคือลูกของขุนนางใหญ่เสียด้วย”
ชนชั้นไพร่อย่างริโอะไม่มีอะไรไปต่อกรกับยุคโนผู้เรืองอำนาจที่สุดในเวลานี้ได้เลย
พวกเขาไม่ปล่อยให้คนในตระกูลด่างพร้อยแน่
ทุกฝ่ายระแวงตลอดเวลาว่าตระกูลอัลโบที่เสียชื่อเสียงไปเมื่อ 5ปีก่อนจะกลับมาทวงบัลลังก์คืน
ช่วงนี้ดยุคยุคโนและดยุคอัลโบกำลังมีเรื่องบาดหมางกันเกี่ยวกับนโยบายการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศประเทศโปรกีเซียซึ่งเป็นศัตรูของเบลต์ลัมต์กำลังรุกรานประเทศเล็กๆ หลายแห่ง ทั้ง 2ประเทศจึงอยู่ในสภาวะตึงเครียด
ดยุคยุคโนและพระราชาไม่ต้องการมีปัญหากับโปรกีเซียส่วนดยุคอัลโบเห็นว่าควรจะเตรียมกองทัพเพื่อรับมือต่อสู้
หากยุคโนถูกปลดตำแหน่งแล้วอัลโบกลับมาเรืองอำนาจถึงตอนนั้นคงได้เห็นภาพสงครามกับโปรกีเซียเป็นแน่ราชวงศ์ก็คงจะตกที่นั่งลำบากเช่นกันริโอะและเซเรียรู้ดีว่าพวกเขาไม่มีทางลงโทษสเตรียดแน่
“ขอโทษนะ ที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย....”
เซเรียกัดริมฝีปากงามแน่นเธอเอ่ยขอโทษอย่างเจ็บใจในความไม่เอาไหนของตน
เธออยากต่อสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของริโอะ
พอรู้ว่าตนทำอะไรไม่ได้นอกจากโมโหก็ยิ่งเจ็บปวดใจมากขึ้น
“อย่าขอโทษเลยครับ”
ริโอะกล่าวอย่างอ่อนโยน
“ต้องขอบคุณอาจารย์มากกว่าเพราะมีอาจารย์เซเรียผมถึงอยู่ที่นี่มาได้จนถึงทุกวันนี้ โชคดีจริงๆที่เราได้เจอกัน... ผมคิดแบบนี้จริงๆ นะครับ”
“ริโอะ...”
สีหน้าเซเรียบิดเบี้ยวด้วยความเศร้าโศก เธอรู้ว่าริโอะจะพูดอะไรต่อ
“เพราะฉะนั้น.... ผมเลยจะมาบอกลากับอาจารย์คนเดียวผมจะออกไปจากประเทศนี้ครับ”
ช่างเป็นคำลาที่โหดร้ายและน่าเศร้าสำหรับเซเรียจริงๆ
“เธอมีจุดหมายที่จะไปแล้วเหรอ?”
“ผมจะไปบ้านเกิดของพ่อแม่ตามที่เคยบอกไงครับ”
“บ้านเกิดพ่อแม่... อย่าบอกนะว่าจะไปเขตยากุโมะ?? จริงเหรอ? ไม่เป็นไรแน่นะ?”
“อืม... น่าจะไหวครับ”
ริโอะทำเป็นร่าเริงเพื่อให้เซเรียสบายใจ
เซเรียเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ให้อาจารย์ไปด้วยไหม? มีเงินหรือเปล่า?”
“ถ้าอาจารย์หายตัวไปต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่เรื่องเงินไม่ต้องห่วงนะครับ ผมเหลือเงินที่ได้จากการตกรางวัลเยอะเลย อ้อแล้วก็ผมจะหมั่นเขียนจดหมายมาหานะครับ แต่ขอไม่ลงชื่อจริงของผมดีกว่า”
“จริงนะ? ถ้าลืมละก็ข้าไม่ยกโทษให้แน่!”
“ครับ”
ริโอะตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“จะลงชื่อว่าอะไรล่ะ?”
“เอาเป็นชื่อ...ฮารุโตะแล้วกันครับ”
มันคือชื่อของเขาในชาติก่อนนั่นเอง
“ฮารุโตะ ฮารุโตะนะจ๊ะ”
เซเรียพยายามท่องจำใส่สมอง
“ผมไปก่อนนะครับ”
ริโอะพูดทิ้งท้ายตัดเยื่อใยก่อนจะดันตัวเซเรียออกไปอย่างเบามือ