ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 39 ความจริงจอมปลอม (2)

            ริโอะเอ่ยเสียงเบา

            เซเรียหน้าแดงขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเธอหันรีหันขวางมองไปตรงทางเดินก่อนจะพยักหน้าแล้วเชิญริโอะเข้ามาในห้อง

            “เข้ามาก่อนจ้ะ”

            เสียงปิดประตูดังตามหลังร่างของทั้งสองที่หายเข้าห้องไป

            ในขณะที่ริโอะยังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มอธิบายจากตรงไหนดีเซเรียก็ตรงโผเข้ากอดเด็กชายเอาไว้

            “อ...อาจารย์?”

            เขาเปล่งเสียงออกมาอย่างตกใจเมื่อสัมผัสเข้ากับไออุ่นของเซเรียผ่านชั้นผ้าบางๆ

            ร่างของทั้งสองแนบชิดมากจนสัมผัสได้แม้กระทั่งจังหวะหัวใจของหญิงสาว

            เมื่อผ่านไปได้ครู่หนึ่งเซเรียก็ผละออกแล้วหมุนตัวริโอะสำรวจรอบๆ

            “บาดเจ็บตรงไหนไหมจ๊ะ?”

            “มันจั๊กจี้นะครับ ผมไม่ได้เป็นอะไร”

            ริโอะพูดกลั้วหัวเราะ

            “ดีจังเลย...”

            น้ำตาเซเรียรื้นขึ้น เธอยิ้มอย่างเบาใจ

            อา...ริโอะตัวจริง เขาปลอดภัย

            เซเรียคลายกังวลจึงเอ่ยออกมาอย่างโล่งอก

            “คงได้ยินอะไรมาบ้างแล้วสินะครับ?”

            “อือ มีคนบอกว่าเธอผลักสเตรียดไปชนองค์หญิงจนเกือบเป็นอันตรายแล้วเธอก็ฆ่ามิโนทาลอสคนเดียว...”

            “มีแค่เรื่องสัตว์ประหลาดเท่านั้นที่เป็นจริงครับ”

            เด็กชายตอบอย่างระอา

            “อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด! อาจารย์รู้ว่าเธอไม่มีทางทำแบบนั้นแน่!”

            “ขอบคุณที่เชื่อผมนะครับ”

            “แหงสิ!”

            เซเรียตอบทันควัน

            “ดีใจจริงๆ ครับ ไม่มีใครเชื่อผมเลย”

            พูดแล้วริโอะก็อมยิ้มเซเรียโอบกอดริโอะโดยที่เด็กชายไม่ทันได้ตั้งตัวอีกครั้ง

            “ไม่เป็นไรนะ ใครไม่เชื่อ ข้าเชื่อ อาจารย์รู้จักเธอดีที่สุด”

            เจ้าโปรดจงรู้ไว้ ถึงใครไม่เห็น ข้านี่แหละที่มองเห็นคุณค่าของเจ้า

            เซเรียต้องการบอกริโอะแบบนั้น

            “อาจารย์...”

            อุ่นจัง

            ครั้งสุดท้ายที่เราได้สัมผัสความอบอุ่นแบบนี้มันเมื่อไรกันนะ

            เด็กชายรู้สึกดี เขาจึงปล่อยให้อาจารย์สาวโอบไว้ตามอำเภอใจ


            
            “นี่....เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”

            ในที่สุดเซเรียก็เอ่ยถาม

            “ครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า...”

            “ห้ะ?! ไม่มีส่วนไหนที่เธอผิดเลยนะ!”

            ทันทีที่ริโอะเล่าจบ เซเรียก็โพล่งขึ้นอย่างเหลืออด

            “ผมจะผิดหรือไม่ผิด คนที่ตัดสินคงไม่ใช่ผมหรอกครับ”

            เด็กชายเอ่ยอย่างปลงตก

            ในสังคมที่พวกเขาอยู่นี้ผู้มีอำนาจมากกว่ามีสิทธิ์ตัดสินความถูกต้องความถูกต้องจึงไม่มีความหมายกับคนอ่อนแอ มันมีไว้เพื่อคนที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น

            “มันก็จริง... แต่เธอกำลังจะกลายเป็นแพะรับบาปนะ!”

            เซเรียตะโกน นัยน์ตาของเธอแฝงความโศก

            “ต่อให้ผมเล่าให้พวกเขาฟัง คงไม่มีใครเข้าข้างผมหรอกครับต้นเหตุคือลูกของขุนนางใหญ่เสียด้วย”

            ชนชั้นไพร่อย่างริโอะไม่มีอะไรไปต่อกรกับยุคโนผู้เรืองอำนาจที่สุดในเวลานี้ได้เลย

            พวกเขาไม่ปล่อยให้คนในตระกูลด่างพร้อยแน่

            ทุกฝ่ายระแวงตลอดเวลาว่าตระกูลอัลโบที่เสียชื่อเสียงไปเมื่อ 5ปีก่อนจะกลับมาทวงบัลลังก์คืน

            ช่วงนี้ดยุคยุคโนและดยุคอัลโบกำลังมีเรื่องบาดหมางกันเกี่ยวกับนโยบายการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศประเทศโปรกีเซียซึ่งเป็นศัตรูของเบลต์ลัมต์กำลังรุกรานประเทศเล็กๆ หลายแห่ง ทั้ง 2ประเทศจึงอยู่ในสภาวะตึงเครียด

            ดยุคยุคโนและพระราชาไม่ต้องการมีปัญหากับโปรกีเซียส่วนดยุคอัลโบเห็นว่าควรจะเตรียมกองทัพเพื่อรับมือต่อสู้

            หากยุคโนถูกปลดตำแหน่งแล้วอัลโบกลับมาเรืองอำนาจถึงตอนนั้นคงได้เห็นภาพสงครามกับโปรกีเซียเป็นแน่ราชวงศ์ก็คงจะตกที่นั่งลำบากเช่นกันริโอะและเซเรียรู้ดีว่าพวกเขาไม่มีทางลงโทษสเตรียดแน่

            “ขอโทษนะ ที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย....”

            เซเรียกัดริมฝีปากงามแน่นเธอเอ่ยขอโทษอย่างเจ็บใจในความไม่เอาไหนของตน

            เธออยากต่อสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของริโอะ

            พอรู้ว่าตนทำอะไรไม่ได้นอกจากโมโหก็ยิ่งเจ็บปวดใจมากขึ้น

            “อย่าขอโทษเลยครับ”

            ริโอะกล่าวอย่างอ่อนโยน

            “ต้องขอบคุณอาจารย์มากกว่าเพราะมีอาจารย์เซเรียผมถึงอยู่ที่นี่มาได้จนถึงทุกวันนี้ โชคดีจริงๆที่เราได้เจอกัน... ผมคิดแบบนี้จริงๆ นะครับ”

            “ริโอะ...”

            สีหน้าเซเรียบิดเบี้ยวด้วยความเศร้าโศก เธอรู้ว่าริโอะจะพูดอะไรต่อ

            “เพราะฉะนั้น.... ผมเลยจะมาบอกลากับอาจารย์คนเดียวผมจะออกไปจากประเทศนี้ครับ”

            ช่างเป็นคำลาที่โหดร้ายและน่าเศร้าสำหรับเซเรียจริงๆ

            “เธอมีจุดหมายที่จะไปแล้วเหรอ?”

            “ผมจะไปบ้านเกิดของพ่อแม่ตามที่เคยบอกไงครับ”

            “บ้านเกิดพ่อแม่... อย่าบอกนะว่าจะไปเขตยากุโมะ?? จริงเหรอ? ไม่เป็นไรแน่นะ?”

            “อืม... น่าจะไหวครับ”

            ริโอะทำเป็นร่าเริงเพื่อให้เซเรียสบายใจ

            เซเรียเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น

            “ให้อาจารย์ไปด้วยไหม? มีเงินหรือเปล่า?”

            “ถ้าอาจารย์หายตัวไปต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่เรื่องเงินไม่ต้องห่วงนะครับ ผมเหลือเงินที่ได้จากการตกรางวัลเยอะเลย อ้อแล้วก็ผมจะหมั่นเขียนจดหมายมาหานะครับ แต่ขอไม่ลงชื่อจริงของผมดีกว่า”

            “จริงนะ? ถ้าลืมละก็ข้าไม่ยกโทษให้แน่!”

            “ครับ”

            ริโอะตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

            “จะลงชื่อว่าอะไรล่ะ?”

            “เอาเป็นชื่อ...ฮารุโตะแล้วกันครับ”

            มันคือชื่อของเขาในชาติก่อนนั่นเอง

            “ฮารุโตะ ฮารุโตะนะจ๊ะ”

            เซเรียพยายามท่องจำใส่สมอง

            “ผมไปก่อนนะครับ”

            ริโอะพูดทิ้งท้ายตัดเยื่อใยก่อนจะดันตัวเซเรียออกไปอย่างเบามือ

    คล้ายกับเรื่องตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki) ที่คุณอ่าน