เมื่อได้สิ่งที่้าครบแล้ว ทุกคนช่วยกันนำบัวทั้งสี่ไปปลูกในบ่อน้ำประจำทิศต่างๆ ตามที่วางแผนไว้ จากนั้น หลินซานหยางรับหน้าที่ขุดดินปลูกต้นไม้ทั้งสี่ ประจำตำแหน่งต่างๆ โดยมีกู้ชิงชิงผู้เป็ภรรยาใช่พลังธาตุพฤกษาทำให้ต้นไม้ที่พึ่งปลูกหยั่งรากอย่างรวดเร็ว
เมื่อเสร็จแล้วจึงนำต้นแสงจันทร์มาปลูกที่จุดกึ่งกลาง การปลูกต้นไม้ผ่านไปอย่างราบรื่นโดยมีภูติทั้งสองบินบนท้องฟ้าเพื่อชี้ตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่ให้คลาดเคลื่อนแม้แต่น้อย โดยใช้บ่อทั้งสี่ที่ขุดไว้แล้วเป็เกณฑ์
จิ่นฮวาใช้เวลาสองชั่วยามนั่งสมาธิรวบรวมลมปราณก่อนเริ่มประทับวงแหวนอักขระที่จุดต่างๆ
“เอาล่ะ ข้าพร้อมแล้ว” จิ่นฮวาลืมตาขึ้นแล้วแจ้งกับภูติทั้งสองว่านางเตรียมความพร้อมเรียบร้อย
“ขอรับ/เ้าค่ะ” พูดทั้งสองกล่าวพร้อมกัน
“เริ่มจากทิศเหนือ บ่อบัวมรกต” นางหลับตาตั้งสมาธิ เมื่อลืมตาขึ้น ก็เริ่มวาดอักขระเรียงต่อกันเกิดเป็วงแหวนอักขระเสริมพลังิญญาหนึ่งวง สว่างจ้าอยู่บนอากาศเบื้องหน้า นางยิ้มอย่างพอใจ และส่งวงแหวนไปประทับที่กอบัวที่มีดอกสีเขียวมรกตดอกน้อยๆ กลางบ่อน้ำ ทันทีที่ประทับวงแหวนอักขระสำเร็จ เกิดแสงสว่างจ้าของวงแหวน มีจุดกึ่งกลางคือกอบัว กางรัศมีหนึ่งเมตร เป็ตราประทับวงแหวนอักขระที่สมบูรณ์ ดอกบัวสีมรกตเรืองแสงเล็กน้อย แล้วแสงทุกอย่างก็จางลง โดยเหลือไว้แสงอ่อนๆ ส่องประกายจากดอกบัวมรกต
“สำเร็จแล้วขอรับ” จิ้นซื่อกล่าวออกมาอย่างยินดี
หลังจากนั้นนางจึงทำแบบเดียวกันกับบัวทั้ง 3 ชนิดที่เหลือ
“พักก่อนขอรับนายหญิง” ผ่านไป 4 ครั้งนางแทบหมดแรง เพราะวงแหวนอักขระที่ใช้ในครั้งนี้ เป็วงแหวนระดับสูง ต้องสิ้นเปลืองพลังปราณอย่างมากหากวาดติดต่อกัน
จิ่นฮวา นั่งสมาธิรวบรวมปราณอีกครั้งเพื่อฟื้นฟูพลัง ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม นางจึงเื่วาดอักขระอีกครั้ง เพื่อประทับที่โคนต้นไม้ทั้งสี่ทิศ แล้วจึงนั่งพักเดินลมปราณอีกครั้ง
สำหรับต้นแสงจันทร์ที่อยู่กึ่งกลางนั้น ต้องใช้วงแหวนอักขระที่มีระดับสูงกว่าจุดอื่น เพราะเป็จุดศูนย์รวมพลัง วงแหวนระดับสูงหลักการยิ่งซับซ้อนอักขระทุกตัวเส้นทุกเส้นต้องเรียงลำดับก่อนหลังอย่างถูกต้อง หากผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็ต้องเริ่มใหม่ จึงต้องใช้สมาธิอย่างมาก
ทุกคนรวมตัวกันที่ต้นแสงจันทร์ที่กึ่งกลางค่ายกล จิ่นฮวารวบรวมสมาธิอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มวาดวงแหวนอักขระเสริมพลังิญญาขั้นสูง เมื่ออักขระตัวสุดท้ายวาดเสร็จ เกิดแสงสว่างสีทองส่องประกาย ทุกคนจ้องมองอย่างตกตะลึง ััได้ว่ามันทรงพลังกว่าวงแหวนอื่นๆ มาก เมื่อประทับลงที่ต้นแสงจันทร์ก็เกิดการเรืองแสงของวงแหวนขนาดใหญ่รัศมีสองเมตรรอบต้นแสงจันทร์ ทั้งต้นแสงจันทร์และเยว่เอ๋อร์เกิดการเรืองแสงขึ้น
จากนั้นวงแหวนทั้งแปดก็เรืองแสงขึ้นพร้อมกันตอบรับวงแหวนที่อยู่ตรงกลาง ผ่านไปชั่วอึดใจ แสงทั้งหมดก็จางลง วงแหวนทั้งเก้าถูกประทับเรียบร้อย เนื่องจากค่ายกลนี้ดัดแปลงมาจากค่ายกลเสริมพลังิญญา แต่ใช้ต้นไม้วิเศษแทนอัญมณีิญญาทั้งเก้า
นางจึงตั้งชื่อค่ายกลนี้ว่า “ค่ายกลพฤกษาิญญา” และเรียกต้นไม้วิเศษที่เป็แกนของค่ายกลว่าพฤกษาทั้งเก้า
ทุกคนตื่นตาตื่นใจกับปรากฎการดังกล่าวมากๆ โดยเฉพาะเยว่เอ๋อร์ ที่รับรู้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นของตน
“ท่านพี่เก่งมากเลยขอรับ” จิ่นหยางกล่าวชมพี่สาวไม่ขาดปาก บอกว่าตนจะต้องแก่งเหมือนพี่สาวให้ได้
“เ้ากินให้มากหน่อย และขยันฝึกฝน เมื่อเ้าตัวโตเท่าพี่สาว เ้าก็เก่งกว่าพี่สาวแล้ว” นางพูดกับน้องชายอย่างเอ็นดู แล้วทุกคนก็หัวเราะกันอย่างมีความสุข
“จากนี้เป็หน้าที่ข้ากับท่านแม่ ดูแลพฤกษาทั้งแปดทิศ ส่วนเยว่เอ๋อร์เ้าก็ดูแลต้นแสงจันทร์ของเ้า เมื่อพฤกษาทั้งเก้าสะสมพลังิญญาถึงสิบปี วงแหวนอักขระก็จะเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์” จิ่นฮวากล่าวอย่างมุ่งมั่น
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนพฤกษาทั้งเก้าที่มีวงแหวนเสริมพลังิญญาและได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยพลังปราณธาตุพฤกษาและเสริมด้วยธาตุแสงจากจิ่นฮวา
ในที่สุดพลังิญญาที่มีแสงสีขาวก็เปลี่ยนเป็สีฟ้าแล้ว เกิดปรากฏการที่หน้าตื่นตะลึงอีกครั้ง
วงแหวนทั้งเก้าเรืองแสงสว่างจ้าขึ้นอีกครั้งจากนั้น ก็เกิดเส้นเชื่อมต่อกับวงแหวงใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง ทุกคนในบ้านออกมาดูอย่างตื่นเต้น
เมื่อเชื่อมกับจุดกึ่งกลางสมบูรณ์ วงแหวนทั้งแปดก็เชื่อมต่อกันเป็วงกลม เกิดเป็วงแหวนขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่กว่าสองร้อยหมู่ ค่ายกลเริ่มทำงานแล้ว
จากนั้นก็เริ่มก่อร่างเป็โดมขนาดใหญ่ครอบคลุมทั้งบ้านและพื้นที่เพาะปลูกไว้ภายใน เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ แสงสว่างก็จางลงเหลือเพียงโดมโปร่งแสงที่ครอบคลุมทั้งพื้นที่ทั้งหมดเหมือนตัดขาดจากโลกภายนอก ทุกคนััได้ว่า พลังิญญาภายในเขตแดนของค่ายกลนี้ เข้มข้นมาก
“พลังิญญานี่หนาแน่นพอๆ กับป่าหมอกอาถรรพ์ชั้นกลางเลยเ้าค่ะ” เยว่เอ๋อร์กล่าวอย่างยินดี
“ข้าก็คิดเช่นนั้น” จิ่นฮวาเห็นด้วย
“ถ้าเช่นนั้นเขตแดนนี้จะส่งผลต่อการฝึกฝนของพวกเราด้วยถูกต้องหรือไม่” บิดาเอ่ยถามนางพร้อมมองนางอย่างคาดหวัง
“เ้าค่ะท่านพ่อ หากเราฝึกฝนอยู่ที่นี่และกินพักิญญาเป็ประจำ การฝึกฝนของพวกเราต้องก้าวะโแน่นอนเ้าค่ะ” จิ่นฮวาตอบบิดาอย่างมั่นใจ
นอกจากพลังิญญาแล้วยังมีผลพลอยได้อีก คือภายใต้เขตแดนของค่ายกลพฤกษาิญญา จะปิดกั้นทุกสิ่งจากภายนอก สภาพอากาศภายในจะคงที่ เพราะมีความสมดุลของธาตุทั้งห้า ทำให้ไม่มีฤดูกาล ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศบริสุทธิ์ตลอดเวลา ไม่มีหิมะ ไม่มีหน้าร้อน ไม่มีฝนตกแต่ผืนดินอุดมสมบูรณ์ พืชผักเติบโตอย่างรวดเร็วและมีพลังิญญาให้ดูดซับอย่างไม่จำกัด ไม่ต้องใช้พลังธาตุพฤกษาในการหล่อเลี้ยงอีกแล้ว เพียงแค่รดน้ำพรวนดินก็พอ และเมื่อพฤกษาทั้งเก้ามีพลังถึงระดับร้อยปีสีน้ำเงิน ค่ายกลก็จะถูกยกระดับขึ้นเช่นกัน มันจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
“ข้าคิดว่าถ้าหากเรานำพืชผักและสมุนไพริญญาออกไปขาย จะต้องมีคนพยายามบุกรุกพื้นที่ของเราแน่ ข้าต้องเสริมวงแหวนป้องกันการบุกรุกด้วย”
จิ่นฮวากล่าว และทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
นางจึงตั้งสมาธิ วาดวงแหวนเสริมการป้องกัน ไปอีกสี่วงทับรอยเชื่อมต่อระหว่างวงแหวนวงนอกสุด เมื่อทั้งหมดเชื่อมต่อกันโดมที่ครอบพื้นที่ค่ายกลอยู่ก็เรืองแสงอีกครั้งแล้วจางหายไป
“ในที่สุดก็สำเร็จ ไม่มีใครบุกรุกบ้านเราได้อีกต่อไป” จิ่นฮวายิ้มอย่างภาคภูมิใจในผลงานของตน
ตอนนี้ครอบครัวนางสมบูรณ์แข็งแรงกันทุกคน มีเงิน มีอาหาร มีบ้านหลังใหญ่ มีสวนผักที่จะเป็แหล่งพลัง และรายได้ของครอบครัว แถมยังมีเขตแดนของค่ายกลที่ยอดเยี่ยม ครอบครัวนางไม่ต้องกินอดอยาก ไม่ต้องคอยรองน้ำที่รั่วจากหลังคาตอนหน้าฝน หรือทนหนาวเหน็บกับหิมะอีกแล้ว ‘ก็ถือว่าเราทำตามคำสัญญาสำเร็จไปอีกขั้นแล้วใช่หรือไม่’ จิ่นฮวานึกถึงคำที่นางเคยสัญญาไว้ตอนที่ผสานิญญากับร่างนี้ ว่าจะทำให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น ก็ยิ้มกับตัวเอง แล้วหันไปหัวเราะกับครอบครัว การมีครอบครัวที่อบอุ่นมันดีอย่างนี้นี่เอง