บทที่ 20 เขาาเ็
เหวินหน่วนใจเต้นแรงรีบวิ่งไปที่โรงอาหารใหญ่
“ผู้เฒ่ากั่ว มีเื่อะไรหรือเปล่าคะ” เหวินหน่วนถามด้วยความกังวล
"รถจากโรงงานปูนซีเมนต์ประสบอุบัติเหตุ เรามาทำโจ๊กแล้วส่งไปที่นั่นกันเถอะ" ผู้เฒ่ากั่วไม่คิดว่าเธอจะมาเร็วขนาดนี้และพูดขึ้นว่า "คุณมาทันเวลาที่ฉันจะไปส่งอาหารพอดี"
“ค่ะ" เหวินหน่วนรู้สึกประหม่า
จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็ช่วยกันตักโจ๊กที่ปรุงแล้วใส่ลงในหม้ออลูมิเนียมแล้ววางไว้บนรถเข็นที่หัวหน้าเจานำมาพร้อมกับหม้อที่ใส่ผักดองและซาลาเปา
ฐานทัพเพิ่งตั้งมาได้ไม่กี่ปี ถึงจะมีสถานพยายาบาลแต่สภาพก็ไม่ค่อยดีนัก และคนส่วนมากก็มากินอาหารในโรงอาหารใหญ่ด้วย
ทั้งสองคนกลัวว่าอาหารจะชืดจึงเร่งฝีเท้า เมื่อไปถึงสถานพยายาบาลก็มีคนรออยู่ก่อนแล้ว
เหวินหน่วนไม่ได้หยุดฝีเท้าของตนและเดินตามชายผู้นั้นไปพร้อมกับผู้เฒ่ากั่ว
ก่อนหน้านี้สถานพยายาบาลมีแต่ความเงียบสงบ ตอนนี้กลับมีแต่เสียงดังจากรอบทิศทาง
“หยุดส่งเสียงเอะอะแล้วมากินอาหารกันได้แล้ว” ชายคนนั้นะโลั่น
เหวินหน่วนกวาดสายตามองไปทั่วห้องอย่างเงียบ ๆ หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อไม่เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยนอนาเ็อยู่ที่นี่
ขณะที่อาหารกำลังจะหมด จู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าตามด้วยเสียงเรียกเธอมาจากข้างหลัง “เธอมาส่งอาหารจริง ๆ ด้วย"
นั่นคือจางจื้อกัง
"คุณ...ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ มีเื่อะไรเกิดขึ้นเหรอ?" เธอมองไปข้างหลังจางจื้อกังอย่างกระวนกระวาย แต่เมื่อไม่เห็นลู่จินฉวนหัวใจของเธอก็กลับมาผ่อนคลายได้อีกครั้ง
“ผู้กองาเ็…” จางจื้อกังพูดด้วยน้ำเสียงหดหู่ “ไอ้พวกสารเลวนั่น ไม่ยอมปล่อยให้ฉัน...”
ก่อนที่เขาจะพูดจบก็มีคนตบหัวเขาจากด้านหลัง “หุบปาก”
หัวใจของเหวินหน่วนสั่นไหว
ในชีวิตที่แล้ว เธอได้ยินจากลู่กัวจื่อว่าตอนที่เขาได้รับาเ็ เขาได้รับการช่วยเหลือแต่เขาไม่ได้บอกว่าใครเป็คนช่วยชีวิตเขาเอาไว้
หรือคนนั้นจะเป็ลู่จินฉวน?
“เื่จริงเหรอ” เหวินหน่วนรีบถาม “ยังมีอาหารเหลืออยู่...” .
จางจื้อกังก้มหน้า “หมอโจวกำลังผ่าตัดผู้กองอยู่”
คนข้าง ๆ ที่กำลังกินอยู่หลายคนหยุดกิน มีคนหนึ่งพูดอย่างโกรธเคืองว่า "ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้ลูกเต่าตัวนั้นจะมีเื่เกิดขึ้นกับผู้กองได้ยังไง!"
ผู้ชายคนนั้นปาดน้ำตาของเขาหลังพูดจบ
เหวินหน่วนเห็นว่าดวงตาหลายคนเป็สีแดงเช่นกัน
ไม่สิ… ลู่จินฉวนไม่เคยเป็อะไรเลยในชีวิตที่แล้ว
เหวินหน่วนส่ายหัว "เขาจะไม่เป็ไร ๆ พวกคุณรีบกินข้าวเถอะ"
ในขณะเดียวกัน พยาบาลรีบเข้ามา "คุณคนไหนมีเืกรุ๊ปเอบ้าง! ไม่สิมีใครรู้กรุ๊ปเืตัวเองแล้วบ้าง!"
"ผู้กองถ่ายเืฉุกเฉิน!"
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะเมื่อนางพยาบาลพูดจบ ผู้คนในยุคนี้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกรุ๊ปเืเลย
"ใช้เืของฉันสิ ฉันมีเืเยอะ!"
"ฉันก็มีเืเยอะเหมือนกัน!"
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มที่อยู่ตรงทางเดินก็ะโลั่น ขอให้พยาบาลถ่ายเืของพวกเขาให้ลู่จินฉวน
"คุณรู้กรุ๊ปเืของคุณไหม" พยาบาลพูดอย่างเคร่งขรึม "ถ้ากรุ๊ปเืผิด เราจะถ่ายเืไปให้ผู้กองไม่ได้"
“เอาเืของฉันไป ฉันมั่นใจว่าเืของฉันจะต้องเป็กรุ๊ปเอ!"
"ฉันด้วย!"
“ฉันด้วย!"
"ไร้สาระ!" พยาบาลเริ่มโกรธและพูดขึ้นว่า "ถ้าถ่ายเืไม่ตรงกรุ๊ปให้กันโดยประมาท อาจฆ่าคนได้"
“เอาล่ะ หากพวกไม่ทราบกรุ๊ปเื โปรดมากับฉันเพื่อตรวจกรุ๊ปเืก่อน” พยาบาลขมวดคิ้วและชำเลืองมองไปที่เหวินหน่วนที่อยู่ไม่ไกล
เธอพึมพำถามเบา ๆ “ทำไมคุณถึงจะไปด้วย?”
“ฉันมีเืกรุ๊ปเอจริง ๆ ” เหวินหน่วนพูดอย่างหนักแน่น
“งั้นคงต้องขอตรวจกรุ๊ปเืก่อน” พยาบาลกลอกตา
เหวินหน่วนถอนหายใจและพูดกับผู้เฒ่ากั่วเพียงว่า "ผู้เฒ่ากั่ว งั้นฉันขอไปตรวจกรุ๊ปเืก่อนนะ”
เมื่อเห็นว่าเหวินหน่วนดูเป็กังวลจริง ๆ เขาเลยพยักหน้า "ไปสิ เดี๋ยวฉันจัดการที่นี่เอง"
หลังจากตรวจได้เจ็ดแปดคน ปรากฏว่ามีเพียงเหวินหน่วนที่มีเืกรุ๊ปเอ
เหวินหน่วนไม่ได้ออกไปไหน หลังจากที่เธอเจาะเืเสร็จ เธอนั่งงุนงงบนเก้าอี้ตรงทางเดินของสถานพยาบาลจนกระทั่งผู้เฒ่ากั่วมาหาและพูดว่า "กินอะไรหน่อยเถอะ"
เช้าที่วุ่นวาย แถมยังถูกเจาะเือีก หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ย่อมรู้สึกเพลียและอ่อนแรง
“ขอบคุณค่ะผู้เฒ่ากั่ว” เหวินหน่วนก้มศีรษะลงและกินซาลาเปาเนื้อที่เขานำมาให้
แท้จริงแล้ว เธอแอบนำอาหารเหลวจากครัวิญญาเติมลงคอแล้วหลังจากการเจาะเื
เธอรู้สึกเสียใจ ถ้าเธอตามไปและเตือนลู่จินฉวนั้แ่เมื่อวานนี้ เขาคงไม่ได้รับาเ็แบบนี้ใช่ไหม?
"ผู้กองลู่ต้องไม่เป็อะไร ไม่ต้องห่วง สาวน้อย" ผู้เฒ่ากั่วมองหญิงสาว
เหวินหน่วนรู้อยู่แล้วเช่นกัน แต่เมื่อเธอคิดว่าลู่จินฉวนได้รับาเ็เพราะเ้าสวะลู่กัวจื่อนั่น และในอนาคตลู่กัวจื่อก็ไม่คิดสำนึกบุญคุณเลย เธอก็เริ่มรู้สึกรำคาญใจ
เมื่อกลับไปถึงโรงอาหาร หัวหน้าเจาไม่ได้จัดงานอะไรให้เหวินหน่วนเลย เพราะรู้ว่าวันนี้เธอไปบริจาคเืให้ผู้กองลู่ เธอจึงนั่งเหม่อลอยตลอดทั้งเช้า
เธออยู่ในสภาพนี้ตลอด่เช้า แต่ในเวลาถัดมา จางจื้อกังก็วิ่งเข้ามาหาเหวินหน่วนและพูดอย่างมีความสุขว่า "ผู้กองปลอดภัยแล้ว"
ในที่สุดเหวินหน่วนก็ผ่อนคลายลงได้
"หมอโจวบอกว่าตอนนี้ผู้กองกินได้แต่อาหารเหลว ฉันขอรบกวนเธอได้ไหม..." จางจื้อกังพูดกับเหวินหน่วน "เอาโจ๊กหรืออะไรอ่อน ๆ ให้เขากินทีได้ไหม"
เหวินหน่วนอยากทำ แต่ตอนนี้เธอเป็แค่ลูกจ้างชั่วคราว เธอไม่มีคุณสมบัติในการปรุงอาหารบนเตา
"ได้สิ" ผู้เฒ่ากั่วพยักหน้า "คุณไปกินข้าวก่อนเถอะ โจ๊กคงเสร็จทันพอดีและฉันจะให้เสี่ยวเหวินไปส่งโจ๊กให้"
ดูเหมือนว่าสติของสาวน้อยคนนี้จะไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวเลย มันคงจะดีกว่าถ้าเขาส่งให้เธอไปดูอาการของผู้กองลู่สักหน่อย
เหวินหน่วนยิ้มอย่างอบอุ่นและขอบคุณไปที่ผู้เฒ่ากั่ว "ถ้าอย่างนั้น ฉันจะไปเตรียมส่วนผสมสำหรับโจ๊กให้นะคะ"
เธอวางแผนที่จะใช้วัตถุดิบจากครัวิญญา ซึ่งมันมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า
เหวินหน่วนรู้ว่าลู่จินฉวนหมกมุ่นกับความสะอาดมาก เธอจึงล้างกล่องอะลูมิเนียมที่ใช้ใส่โจ๊กหลายครั้งแล้วต้มในน้ำเดือดสักพัก จากนั้นจึงบรรจุอย่างระมัดระวัง ห่อด้วยผ้าสะอาด แล้วถือมันไว้ในอ้อมแขนในระหว่างที่เดินไปยังสถานพยาบาล
เมื่อไปถึงสถานพยาบาล กล่องอะลูมิเนียมในอ้อมแขนของเธอก็ยังคงอุ่นอยู่
ลู่จินฉวนเพิ่งตื่น ใบหน้าของเขาซีดเซียว และตอนนี้ชายหนุ่มกำลังนอนอ่านหนังสือที่อยู่บนเตียง
ทันทีที่เหวินหน่วนเดินไปที่ประตู ลู่จินฉวนก็ได้กลิ่นหอมของอาหาร
สายตาของเขามองไปทางประตูโดยไม่รู้ตัว เขาเห็นสาวน้อยตัวเล็กน่ารักยืนอยู่ตรงนั้น เธอมองมาที่เขาด้วยสายตากังวล
ลู่จินฉวนวางหนังสือในมือลงและลุกขึ้นนั่ง โดยที่ไม่ทันคิดว่าาแจะทำให้เขารู้สึกเจ็บ
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน
เหวินหน่วนรีบวางกล่องอะลูมิเนียมลงบนตู้ข้างเตียงพยาบาล ช่วยพยุงตัวของเขาขึ้นแล้วถามอย่างประหม่าว่า “เจ็บไหมคะ?”
เจ็บไหม?
เขาได้รับาเ็มานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งแผลเล็กแผลใหญ่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนถามเขาแบบนี้
ลู่จินฉวนยิ้มจาง ๆ มองดูหญิงสาวตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้า "ผมได้ยินมาว่าคุณถ่ายเืให้ผม"
“ค่ะ" เหวินหน่วนช่วยให้เขานั่งอย่างระมัดระวัง "กินโจ๊กหน่อยนะ"
เมื่อเธอพยุงเขา เธอได้กลิ่นมินต์จาง ๆ บนร่างกายของเขา
มินต์มีกลิ่นที่ดี
เธอจำเื่กลิ่นนี้ได้จากชีวิตที่แล้ว มันช่วยให้คนสงบลงได้มาก